Insight Brand — “VAIO” หนึ่งในแบรนด์คอมพิวเตอร์ระดับโลกที่หลายคนคิดถึง
“VAIO” แบรนด์คอมพิวเตอร์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงยังเป็นแบรนด์ที่คิดค้นนวัตกรรมสุดล้ำมากมาย ดังนั้นในครั้งนี้ เรามาร่วมย้อนเวลากลับไปดูกันหน่อยว่า มีผลิตภัณฑ์อะไรที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการคอมพิวเตอร์กันบ้าง… ถ้าพร้อมแล้วไปกันได้เลย! จุดเริ่มต้นของ VAIO ย้อนกลับไปในปี 1996, แบรนด์ VAIO ถูกก่อตั้งขึ้นโดย Sony Corporation ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการสร้างคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมด้วยดีไซน์สวยงาม และบางเบาพกพาง่าย รวมถึงแนวคิดหลักในการสร้างผลิตภัณฑ์ของ VAIO ยังยึดหลักการ 3 ด้าน ได้แก่ “Inspiring”, “Ingenious”, “Genuine” จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของแบรนด์จึงมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน ปัจจุบันแบรนด์ VAIO ถูกแยกตัวออกจาก Sony ไปแล้วเมื่อปี 2014 แต่ก็ยังคงมุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชั้นยอดออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องจวบจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะทำตลาดเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้นก็ตาม ความหมายที่ซ่อนอยู่ของโลโก้ VAIO โลโก้ VAIO ถูกออกแบบโดยคุณ “Teiyu Goto” ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Sony Creative Center ซึ่งคอนเซ็ปต์หลักในการออกแบบก็คือตัวอักษร “VA” สื่อถึงคลื่นสัญญาณแอนะล็อก และตัวอักษร “IO” สื่อถึงรหัสไบนารี (Binary Code) ดังนั้นเมื่อนำทั้งสองคำมารวมกันจึงเกิดเป็นความหมายว่าเป็นการหลอมรวมแอนะล็อกและดิจิทัลเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีของแบรนด์ VAIO และนี่ก็คือความหมายที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดภายใต้โลโก้ที่สวยงามนั่นเอง / อ่านบทความ Insight Brand – Insight Talk ล่าสุด Insight Talk — 3 เหตุผล! ทำไมคนทั่วโลกนิยมใช้สมาร์ตโฟน “Android” Insight Brand — เปิดตำนาน
Read MoreInsight Brand — เปิดตำนาน “เกมงู” ยอดเกมสุดคลาสสิกบนมือถือ Nokia
เมื่อพูดถึงโทรศัพท์มือถือ Nokia 3310 เชื่อว่าหลายคนคงต้องนึกถึง “เกมงู” ขึ้นมาในหัวเป็นสิ่งแรกอย่างแน่นอน และเจ้าเกมนี้เองที่สร้างชื่อ จนกลายเป็นไอคอนิกสุดคลาสสิกของแบรนด์ Nokia ดังนั้นในครั้งนี้เรามาร่วมย้อนตำนานและหวนรำลึกกันสักหน่อยว่า “เกมงู” เกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าพร้อมแล้วเราไปกันเลย! จุดเริ่มต้น “เกมงู” เกิดขึ้นได้อย่างไร ย้อนกลับไปในปี 1976, มีชายหนุ่มนามว่า Lane Hauck ได้พัฒนา ‘Blockade’ ขึ้น ซึ่งเป็นเกมแนวพัซเซิลสำหรับตู้เกม Arcade โดยเฉพาะ สามารถเล่นได้พร้อมกันสองคน วิธีการเล่นก็ไม่ซับซ้อน เพียงควบคุมทิศทางลูกศรไม่ให้ชนตัวเอง กำแพง รวมถึงผู้เล่นคนอื่น ๆ นอกจากนี้ ตัวเกมยังมาพร้อมกับภาพกราฟิกแบบดอท-เมทริกซ์อีกด้วย และที่กล่าวไปทั้งหมด นับเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนา “เกมงู” ต่อมานั่นเอง / บทความ Insight Brand – Insight Talk ล่าสุด Insight Talk — 10 ข้อควรรู้ ก่อนซื้อ “MacBook Neo” Insight Talk — 6 เหตุผล ทำไมชิป “NVIDIA RTX Spark” จะพลิกโฉมวงการพีซีไปตลอดกาล Insight Brand — “VERTU” ที่สุดแห่งแบรนด์ลักซ์ชัวรี่โฟน Nokia รุ่นแรกที่มี “เกมงู” “เกมงู” ได้เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรกในปี 1997 บนโทรศัพท์มือถือ Nokia 6110 แต่โทรศัพท์มือถือรุ่นที่สร้างชื่อให้
Read MoreInsight Brand — “VERTU” ที่สุดแห่งแบรนด์ลักซ์ชัวรี่โฟน
หากจะพูดถึงลักซ์ชัวรี่โฟนระดับโลกสักหนึ่งแบรนด์ เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึง “VERTU” (เวอร์ตู) แว้บขึ้นมาในหัวเป็นชื่อแรกอย่างแน่นอน ดังนั้น ในครั้งนี้เราจะนำทุกคนไปร่วมสัมผัสความลักซ์ชัวรี่ผ่านเรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์ VERTU กันสักหน่อย ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! “VERTU” มีจุดเริ่มต้นอย่างไร? ย้อนกลับไปในปี 1998 แบรนด์ VERTU ถูกก่อตั้งขึ้นโดยเจ้าพ่อในวงการสัญชาติฟินแลนด์นามว่า “Nokia” ด้วยวิสัยทัศน์อันแรงกล้าที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โทรศัพท์มือถือระดับพรีเมี่ยมที่ผสานงานออกแบบชั้นเลิศเข้ากับนวัตกรรมอย่างลงตัว และขึ้นชื่อว่าเป็นลักซ์ชัวรี่โฟนจึงถูกผลิตและประดับตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมไม่ว่าจะเป็นไทเทเนียม, เพชร, คริสตัลแซฟไฟร์ และหนัง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ VERTU จะกลายเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงจนไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ปี 2002, VERTU เปิดตัวลักซ์ชัวรี่โฟนรุ่นแรกในชื่อซีรีส์ “Signature” ที่ได้แนวคิดและแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ (Excalibur) ของกษัตริย์อาร์เทอร์ (King Arthur) นอกเหนือจากงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ด้านการผลิตก็ประณีตบรรจงด้วยการรวมเอาวัสดุชั้นยอดทั้งทองคำขาว 18 กะรัต, คริสตัลแซฟไฟร์, เซรามิค, หนังวัวแท้ และสเตนเลสสตีล เพื่อนำมาประกอบเป็นตัวเครื่องจนกลายเป็นที่สุดของลักซ์ชัวรี่โฟนในยุคนั้น และวางขายด้วยราคาประมาณ 2xx,xxx บาท ปี 2004, VERTU เปิดตัวลักซ์ชัวรี่โฟนซีรีส์ที่ 2 ในชื่อ “Ascent” ที่ยังคงกลิ่นอายความหรูหราแต่แฝงความเท่สไตล์สปอร์ตด้วยฝาหลังหุ้มด้วยหนังแท้ และวางขายด้วยราคาประมาณ 12x,xxx บาท ปี 2006, VERTU เปิดตัวลักซ์ชัวรี่โฟนซีรีส์ที่ 3 ในชื่อ “Constellation” นับเป็นรุ่นที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย และยังเป็นรุ่นแรกของโลกที่ใช้ปุ่มกดแบบเซรามิค รวมถึงยังเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดตลอดกาลทะลุ 100,000 เครื่อง และวางขายด้วยราคาประมาณ 1xx,xxx บาท ปี 2007, VERTU
Read MoreInsight Brand — Nothing แบรนด์น้องใหม่ที่มีดีมากกว่าคำว่า ‘อินดี้’
หากจะพูดถึงมือถือน้องใหม่สักหนึ่งแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครเกินกว่าแบรนด์ Nothing ดังนั้น เรามาร่วมทำความรู้จักน้องใหม่รายนี้กันให้มากขึ้นว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! Nothing มีจุดเริ่มต้นอย่างไร? การเดินทางเริ่มต้นขึ้นในปี 2020 โดย Carl Pei อดีตผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ OnePlus ได้เปิดตัว Nothing บริษัทสตาร์ทอัพของตัวเองขึ้น ด้วยการระดมทุนจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ประกอบด้วย Tony Fadell, Casey Neistat, Kevin Lin และ Steve Huffman โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นทั้งดีไซน์และเทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ ถัดมาในปี 2021, Google Ventures (GV) เข้าร่วมลงทุนด้วยเงิน 15 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนั้น Nothing ยังสร้างปรากฏการณ์เป็นสตาร์ทอัพที่ระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิงได้เงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยเวลาเพียงแค่ 54 วินาทีเท่านั้น ต่อมาในปีเดียวกันได้เปิดตัว “Concept 1” หูฟังไร้สายดีไซน์โปร่งใส นับเป็นการสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับวงการ เนื่องจากโปรดักต์ชิ้นแรกไม่ใช่สมาร์ตโฟนนั่นเอง และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นการเดินทางของแบรนด์ Nothing Nothing มีโปรดักส์อะไรบ้าง? Nothing ear (1) เปิดตัวเมื่อปี 2021 หูฟังไร้สายดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ และมาพร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนและกันน้ำมาตรฐาน IPX4 Nothing Phone (1) เปิดตัวเมื่อปี 2022 เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยกับสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่มีฝาหลังดีไซน์โปร่งใสพร้อมแถบไฟ “Glyphs” ดูเท่ไม่เหมือนใครซึ่งสะท้อนตัวตนความเป็น Nothing Phone ได้อย่างชัดเจน Nothing Ear
Read MoreInsight Brand — ‘BlackBerry’ อดีตยักษ์ใหญ่… ผู้เคยสร้างสรรค์นวัตกรรมเปลี่ยนโลก
เมื่อพูดถึงสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY คงไม่มีใครที่ไม่นึกถึงแบรนด์ ‘BlackBerry’ แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีรุ่นใหม่วางขายแล้วก็ตาม แต่นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างนวัตกรรมมากมายให้กับวงการเทคโนโลยี ในครั้งนี้เรามาย้อนดูความสำเร็จในอดีตกันหน่อยว่ามีอะไรที่น่าจดจำบ้าง …ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! จุดเริ่มต้นของ BlackBerry ย้อนกลับไปในปี 1999, BlackBerry เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในชื่อ BlackBerry 850 ด้วยการชูจุดเด่นที่แบรนด์อื่นไม่มีก็คือสามารถใช้งานอีเมลได้ในทุกที่ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมรุ่นนี้ถึงกลายเป็นสมาร์ตโฟนที่ดีที่สุดในยุคนั้น รวมถึงยังมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียด 132 x 65 พิกเซล และมีคีย์บอร์ด QWERTY อันเป็นเอกลักษณ์ ปี 2002, BlackBerry เปิดตัว BlackBerry 5810 นับเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนรุ่นแรกๆ ที่รองรับ Java มีหน้าจอขาวดำความละเอียด 160 x 160 พิกเซล รองรับเครือข่าย 2G และ SMS แต่รุ่นนี้เมื่อใช้งานฟังก์ชันโทรศัพท์จำเป็นต้องใช้ร่วมกับหูฟัง ถัดมาในปีเดียวกันได้เปิดตัว BlackBerry 6710 รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นจึงทำให้ใช้งานฟังก์ชันโทรศัพท์ได้ในตัวแล้ว ปี 2003, BlackBerry เปิดตัว BlackBerry 6210 ถือเป็นรุ่นระดับกลางที่ใช้งานฟังก์ชันโทรศัพท์ได้ และมาพร้อมหน้าจอขาวดำความละเอียด 160 x 100 พิกเซล ปี 2004, BlackBerry เปิดตัว BlackBerry 7290 รุ่นแรกที่เปลี่ยนจากหน้าจอขาวดำมาเป็นหน้าจอสี ขนาดใหญ่ 2.6 นิ้ว ความละเอียด 240 x 160 พิกเซล และรองรับการเชื่อมต่อ
Read MoreInsight Brand — “Liquid Glass” อินเทอร์เฟซใหม่ พลิกโฉมซอฟต์แวร์ Apple ไปอีกขั้น
Apple สร้างเสียงฮือฮาสะเทือนวงการอีกครั้งในงาน WWDC 2025 กับการเปิดตัว “Liquid Glass” อินเทอร์เฟซใหม่ล่าสุด ที่จะถูกนำมาใช้ร่วมกับทุกอุปกรณ์ของ Apple ซึ่งนับเป็นการพลิกโฉมซอฟต์แวร์ครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี อีกด้วย ดังนั้นครั้งนี้เรามาทำความรู้จักอินเทอร์เฟซใหม่นี้กันหน่อยว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง? …ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย “Liquid Glass” คืออะไร? “Liquid Glass” คืออินเทอร์เฟซตัวใหม่ที่ Apple พัฒนาขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากระบบปฏิบัติการ visionOS ที่ใช้บนแว่น Apple Vision Pro และนับเป็นการรีดีไซน์ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 10 ปี นับตั้งแต่ iOS 7 โดยหัวใจสำคัญของ “Liquid Glass” ก็คือหน้าตา UI มีลักษณะคล้ายกระจกให้ความรู้สึกโปร่งใส รวมถึงมีคุณสมบัติพิเศษสามารถปรับแสงให้สว่างหรือมืดอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังครอบคลุมส่วนอื่นๆ ของระบบด้วย เช่น หน้าจอล็อก หน้าโฮม ไอคอนแอป และปุ่มแถบเครื่องมือ นอกจากนี้ Tim Cook ซีอีโอของ Apple ยังบอกอีกด้วยว่า “Liquid Glass” คือการออกแบบซอฟต์แวร์ตามหลักสุนทรียศาสตร์ที่คำนึงถึงความสวยงามและประสบการณ์ผู้ใช้เป็นหลัก จุดเด่นของ “Liquid Glass” “Liquid Glass” ใช้การเรนเดอร์แบบเรียลไทม์ดังนั้นจึงตอบสนองการสัมผัสทั้งการสไลด์หน้าจอ การสลับแอป หรือการพิมพ์ข้อความได้อย่างสมูท รวมถึงในส่วนแถบเมนู Control Center, Toolbars และ Navigation ก็ยังได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดอีกด้วย ดังนั้นนอกเหนือจากความสวยงามแล้ว “Liquid Glass” ยังมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยเช่นกัน “Liquid Glass” อยู่ในอุปกรณ์อะไรบ้าง?
Read MoreInsight Brand — Apple A Series ชิปเซ็ตทรงพลังผู้ปฏิวัติวงการสมาร์ตโฟน
เบื้องหลังความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ Apple นอกเหนือจากระบบปฏิบัติการที่ยอดเยี่ยมแล้ว มีอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ “Apple A Series” ชิปที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้อุปกรณ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ในครั้งนี้เรามาย้อนดูประวัติความเป็นมาของชิปซีรีส์นี้กันสักหน่อย ว่ามีจุดเริ่มต้นมาได้อย่างไร? …ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! จุดเริ่มต้นของ Apple A Series ชิป A Series รุ่นแรกเปิดตัวเมื่อปี 2010 ในชื่อ “A4” นับเป็นชิปตัวแรกที่ออกแบบโดย Apple และถือเป็นเทคโนโลยีชิป 45 นาโนเมตร ที่ล้ำสมัยที่สุดในตอนนั้นด้วยการนำ CPU, GPU และ RAM เข้าไว้ด้วยกันในชิปตัวเดียว ซึ่งอุปกรณ์ที่ได้ใช้ก็คือ iPad และ iPhone 4 ปี 2011, เปิดตัว “A5” ชิปสถาปัตยกรรม 32 นาโนเมตร แบบ Dual Core รุ่นแรกที่มีพลังการประมวลผลแรงขึ้นถึง 2 เท่า ซึ่งอุปกรณ์ที่ได้ใช้ก็คือ iPad 2 และ iPhone 4S ปี 2012, เปิดตัว “A5X” ชิปรุ่นอัปเกรดที่ยังคงใช้สถาปัตยกรรม 32 นาโนเมตร แบบ Dual Core เช่นเดิม แต่มีการปรับปรุงหน่วยประมวลผลกราฟิกให้แรงขึ้น ซึ่งอุปกรณ์ที่ได้ใช้ก็คือ iPad (3rd generation) ถัดมาในปีเดียวกันได้เปิดตัว “A6” และ
Read MoreInsight Brand — ‘HTC’ หนึ่งในต้นตำรับสมาร์ตโฟน Android ที่ดีที่สุด
เมื่อพูดถึงแบรนด์สมาร์ตโฟน Android ระดับตำนานของไต้หวันที่มีประวัติอันยาวนานกว่า 20 ปี คงไม่มีใครที่จะไม่นึกถึง ‘HTC‘ ดังนั้นในครั้งนี้เรามาร่วมย้อนอดีตกลับไปดูความสำเร็จ รวมถึงนวัตกรรมชั้นยอดของแบรนด์นี้กันหน่อย …ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! HTC เกิดขึ้นได้อย่างไร… HTC ก่อตั้งขึ้นที่ไต้หวันเมื่อปี 1997 โดยคุณ Cher Wang และคุณ Peter Chou ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจเป็นผู้ผลิตเครื่อง PDA (Personal Digital Assistant) หรือคอมพิวเตอร์แบบพกพาเป็นหลัก ปี 1998, เปิดตัว PDA เครื่องแรกของโลกที่รันระบบปฏิบัติการ Windows CE ในชื่อรุ่น HTC Kangaroo ปี 2005, ก้าวเข้าสู่วงการสมาร์ตโฟนด้วยการเปิดตัว HTC Universal สมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่รองรับเทคโนโลยี 3G และรันระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 5.0 ปี 2007, เปิดตัว HTC Touch สมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่มีเทคโนโลยีจอสัมผัสเต็มรูปแบบพร้อม TouchFLO 3D UI ช่วยให้ควบคุมด้วยนิ้วมือสมูทยิ่งขึ้น ปี 2008, ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเป็นทางการด้วยการเปิดตัว HTC Dream สมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่รันระบบปฏิบัติการ Android 1.6 (Donut) ปี 2009, เปิดตัว HTC Sense ยูสเซอร์อินเทอร์เฟสที่พัฒนาขึ้นมาเอง เน้นความเรียบง่ายใช้งานไหลลื่น โดยสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ได้ใช้ก็คือ HTC Hero
Read MoreInsight Brand — ‘Nokia Lumia’ สมาร์ตโฟนดี… แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน
เมื่อพูดถึงแบรนด์ Nokia คงไม่มีใครที่ไม่นึกถึงสมาร์ตโฟนซีรีส์ Lumia อย่างแน่นอน ในยุคนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย และปัจจุบันซีรีส์ Lumia ออกสู่ตลาดมาแล้วกว่า 13 ปี แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีวางขายแล้วก็ตาม ดังนั้นในครั้งนี้เรามาย้อนดูที่มาที่ไปกันสักหน่อยว่าจุดเริ่มของการเดินทางของ Nokia Lumia เป็นอย่างไร… ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2011, Nokia ร่วมมือกับ Microsoft เปิดตัวสมาร์ตโฟน Lumia 800 และ Lumia 710 ที่รัน Windows Phone 7.5 Mango เป็นครั้งแรก โดยจุดเด่นสำคัญบนสมาร์ตโฟน Lumia ก็คือการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีหน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมด้วยเลนส์กล้องคุณภาพสูงอย่าง Carl Zeiss ต่อมาในปี 2012, Nokia เปิดตัว Lumia 900 และ Lumia 920 ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Unibody มีหน้าจอเทคโนโลยี ClearBlack AMOLED รวมถึงมีเทคโนโลยีกล้อง PureView และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย โดยในรุ่น Lumia 920 รันบน Windows Phone 8 อีกด้วย ปี 2013, Nokia เปิดตัว Lumia 1020 นับเป็นรุ่นที่เข้ามาปฏิวัติวงการกล้องบนสมาร์ตโฟนครั้งใหญ่ด้วยการนำเซนเซอร์กล้องความละเอียดสูงระดับ 41 ล้านพิกเซลมาใช้เป็นครั้งแรก
Read More