Preview : vivo X200 สมาร์ตโฟน “Compact Flagship” ขนาดพอดีมือ ครบเครื่องเรื่องการถ่ายภาพด้วยกล้อง ZEISS ทั้งสาม คมชัด 50MP
พรีวิว vivo X200 สมาร์ตโฟน “Compact Flagship” ที่ครบเครื่องทุกการเป็นเรือธง ทั้งประสิทธิภาพ ดีไซน์ และกล้องถ่ายรูปที่ไม่ทำให้ผิดหวัง!
แล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่จะได้พาทุกคนไปสัมผัสและทำความรู้จักเบื้องต้น กับความเก่งของน้อง vivo X200 ผ่านบทความพรีวิวนี้ครับ ซึ่งถ้าใครได้ติดตามเพจเรามาอย่างต่อเนื่องจะเห็นได้ว่า เราเฝ้าติดตามและนำเสนอข่าวของ vivo X200 Series มาตั้งแต่ยังเป็นข้อมูล Leaks จนเปิดตัวทางการที่ประเทศจีนเลยทีเดียว
โดยตอนนี้ก็กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทยของเราในเร็ว ๆ นี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งยอมรับเลยว่า ส่วนตัวตื่นเต้นมาก ๆ เพราะเป็นสมาร์ตโฟนอีกรุ่นที่ผมเฝ้าดูการเติบโตมาตลอด และก็ทำได้ดีในทุก ๆ ซีรีส์เสมอ รวมทั้งยังคงเป็นมือถืออีกรุ่นที่อยากแนะนำให้ทุกคนเปิดใจและลองทำความรู้จักกัน เมื่อรู้จักแล้วก็อาจจะหลงรักเหมือนผมก็ได้นะ!
สเปกตัวเครื่อง vivo X200
- จอแสดงผล AMOLED ดีไซน์ใหม่ Micro Quad Curved Screen ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 2800 x 1280 พิกเซล
— Refresh rate 120Hz
— ความหนาแน่นพิกเซล 460PPI
— วัสดุเปล่งแสง VM8
— ความสว่างสูงสุด 4500nits
— สแกนนิ้วมือบนหน้าจอ - ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 9400 (3nm) 3.6GHz (BlueChip)
- GPU Immortalis G925
- RAM 12GB (LPDDR5X) + Extended RAM 12GB
- ROM 256GB (UFS 4.0)
- กล้องถ่ายรูป Triple ZEISS Camera
— Main : 50MP (F1.57)
— Ultrawide : 50MP (F2.0)
— Telephoto : 50MP (F2.57) - กล้องหน้า ความละเอียด 32MP (F2.0)
- Funtouch OS 15 (Android 15)
- รองรับซิมการ์ด Dual Nano SIM | Dual 5G Stand by (5G + 5G)
- เครือข่าย
— 5G : n1/n3/n5/n7/n8/n20/n26/n28/n38/n40/n41/n75/n77/n78
— 4G TD-LTE : B38/B39/B40/B41/B42
— 4G FDD-LTE : B1/B2/B3/B4/B5/B7/B8/B12/B17/B18/B19/B20/B26/B28/B32
— 3G : B1/B2/B4/B5/B8
— 2G : 850/900/1800/1900 MHz - Wi-Fi 7 : Wi-Fi Display, 2×2 MIMO, MU-MIMO
- GPS : BeiDou, GLONASS, Galileo, QZSS
- Bluetooth 5.4
- USB-C 2.0
- แบตเตอรี่ขนาดความจุ 5800mAh (BlueVolt)
— รองรับชาร์จไว 90W - สีตัวเครื่อง
— สีน้ำเงิน Ocean Blue (สีไฮไลต์)
— สีเขียว Aurora Green
— สีดำ Midnight Black
– DESIGN
ต้องขอออกตัวก่อนว่า สิ่งที่กำลังจะเล่าให้ทุกคนฟังนี้ไม่ได้เอียงแต่อย่างใดนะ (จริง ๆ ) แต่สัมผัสแรก (First Impression) เมื่อได้จับตัวเครื่องอารมณ์และความรู้สึกมันนำพาไปว่า “Premium” และเข้ามือมาก ๆ หลงใหลตั้งแต่แค่ถืออ่ะ! ยังไม่ได้เปิดเครื่องเลย โดยครั้งนี้ vivo X200 จะมาพร้อมตัวเลือกสีทั้งหมด 3 สี คือ
สีตัวเครื่องของ vivo X200
- สีน้ำเงิน Ocean Blue (สีไฮไลต์)
- สีเขียว Aurora Green
- สีดำ Midnight Black
งานออกแบบของ vivo X200 ครั้งนี้ ทาง vivo มีการปรับดีไซน์ใหม่จากเดิมในรุ่น vivo X100 ที่ใช้หน้าจอโค้งที่หลายคนบ่นกัน ก็เปลี่ยนมาเป็นจอแสดงผลแบบ Micro Quad Curved Screen ใช้พาแนลเป็น AMOLED มีขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (120Hz) รองรับการสแกนนิ้วมือบนหน้าจอด้วย
ขยายความ Micro Quad Curved Screen สักนิด
Micro Quad Curved Screen จะเป็นหน้าจอแบนดีไซน์ใหม่ที่คาดว่าน่าจะเป็นมาตรฐานจอแสดงผลบนมือถือเรือธงนับจากนี้ โดยจอชนิดนี้ที่ขอบมุมของจอจะมีความโค้งขึ้นเล็กน้อยทั้ง 4 ด้าน การโค้งขึ้นเล็กน้อยของหน้าจอนี้แหละครับ ที่ทำให้ผมรู้สึกเข้ามือและชอบเป็นพิเศษ เพราะเราสามารถถือจับใช้งานตัวเครื่องได้กระชับมากกว่าจอแบบโค้งที่ผ่านมา และยังมอบประสบการณ์การมองเห็นในรูปแบบ 3D Curved Screen ช่วยให้มั่นใจได้ถึงประสบการณ์การรับชมที่ยอดเยี่ยมด้วย
ในขณะที่ด้านบนของหน้าจอก็จะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้าที่ให้ความละเอียดมาที่ 32MP (F2.0) และมีโหมดถ่ายภาพ ZEISS Style Portrait ติดตั้งมาให้เช่นเคย
ด้านขวาตัวเครื่อง จะเป็นตำแหน่งของปุ่มกดเปิด–ปิดตัวเครื่อง (Power) และปุ่มปรับระดับเสียงเพิ่ม–ลด (Volume)
ด้านบนตัวเครื่องจะมีไมค์ตัดเสียงและพอร์ต IR ส่วนด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องถาดซิมการ์ด, พอร์ต USB-C (2.0) และลำโพงเสียงตัวเครื่อง (Stereo Speaker)
ด้านหลังตัวเครื่องทาง vivo ได้ออกแบบในสไตล์สมมาตร โดยมีโมดูลกล้องดีไซน์วงกลมเป็นศูนย์กลาง ถูกจัดวางไว้กึ่งกลางด้านบนของฝาหลัง ซึ่งถ้าเราสังเกตลงไปอีกหน่อยบริเวณฐานโมดูลกล้องจะมีการลงลวดลายสี่เหลี่ยมเพิ่มความสวยงามไว้ด้วย เป็นอีกหนึ่งความละเอียดในงานออกแบบที่เป็นความเก่งของ vivo เขาล่ะ
กล้องถ่ายรูปของ vivo X200 ครั้งนี้ มาพร้อมกับกล้องทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 50MP (F1.57) ใช้เซนเซอร์ SONY IMX921, กล้องมุมกว้างความละเอียด 50MP (F2.0) เซนเซอร์ SAMSUNG JN1 และสุดท้ายคือกล้อง Telephoto ความละเอียด 50MP (F2.57) ใช้เซนเซอร์ SONY IMX882 รองรับการซูม Optical 10X และ Digital 100X
โหมดกล้องถ่ายรูปที่น่าสนใจ
นอกจากโหมดถ่ายภาพ ZEISS Style Portrait ที่หลายคนชื่นชอบแล้ว ครั้งนี้กล้องของ vivo X200 มีการเพิ่มโหมดถ่ายถาพเข้ามาใหม่หลายโหมดด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “โหมดถ่ายภาพทิวทัศน์” เป็นโหมดถ่ายภาพที่คนชอบถ่ายภาพวิวแบบผมแทบอยากจะกริ๊ดเลย เพราะน้อยครั้งมากที่จะมีโหมดเฉพาะทางแบบนี้มาให้ โดยโหมดทิวทัศน์จะเป็นการรวมโหมดถ่ายภาพกลางคืนและโหมดถ่ายวิวที่เคยแยกกันในเวอร์ชั่นก่อนเข้าด้วยกัน ทำให้ตอนถ่ายสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องสลับโหมดถ่ายไปมา
Stunning Landscape Styles
โดยโหมด Landscape Styles จะเป็นโหมดถ่ายภาพที่ในตัวโหมดจะมีฟิลเตอร์พิเศษที่ปรับมาให้เหมาะสำหรับการนำมาถ่ายวิวทิวทัศน์ต่าง ๆ โดยมีฟิลเตอร์เด่นสองตัวที่อยากแนะนำคือ “Atmosphere” และ “Soft” เป็นสองฟิลเตอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพวิวที่สวยงามและมิติได้ง่าย ๆ
Landscape Long Exposure
การถ่ายภาพแนวทิวทัศน์ หรือ Landscape สิ่งหนึ่งที่ต้องเจอบ่อยก็คือ ปัญหาแสงน้อยหรือแสงมากเกินไปและตัววัตถุมีการขยับหรือเคลื่อนไหวตลอดเวลาด้วย ดังนั้นถ้าตัวกล้องและซอฟต์แวร์ไม่เก่งพอโจทย์ตอนถ่ายก็จะมีความยากในการจับภาพออกมาให้สวยเป็นอย่างมาก แต่สำหรับกล้องของ vivo X200 มีการพัฒนาให้รองรับการถ่ายภาพ Landscape แบบ Long Exposure ได้ด้วยครับ ดังนั้นเราสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายวิวต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และยังได้ภาพที่คุณภาพสูงผ่านเอฟเฟกต์ HDR และ Slow-shutter
XDR Photo 3.0
อีกหนึ่งความสามารถที่ถูกจับมาใส่บน vivo X200 ในครั้งนี้ คือการที่กล้องรองรับ XDR Photo 3.0 ด้วย ภาพครั้งนี้ในโหมดถ่ายภาพจะมีลูกเล่นการถ่ายภาพขาว–ดำ เข้ามาให้เลือกถ่ายกันด้วย มีทั้งการถ่ายพอร์ตเทรตและการถ่าย Landscape ดังนั้นการมี XDR Photo 3.0 เข้ามา จะช่วยยกระดับคุณภาพการแสดงผลของภาพ ตั้งแต่การถ่ายและประมวลผล ไปจนถึงการแสดงผลภาพ มอบการถ่ายทอดแสงและเงาได้อย่างสมจริงและละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น
บทสรุป
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงน้ำจิ้มเบา ๆ ของ vivo X200 ที่นำมาบอกเล่ายั่วน้ำลายเพื่อน ๆ กันก่อนที่บทความรีวิวตัวเต็มจะตามมาเร็ว ๆ นี้ ส่วนตัวจากที่ได้สัมผัสและได้ลองเล่น vivo X200 ใน 1 วันแรกหลังจากได้เครื่องมา ก็บอกได้เลยว่าน่าจะเป็นสมาร์ตโฟนที่หลายคนต้องหลงรักแน่ ๆ
ทั้งขนาดตัวเครื่องที่เข้ามือและพอดี คุณภาพการถ่ายภาพนิ่งที่ยังคงไว้ใจได้ตามมาตรฐานของ vivo และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ถูกเติมเข้ามาให้มีความครบเครื่องมากยิ่งขึ้น ทำให้น้องเล็กซีรีส์ X200 รุ่นนี้อาจเป็น Compact Flagship ที่หลายคนรอคอยมานานก็ได้ครับ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถติดตามกันต่อได้ที่บทความรีวิวจะตามมาเร็ว ๆ นี้ให้แฟนคลับ vivo ได้อ่านกันเช่นเคยแน่นอนครับ
ราคาและการวางจำหน่าย
vivo X200 Series สมาร์ตโฟนเรือธงทรงพลังรอบด้าน เปิดจองแล้ววันนี้! ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
- vivo X200 (12GB + 256GB) ราคา 29,999 บาท
- vivo X200 Pro (16GB + 512GB) ราคา 39,999 บาท
พร้อมเตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2024 เป็นต้นไป
โปรโมชั่น! เมื่อซื้อสินค้าทั้งสองรุ่น รับฟรี!
- หูฟัง vivo TWS 3e มูลค่า 1,799 บาท
- vivo Care ประกันตัวเครื่อง 2 ปี และประกันหน้าจอแตก 2 ปี 1 ครั้ง (มูลค่า 10,999 บาท)
- Premium Case (มูลค่า 890 บาท)
- สิทธิ์แลกซื้อ vivo Watch 3 ในราคาส่วนลด 50%
- โปรเครื่องเก่าแลกเครื่องใหม่ จากราคาประเมินสูงสุด 8,000 บาท
[ #vivoX200Series #ZEISSImageGoFar #ซูมชัดทุกเรื่องราว ]
—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!






















