บริษัท อาร์ดีเอกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (RDX International) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ Rolife แบรนด์ผู้นำระดับโลกด้านงานคราฟต์และโมเดลไม้ DIY ภายใต้บริษัทแม่ Robotime จากประเทศจีน เดินเกมรุกตลาด Kidult Economy อย่างเต็มรูปแบบ เปิดตัว Experience Zone “Tiny Town by YUMEYA” ครั้งแรกในประเทศไทย ชวนทุกคนหลีกหนีความวุ่นวาย มาสร้างสรรค์ความสุขผ่านโลกใบจิ๋วที่อัดแน่นด้วยรายละเอียดสุดประณีต

พร้อมประกาศทุ่มงบการตลาด 20 ล้านบาท กับนิทรรศการรูปแบบใหม่ที่ต่อยอดองค์ประกอบจากโมเดลจิ๋วให้กลายเป็นพื้นที่ประสบการณ์ขนาดจริง (Life-size Experience) เนรมิตพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสโลกของ Rolife ในมุมมองใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่าง “โมเดลจิ๋ว” กับ “ประสบการณ์จริง” ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ กรุงเทพฯ ตั้งแต่ 6 มี.ค. – 31 พ.ค. 69 สะท้อนการยกระดับแบรนด์จากโมเดล DIY สู่การเป็น Healing Lifestyle Brand ที่ตอบโจทย์กลุ่ม “ผู้ใหญ่หัวใจเด็ก” พร้อมตั้งเป้าเติบโต 40% ภายในปี 2569
นางสาวสุขจิต ขจิตมณี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อาร์ดีเอกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ Rolife เผยว่า “ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา เราเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่เริ่มให้คุณค่ากับกิจกรรมที่สร้างสมาธิและความภูมิใจระยะสั้นมากขึ้น Rolife จึงไม่ได้แข่งขันกับแบรนด์ของเล่น แต่แข่งขันในพื้นที่ของ ‘เวลาและความสนใจ’ ของผู้บริโภค เรามองว่าการประกอบโมเดลคือกิจกรรมที่มี Value per Hour สูง เพราะใช้เวลาอย่างมีเป้าหมาย มีผลลัพธ์ชัดเจน และสามารถต่อยอดเป็นของตกแต่งบ้านหรือของขวัญที่มีเรื่องราวได้
การเปิด “Tiny Town by YUMEYA” ครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการจัดนิทรรศการ แต่เป็นการทดลองโมเดล Experience-driven Growth เราต้องการพิสูจน์ว่าการให้ลูกค้าได้สัมผัสแบรนด์ในรูปแบบที่ลึกกว่าการวางสินค้าโชว์บนชั้น เราคาดหวังว่า Experience Zone ในครั้งนี้จะช่วย สร้าง Emotional Space ให้คนทำงานได้กลับมาโฟกัสกับช่วงเวลาของตัวเอง เราไม่ได้ขายบ้านตุ๊กตา แต่เรากำลังขายช่วงเวลาของความตั้งใจ ความภูมิใจ และความสุขจากการลงมือสร้างสิ่งเล็กๆ ด้วยตัวเอง รวมถึงมุ่งสู่การเป็น Community ของผู้ใหญ่หัวใจเด็กที่พร้อมจะซื้อซ้ำ สะสมต่อ และแชร์ประสบการณ์ของตัวเองผ่านโซเชียล นำไปสู่ Conversion Rate และ Repeat Purchase ได้จริง”
/ ข่าวอัปเดตล่าสุด
- ‘ฟอร์ด-พีท’ ขอบคุณแฟน ๆ ปิดโรงเยียวยาหัวใจ ดู “Yesterday รอยรักวันวาน” EP.5 สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
- เปิดจักรวาลแห่งแรงบันดาลใจ “Amazing Thailand Galaxy of Love 2026”
- Amazfit Active 3 Premium สมาร์ทวอทช์เรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ยกระดับการฝึกซ้อมและการใช้ชีวิตในหนึ่งเดียว
ด้าน วิลเลี่ยม เว่ย ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจค้าปลีกและต่างประเทศ บริษัท โรโบไทม์ จำกัด (ประเทศจีน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์ Rolife ผู้นำระดับโลกด้านงานคราฟต์และโมเดลไม้ DIY กล่าวเสริมว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดและมีศักยภาพสูงสุดสำหรับเราในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราพบว่าผู้บริโภคชาวไทยไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานดีไซน์ แต่ยังมองหาสินค้าที่สามารถสื่อสารถึงตัวตนและช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานได้จริง การเปิดตัว Experience Zone ‘Tiny Town by YUMEYA’ ในครั้งนี้ จึงเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้นำเสนอแนวคิด Life-size Experience เป็นครั้งแรก เพื่อย่อระยะห่างระหว่างโลกแห่งจินตนาการและโลกแห่งความจริงเข้าด้วยกัน เราเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากที่นี่ จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Rolife ในฐานะผู้นำด้าน Healing Lifestyle Brand ที่เข้าถึงหัวใจของกลุ่ม Kidult ในไทยได้อย่างยั่งยืน”
จากโมเดลไม้ DIY สู่ Lifestyle Brand : Rolife ไม่ได้ขายของเล่น แต่ขาย “Healing Experience”
Rolife เป็นแบรนด์ในเครือ Robotime จากประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านโมเดล DIY และงานคราฟต์ไม้ โดยในประเทศไทย Rolife อยู่ภายใต้การดูแลของ RDX International และจัดจำหน่ายผ่านร้าน YUMEYA มากกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์และตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ จุดเด่นของ Rolife คือการผสานเทคโนโลยีการตัดไม้แบบ Laser-cut ที่แม่นยำ ระบบไฟ LED ในตัวที่สามารถใช้เป็นโคมไฟตกแต่งบ้าน และดีไซน์ที่ประกอบง่าย สนุก และผ่อนคลาย โดยสินค้าหลักในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
- DIY Miniature House เช่น Cathy’s Flower House และ Sam’s Study
- Book Nook ฉากคั่นหนังสือ 3 มิติพร้อมไฟ LED เช่น Sakura Densya และ Sunshine Town
- Super Creator Series โมเดลพลาสติก Snap-fit ไม่ใช้กาว ประกอบเสร็จใน 30–60 นาที
- 3D Wooden Puzzle & Music Box เช่น ชิงช้าสวรรค์ รถคลาสสิก
- Blind Box & Art Toy Series เช่น Nanci และ Surprise Figure
เจาะลึก 4 Insight ตลาดไทย : จากของเล่น สู่ “เครื่องมือฮีลใจ”
แม้ Rolife จะถูกมองภายนอกว่าเป็นของเล่น แต่ในความเป็นจริง กลุ่มลูกค้าหลักในประเทศไทยคือผู้ใหญ่ช่วงอายุ 22 – 40 ปี โดยเฉพาะคนทำงานที่ต้องการ Digital Detox พื้นที่พักใจหลังเลิกงาน ปรากฏการณ์ Kidult Economy หรือ “ผู้ใหญ่หัวใจเด็ก” จึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เมื่อคำว่า “ของเล่น” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เด็กอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือสร้างสมดุลชีวิตของผู้ใหญ่ที่เติบโตมากับวัฒนธรรมโมเดล ของสะสม และงานคราฟต์ การเติบโตของกระแสนี้ในไทยเกิดจากความเครียดของสังคมเมือง ความโหยหา Nostalgia และวัฒนธรรมการแชร์ความสำเร็จบนโซเชียล ซึ่งทำให้การประกอบโมเดลไม่ใช่เพียงกิจกรรมยามว่าง แต่คือ “ช่วงเวลาที่หายไป” ที่ผู้บริโภคต้องการทวงคืน 4 Insight สำคัญผู้บริโภคชาวไทยสะท้อนชัดว่าลูกค้าซื้อเพื่อ
- Healing & Mindfulness – ซื้อเพื่อบำบัดจิตใจ ไม่ใช่เพื่อเล่น
- Pride of Accomplishment – ความภูมิใจเกิดขึ้นเมื่อประกอบเสร็จและแชร์ผลงานลงโซเชียล
- Decorative Value – สินค้าหลายรุ่นถูกมองเป็นของแต่งบ้าน โดยเฉพาะรุ่นที่มีไฟ LED
- Gifting Emotion – เป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมวดของขวัญที่สื่อถึงความใส่
พฤติกรรมผู้บริโภคไทยยังชอบเห็นสินค้าประกอบเสร็จจริงก่อนตัดสินใจซื้อ และมีแนวโน้ม “ซื้อซ้ำ” เมื่อเข้าสู่วงการ โดยเฉพาะหลังได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเทนต์ Time-lapse และ ASMR บน TikTok ที่ช่วยกระตุ้นความอยากทำตาม ตลาดนี้จึงไม่ได้เติบโตจาก Demand แบบดั้งเดิม แต่ขับเคลื่อนด้วย Social Influence และ Emotional Need
“ดังนั้น Rolife จึงไม่ได้ขาย “บ้านตุ๊กตา” แต่ขาย Moment ของการจดจ่ออยู่กับชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ทำให้ลืมโลกภายนอกชั่วคราว ลูกค้าหลักของเราไม่ใช่เด็ก แต่คือคนทำงาน Tiny Town by YUMEYA คือพื้นที่ที่ทำให้เขาได้กลับไปสัมผัสความสุขแบบเด็กอีกครั้ง แต่ในบริบทของผู้ใหญ่ที่เข้าใจคุณค่าของเวลาและความตั้งใจ เราไม่ได้ขายของเล่น เรากำลังสร้างพื้นที่ฮีลใจในแบบที่มีความหมายมากขึ้น” คุณสุจิต กล่าวเพิ่มเติม
กลยุทธ์การตลาด 2569: Experience & Emotional Connection
ในปี 2568 Rolife ประเทศไทย ทำยอดขายได้ 50 ล้านบาท และตั้งเป้าขยายสู่ 70 ล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโตประมาณ 40% โดยทิศทางการเติบโตจะขับเคลื่อนผ่าน 4 ปัจจัยหลักได้แก่ การขยายสาขาเพิ่มอีก 6 แห่งทั่วประเทศ, การเพิ่มสัดส่วนสินค้าซีรีส์ Super Creator ที่ตอบโจทย์มือใหม่และคนมีเวลาจำกัด, การขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Young Professionals และการทำ Experience Marketing ผ่าน “Tiny Town by YUMEYA” เพื่อเร่งการรับรู้และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ พร้อมกันนี้ได้ตั้งงบการตลาดปี 2569 ไว้ที่ 20 ล้านบาท มุ่งเน้นกลยุทธ์ “Experience Retail + Community Building” เพื่อสร้างฐานลูกค้าระยะยาว ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย
- In-store Mini Workshop ทดลองประกอบฟรี ลดกำแพงความกลัวของมือใหม่
- UGC Contest ประกวดแต่งบ้านจิ๋ว แชร์ผ่าน TikTok / Instagram
- ASMR & Time-lapse Content คอนเทนต์แนว Oddly Satisfying ที่กระตุ้นความอยากลอง
- Storytelling Marketing ถ่ายทอดเรื่องราวแต่ละโมเดลเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์
รวมถึงแผนออกบูธในงาน Event รวมถึงจัดการแข่งขันต่อบ้านจิ๋ว เป้าหมายไม่ใช่เพียงการเพิ่มยอดขายระยะสั้น แต่คือการสร้าง “Community of Makers” ที่พร้อมซื้อซ้ำ สะสมต่อ และเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ในระยะยาว
มาร่วมสัมผัสโลกใบจิ๋วที่ใหญ่กว่าที่คิด! พบกับ “Tiny Town by YUMEYA” Experience Zone ครั้งแรกในประเทศไทย ที่จะพาคุณก้าวเข้าไปอยู่ในฉากเดียวกับโมเดลสุดประณีต เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569 ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ กรุงเทพฯ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายคราฟต์ นักสะสม หรือแค่อยากลองใช้เวลาคุณภาพกับตัวเอง Tiny Town พร้อมให้คุณมาสัมผัสประสบการณ์จริงก่อนตัดสินใจเลือกชิ้นโปรดกลับบ้าน และพบกับสินค้า Rolife วางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านร้าน YUMEYA ทุกสาขา กว่า 30 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์และตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Instagram : @Rolifebyyumeya
Hashtag : #RolifeTinyTown #DIYMiniature #TinyTownExperience
/ บทความรีวิวล่าสุด
—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!