INSIGHT TALK

Insight Talk: “BlueOS” อนาคตใหม่ที่ก้าวไกลของ vivo

Insight Talk กับเรื่องราวของอีกหนึ่งไฮไลท์ในงานเปิดตัว vivo X100 Series ครั้งนี้ ที่ผมอยากหยิบมาชวนคุยกับทุกคนก็คือเรื่องของ “BlueOS” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ประสานเทคโนโลยี 4 ด้านของ vivo เข้าไว้ด้วยกันภายใต้ชื่อเดียวครับ

“BlueOS” จะบอกว่าเป็นอนาคตใหม่ของ vivo ก็คงไม่ผิดนัก เพราะทาง vivo ได้ประกาศบนเวทีว่า พวกเขาตั้งใจและคาดหวังว่าจะนำมาแทนที่ท้้ง OriginOS ในจีน และ Funtouch OS ในระดับโกลบอลในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อการรวมเป็น One OS, One vivo ซึ่ง BlueOS เป็นการการรวมเทคโนโลยีทั้ง 4 ด้านของ vivo เข้าไว้ภายใต้ชื่อเดียว โดยเทคโนโลยีทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย

BlueChip

ไอเดียที่จะพัฒนาและคิดค้นชิปเซ็ตขึ้นมาใช้เองในอนาคตของ vivo แต่ด้วยข้อจำกัดด้านองค์ความรู้และทรัพยากรบุคคล ในช่วงแรกเริ่ม จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญก่อน ดังนั้น จึงได้มีการประกาศจับมือกับ MediaTek ร่วมกันพัฒนาชิปเซ็ตที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานกับมือถือและอุปกรณ์ของ vivo โดยเฉพาะ เริ่มต้นที่ชิป MediaTek Dimensity 9300 for X100 ในครั้งนี้

BlueLM

เป็นโครงสร้างพื้นฐาน OS ใหม่ ที่ทาง vivo ได้คิดและพัฒนาขึ้นมาด้วยแนวคิด AI OS หรือที่ vivo ให้นิยามว่า ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะสำหรับยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้ภาษา RUST เป็น Coding Programing ในการพัฒนาตัว OS ขึ้นมา พร้อมกับนำ Super Co-c (Super coroutine) มาใช้ตัว Run-time ซึ่งมีความฉลาดในการสลับทรัพยากร และมีการปรับเคอร์แนลมาเป็น Posix พร้อมกันนี้ ทาง vivo ยังเปิด Blue River Studio ให้นักพัฒนาฯ สามารถปรับปรุงหรือพัฒนาแอปฯ SDK ของตนเอง เพื่อนำมาใช้บน BlueOS ได้ด้วย

BlueOS

เป็นระบบปฏิบัติการใหม่ของ vivo ที่ทางแบรนด์ตั้งใจจะนำมาใช้บนอุปกรณ์ทุกชนิดทั้งหมดในอนาคตข้างหน้า บนพื้นฐานของการเป็น OS ปัญญาประดิษฐ์ที่เบา เก่ง ฉลาด และมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ โดยตอนนี้ vivo Watch 3 เป็นอุปกรณ์แรกที่รันบน OS นี้ และแน่นอนว่ายังรองรับ Android Application อยู่นะ ส่วนอนาคตข้างหน้าค่อยว่ากันว่าจะถอดออกไหม

BlueVolt

เป็นเทคโนโลยีด้านพลังงานหรือแบตเตอรี่ที่เป็นการรวม 3 เทคโนโลยีด้านบน เข้ากับการออกแบบแบตเตอรี่ของ vivo ที่ทำให้มีขนาดเล็กลงแต่ยังให้พลังงานเท่าขนาดปกติ และเมื่อใช้งานร่วมกับ BlueOS ที่เบา และใช้ทรัพยากรเครื่องไม่เยอะในการทำงาน มีชิปเซ็ตที่ดีไซน์มาสำหรับมือถือ vivo พร้อมกับ AI ที่มีความเก่งและฉลาด คอยวิเคราะห์การใช้พลังงานบนเครื่องได้อย่างแม่นยำ จึงทำให้ล่าสุด vivo X100 สามารถสแตนด์บายแบบเปิด 5G + Wi-Fi ได้นานสุงสุดถึง 10 วัน และจากที่ผมได้นำเครื่องไปทดสอบใช้งานที่จีน ยอมรับเลยครับว่าขนาดเป็น OriginOS ยังไม่ใช่ BlueOS แบตเตอรี่อึดใช้ได้เลย

จากทั้งหมดที่กล่าวมาก็คือ BlueOS ระบบปฏิบัติการ AI ที่เป็นอนาคตใหม่ของ vivo (ซึ่งแน่นอนว่าจะก้าวได้ไกลแน่ ๆ) กับเป้าหมายการเป็นแบรนด์มือถือเบอร์ 1 ในใจลูกค้า และเป็นแถวหน้าของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟน และผมเชื่อนะว่า vivo กำลังมาถูกทางแล้ว ก็หวังว่าผลแห่งการลงทุนจะเริ่มผลิบานในเร็ว ๆ นี้ครับ


▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

 

Leave a Reply