Site icon Insight Daily

เปิดตัว Samsung Galaxy Watch8 Series ตัวช่วยบอกสัญญาณก่อนร่างรวน

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ประกาศเปิดตัว Galaxy Watch8 และ Galaxy Watch8 Classic อย่างเป็นทางการ มาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ต่อยอดจากรูปทรง Cushion ของ Galaxy Watch Ultra โดยในซีรีส์ใหม่นี้ ซัมซุงได้พัฒนาให้ตัวเรือนบาง เบา และสวมใส่สบายที่สุดเท่าที่เคยมีมา2 เพื่อให้ผู้ใช้สามารถติดตามสุขภาพได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันจนถึงตอนนอน รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ยกระดับประสบการณ์ด้านสุขภาพเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง

ทีเอ็ม โรห์ ประธานองค์กร ธุรกิจโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้คนหลายพันล้านคนมีชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น ด้วยการออกแบบที่มีเป้าหมายชัดเจน ผสานกับเซนเซอร์อัจฉริยะ และประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้ Galaxy Watch8 Series เป็นจุดเริ่มต้นของไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ดีในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว พร้อมเป็นแรงสนับสนุนให้ผู้ใช้ลงมือดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างจริงจัง”

พลิกโฉมทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน เพื่อประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่เหนือกว่า

Galaxy Watch8 Series ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งภายนอกและภายใน เพื่อการสวมใส่ที่สบายควบคู่กับประสิทธิภาพการใช้งานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม โดยนำดีไซน์แบบ Cushion อันเป็นเอกลักษณ์ที่เปิดตัวครั้งแรกใน Galaxy Watch Ultra ปรับปรุงโครงสร้างภายในใหม่ทั้งหมด เพิ่มประสิทธิภาพการจัดวางชิ้นส่วนที่ดีขึ้นถึง 30% ส่งผลให้ตัวเรือนบางลงถึง 11% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ขณะที่ระบบ Dynamic Lug ช่วยให้ตัวเรือนขยับได้อย่างเป็นธรรมชาติไปตามข้อมือ เพิ่มความกระชับและสบายขณะสวมใส่ ช่วยให้การติดตามสุขภาพมีความแม่นยำยิ่งขึ้น2

ไม่เพียงแค่รูปลักษณ์ที่เพรียวบาง Galaxy Watch8 ยังมาพร้อมสมรรถนะอันทรงพลัง รองรับการใช้งานในที่กลางแจ้ง ด้วยหน้าจอที่สว่างขึ้นถึง 50% พร้อมความสว่างสูงสุด 3,000 nits อ่านหน้าจอได้ชัดแม้ในที่แสงจ้า รวมทั้งยังมีการปรับปรุงแบตเตอรี่ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เคลื่อนไหวแอคทีฟตลอดวัน นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ GPS แบบ Dual-Frequency ที่ให้ผลลัพธ์แม่นยำยิ่งขึ้น และโปรเซสเซอร์ขนาด 3nm ที่เร็วที่สุดและประหยัดพลังงานที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน Galaxy Watch

นอกจากนี้ Galaxy Watch8 Series ยังมาพร้อม BioActive Sensor รุ่นใหม่ล่าสุด ที่สามารถวัดข้อมูลสุขภาพได้อย่างแม่นยำและเจาะลึกยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสุขภาพของตนเองได้ในมิติที่หลากหลายและรอบด้านยิ่งกว่าเดิม

อัปเดตฟีเจอร์เพื่อสุขภาพ บอกสัญญาณก่อนร่างรวน

ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ด้วย Wear OS 6 และ Gemini

Galaxy Watch8 Series เป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Wear OS 6 และติดตั้ง Gemini9 ผู้ช่วยอัจฉริยะจาก Google มาให้พร้อมใช้งานตั้งแต่แกะกล่อง โดยได้รับการพัฒนาร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างซัมซุงและ Google

ผู้ใช้สามารถสั่งการด้วยเสียงอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อใช้งานแอปต่าง ๆ บนข้อมือ ไม่ว่าจะเป็น Samsung Health, Calendar, Reminder หรือ Clock เช่น เพียงพูดว่า “หาร้านกาแฟใกล้ฉัน” แล้วส่งข้อความชวนเพื่อนไปเจอกัน ก็สามารถทำได้ภายในคำสั่งเดียว หรือพูดว่า “เริ่มวิ่ง 30 นาที” ตัวนาฬิกาจะเริ่มบันทึกการออกกำลังกายใน Samsung Health ให้อัตโนมัติ

ขณะเดียวกัน One UI 8 Watch ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับขนาดและรูปทรงของหน้าปัดนาฬิกาโดยเฉพาะ ฟีเจอร์ Multi-Info Tiles ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลสุขภาพ สภาพอากาศ และกิจกรรมต่าง ๆ ได้ในมุมมองเดียว ขณะที่ Now Bar และระบบการแจ้งเตือนรูปแบบใหม่ จะช่วยให้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ดีไซน์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และการวางจำหน่าย

Galaxy Watch8, Galaxy Watch8 Classic และ Galaxy Watch Ultra รุ่นใหม่ พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้10

นอกจากนี้ยังมี Galaxy Ring คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ ดีไซน์เรียบหรู สามารถติดตามสุขภาพได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง สวมใส่สบาย และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 7 วัน มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สี Titanium Black, สี Titanium Silver และ สี Titanium Gold พร้อมขนาดตั้งแต่ไซซ์ 6 ถึง 1310


ข้อมูลจำเพาะ Galaxy Watch8 Series

  Galaxy Watch8 Galaxy Watch8 Classic
สี 44มม.: Graphite
40มม.: Graphite, Silver
46 มม.: Black, White
ขนาด[12]
& น้ำหนัก[13]
44 มม.: 43.7มม. x 46มม. x 8.6t (34 กรัม)
40มม.: 40.4มม. x 42.7มม. x 8.6t (34 กรัม)
46มม.: 46.4มม. x 46มม.
10.6t (63.5 กรัม)
หน้าจอ Sapphire Crystal
– 44มม.: 1.47 นิ้ว (480×480)
Super AMOLED, Full Color Always On Display– 40มม.: 1.34 นิ้ว (438×438)
Super AMOLED, Full Color Always On Display
Sapphire Crystal
– 46มม.: 1.34 นิ้ว (438×438)
Super AMOLED, Full Color Always On Display
ชิปประมวลผล Exynos W1000 (5 Core, 3nm)
ความจำ & หน่วยความจำ 2GB + 32GB 2GB + 64GB
แบตเตอรี่[14] (typical) 44มม.: 435mAh
40มม.: 325mAh
445mAh
การชาร์จ15] Fast Charging (WPC-based wireless charging)
ระบบปฏิบัติการ[16] Wear OS Powered by Samsung (Wear OS 6)
UI One UI 8 Watch
One UI 8 Watch
เซ็นเซอร์ Samsung BioActive Sensor (Optical Bio-signal Sensor + Electrical Heart Signal + Bioelectrical Impedance Analysis), Temperature Sensor, Accelerometer, Barometer, Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Light Sensor Samsung BioActive Sensor (Optical Bio-signal Sensor + Electrical Heart Signal + Bioelectrical Impedance Analysis), Temperature Sensor, Accelerometer, Barometer, Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Light Sensor, 3D Hall sensor
การเชื่อมต่อ LTE[17], Bluetooth 5.3, Wi-Fi 2.4+5GHz, NFC, L1+L5 Dual-Frequency GPS (GPS, Glonass, Beidou, Galileo)
ความทนทาน[18] 5ATM + IP68 / MIL-STD-810H
ความสามารถในการใช้งานร่วมกัน Android 12.0 or higher and with more than 1.5GB of memory[19]

[1] การวางจำหน่ายและฟีเจอร์อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ รุ่นของผลิตภัณฑ์ และสมาร์ทโฟนที่ใช้งานร่วมกัน คุณสมบัติ ฟังก์ชัน สเปก และข้อมูลผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ระบุในเอกสารนี้ รวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) ประโยชน์การใช้งาน การออกแบบ ราคา ส่วนประกอบ ประสิทธิภาพ การวางจำหน่าย และความสามารถของผลิตภัณฑ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
[2] เมื่อเทียบกับ Galaxy Watch รุ่นก่อนหน้า
[3] ในการวัดค่าดัชนีสารต้านอนุมูลอิสระ ผู้ใช้ควรวางปลายนิ้วให้อยู่กึ่งกลางบนเซ็นเซอร์ด้านหลังของนาฬิกา และกดค้างไว้เป็นเวลา 5 วินาที แม้ว่าจะสามารถใช้ได้กับนิ้วทุกนิ้ว แต่แนะนำให้ใช้นิ้วหัวแม่มือเพื่อความแม่นยำสูงสุด หากต้องทำการวัดซ้ำ เนื่องจากลักษณะพื้นผิวผิวหนังที่ไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันได้
[4] อ้างอิงจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการนอนและจังหวะนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) ของผู้ใช้ตลอดระยะเวลา 3 วัน
[5] ผู้ใช้จำเป็นต้องสวม Galaxy Watch ที่รองรับในขณะนอนหลับอย่างน้อย 3 ครั้ง ภายในช่วง 14 วันที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้
[6] ก่อนเริ่มโปรแกรม Running Coach ผู้ใช้จำเป็นต้องทำแบบทดสอบระดับการวิ่งและได้รับการประเมินระดับก่อน
[7] อุปกรณ์นี้ออกแบบมาเพื่อการดูแลสุขภาพทั่วไปและการออกกำลังกายเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตรวจหา วินิจฉัย รักษา เฝ้าติดตาม หรือจัดการภาวะหรือโรคทางการแพทย์ใดๆ ข้อมูลด้านสุขภาพใดๆ ที่เข้าถึงได้ผ่านอุปกรณ์และ/หรือแอปพลิเคชัน ไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ใช้งานควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำทางการแพทย์ที่เหมาะสม ฟีเจอร์บางอย่างอาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ผู้ให้บริการเครือข่าย หรืออุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน
[8] ฟีเจอร์นี้จะสามารถใช้งานได้ต่อเมื่อผู้ใช้เคยลงทะเบียน Galaxy Watch หรือ Galaxy Ring ที่รองรับอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
[9] แอป Gemini บนมือถือรองรับเฉพาะบางอุปกรณ์ ภาษา และบางประเทศเท่านั้น ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทวอทช์ Wear OS ที่รองรับและอุปกรณ์ที่รองรับเช่นกัน โปรดตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คุณสมบัติอาจแตกต่างกันไปตามประเภทการสมัครใช้งานและบัญชี ผลลัพธ์ใช้เพื่อประกอบภาพรวมเท่านั้น และอาจแตกต่างกันไป โดย Google และ Gemini เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC.
[10] สีและขนาดของผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกันไปตามประเทศ
[11] สายนาฬิกาจำหน่ายแยกต่างหาก และอาจมีความหลากหลายในการวางจำหน่ายตามประเทศหรือผู้ให้บริการเครือข่าย
[12] ขนาดที่ระบุไม่รวมเซ็นเซอร์สุขภาพ
[13] น้ำหนักที่ระบุไม่รวมน้ำหนักของสายนาฬิกา
[14] อายุการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบภายในห้องปฏิบัติการของซัมซุง จากรูปแบบการใช้งานทั่วไป ผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างกันตามพฤติกรรมการใช้งาน รุ่นอุปกรณ์ สภาพแวดล้อมของเครือข่าย และปัจจัยอื่นๆ ค่าทั่วไปได้มาจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการของบุคคลที่สาม โดยเป็นค่าประมาณเฉลี่ยที่พิจารณาความคลาดเคลื่อนของความจุแบตเตอรี่จากตัวอย่างที่ทดสอบตามมาตรฐาน IEC 61960
[15] การทดสอบโดยซัมซุงทำกับอุปกรณ์เวอร์ชันก่อนวางจำหน่ายของ Galaxy Watch8 และ Galaxy Watch8 Classic (BT และ LTE) ที่จับคู่กับสมาร์ทโฟนซัมซุง โดยใช้งานร่วมกับสายชาร์จ Galaxy Watch Magnetic Fast Charging USB C Cable (EP-OL300) และอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว Samsung 25W USB C Power Adapter (EP-TA800) ซึ่งจำหน่ายแยกต่างหาก ระยะเวลาการชาร์จอาจแตกต่างกันตามภูมิภาค การตั้งค่า พฤติกรรมการใช้งาน และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างจากที่แสดง
[16] Wear OS Powered by Samsung รองรับเฉพาะสมาร์ทโฟน Android 12 ขึ้นไป ที่มี RAM มากกว่า 1.5GB โดยอุปกรณ์ที่รองรับอาจแตกต่างกันตามประเทศ ผู้ให้บริการเครือข่าย หรือแบรนด์ของอุปกรณ์
[17] การเชื่อมต่อ LTE รองรับเฉพาะรุ่นที่รองรับ LTE เท่านั้น
[18] Galaxy Watch8 Series ผ่านการรับรองมาตรฐานความทนทาน MIL-STD 810H โดยผ่านการทดสอบภายใต้สภาวะอุณหภูมิ -20°C (1 ชั่วโมง) และ 50°C (1 ชั่วโมง) สลับกัน รวมทั้งหมด 6 ชั่วโมง
[19] การเปิดใช้งานอุปกรณ์สามารถทำได้หลังจากเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่รองรับบริการ Google Mobile Services อุปกรณ์ที่รองรับอาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ผู้ให้บริการเครือข่าย หรือแบรนด์ของอุปกรณ์

—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

 

Exit mobile version