Insight Daily

5 เหตุผลในการสร้างแพลตฟอร์มเวิร์คสเตชั่นให้ดียิ่งขึ้น

เวิร์คโหลดมีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น กระนั้นธุรกิจยังคงต้องการความเร็วในการทำงาน และนี่คือวิธีเพื่อบรรลุเป้าหมายของผู้ใช้และองค์กร

AMD นำเสนอฟิเจอร์เหล่านี้ให้คุณ

การทำงานที่ต้องใช้เวิร์คโหลดการประมวลผลที่เข้มข้น ยังคงเป็นพันธกิจที่สำคัญและสิ่งนี้ทวีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้ขั้นตอนการเลือกเวิร์คสเตชั่นที่เหมาะสมกับการใช้งานมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยเวิร์คโหลดของงานที่แตกต่างกันมีข้อกำหนดในด้านประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน นอกจากนั้นยังทำให้การสร้างมาตรฐานด้านประสิทธิภาพในองค์กรยากขึ้นมาก

ทั้งนี้ความหลากหลายของเวิร์คโหลดยังส่งผลต่อกระบวนการรีเฟรช เนื่องจากผู้ซื้อต่างมองหาแพลตฟอร์มเวิร์คสเตชั่นแบบหนึ่งเดียว เพื่อรองรับเวิร์คโหลดของผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระ (ISV) ที่เป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจ ด้วยเงื่อนไขที่เข้มข้นของแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ในปัจจุบันอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ และทำให้ฮาร์ดแวร์ที่ตกรุ่นตามไม่ทัน

ความท้าทายที่คุณต้องเผชิญด้านความต้องการใหม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากในการเร่งนำอุตสาหกรรม 4.0 มาใช้ ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทยมีความพร้อมอย่างมากที่จะรับประโยชน์จากอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมของประเทศ การปรับเปลี่ยนจากระบบไอทีที่ใช้ในอดีตและกระบวนการทำงานแบบดั้งเดิม ทำให้การออกแบบและการผลิตในประเทศไทยเริ่มที่จะผสานรวมและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในอนาคต ไม่ใช่แค่ทำให้การทำงานเป็นระบบอัตโนมัติ หรือเพื่อพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ AMD ยังคงที่จะผลักดันขีดจำกัดด้านประสิทธิภาพการประมวลผลของเวิร์คสเตชั่นต่อไป การบรรลุความสำเร็จเหล่านี้จะเป็นการยืนยันถึงวิธีที่องค์กรสร้างและทำงานร่วมกัน

ในวันนี้ ทีมออกแบบและทีมการผลิต กำลังใช้ประโยชน์จากกระบวนการทำงานใหม่ ๆ เช่น การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ในขณะเดียวกันก็ยังมีการทำงานในรูปแบบการจำลองและการออกแบบ 3D อยู่ นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีการผสมผสานระหว่างงานออกแบบที่ใช้ประสิทธิภาพของเธรดการประมวลผลเล็กน้อย (lightly-threaded) และกระบวนการประมวลผลแบบมัลติเธรด (multi-threaded) ซึ่งงานบางส่วนมักมีปัญหาในเรื่องความจุของหน่วยความจำและแบนด์วิดท์

แต่ละภาคส่วนในประเทศไทยมีรายละเอียดความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น

เวิร์คโหลดที่มีความหลากหลายนี้ ต่างมีความต้องการด้านประสิทธิภาพการใช้งานที่แตกต่างกัน จึงต้องการการกำหนดค่าการทำงานที่มีความเฉพาะและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อจัดการกับปัญหาด้านคอขวดในการประมวลผลที่เฉพาะเจาะจง

ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การให้ความสำคัญกับจำนวนคอร์ประมวลผลและความเร็วของสัญญาณนาฬิกาเท่านั้น ปัญหาด้านการจัดการและการรักษาความปลอดภัยก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะความหลากหลายในการทำงานสมัยใหม่ ทั้งด้านจำนวนพนักงานและสถานที่ทำงานที่แตกต่างกัน ที่เวิร์คโหลดที่มีรายละเอียดและมีมูลค่าสูงทำให้ระบบที่ทำงานอย่างเสถียรเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

โอกาสของคุณในการอัพเกรดแพลตฟอร์มเวิร์คสเตชั่น

ข่าวดีคือแม้ว่าจะมีความคาดหวังที่เพิ่มมากขึ้น แต่ด้วยนวัตกรรมของ AMD ทำให้เวิร์คสเตชั่นรุ่นใหม่ของเราสามารถรองรับความต้องการนี้ได้ และในหลาย ๆ กรณีรับมือได้ดีเกินความคาดหวังของผู้ใช้ เวิร์คสเตชั่นที่มีการนำมาใช้ในปี 2564 นี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างยิ่งยวด แม้เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับอุปกรณ์รุ่นล่าสุดที่มีอายุการใช้งานเพียงไม่กี่ปีก็ตาม

การเลือกใช้โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripper ไม่ได้เป็นเพียงแค่การอัพเกรดที่เพิ่มขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มเวิร์คสเตชั่นรูปแบบใหม่อีกด้วย ซึ่งหากคุณพร้อมอัพเกรด มันก็ถึงเวลาแล้ว

  1. เร่งประสิทธิภาพการประมวลผลแบบซิงเกิลเธรด

เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานแบบซิงเกิลเธรด ความถี่ (frequency) หรือ ความเร็วของสัญญาณนาฬิกา (clock speed) ถือเป็นส่วนที่สำคัญ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถวัดประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ความถี่ที่สูงขึ้นจะช่วยให้สามารถประมวลผลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งไม่สามารถทำงานขนานกันได้เหมือนที่เราพบในอุปกรณ์การสร้างแบบจำลองและการออกแบบ 3 มิติ ซึ่งจะทำให้อัตราเฟรมเรทในแอปพลิเคชั่นสูงขึ้นและในด้าน VR ที่มีความสมจริง นอกจากนี้ยังเพิ่มความเร็วในการสร้างขึ้นใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับนักออกแบบ ส่งมอบประสบการณ์การทำงานที่ลื่นไหลยิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ ดังที่เห็นในภาพที่ 1 โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripper PRO 3945WX รุ่นปัจจุบันนั้นมีประสิทธิภาพเร็วกว่าบน Autodesk Revit RFO ถึง 35% เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับโปรเซสเซอร์เวิร์คสเตชั่นคู่แข่ง

ภาพที่ 1 AMD vs. Intel, Autodesk Revit RFO Benchmark

  1. เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลแบบมัลติเธรด

โปรเซสเซอร์เวิร์คสเตชั่นรุ่นใหม่ยังคงขยายขอบเขตการทำงานบนเวิร์คโหลดแบบมัลติคอร์ไฮเปอร์เธรด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสร้างสรรค์แนวคิดต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริง ด้วยคอร์ประมวลผลที่เพิ่มขึ้นสำหรับงานด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาองค์ประกอบศิลป์ การเรนเดอร์ขั้นสุดท้าย การจำลอง VFX การออกแบบในรูปแบบ generative design หรือการปรับ toolpath ให้มีความเหมาะสมเทียบเท่าการทำซ้ำที่มากขึ้นและเวลาในการทำความเข้าใจกิจกรรมที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

ภาพที่ 2 แสดงให้เห็นว่าโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripper PRO 3995WX ที่มีคอร์ประมวลผล 64 คอร์ มีประสิทธิภาพที่ล้ำหน้ากว่าโปรเซสเซอร์ระดับเรือธงของคู่แข่งถึง 2 รุ่น ในการทดสอบการเรนเดอร์ยอดนิยม V-Ray

ภาพที่ 2 AMD vs. Intel, Chaos Group V-Ray Benchmark

จากการทดสอบโดยห้องปฎิบัติการด้านประสิทธิภาพของ AMD เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563 โดยทดสอบบน Chaos Group V-Ray เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripper PRO 3995WX เพื่อใช้อ้างอิงในการเทียบประสิทธิภาพกับโปรเซสเซอร์ Intel Xeon Platinum 8280 จำนวน 2 ตัว ผลลัพธ์อาจมีความผันผวน CPP-32

  1. ความสามารถในการปรับและการตั้งค่าต่าง ๆ ที่ยอดเยี่ยม

ประสิทธิภาพของแอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ในระดับมืออาชีพส่วนใหญ่มักได้รับอิทธิพลมาจากองค์ประกอบต่าง ๆ ที่สำคัญของเวิร์คสเตชั่น นอกจากด้านความเร็วของสัญญาณนาฬิกาที่เร็วขึ้น คอร์ประมวลผลสูงสุด 64 คอร์และความจุหน่วยความจำขนาด 2TB แล้ว โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripper รุ่นปัจจุบันยังรองรับ 128 PCIe(R) 4.0 lanes ซึ่งเชื่อมต่อการกำหนดค่าการทำงานขั้นสูงและมีความหลากหลายเพื่อรองรับการทำงานของกราฟิกการ์ดจำนวนมาก การจัดเก็บข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์ต่อพ่วง PCIe อื่น ๆ ทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มความหลากหลายในการสร้างเวิร์คสเตชั่นที่เหมาะสมกับแอปพลิเคชั่นและเวิร์คโฟลว์ของคุณ

  1. แบนด์วิดธ์หน่วยความจำขนาดใหญ่

ความต้องการด้านหน่วยความจำที่สามารถปรับขนาดได้อย่างรวดเร็วเมื่อเวิร์คโฟลว์มีขนาดและความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น แอปพลิเคชั่นระดับมืออาชีพจำนวนมากถูกจำกัดประสิทธิภาพการทำงานด้วยหน่วยความจำของเวิร์คสเตชั่นในแง่ของความจุและแบนด์วิดธ์ โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripper PRO สามารถรองรับหน่วยความจำได้ถึง 2TB ซึ่งมีคุณประโยชน์ในการป้อนข้อมูลจำนวนมากไปยังโปรเซสเซอร์ได้อย่างรวดเร็วเพื่อการประมวลผล ในการทำงานกับชุดข้อมูลหรือไฟล์ที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripper PRO ยังมีแบนด์วิดธ์หน่วยความจำที่ล้ำหน้าซึ่งเชื่อมต่อผ่านช่องหน่วยความจำขนาด 8 ช่องบนแพลตฟอร์ม

  1. ฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัยและการจัดการขั้นสูง

เวิร์คสเตชั่นสมัยใหม่ต้องได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัยเข้ากันกับสถานที่ทำงานสมัยใหม่ ที่มีรูปแบบการทำงานที่หลากหลายและกระจัดกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ (distributed collaboration) การจัดการด้านไอทีแบบรวมศูนย์และมีความเรียบง่าย และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการสร้างหรือใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าสูง

เทคโนโลยี AMD PRO ช่วยให้องค์กรเข้าถึงการจัดการระยะไกลและเครื่องมือรักษาความปลอดภัยที่ล้ำสมัย ซึ่งผสมผสานเข้ากันกับการลงทุนด้านไอทีได้อย่างดีหรือ “all choice, no lock-in”

ก้าวต่อไปที่จะทำให้คุณเสมือนกำลังก้าวกระโดด

แพลตฟอร์มเวิร์คสเตชั่นที่ทันสมัยจะช่วยให้คนที่มีความสามารถมากที่สุดสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในเวลาและสถานที่ที่องค์กรต้องการมากที่สุด ส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น เปลี่ยนความเร็วและประสิทธิภาพให้เป็นความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripper PRO สำหรับเวิร์คโหลดงานที่สำคัญ

หากคุณต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมว่า AMD จะช่วยเปลี่ยนวิธีการทำงานของคุณได้อย่างไร สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ศูนย์กลางข้อมูลด้านเวิร์คสเตชั่นของเราเพื่อศึกษาและค้นคว้าถึงประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripper PRO ว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมและเวิร์คโฟลว์ของคุณได้อย่างไร

www.amd.com/en/processors/workstation
www.amd.com/en/processors/ryzen-threadripper-pro

 

Exit mobile version