Apple เปิดตัว Apple Watch Series 9 และ Apple Watch SE
Apple เปิดตัว Apple Watch Series 9 โดยนำความสามารถ ใหม่ๆ มาสู่นาฬิกาที่ขายดีที่สุดในโลก และทำตามหมุดหมายสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมได้สำเร็จ Apple Watch Series 9 ทรงพลังยิ่งกว่าเคยด้วย SiP รุ่น S9 ใหม่ ซึ่งมาพร้อมประสิทธิภาพและความสามารถที่เพิ่มขึ้น, คำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง” ใหม่อันน่าทึ่ง, จอภาพที่สว่างขึ้น, Siri บนอุปกรณ์ที่เร็วขึ้น, ความสามารถใหม่ในการเข้าถึงและบันทึกข้อมูลสุขภาพ ตลอดจนคุณสมบัติค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงสำหรับ iPhone และอีกมากมาย
Apple Watch Series 9 ขับเคลื่อนโดย watchOS 10 ซึ่งมาพร้อมแอปที่ออกแบบใหม่, Smart Stack ใหม่, หน้าปัดนาฬิกาแบบใหม่, คุณสมบัติการปั่นจักรยานและการเดินเขาใหม่ และเครื่องมือเพื่อสนับสนุนด้านสุขภาพจิต นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าสามารถจับคู่สายและตัวเรือนแบบต่างๆ ของ Apple Watch ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่จะนำ Apple ไปสู่เป้าหมาย Apple 2030 นั่นคือการทำให้ธุรกิจทั้งหมด ตลอดจนซัพพลายเชนการผลิต และวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์มีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030
SiP รุ่น S9 ใหม่อันทรงพลัง
Apple Watch Series 9 ขับเคลื่อนโดย Apple Silicon ที่ปรับแต่งได้ใน SiP รุ่น S9 แบบใหม่หมด ชิปนาฬิกาที่ทรงพลังที่สุดของ Apple นี้ได้รับการปรับปรุงทั้งระบบและมาพร้อมคุณสมบัติโฉมใหม่ รวมถึงคำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง” และ Siri บนอุปกรณ์พร้อมด้วยความสามารถในการเข้าถึงและบันทึกข้อมูลสุขภาพได้อย่างเป็นส่วนตัวและปลอดภัย Apple Watch Series 9 ยังมาพร้อมกับ Neural Engine แบบ 4-core ใหม่ที่สามารถประมวลผลงานด้านการเรียนรู้ของระบบได้เร็วกว่า Apple Watch Series 8 สูงสุดถึงสองเท่า และการประหยัดพลังงานของ SiP รุ่น 9 ยังช่วยให้ Apple Watch Series 9 คงอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ 18 ชั่วโมงตลอดทั้งวัน
คำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง”
นวัตกรรมต่างๆ เช่น Digital Crown และ Taptic Engine รวมถึงคำสั่งนิ้วอย่างการแตะ ปัด ยกข้อมือ และบังหน้าปัดเพื่อปิดเสียงคือสิ่งที่ทำให้ Apple Watch เป็นอุปกรณ์ที่เรียบง่ายและใช้งานได้ง่าย และวันนี้ ผู้ใช้จะควบคุม Apple Watch Series 9 ได้อย่างง่ายดายโดยใช้เพียงแค่มือเดียวและไม่ต้องแตะจอภาพด้วยคำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง” ใหม่ ผู้ใช้สามารถแตะนิ้วชี้กับนิ้วโป้งสองครั้งด้วยมือที่สวมนาฬิกาเพื่อทำสิ่งที่ทำบ่อยๆ ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายบน Apple Watch Series 9 โดยการแตะสองครั้งจะเข้าถึงการควบคุมปุ่มหลักในแอป
ซึ่งใช้เพื่อหยุดตัวจับเวลา เล่นหรือหยุดเพลงชั่วคราว หรือเลื่อนนาฬิกาปลุกได้ นอกจากนั้น ยังสามารถใช้คำสั่งนี้เพื่อรับและวางสายโทรศัพท์ และแม้กระทั่งถ่ายภาพด้วยรีโมทกล้องบน Apple Watch ได้ด้วย การแตะสองครั้งยังเป็นการเปิด Smart Stack จากหน้าปัดนาฬิกา และเมื่อทำเช่นเดิมอีกครั้งก็จะเลื่อนผ่านวิดเจ็ตต่างๆ ในสแต็คได้ คำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง” ใหม่นี้ขับเคลื่อนด้วย Neural Engine ที่เร็วกว่าเดิมใน Apple Watch Series 9 ซึ่งสามารถประมวลผลข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ไจโรสโคป
และเซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบออปติคัลพร้อมด้วยอัลกอริทึมการเรียนรู้ของระบบใหม่ อัลกอริทึมจะตรวจจับการเคลื่อนไหวเล็กน้อยและการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนโลหิตเมื่อมือและนิ้วขยับขณะแตะสองครั้ง คำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง” จะสามารถใช้ได้เมื่อมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ในเดือนหน้า
จอภาพที่สว่างยิ่งขึ้น
SiP รุ่น S9 ที่ประหยัดพลังงานและสถาปัตยกรรมการแสดงผลขั้นสูงช่วยเพิ่มความสว่างสูงสุดของจอภาพ Apple Watch Series 9 ได้ถึง 2,000 นิต ซึ่งมากกว่า Series 8 ถึงสองเท่า ผู้ใช้จึงอ่านข้อความได้ง่ายขึ้นในที่ที่มีแสงแดดจ้า และสำหรับห้องมืดหรือช่วงเช้าตรู่ จอภาพยังสามารถหรี่แสงลงให้เหลือเพียงหนึ่งนิตเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ที่อยู่ใกล้
Siri บนอุปกรณ์พร้อมด้วยความสามารถในการเข้าถึงและบันทึกข้อมูลสุขภาพ
นับเป็นครั้งแรกบน Apple Watch ที่คำขอ Siri บางอย่างสามารถประมวลผลบนอุปกรณ์ได้เลย และสำหรับคำขอที่ไม่ต้องใช้ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต เช่น การเริ่มออกกำลังกายหรือตั้งตัวจับเวลานั้น Siri จะไม่ต้องใช้เครือข่าย Wi-Fi หรือเซลลูลาร์ จึงสามารถตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้น Neural Engine อันทรงพลังยังทำให้การป้อนตามคำบอกมีความแม่นยำขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับ Apple Watch Series 8 การประมวลผลบนอุปกรณ์นั้นจะเป็นส่วนตัวและปลอดภัย
และตอนนี้ผู้ใช้ยังสามารถใช้ Siri เพื่อเข้าถึงข้อมูลจากแอปสุขภาพได้ทันที หากมีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและฟิตเนส ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถถาม Siri ว่าเมื่อคืนก่อนนอนหลับไปกี่ชั่วโมง ใกล้จะปิดวงแหวนกิจกรรมได้หรือยัง หรือสอบถามเกี่ยวกับระดับน้ำตาลในเลือดหากมีเครื่องวัดที่เชื่อมต่ออยู่ ผู้ใช้ยังขอให้ Siri บันทึกข้อมูลสุขภาพจากบน Apple Watch Series 9 ได้ด้วย เช่น ข้อมูลน้ำหนัก ประจำเดือน หรือยาที่รับประทาน2 การค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงและการทำงานร่วมกับ HomePod ความสามารถในการใช้ Apple Watch เพื่อค้นหา iPhone เป็นคุณสมบัติโปรดของผู้ใช้อยู่แล้ว
และตอนนี้ SiP รุ่น S9 ยังมาพร้อมชิปอัลตร้าไวด์แบนด์ (UWB) เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่ทำให้ใช้งานคุณสมบัติค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone 15 ซึ่งใช้ชิปเดียวกันได้ คุณสมบัติค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงให้ข้อมูลระยะทางและทิศทาง รวมถึงการนำทางไปยัง iPhone ที่วางไว้ผิดที่ด้วยภาพ การสั่น และเสียง แม้ว่าจะลืมไว้คนละห้องก็ตาม
อัลตร้าไวด์แบนด์ยังทำงานร่วมกับ Apple Watch และ HomePod ได้ดียิ่งขึ้นด้วย เมื่อผู้ใช้ Apple Watch เข้าใกล้ HomePod ที่กำลังเล่นเสียงอยู่ภายในระยะ 4 เมตร Apple Watch Series 9 จะเปิดหน้าจอ “กำลังเล่นอยู่” เพื่อให้ผู้ใช้ควบคุมสื่อ หรือหากไม่มีอะไรเล่นอยู่บน HomePod คำแนะนำสื่อจะปรากฏที่ด้านบนของ Smart Stack
ราคาจำหน่ายในประเทศไทย
- Apple Watch 9 | อลูมิเนียม | 41มม. > ราคา 15,900 บาท
- Apple Watch 9 | อลูมิเนียม | 45มม. > ราคา 16,900 บาท
- Apple Watch 9 | สแตนเลส | 41มม. > ราคา 27,900 บาท
- Apple Watch 9 | สแตนเลส | 45มม. > ราคา 29,900 บาท
เปิดจำหน่ายวันที่ 22 กันยายน 2566 เป็นต้นไป
Apple Watch SE
Apple Watch SE ยังคงมอบประสบการณ์หลักของ Apple Watch ในราคาเริ่มต้นที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น และยังเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมให้ผู้ใช้ได้เริ่มต้นเส้นทางของ Apple Watch, ใช้งานคุณสมบัติการตั้งค่าครอบครัว หรือมอบเป็นของขวัญให้คนที่รัก นอกจากนี้ Apple Watch SE ยังมีการติดตามกิจกรรม, การแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจเร็วและช้า, การตรวจจับการล้ม, SOS ฉุกเฉิน, การตรวจจับการชนกันและ watchOS 10
ราคาจำหน่าย Apple SE ในไทย
- Apple Watch SE | GPS | 41มม. > ราคา 9,490 บาท
- Apple Watch SE | GPS | 44มม. > ราคา 11,490 บาท
- Apple Watch SE | GPS+Cellular | 41มม. > ราคา 10,490 บาท
- Apple Watch SE | GPS+Cellular | 44มม. > ราคา 12,490 บาท
เปิดจำหน่ายวันที่ 22 กันยายน 2566 เป็นต้นไป
กลุ่มผลิตภัณฑ์
- Apple Watch Series 9 มีจำหน่ายในขนาด 41 มม. และ 45 มม. ในสีสตาร์ไลท์ สีมิดไนท์ สีเงิน รุ่น (PRODUCT)RED และตัวเรือนอะลูมิเนียมสีชมพูใหม่ รวมถึงตัวเรือนสแตนเลสสตีลสีทอง สีเงิน และสีกราไฟต์
- Apple Watch Series 9 ตัวเรือนอะลูมิเนียมทุกเรือนที่มีสายแบบ Sport Loop ใหม่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน
- Apple Watch SE มีจำหน่ายในตัวเรือนอะลูมิเนียมขนาด 40 มม. และ 44 มม. และมีความเป็นกลางทางคาร์บอนเมื่อจับคู่กับสายแบบ Sport Loop ใหม่ Apple Watch Hermès มีจำหน่ายในตัวเรือนสแตนเลสสตีลสีเงิน และสีดำสเปซแบล็ค
สายนาฬิกา Apple เปิดตัว FineWoven ซึ่งเป็นผ้าไมโครทวิลที่ทั้งหรูหราและทนทาน ผลิตจากวัสดุที่รีไซเคิลจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วถึง 68% ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับหนัง โดย FineWoven เป็นผ้าที่ให้สัมผัสเหมือนหนังกลับและมีให้เลือกทั้งแบบ Magnetic Link และ Modern Buckle ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป Apple จะไม่ใช้หนังในผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple อีกต่อไป รวมถึงสายนาฬิกาด้วย สายแบบ Sport Loop ยอดนิยมได้รับการออกแบบใหม่โดยใช้เส้นด้ายรีไซเคิลถึง 82% สาย Apple Watch แบบ Sport Loop ใหม่ทั้งหมดมีความเป็นกลางทางคาร์บอน
Apple ทำงานร่วมกับ Nike และ Hermès เพื่อรังสรรค์คอลเลกชั่นสายนาฬิกาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น วันนี้ สาย Nike Sport Band ประกอบด้วยยางฟลูโอโรอีลาสโตเมอร์รีไซเคิลอย่างน้อย 32% ซึ่งรวมถึงเกล็ดเล็กๆ หลากสีสันที่ทำมาจากสายเหลือใช้เพื่อสร้างลวดลายที่ไม่มีรูปแบบตายตัว จึงทำให้สายแต่ละเส้นนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร ในขณะที่สาย Nike Sport Loop ก็ผลิตด้วยกรรมวิธีการย้อมสีแบบ Space-dye โดยนำด้ายจากคอลเลกชั่นต่างๆ ก่อนหน้านี้กลับมาใช้ใหม่
คอลเลกชั่นใหม่ของสายนาฬิกา Hermès คือการดึงเอาประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ในด้านสิ่งทอและงานฝีมือมารังสรรค์ใหม่อย่างงดงาม ขอแนะนำสายแบบทอใหม่ 2 สาย ได้แก่ Toile H ซึ่งเป็นการนำแคนวาสลายตารางอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาตีความใหม่ และ Twill Jump สายแบบทอที่มีสีสันชัดเจนพร้อมรายละเอียดที่ตัดกัน
สายแบบถักครั้งแรกสำหรับ Apple Watch ได้แก่ Bridon สายที่ถักด้วยมือเป็นลายเชฟรอนอันโดดเด่น และ Kilim สายสไตล์สปอร์ตที่ทำจากยางอัดขึ้นรูปกันน้ำและมาพร้อมหัวล็อคบานพับที่ปลดออกได้ หน้าปัดนาฬิกาใหม่สุดคลาสสิก Hermès Radial ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับสายนาฬิกาทั้งสี่สไตล์ใหม่นี้3 Apple Watch Hermès แสดงพร้อมกับสาย Bridon ที่ถักด้วยมือ Apple Watch Hermès แสดงพร้อมสาย Kilim ที่สร้างสรรค์จากยางอัดขึ้นรูปกันน้ำ Apple Watch Hermès แสดงพร้อมสาย Twill Jump Apple Watch Hermès แสดงพร้อมสาย Toile H














