Insight Daily

Apple เปิดตัว iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ดีไซน์ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยชิป A19 Pro

Apple เปิดตัว iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ในดีไซน์ใหม่สุดโดดเด่น โดยทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วย A19 Pro ซึ่งเป็นชิปที่ทรงพลังและประหยัดพลังงานมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับ iPhone ทั้งยังเป็นหัวใจสำคัญของระบบกล้องสุดล้ำ การเล่นเกมบนมือถือที่เหนือชั้นไปอีกขั้น และ Apple Intelligence อีกทั้งยังมาพร้อม Vapor Chamber ที่ออกแบบโดย Apple และเชื่อมติดด้วยเลเซอร์เข้ากับตัวเครื่องแบบอะลูมิเนียมชิ้นเดียวที่มีคุณสมบัตินำความร้อน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะที่แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้นานขึ้น ต่อมาคือระบบกล้อง Fusion 48MP สามตัว ทั้งกล้องหลัก อัลตร้าไวด์ และเทเลโฟโต้แบบใหม่หมด ซึ่งเทียบเท่ากับการมีเลนส์ 8 ตัว รวมถึงการซูมคุณภาพระดับออปติคัลที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone ที่ 8 เท่า กล้องหน้า 18MP Center Stage ยกระดับการถ่ายเซลฟี่ไปอีกขั้น

กล้อง Fusion 48MP ทั้งสามตัว ได้แก่ กล้องหลัก อัลตร้าไวด์ และเทเลโฟโต้แบบใหม่หมด เทียบเท่ากับการมีเลนส์ถึง 8 ตัว

พร้อมด้วยคุณสมบัติด้านวิดีโอที่สร้างมาสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ และถือเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ProRes RAW, Apple Log 2 และ Genlock จึงสามารถใช้งาน iPhone ร่วมกับโปรดักชั่นทั้งเล็กและใหญ่ได้ราบรื่นไร้รอยต่อยิ่งขึ้น และทั้งสองรุ่นยังมีด้านหน้าแบบ Ceramic Shield 2 ที่ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่มี Ceramic Shield ปกป้องด้านหลังของ iPhone ด้วย

iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max มีให้เลือกใน 3 สีใหม่ที่สวยงาม ได้แก่ สีน้ำเงินเข้ม สีส้มคอสมิก และสีเงิน ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568 และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max มีให้เลือกใน 3 สีใหม่ที่สวยงาม ทั้งสีน้ำเงินเข้มที่เรียบหรู สีส้มคอสมิกที่โดดเด่น และสีเงินที่ดูเฉียบ

ดีไซน์ใหม่ที่คงประสิทธิภาพในระดับที่สูงขึ้นได้นานต่อเนื่อง

ดีไซน์ใหม่แบบอะลูมิเนียมชิ้นเดียวปัดเงาได้รับการรังสรรค์ขึ้นจากโลหะผสมอะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 น้ำหนักเบาเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศเพื่อประสิทธิภาพด้านความร้อนที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone โดยที่ด้านหลังมีส่วนที่ยกขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับส่วนประกอบภายใน และทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น ในขณะที่สายอากาศผสานรวมเข้ากับขอบรอบๆ ส่วนที่ยกขึ้นมาเพื่อสร้างระบบสายอากาศที่ทำงานได้ดีที่สุด

ส่วนที่ยกขึ้นมาด้วยวิธีขึ้นรูปทำให้มีพื้นที่มากขึ้นสำหรับส่วนประกอบต่างๆ และเป็นการเพิ่มพื้นที่ว่างให้กับแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นด้วย

สถาปัตยกรรมใหม่ภายในมาพร้อมกับ Vapor Chamber ที่ออกแบบโดย Apple เพื่อยกระดับการกระจายความร้อนและประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น โดยการกักเก็บน้ำที่ผ่านการกำจัดไอออนไว้ภายใน Vapor Chamber เชื่อมติดเข้ากับโครงเครื่องอะลูมิเนียมด้วยเลเซอร์เพื่อถ่ายเทความร้อนออกจากชิป A19 Pro อันทรงพลัง ช่วยให้ชิปทำงานในระดับประสิทธิภาพที่สูงขึ้นได้ จากนั้นความร้อนจะถูกนำพาไปยังตัวเครื่องแบบชิ้นเดียวที่ขึ้นรูปจากอะลูมิเนียม ก่อนจะกระจายออกไปเท่าๆ กันทั่วทั้งระบบเพื่อ ซึ่งเป็นการจัดการกับพลังงานและอุณหภูมิบนพื้นผิวเพื่อให้เครื่องมีประสิทธิภาพที่น่าทึ่งโดยยังคงถือได้สบายมือ

นอกจากนี้ ดีไซน์แบบชิ้นเดียวยังทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกับประสิทธิภาพของชิป A19 Pro และการจัดการพลังงานของ iOS 26 แล้ว iPhone 17 Pro Max จึงมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone และทั้งสองรุ่นยังสามารถชาร์จได้สูงสุด 50% ใน 20 นาทีด้วยอะแดปเตอร์แปลงไฟ USB-C แบบวัตต์สูงที่มีจำหน่าย อย่างอะแดปเตอร์แปลงไฟแบบไดนามิกของ Apple ขนาด 40 วัตต์ ที่มีกำลังไฟสูงสุด 60 วัตต์1

ระบบจัดการความร้อนใหม่มาพร้อม Vapor Chamber ที่ออกแบบโดย Apple เพื่อประสิทธิภาพที่เหนือชั้น

จอภาพที่สวยสดและความทนทานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

จอภาพ Super Retina XDR มาในขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.9 นิ้ว2 และปกป้องด้วย Ceramic Shield 2 ซึ่งแข็งแกร่งกว่ากระจกบนสมาร์ทโฟนไหนๆ หรือกลาสเซรามิก พร้อมด้วยการเคลือบผิวแบบใหม่ที่ออกแบบโดย Apple ให้ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า และป้องกันการสะท้อนได้ดีขึ้นเพื่อช่วยลดแสงสะท้อน

จอภาพที่สวยสดงดงามนี้ยังมาพร้อม ProMotion สูงสุด 120Hz, การแสดงผลแบบติดตลอด และความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด 3,000 นิต เมื่ออยู่กลางแจ้ง ซึ่งถือว่าสูงสุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone และมีคอนทราสต์ขณะอยู่กลางแจ้งดีขึ้น 2 เท่า ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่มี Ceramic Shield ปกป้องด้านหลังของตัวเครื่อง จึงสามารถทนการแตกร้าวได้ดีขึ้น 4 เท่า เมื่อเทียบกับกระจกด้านหลังของรุ่นก่อนๆ

ครั้งแรกกับการมี Ceramic Shield ปกป้องด้านหลังของ iPhone และ Ceramic Shield 2 ยังมีการเคลือบผิวแบบใหม่ที่ออกแบบโดย Apple ให้ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า และป้องกันการสะท้อนได้ดียิ่งขึ้นเพื่อช่วยลดแสงสะท้อน

A19 Pro ชิป iPhone ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่เคยมีมา

A19 Pro เป็นชิป iPhone ที่มากความสามารถที่สุดของ Apple ยิ่งเมื่อ A19 Pro ทำงานร่วมกับ Vapor Chamber ที่ออกแบบโดย Apple ด้วยแล้ว iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max จึงคงประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องได้ดีขึ้นสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เหมาะสำหรับการเล่นเกม การตัตต่อวิดีโอ และการรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่บนอุปกรณ์

ภายในประกอบด้วย CPU แบบ 6-core ที่เร็วที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน ในขณะที่สถาปัตยกรรม GPU แบบ 6-core มาพร้อมตัวเร่งความเร็วนิวรอลที่ผสานรวมอยู่ใน GPU แต่ละคอร์ พร้อมแคชที่ใหญ่ขึ้น และหน่วยความจำที่มากกว่า A18 Pro ยิ่งกว่านั้น GPU ยังทำงานร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับ Neural Engine แบบ 16-core เพื่อขับเคลื่อนโมเดล AI, กราฟิกที่สวยงามน่าทึ่ง และการเล่นเกมระดับ AAA อย่าง Arknights: Endfield พร้อมด้วยเรย์เทรซซิ่งที่เร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์และอัตราเฟรมที่สูงขึ้น3

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone 17 นี้ ยังเปิดตัวชิประบบเครือข่ายไร้สายใหม่อย่าง N1 ที่ออกแบบโดย Apple และเป็นหัวใจสำคัญของ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread ซึ่งนอกเหนือจากการเป็นขุมพลังให้กับเทคโนโลยีระบบไร้สายเจเนอเรชั่นล่าสุดแล้ว N1 ยังยกระดับประสิทธิภาพและความเสถียรโดยรวมของคุณสมบัติอย่างฮอตสปอตส่วนบุคคลและ AirDrop ด้วย

ชิป A19 Pro ใหม่เร็วขึ้นด้วย GPU แบบ 6-core ที่เนรมิตภาพได้อย่างสวยงามน่าทึ่งเพื่อการเล่นเกมที่สนุกสมจริงไปอีกขั้นและเห็นผลชัดเจนในเกมอย่าง Arknights: Endfield

ระบบกล้องระดับ Pro เพื่อโอกาสในการสร้างสรรค์ที่ไม่รู้จบ

iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max มาพร้อมระบบกล้องที่ดีที่สุดเท่าที่ Apple เคยมีมาด้วยเซ็นเซอร์ที่มีความละเอียดสูงขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เทียบเท่ากับการมีเลนส์ระดับโปรถึง 8 ตัวอยู่ในกระเป๋า เริ่มจากกล้อง Fusion 48MP ทั้งสามตัวที่ถ่ายภาพได้คมชัดและเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น และกล้องเทเลโฟโต้ 48MP ใหม่ที่มาในดีไซน์แบบเตตระปริซึมเจเนอเรชั่นถัดไปพร้อมด้วยเซ็นเซอร์ที่ใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้า 56% เพื่อเพิ่มความคมชัดในที่สว่างจ้า และเพิ่มรายละเอียดในช็อตมืดๆ

นอกจากนี้ ยังมีการซูมแบบออปติคัล 4 เท่าใหม่ที่ 100 มม. ซึ่งเป็นเลนส์คลาสสิกสำหรับการถ่ายภาพบุคคล และการซูมแบบออปติคัล 8 เท่าที่ 200 มม. ซึ่งยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone ช่วยให้เข้าถึงตัวแบบได้จากระยะที่ไกลขึ้น และเพิ่มทางเลือกในการสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีการปรับปรุง Photonic Engine เพื่อนำการเรียนรู้ของระบบเข้ามาใช้ในไปป์ไลน์ด้านภาพมากยิ่งขึ้น จึงสามารถรักษารายละเอียดที่เป็นธรรมชาติ ลดนอยซ์ และเพิ่มความถูกต้องแม่นยำของสีสันได้มากขึ้นด้วย

ส่วนการซูมแบบดิจิทัลก็เพิ่มเป็นสูงสุด 40 เท่าสำหรับภาพถ่าย และผู้ใช้ยังมีตัวเลือกมากขึ้นในการปรับแต่งภาพถ่ายด้วยคุณสมบัติรูปแบบภาพถ่ายเจเนอเรชั่นถัดไปที่มาพร้อมสไตล์ใหม่อย่าง “สว่าง” ใน iOS 26 ซึ่งจะปรับโทนสีผิวให้สว่างขึ้นและเพิ่มความจัดจ้านของสีสันทั่วทั้งภาพ4

iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max มาพร้อมคุณสมบัติรูปแบบภาพถ่ายเจเนอเรชั่นถัดไปที่มีสไตล์ใหม่อย่าง “สว่าง” ซึ่งจะปรับโทนสีผิวให้สว่างขึ้นและเพิ่มความจัดจ้านของสีสันทั่วทั้งภาพ
iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ให้ผู้ใช้เก็บบันทึกรายละเอียดได้มากขึ้นด้วยภาพถ่าย 48MP ที่ตื่นตาตื่นใจ
คุณสมบัติภาพถ่ายบุคคลเจเนอเรชั่นถัดไปพร้อมการควบคุมโฟกัสจะบันทึกข้อมูลความลึกโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ใช้เปลี่ยนภาพถ่ายทั่วไปเป็นภาพถ่ายบุคคลที่โดดเด่นสวยงามในภายหลังได้
กล้องเทเลโฟโต้ 4 เท่าใหม่บน iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max มีเซ็นเซอร์ใหญ่ขึ้น 56% จึงสามารถถ่ายทอดรายละเอียดได้ดีขึ้นในทุกระดับแสง และยิ่งมีเลนส์ 8 เท่าเพิ่มมา ผู้ใช้จึงสามารถเข้าใกล้ตัวแบบได้มากขึ้นไปอีก
กล้องอัลตร้าไวด์ Fusion 48MP บน iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ให้ผู้ใช้ถ่ายทอดมุมมองที่แปลกตาไม่เหมือนใครพร้อมรายละเอียดที่ครบถ้วน
Photonic Engine ที่ดียิ่งขึ้นจะผสานการเรียนรู้ของระบบเข้ามาในส่วนต่างๆ ของไปป์ไลน์ด้านภาพมากขึ้นเพื่อรักษารายละเอียดที่เป็นธรรมชาติ ลดนอยซ์ และเพิ่มความถูกต้องแม่นยำของสีสันโดยเฉพาะในสภาวะแสงน้อย

iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max เปิดตัวกล้องหน้า Center Stage ใหม่เอี่ยมที่ยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพและวิดีโอไปอีกขั้น โดยกล้องหน้า Center Stage มีเซ็นเซอร์กล้องหน้าทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสรุ่นแรกบน iPhone ที่มีมุมมองภาพกว้างขึ้นและความละเอียดสูงขึ้น ซึ่งบันทึกภาพที่ความละเอียดสูงสุด 18MP เพื่อให้เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพและวิดีโอในแนวตั้งหรือแนวนอนได้ขณะถือ iPhone ในแนวตั้ง

ส่วนการถ่ายเซลฟี่เป็นกลุ่ม คุณสมบัติจัดให้อยู่ตรงกลางสำหรับภาพถ่ายจะใช้ AI เพื่อขยายมุมมองภาพโดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้สามารถหมุนจากแนวตั้งเป็นแนวนอนได้โดยที่ทุกคนไม่หลุดเฟรม และกล้องหน้า Center Stage ยังช่วยให้ถ่ายวิดีโอได้นิ่งสุดๆ ในระดับ 4K HDR และตอนนี้ผู้ใช้ก็สามารถถ่ายวิดีโอโดยใช้กล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันได้แล้วด้วยคุณสมบัติการถ่ายด้วยกล้องคู่ ซึ่งเหมาะสำหรับการคุยกับกล้องตรงๆ ขณะเก็บภาพจังหวะแอ็คชั่นเบื้องหลังการถ่ายทำไปด้วย นอกจากนี้ ในระหว่างที่โทรผ่าน FaceTime หรือแอปของบริษัทอื่น คุณสมบัติจัดให้อยู่ตรงกลางสำหรับวิดีโอคอลจะจัดให้ภาพของผู้ใช้นิ่งและอยู่ในเฟรมเสมอ

กล้องหน้า Center Stage มาพร้อมเซ็นเซอร์ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ขึ้นที่สามารถถ่ายภาพและวิดีโอความละเอียดสูงได้ไม่ว่าเครื่องจะอยู่แนวไหน ทีนี้ผู้ใช้ก็ไม่จำเป็นต้องหมุน iPhone เพื่อถ่ายเซลฟี่ในแนวนอนอีกต่อไป

ความสามารถด้านวิดีโอชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม

iPhone เป็นผู้นำด้านการถ่ายวิดีโอด้วยสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว เพราะมาพร้อมคุณสมบัติอันทรงพลังอย่างการบันทึก HDR ในแบบ Dolby Vision, 4K120 fps, ProRes Log และการรองรับ ACES และวันนี้ iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max เปิดโอกาสความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ที่มากยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่รองรับ ProRes RAW, Apple Log 2 และ Genlock ซึ่งเป็นเทคนิคในการซิงค์วิดีโอจากหลายกล้องและหลายอินพุตให้ตรงกันได้อย่างแม่นยำ

วิธีนี้ช่วยให้ครีเอทีฟสามารถเปลี่ยนฉากได้อย่างถูกต้องแม่นยำราวกับมืออาชีพและใช้เทคนิคในการสร้างสรรค์ที่ดูล้ำโดยไม่ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงในการปรับแต่ละเฟรมให้ตรงกันด้วยตัวเอง ซึ่ง Genlock นั้นสามารถใช้งานร่วมกับ Blackmagic Design Camera ProDock ใหม่ ในขณะที่ ProRes RAW สามารถใช้งานร่วมกับแอป Final Cut Camera และ Blackmagic Camera และยังมีการเปิดให้นักพัฒนาเข้าถึง API ด้วย

iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max เปิดตัวคุณสมบัติใหม่ด้านวิดีโอระดับโปร อย่าง Genlock ซึ่งให้ผู้ใช้ซิงค์วิดีโอให้ตรงกันได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงปรับแต่ละเฟรมให้ตรงกันด้วยตัวเอง

มาพร้อม iOS 26 ที่มีความสามารถ Apple Intelligence ใหม่ๆ

iOS 26 ยกระดับประสบการณ์ในการใช้งาน iPhone ให้ล้ำยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์แบบใหม่ที่สวยงาม ความสามารถของ Apple Intelligence ที่ทรงพลัง และการปรับปรุงแอปที่ผู้ใช้ต้องใช้งานทุกวันให้มีประโยชน์มากขึ้น ซึ่งดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อม Liquid Glass มอบประสบการณ์ในการใช้งานแอปและระบบที่สื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกได้ดีขึ้นและเพลิดเพลินมากขึ้น ผู้ใช้จึงสามารถจดจ่อกับเนื้อหา โดยที่ iOS ยังคงให้ความรู้สึกคุ้นเคยในทันทีเมื่อใช้งาน และตอนนี้ Apple Intelligence สามารถแปลข้อความและเสียงให้ผู้ใช้ได้ในทุกที่ด้วยคุณสมบัติการแปลภาษาสด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สื่อสารระหว่างภาษาต่างๆ ในแอปข้อความ, FaceTime และแอปโทรศัพท์5 ส่วนการอัปเดตระบบอัจฉริยะด้านภาพก็ทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพหน้าจอ รวมถึงค้นหาหรือทำสิ่งต่างๆ กับสิ่งที่พวกเขาดูบนหน้าจอ iPhone อยู่ได้อย่างง่ายดาย6

นอกจากนี้ นักพัฒนาทุกคนยังสามารถเข้าถึงโมเดลที่เป็นรากฐานบนอุปกรณ์ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของ Apple Intelligence โดยมีแอปต่างๆ ที่จะมอบประสบการณ์ใช้งานสุดอัจฉริยะแบบใหม่ที่มาพร้อมการปกป้องความเป็นส่วนตัวซึ่งสามารถใช้งานได้แม้ในขณะออฟไลน์ ส่วนเครื่องมือคัดกรองใหม่สำหรับการโทรและข้อความจะช่วยขจัดสิ่งรบกวน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดจ่ออยู่กับการสนทนาที่สำคัญที่สุดได้ และ iOS 26 ยังมาพร้อมคุณสมบัติใหม่ใน CarPlay, Apple Music, แอปแผนที่ และแอปกระเป๋าสตางค์ รวมถึง Apple Games ซึ่งเป็นแอปใหม่ล่าสุดที่ทำให้ผู้เล่นเกมสามารถเล่นเกมทุกเกมได้ในที่เดียว

iOS 26 ถือเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่สวยงามซึ่งรวมถึงหน้าจอล็อคและหน้าจอโฮม ดังนั้นจึงมีความเฉพาะตัวและสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกได้มากกว่าที่เคย

อุปกรณ์เสริมใหม่ที่สวยงาม

iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max มาพร้อมอุปกรณ์เสริมใหม่ๆ ดังนี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone 17 Pro เปิดตัวพร้อมเคสใหม่ที่มี MagSafe เช่น เคสผ้า TechWoven, เคสใส และเคสซิลิโคน
สามารถใช้งานสายสะพายข้างที่สวยงามและดูเรียบง่ายร่วมกับกับเคสผ้า TechWoven และเคสซิลิโคนเพื่อพกพากลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone 17 Pro แบบไม่ต้องคอยถือ

iPhone 17 Pro กับสิ่งแวดล้อม

Apple 2030 คือแผนการอันมุ่งมั่นของบริษัทที่จะทำให้ฟุตพริ้นต์ทั้งหมดมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในทศวรรษนี้ด้วยการลดการปล่อยก๊าซจากผลิตภัณฑ์ที่มาจากแหล่งใหญ่ที่สุดทั้ง 3 แหล่งอย่างวัสดุ ไฟฟ้า และการขนส่ง iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 30% ทั้งการใช้โคบอลต์รีไซเคิล 100% ในแบตเตอรี่และการใช้ทองคำรีไซเคิล 100% ในการเคลือบแผงวงจรพิมพ์ทั้งหมดที่ Apple ออกแบบ โดยการผลิตทั้งสองรุ่นทั่วทั้งซัพพลายเชนนั้นใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 40% เช่น ลมและแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบมาให้ทนทาน สามารถซ่อมแซมได้ ทั้งยังมาพร้อมบริการช่วยเหลือด้านซอฟต์แวร์ระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม โดยเป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงของ Apple ในด้านการประหยัดพลังงานและความปลอดภัยทางเคมี ส่วนบรรจุภัณฑ์กระดาษก็ทำจากเยื่อไม้ 100% และนำไปรีไซเคิลได้ง่ายอีกด้วย


ราคาและการวางจำหน่าย


  1. อะแดปเตอร์แปลงไฟแบบไดนามิกของ Apple ขนาด 40 วัตต์ที่มีกำลังไฟสูงสุด 60 วัตต์ จะวางจำหน่ายในแคนาดา จีนแผ่นดินใหญ่ ญี่ปุ่น เม็กซิโก ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกา
  2. จอภาพมีมุมมนที่รับกับดีไซน์แบบโค้งอันงดงาม และมุมทั้งหมดนี้อยู่ในสี่เหลี่ยมมุมฉากมาตรฐาน และเมื่อวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากมาตรฐานแล้ว หน้าจอจะมีขนาด 6.27 นิ้ว (iPhone 17 Pro) หรือ 6.85 นิ้ว (iPhone 17 Pro Max) ในแนวทแยง พื้นที่สำหรับการดูจริงมีขนาดเล็กกว่า
  3. Arknights: Endfield จะพร้อมให้เล่นต้นปี 2026
  4. รูปแบบภาพถ่าย “สว่าง” ใหม่จะพร้อมให้ใช้งานใน iOS 26 บน iPhone 16, iPhone 16 Plus, iPhone 16 Pro, iPhone 16 Pro Max, iPhone 17, iPhone Air, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max
  5. การแปลภาษาสดในแอปข้อความรองรับภาษาอังกฤษ (สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา), ฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส), เยอรมัน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, โปรตุเกส (บราซิล), สเปน (สเปน) และจีน (ตัวย่อ) การแปลภาษาสดในแอปโทรศัพท์และ FaceTime พร้อมให้ใช้งานสําหรับการโทรแบบตัวต่อตัวในภาษาอังกฤษ (สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา), ฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส), เยอรมัน, โปรตุเกส (บราซิล) และสเปน (สเปน)
  6. ระบบอัจฉริยะด้านภาพใช้งานได้บน iPhone รุ่นใดก็ได้ที่เปิดใช้งาน Apple Intelligence ความสามารถบางอย่างอาจใช้ไม่ได้ในบางภาษาและภูมิภาค ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ support.apple.com/th-th/121115#visual-intelligence
  7. มูลค่าการแลกจะแตกต่างกันไปตามสภาพ ปี และการกำหนดค่าของอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์ที่นำมาแลก

ที่มา : www.apple.com/th

—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

 

Exit mobile version