รีวิว HONOR 400 Pro กล้อง 200MP แถม Advance AI มามากกว่า 40 ตัว ตัวจบในงบ 20K!
ในที่สุด “HONOR 400 Pro” กับ Insight Daily ก็ได้โคจรมาพับกันสักทีครับ หลังจากได้มีโอกาสทดสอบและลงคอนเทนต์ให้เพื่อน ๆ ได้ชมกันบน Facebook Fanpage ของเราในรูปแบบไฮไลท์ที่น่าสนใจพอประมาณ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้จับมาทดสอบและบอกเล่ากันเป็นบทความรีวิวให้ได้อ่านกันแบบจริงจังซะที ซึ่งตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว ก็ต้องขอบคุณ HONOR ประเทศไทย ที่ส่งเครื่องมาผมให้ได้ทดสอบและรีวิวประสบการณ์การใช้งานให้แฟน ๆ Insight Daily ได้รู้จักมือถือ HONOR กันมากขึ้นด้วยครับ
HONOR 400 Pro เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นท็อปสุดและเป็นหนึ่งใน HONOR 400 Series 5G ที่ทาง HONOR ประเทศไทย นำเข้ามาจำหน่ายรอบนี้ โดยมีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น คือ HONOR 400 Lite, HONOR 400 และ HONOR 400 Pro ที่อยู่ในบทความนี้ ซึ่งทั้งสามรุ่น เป็นสมาร์ตโฟนที่ได้รับคำชื่นชมว่าเป็นตัวจบของทุกช่วงราคา ดังนั้นใครมีงบตามเรทราคาไหนก็จัดกันได้เลยครับ
ส่วน HONOR 400 Pro ที่กำลังจะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันรุ่นนี้ เป็นสมาร์ตโฟนที่ได้รับคำชมจากหลาย ๆ สื่อ และตัวผมเองว่า เป็นสมาร์ตโฟนตัวจบในงบ 20K จริง ๆ ถ้าใครมีงบเท่านี้ ก็กำเงินเดินเข้าร้านไปได้เลยครับ ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว ทั้งคุ้มค่า กล้องเทพ มี AI ให้ใช้งานแบบล้น ๆ มากกว่าใครในตลาด และ OS ก็ปลอดภัยใช้งานได้ลื่นไหล ครบจบในเครื่องเดียว แต่ก็นั่นแหละครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมยังไม่ทันเริ่มรีวิวก็อวยซะแล้ว เอาเป็นว่า… ไปทำความรู้จักกับ HONOR 400 Pro รุ่นนี้กันเลยดีกว่าครับ!
เลือกอ่านตามหัวข้อ
1. Specification / รายละเอียดสเปก
2. Design / งานออกแบบ
3. Camera / กล้องถ่ายรูป
4. Advance AI / เทคโนโลยี AI
5. Performance / ประสิทธิภาพ
6. Display / หน้าจอแสดงผล
7. Battery / แบตเตอรี่
8. Wrap-up / บทสรุป
9. Price & Availability / ราคาและการวางจำหน่าย
/ Specification รายละเอียดสเปก HONOR 400 Pro
- จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 2,800 x 1,280 พิกเซล (ระดับความละเอียด 1.5K)
— Refresh Rate 120Hz
— ความหนาแน่นพิกเซล 460PPI
— ความสว่างจอสูงสุด 5000nits
— อัตราส่วน 20:9
— รองรับการแสดงสีสัน 1.07 พันล้านสี
— โหมดถนอมสายตาและลดการเมารถขณะดูหน้าจอ - CPU Snapdragon 8 Gen 3
— TSMC 6nm.
— Octa-core Processor 3.0GHz - GPU Adreno 750
- RAM 12GB LPDDR4x
— RAM Turbo 12GB (รวม RAM 24GB) - ROM 512GB UFS 3.1
- MagicOS 9 (Base on Android 15)
- กล้องถ่ายรูป Triple Camera
— กล้องหลัก ความละเอียด 200MP (F1.9, OIS+EIS, AF)
— กล้อง Telephoto ความละเอียด 50MP (F2.4, 3x Optical, 50x Digital Zoom, OIS+EIS)
— กล้องเลนส์มุมกว้าง Ultra wide ความละเอียด 12MP (Macro Lens, F2.2, FOV 112°) - กล้องหน้า ความละเอียด 50MP (F2.0 + TOF Sensor)
- ทนน้ำทนฝุ่นมาตรฐาน IP68/69
- รองรับซิมการ์ด 2 ซิม (Nano SIM)
- ลำโพง Dual Speakers, AI Spital Audio
- การเชื่อมต่อ
— Wi-Fi 802.11 : b/g/n/ax/be, 2.4GHz & 5GHz & 6GHz, MIMO
— Bluetooth 5.4
— OTG
— NFC - แบตเตอรี่ความจุ 6000mAh
— Super Charge 100W
— Wireless Super Charge 80W - สีตัวเครื่อง
— สีดำ Midnight Black
— สีเงิน Lunar Gray
— สีฟ้า Tidal Blue (รอลุ้นเข้าไทยเร็ว ๆ นี้)
อุปกรณ์ภายในกล่อง
- ตัวเครื่อง HONOR 400 Pro
- คู่มือการใช้งานและการรับประกัน
- เข็มจิ้มถาดซิม
- เคสซิลิโคน (Soft Case)
- สายชาร์จ USB-C
- อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
/ Design ดีไซน์เพรียวบาง โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
HONOR 400 Pro มากับคอนเซ็ปต์การออกแบบ Multi-Angle อันเป็นเอกลักษณ์ โดยมีกรอบตัวเครื่องทรงแบนเรียบ ดูโฉบเฉี่ยว และมีชีวิตชีวา สะท้อนความกลมกลืนระหว่าง รูปทรงกับฟังก์ชัน ได้อย่างลงตัว มีน้ำหนักรวม 205 กรัม และขนาดตัวเครื่องบางเพียง 8.1 มิลลิเมตร ด้วยดีไซน์ที่เบาและบางเฉียบนี้ทำให้ HONOR 400 Pro ถือจับถนัดมือ ใช้งานสะดวก มากับสีตัวเครื่องให้เลือกถึง 3 เฉดสีสุดคลาสสิก ได้แก่ สีเงิน Lunar Grey, สีดำ Midnight Black และสีฟ้า Tidal Blue (รอลุ้นเข้าไทยเร็ว ๆ นี้)
ด้านหน้าตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชสูงถึง 120Hz ความละเอียดระดับ 2800×1280 พิกเซล มีความหนาแน่นพิกเซล 460 PPI และยังรองรับการแสดงผลสีได้ถึง 1.07 พันล้านสี และครอบคลุมช่วงสีแบบ DCI-P3 100% ให้ประสบการณ์รับชมที่เต็มอิ่มสมจริงในทุกเฉดสี
นอกจากนี้ ยังรองรับความสว่างสูงสุดแบบ HDR ถึง 5,000nits โดยตัวกระจกจอจะเป็นแบบกึ่งโค้งที่จะมีการยกตัวด้วยความโค้งเล็กน้อยขึ้นมาเป็นจอแบนราบ เวลาติดฟิลม์หรือกระจกก็จะติดเหมือนจอแบนราบปกติเลย ส่วนถ้าใครชอบแบบแบนราบก็แนะนำ HONOR 400 สเปกเบาลงมาหน่อย แต่ได้ดีไซน์แบบ Flat Display
ตัวเครื่องของ HONOR 400 Pro ผ่านการรับรองระดับพรีเมียมจาก SGS ด้วยมาตรฐาน 5 ดาว ด้านความทนทานต่อการตกและแรงกระแทก และผ่านมาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP68 และ IP69 เสริมความมั่นใจในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีกับอุบัติเหตุจากการตกและน้ำ
เผื่อใครอยากเห็นดีไซน์และตัวเครื่องของ HONOR 400 ผมมีภาพมาชมกันด้วยครับ ซึ่งดีไซน์จะมากับเฟรมตัวเครื่องและหน้าจอแบบ Flat ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ การถือจับน่าจะถูกใจคนชอบมือถือเหลี่ยมหรือจอแบนราบ
/ Camera กล้องหลัก AI แบบแอดวานซ์ พร้อมความละเอียดสูง 200MP
HONOR 400 Pro มาพร้อมกล้อง Triple Camera โดยมีกล้องหลัก Ultra-clear มีระบบ Advance AI Camera System เข้ามาช่วยประมวลผลทั้งก่อน-ระหว่าง และหลังถ่ายรูป ตัวเซนเซอร์มีความละเอียด 200MP ขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่ 1/1.4 นิ้ว รูรับแสง f/1.9 และระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่ OIS + EIS เพื่อความคมชัดระดับสูงแม้ในสภาพแสงน้อย
ทำงานร่วมกับกล้องอีก 2 ตัวประกอบด้วย กล้อง Telephoto ความละเอียด 50MP พร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX856 ซูมออปติคัล 3x และ OIS เพื่อการถ่ายภาพระยะไกลที่คมชัด ซึ่งกล้อง Telephoto จะมีเฉพาะรุ่น HONOR 400 Pro เท่านั้น ส่วนกล้องตัวสุดท้ายจะเป็นกล้อง Ultra-Wide & Macro ให้มุมมองภาพกว้าง 112° ความละเอียด 12MP สำหรับภาพมุมกว้าง ส่วนกล้องหน้า Portrait Selfie ให้ความละเอียดมาที่ 50MP รูรับแสง f/2.0 และมาพร้อมอัลกอริธึมพอร์ตเทรตของ HONOR ให้ภาพเซลฟี่ที่คมชัดสมจริง
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง HONOR 400 Pro
— Harcourt Portrait Mode
โหมดถ่ายภาพบุคคลเอกสิทธิ์เฉพาะมือถือ HONOR โดยจะมอบการถ่ายภาพบุคคลในแบบคุณภาพสตูดิโอ ด้วยเอฟเฟกต์โบเก้ที่นุ่มนวลและการจัดแสง-เงาอย่างประณีต จากพรีเซ็ตสูติโอ Harcourt ซึ่งเราสามารถเลือกสไตล์ของพรีเซ็ตเพื่อถ่ายภาพบุคคลได้ 3 สไตล์ คือ
- Harcourt Vibrant สำหรับภาพที่มีรายละเอียดสมจริงและมีชีวิตชีวา
- Harcourt Color โทนสีที่โดดเด่นอย่างมีศิลป์
- Harcourt Classic ภาพขาวดำสุดคลาสสิกเหนือกาลเวลา
— AI HONOR Image Engine
อย่างที่เกริ่นไปครับว่า HONOR 400 Pro นอกจากมาพร้อมชุดกล้อง 3 ตัว คุณภาพสูงแล้ว ยังมีระบบ AI ที่เป็น “Advance AI” ซึ่งเป็น AI ที่มีคุณสมบัติที่เก่ง ฉลาด และเรียนรู้ไวกว่า AI ขั้นพื้นฐานทั่วไป ทาง HONOR ได้ใส่เข้ามาช่วยประมวลผลในการภาพถ่ายให้เราทั้งก่อน – ระหว่าง – หลังถ่าย ให้ครบจบในการถ่ายภาพหนึ่งชัตเตอร์ AI จะช่วยให้ภาพถ่ายของเราออกมาสมจริง คมชัด และตอบโจทย์เจ้าของเครื่องให้มากที่สุด เราลองมาดู AI ที่มีส่วนในการถ่ายภาพขั้นตอนก่อนและระหว่างถ่ายภาพที่มากับกล้องของ HONOR 400 Pro กันครับ
» Advance AI Adjust Bokeh
AI ตัวแรก เป็น AI หนึ่งในเทคโนโลยี Advance AI อัจฉริยะของ HONOR ที่ใส่เข้ามากับ HONOR 400 Pro โดยมีหน้าที่ปรับเอฟเฟกต์ฉากหลังเบลอ (Bokeh) ของภาพถ่ายให้ดูเป็นธรรมชาติและสวยงาม ให้ฟีลลิ่งภาพเหมือนถ่ายจากกล้องโปร เหมาะอย่างยิ่งในการใช้ถ่ายภาพบุคคลหรือวัตถุที่ต้องการให้โดดเด่น
» Film Simulation Mode และ Harcourt Portrait Mode
เป็นการนำ AI มาวิเคราะห์แสงและรายละเอียดของวัตถุในภาพ เพื่อให้ AI ใช้สร้างเอฟเฟกต์แบบภาพยนตร์ที่สอดรับกับอารมณ์ของฉากนั้นๆ ในภาพถ่ายของเราให้ออกมาเหมือน Scene ในภาพยนตร์
» Advance AI Super Zoom
นำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพถ่ายซูม ซึ่งรองรับการซูมตั้งแต่ 15x – 50x ให้ผลงานของภาพออกมาคงความคมชัดในทุกระยะการซูม โดยจะใช้ Advance AI RAW Large Model เข้ามาช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพซูมถ่ายได้ถึง 50% และ Telephoto Enhancement Large Model ที่ถูกฝึกด้วยข้อมูลกว่า 12.4 พันล้านพารามิเตอร์ ช่วยเสริมข้อมูลและมอบรายละเอียดภาพที่แม่นยำยิ่งขึ้น
» Advance AI Portrait Snap
นำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และประมวลผลภาพถ่ายพอร์ตเทรตที่ตัวแบบมีการเคลื่อนไหวให้ภาพออกมาไม่เบลอและสวยเหมือนหยุดนิ่งถ่าย โดยตัว AI จะขับเคลื่อนด้วย Capture Enhancement Large Model ผสานขุมพลังจาก Advance AI Intent Recognition Engine และ Advance AI Dual-lens Bokeh Algorithm ทำให้การถ่ายภาพบุคคลคมชัดแม้ในขณะเคลื่อนไหว โดย Advance AI จะวิเคราะห์รูปแบบและความเร็วของการเคลื่อนไหวจากข้อมูลมากกว่า 1 ล้านชุด เพื่อคาดการณ์ตำแหน่งและทิศทางอย่างแม่นยำ พร้อมจำลองเอฟเฟกต์โบเก้ระดับออปติคัลและปรับรายละเอียดขอบให้เนียนเป็นธรรมชาติ
» Advance AI Enhanced Portrait
นำ AI เข้ามาทำงานร่วมกับกล้อง 200MP Ultra-Clear ในการปรับปรุงรายละเอียดของภาพถ่ายในทุกมิติให้ออกมาสวย คมชัด และถ่ายทอดทุกรายละเอียดได้อย่างน่าทึ่ง เก็บทุกความทรงจำในแบบภาพพอร์ตเทรตที่สมจริง
» Advance AI Motion Sensing Capture
Advance AI Motion Sensing Capture เป็นเทคโนโลยี Advance AI Motion Sensing Capture จาก HONOR ที่ขับเคลื่อนด้วย Snapshot Enhancement Large Model สามารถจดจำการเคลื่อนไหวได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็น สีหน้าที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เช่น รอยยิ้ม หรือ การเคลื่อนไหวของร่างกาย อย่างการวิ่ง ระบบอัจฉริยะนี้ช่วยให้เก็บภาพในทุกจังหวะเคลื่อนไหวได้อย่าง คมชัดสูงสุด พร้อมด้วย ระยะซูมที่ครอบคลุมได้ถึง 10 เท่า ให้คุณถ่ายภาพได้อย่างง่ายดาย ทั้งในระยะใกล้และไกล
» Advance AI One-Click
ฟีเจอร์ที่ช่วยให้เราสามารถสร้างวิดีโอที่ดูมืออาชีพได้ในคลิกเดียว ทั้งเร็ว ง่าย และเหมาะกับทั้งมือใหม่และคนที่ชอบแก้ไขละเอียด โดยจะวิเคราะห์วิดีโอที่เลือกมา (ต้องมีความยาวอย่างน้อย 15 วินาที) แล้วทำการใส่เพลงประกอบ ฟิลเตอร์ เอฟเฟกต์การเปลี่ยนฉาก สติ๊กเกอร์สร้างสรรค์ และกรอบต่างๆ ให้โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างวิดีโอที่ดูน่าสนใจและพร้อมแชร์ได้ทันที และช่วยแนะนำเทมเพลตที่เหมาะสมเข้ากับเนื้อหาของวิดีโอ หรือผู้ใช้สามารถเลือกธีมและสไตล์ที่ต้องการได้เอง เพื่อให้เข้ากับอารมณ์หรือสไตล์ของวิดีโอนั้นๆ
» All Focal Lengths Portrait
All Focal Length Portrait จะรองรับระยะเลนส์สูงสุดถึง 6x เพิ่มอิสระในการถ่ายภาพได้หลากหลาย โดยเฉพาะระยะ 135mm ที่ให้มุมมองละเมียดละไมในระยะโคลสอัพ
» HD Moving Photo
HD Moving Photo (Live Photo) จะเก็บช่วงเวลาสำคัญเป็นคลิปภาพเคลื่อนไหวสั้น ๆ 3 วินาที ก่อนถ่ายภาพ เพื่อให้เรามีโมเมนต์แบบ 2 in 1 คือ วิดีโอสั้นและภาพนิ่งในเฟรมภาพเดียวกัน พร้อมทั้งแชร์ขึ้นบนโซเชียลมีเดียได้ทันที และยังรองรับการแชร์ข้ามแพลตฟอร์มกับ iPhone เพื่อดูต่อได้ด้วย
/ Creative Advance AI Editing ฟีเจอร์ AI ที่ให้มามากกว่า 40 ตัว
จากข้างบนที่อ่านมาน่าจะคิดว่า AI หมดแล้วใช่ไหมครับ แต่ยังครับ ยังไม่หมด! เพราะ HONOR ยังใส่ AI สำหรับการปรับปรุงหรือแก้ไขภาพหลังถ่ายภาพมาให้เราเลือกใช้อีกมากกว่า 40 ตัว ถ้าให้เขียนทั้งหมดน่าจะกลายเป็นบทความที่ยาวไปและน่าเบื่อแน่ ๆ ผมเลยขอดึงออกมาแนะนำกัน 12 ตัว เด่น ๆ ที่คิดว่าเพื่อน ๆ น่าจะได้ใช้ใน Daily use หรือไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันแน่ๆ มีดังนี้
— สร้างวิดีโอจากภาพนิ่งด้วย Advance AI Image to Video
เป็นฟีเจอร์ขายหลักของรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งผมลองใช้ฟีเจอร์นี้ตอนอยากทำคลิปสั้น ๆ จากภาพถ่ายน้องนางแบบดูสักหน่อย ก็รู้สึกว่าใช้งานง่ายมากแค่เลือกรูปแล้วเลือกคำสั่งที่ต้องการ จากนั้นก็รอให้ AI แปลงออกมาเป็นวิดีโอที่ดูเป็นมืออาชีพมาก ใช้เวลารอประมาณ 1 นาทีเท่านั้น ซึ่งตัววิดีโอที่ออกมาก็รองรับทั้งแนวนอน (16:9) และแนวตั้ง (9:16) พร้อมเอาไปลง TikTok ได้ทันที
— ลบสิ่งรบกวนในภาพด้วย Advance AI Eraser และ Erase Passers-by
ฟีเจอร์ AI หลังถ่ายภาพพื้นฐานที่น่าจะคุ้นกันอยู่แล้ว กับการลบวัตถุหรือบุคคลที่ไม่ต้องการในภาพถ่ายออกด้วย AI โดยฟีเจอร์ Erase Passers-by จะเป็นการลบคนหรือวัตถุออกในคลิกเดียว แล้วภาพก็เนียนเหมือนไม่มีใครอยู่ตรงนั้นมาก่อน ส่วน AI Eraser เราจะเป็นคนกำหนดให้ AI เอง ด้วยการวาดหรือวงไปยังจุดที่ต้องการลบใช้ลบป้ายหรือสายไฟที่รก ๆ ได้ดีมาก ภาพที่ได้ดูสะอาดตาขึ้นเยอะ
— ลบเงาสะท้อนและปรับภาพให้ดูดีด้วย Remove Reflection และ Face Tune
ฟีเจอร์ Remove Reflection จะเป็นการลบแสงหรือเงาจากกระจก ที่มักติดมาด้วยเวลาเราถ่ายรูปผ่านหน้าต่างกระจก ส่วน AI Face Tune จะเป็นการแก้ไขภาพใบหน้าที่ผิดพลาด เช่น ตอนถ่ายแบบเผลอกะพริบตา หรือหลับตาในภาพกลุ่ม เราสามารถใช้ AI แก้ไขใบหน้าใหม่เหล่านี้ใหม่ เช่น ให้ลืมตา เปลี่ยนการมองใหม่ได้อย่างแนบเนียน โดย AI จะใช้รูปจากคลังภาพมาอ้างอิงการแก้ไขอัตโนมัติ ดังนั้นเราจะได้ดวงตาหรือใบหน้าของเราจริง ๆ แทนการนำภาพจากที่อื่นมาใส่ให้
— เติมฉากหลังได้สมจริงด้วย Advance AI Outpainting
ฟีเจอร์นี้จะเป็นการปรับแก้ไขภาพถ่ายที่ถ่ายมุมแคบ แล้วเกิดเปลี่ยนใจอยากขยายฉากให้กว้างขึ้น เพื่อใช้เป็นภาพหน้าปกหรืออยากให้แบบอยู่ไกลขึ้น สิ่งเหล่าสามารถให้ AI แก้ไขได้ ซึ่ง AI จะทำการเติมส่วนพื้นหลังที่ขาดไปด้วยความเนียน ทำให้เราได้ภาพถ่ายเหมือนถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้างจริง ๆ เหมาะกับคนที่ชอบแต่งรูปสายอาร์ตหรือโพสต์ลงโซเชียล
— ชุบชีวิตภาพเก่าด้วย Advance AI Upscale
ภาพถ่ายเก่า ๆ หรือภาพความละเอียดต่ำ ความละเอียดไม่ค่อยดี สามารถนำเข้า HONOR 400 Pro แล้วใช้ฟีเจอร์นี้ปรับปรุงพร้อมกับอัปสเกลความละเอียดของภาพให้กลับมาคมชัดขึ้นได้ ซึ่งจากที่ลองใช้สามารถเอาภาพถ่ายกลางคืนที่เราถ่ายแล้วไม่ชัด หรือภาพซูมไกลๆ มาให้ AI จัดการได้ด้วยครับ แต่ก็พบว่าไม่สามารถทำได้ทุกรูปนะ แต่ถ้าเป็นการเอาไฟล์ภาพเก่า ๆ มาอัปอันนี้ทำได้ทุกรูป
— จัดวางวัตถุใหม่ได้ด้วย Advance AI Cutout & Cutout 2.0
ฟีเจอร์ AI ที่จะทำการตัดส่วนที่ต้องการออกมาสำหรับย้ายตำแหน่ง เช่น ถ่ายมาแล้วตัวคนอยู่ชิดขอบเกินไป ก็ใช้ฟีเจอร์นี้ย้ายตำแหน่งคนมาไว้ตรงกลาง แล้ว AI ก็จะเติมพื้นหลังเดิมให้อัตโนมัติแบบเนียนกริบ เหมือนถ่ายใหม่เลย
— เชื่อมต่อ Android – iOS ง่าย ๆ ด้วย Advance AI Connect
ผมใช้ iPhone และก็มี Android ด้วย ถือใช้คู่กัน ซึ่งปกติการส่งไฟล์ข้ามเครื่องจะวุ่นวายมาก แต่ถ้าฝั่ง Android เราใช้ HONOR 400 หรือ HONOR 400 Pro ก็ได้ครับ เราสามารถใช้ฟีเจอร์ HONOR Connect โดยจำเป็นต้องติดตั้งแอปไว้บนเครื่องทั้งสองฝั่ง จากนั้นก็ถ่ายโอนไฟล์ภาพและวิดีโอให้กันได้เหมือนใช้ Quick Share และส่งได้แบบไร้สาย ไม่ต้องพึ่ง Wi-Fi หรือสาย USB ใด ๆ ทั้งสิ้น และส่งได้ไวมากด้วย
— ภาพเคลื่อนไหวมีชีวิตด้วย AI Live Photo & Moving Photo Collage
เวลาถ่ายภาพบุคคล วิวธรรมชาติ หรือสัตว์เลี้ยง ผมชอบเปิดโหมด Live Photo เพราะมันจะช่วยเก็บเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้นไว้ย้อนดูโมเมนต์ดี ๆ ด้วยเสียงและความเคลื่อนไหวก่อน-หลังเราถ่ายภาพ เป็นอะไรที่ดีมาก และเราสามารถนำภาพ Live Photo หลายภาพมารวมกันเป็นเรื่องราวด้วย Moving Photo Collage ที่รองรับภาพ Live photo ได้มากสุดที่ 9 รูป ให้กลายเป็นวิดีโอสั้น ๆ ที่บอกเล่าเรื่องได้อย่างมีชีวิตชีวาและลึกซึ้งมากขึ้น สามารถโพสต์ลงโซเชียลได้ทันทีด้วย
— แปลภาษาแม่นยำด้วย Advance AI Translation & Live Translation
การคุยงานกับเพื่อนต่างชาติผ่านวิดีโอคอลแล้วแปลไม่ทัน แปลไม่ได้ หรือไม่รู้เรื่องเลย บน HONOR 400 Pro จะมีฟีเจอร์ AI Live Translation ที่จะช่วยเข้าเป็นตัวเลือกในการแปลบทสนทนาแบบเรียลไทม์ให้ได้ ซึ่งใช้ได้ไม่มีข้อจำกัด โดยที่ฝั่งเราใช้ HONOR ส่วนคู่สนทนาตรงข้ามจะใช้เครื่องอะไรก็ได้ AI จะใช้เวลาแปลเฉลี่ย 1.7 วินาที เท่านั้น ก็เกือบจะเรียลไทม์แล้วล่ะ
— ช่วยเขียน ช่วยคิด ด้วย Advance AI Writing Tools
การพิมพ์หรือบันทึกเป็นข้อความใด ๆ บน HONOR 400 Pro เราสามารถเรียกใช้ AI Writing Tools ให้เป็นผู้ช่วยในการทำคอนเทนต์ Text เหล่านี้ให้เราได้ โดยไม่ว่าจะ ให้เขียนบทความใหม่ ปรับสำนวน หรือเช็กแกรมม่า ก็ทำได้ครบจบในที่เดียว และยังใช้งานร่วมกับ Google Gemini ได้อีกด้วย ลดเวลาการพิมพ์หรือการอ่านได้ดีเลยทีเดียว
— บันทึกประชุมเป็นข้อความด้วย AI Notes, Recorder, Transcribe
AI Recorder จะเป็นเรียกให้ AI ช่วยอัดเสียงแล้วใช้ Transcribe ถอดเสียงแบบออฟไลน์ (ไม่ต้องต่อเน็ต) ออกมาให้เรา จากนั้นเราสามารถนำเสียงไปใช้ AI Summary และ AI Minutes เพื่อสรุปรายงานประชุมให้เลยในไม่กี่วินาที หรือจะส่งต่อให้ AI Writing Tools ด้านบนจัดเรียงหรือทำเป็นคอนเทนต์ข้อความต่อก็ได้ ก็สะดวกและร่นระยะเวลาได้ดีมาก ๆ ครับสำหรับคนที่ต้องมูฟอยู่ตลอด
— เสริมความปลอดภัยระหว่างคอลด้วย Advance AI Deepfake Detection
เป็น AI ที่โดดดังของ HONOR เลยก็ว่าได้ กับการใช้ AI เข้ามาตรวจสอบใบหน้าของคู่สนทนาวิดีโอคอลว่า เป็นคนจริง ๆ หรือไม่ หรือมีการปลอมแปลงใบหน้าทางวิดีโอคอลเพื่อหลอกเราไหม โดยระบบ AI Deepfake Detection ของ HONOR จะวิเคราะห์ใบหน้าคู่สนทนาแบบเรียลไทม์ และแจ้งเตือนถ้าพบสิ่งผิดปกติ พร้อมบอกเปอร์เซ็นต์ความน่าเป็น Deepfake เพื่อให้พิจารณาและเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการสนทนา
/ Performance ประสิทธิภาพการทำงาน Flagship Level
HONOR 400 Pro ขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเรือธงอย่าง CPU Snapdragon 8 Gen 3 จับคู่กับ GPU ระดับสูง Qualcomm Adreno 750 มอบประสิทธิภาพด้านกราฟิกขั้นสูง และเมื่อทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ส่วนอื่นก็ทำให้สามารถมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลดีมาก ๆ
นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมาพร้อม RAM ขนาด 12GB ขยายเพิ่มที่เพิ่มได้อีกสูงสุด 12GB และมีหน่วยความจำภายในสูงสุด 512GB รองรับการจัดเก็บภาพถ่ายได้มากถึง 121,000 รูป บนราคาค่าตัวแบบนี้ ไม่มีแบรนด์ไหนให้สเปกขนาดนี้แล้วล่ะครับ
ผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชัน Benchmark
— ประสบการณ์การใช้งานด้วย MagicOS 9.0
HONOR 400 Pro ทำงานบนระบบปฏิบัติการ MagicOS 9.0 เวอร์ชันล่าสุด ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ Android 15 อินเทอร์เฟซและเรนเดอร์เอฟเฟ็กต์อนิเมชั่นต่าง ๆ สามารถมอบประสบการณ์ที่ดีและเป็นมิตรกับผู้ใช้งานดีครับ ด้วยความที่อินเทอร์เฟซของ MagicOS ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมาก และเสริมประสบการณ์ใช้งานให้ทันสมัย รู้ใจด้วยฟีเจอร์ AI และวิดเจ็ตที่ได้รับการอัปเกรด โดยระบบ AI จะเข้ามาช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการงานต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งในด้านการทำงานและความบันเทิงได้เร็ว ราบรื่น และมีประสิทธิภาพขึ้นจากปกติ
» Magic Portal 2.0
Magic Portal 2.0 หนึ่งในลูกเล่นบน MagicOS เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ได้รับการยกระดับโดยขยายขอบเขตการรองรับให้ครอบคลุมแอปและสถานการณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดย Magic Portal ใช้เทคโนโลยี Advance AI ขั้นสูงในการเข้าใจเจตนาของผู้ใช้งาน และนำทางอย่างราบรื่นไปยังแอปในระบบที่เกี่ยวข้อง ด้วยความสามารถของฟีเจอร์ Circle to Search ผู้ใช้สามารถ “วงกลม” สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ เพื่อเชื่อมต่อไปยังแอปหรือบริการที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว เช่น การวงกลมภาพหนังสือบนหน้าจอ ระบบจะพาผู้ใช้ไปยังแอปอีคอมเมิร์ซที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้น
» Magic Capsule
Magic Capsule ฟีเจอร์การแจ้งเตือนที่รูปแบบป็อปอัปแจ้งเตือนจะคล้ายกับแคปซูลยา ช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น และโต้ตอบกับการแจ้งเตือนแบบมัลติโหมดอย่างไร้รอยต่อ เพียงแตะที่การแจ้งเตือนบริเวณด้านบนของหน้าจอ ผู้ใช้ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ทันที โดยไม่ต้องสลับไปมาระหว่างหลายแอปพลิเคชัน ฟีเจอร์อัจฉริยะนี้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น
» Magic Lock Screen
เป็นฟีเจอร์ Lock Screen ที่มากับ MagicOS เวอร์ชั่นล่าสุด มีอินเทอร์เฟซแบบไดนามิกที่แสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตสภาพอากาศ ข่าวสาร หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ปรับให้เหมาะกับความสนใจเฉพาะบุคคล ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเลย์เอาต์และสไตล์ของหน้าจอล็อกได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแบบดั้งเดิม อนิเมะ หรือฟิลเตอร์ดีไซน์ พร้อมทั้งสามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลังให้เข้ากับอารมณ์หรือกิจกรรมในแต่ละวันได้ง่าย
» Google Lens & Google Gemini
Google Lens ฟีเจอร์พื้นฐานของ Android OS ที่หลายคนน่าจะเคยใช้หรือเคยผ่านตากันมาบ้าง โดย Google Lens จะมอบวิธีค้นหาข้อมูลที่รวดเร็วและง่ายดายในการสำรวจสิ่งรอบตัวผ่านกล้องของสมาร์ทโฟน ผู้ใช้สามารถระบุวัตถุต่าง ๆ เช่น พืช สัตว์ หรือผลงานศิลปะได้อย่างง่ายดาย รวมถึงสามารถแปลข้อความจากเมนูหรือป้ายต่าง ๆ ได้มากกว่า 100 ภาษา โดยสามารถคัดลอกและวางข้อความได้ทันที อีกทั้งยังสามารถใช้ในการค้นหาวิธีแก้โจทย์วิชาการแบบทีละขั้นตอน หรือใช้สแกนสินค้าเพื่อค้นหาราคา ความพร้อมจำหน่าย และสินค้าในรูปแบบเดียวกันทางออนไลน์
อีกทั้งยังมาพร้อมแอป Google Gemini ที่ติดตั้งมาให้ล่วงหน้า ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย AI ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการร่างอีเมลรายวัน วางแผนกิจกรรม ใช้งานผ่านข้อความ เสียง รูปภาพ หรือกล้อง รวมถึงการสร้างภาพเพื่อการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ
/ Display จอแสดงผลที่สวยคมและห่วงใยสุขภาพดวงตา
HONOR 400 Pro เป็นสมาร์ตโฟนหนึ่งเดียวในตลาดมือถือเมืองไทยในเวลานี้ ที่มีจอแสดงผลที่มากับฟีเจอร์และเทคโนโลยีการแสดงผลบนจอที่ใส่ใจสุขภาพดวงตาผู้ใช้งานมากที่สุด โดยตัวเครื่องจะมาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชสูงถึง 120Hz ความละเอียดระดับ 2,800 × 1,280 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 460 PPI มอบภาพที่คมชัดและลื่นไหลอย่างไร้รอยต่อ หน้าจอยังรองรับการแสดงผลสีได้ถึง 1.07 พันล้านสี และครอบคลุมช่วงสีแบบ DCI-P3 100% ให้ประสบการณ์รับชมที่เต็มอิ่มสมจริงในทุกเฉดสี นอกจากนี้ ยังรองรับความสว่างสูงสุดแบบ HDR ถึง 5,000nits พร้อมฟีเจอร์ดูแลสายตา ดังนี้
— หน้าจอถนอมสายตา HONOR Eye Comfort Display
HONOR 400 Pro และ HONOR 400 มาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา HONOR Eye Comfort Display โดยใช้หน้าจอ Dimming แบบ 3840Hz ที่ปลอดภัยต่อดวงตา ลดการกะพริบของหน้าจอเพื่อลดอาการตาล้า นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีลดแสงสีฟ้าระดับฮาร์ดแวร์ (Hardware-level Low Blue Light) ที่ช่วยลดการสัมผัสกับแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฟีเจอร์ Dynamic Dimming จะปรับความสว่างตามสภาพแวดล้อม ช่วยลดความล้าของดวงตาลงได้ถึง 18% และโหมด Circadian Night Mode สามารถเปลี่ยนโทนสีหน้าจอให้เป็นโทนอุ่นในช่วงกลางคืน ช่วยเพิ่มระดับเมลาโทนินได้ถึง 20% เพื่อส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับ
หน้าจอ Natural Tone Display ยังช่วยลดความล้าตาลงได้อีก 18% ส่วนฟีเจอร์ Advance AI Defocus Display ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเลนส์ควบคุมสายตาสั้น จะปรับตำแหน่งการแสดงผลของภาพให้เหมาะสม โดยจำลองการฉายภาพให้อยู่ข้างหน้าของเรตินา เพื่อลดอาการล้าของดวงตา
นอกจากนี้ ยังมีโหมด Ultra Dark ที่ลดความสว่างหน้าจอลงเหลือเพียง 1.5 nits เพื่อควบคุมแสงอย่างแม่นยำในสภาพแวดล้อมมืด และฟีเจอร์แจ้งเตือนการกระพริบตา (Wink Reminder) ที่ตรวจสอบความถี่ในการกระพริบตาทุก 5 นาที และแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อพบว่าการกระพริบตาน้อยลง ซึ่งช่วยลดความเมื่อยล้าจากการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน
— ฟีเจอร์บรรเทาอาการเมารถ (Motion Sickness Relief)
ฟีเจอร์ Motion Sickness Relief ออกแบบมาเพื่อลดอาการคลื่นไส้และไม่สบายตาขณะใช้งานอุปกรณ์ในขณะโดยสารพาหนะ โดยใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ร่วมกับการแสดงผลลวดลายจุดบนหน้าจอ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการรับรู้ทางสายตาและระบบการทรงตัว ช่วยลดอาการเวียนศีรษะและทำให้การใช้งานระหว่างการเดินทางราบรื่นและสบายตายิ่งขึ้น ฟีเจอร์นี้ผมชอบมาก ๆ เพราะตัวผมเองจะไม่สามารถอ่านตัวหนังสือขณะเดินทางบนรถได้เลย จะเกิดอาการมึนแต่จากที่ลองเปิดฟีเจอร์นี้และใช้งานดูช่วยลดอาการได้จริง ๆ ครับ เพียงแต่ส่วนตัวถ้าหากใช้งานนานก็ยังคงเกิดอาการมึนหัวอยู่บ้าง จากเดิมคือนาทีเดียวก็ไม่ได้เลย
— เทคโนโลยีสัมผัสหน้าจอขณะเปียกระดับสูง (Super Rainproof Touch)
เทคโนโลยี Super Rainproof Touch ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมหน้าจอได้แม้ในสภาพเปียกชื้น เช่น ขณะอาบน้ำหรือใช้งานท่ามกลางสายฝน เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วยระบบ Advance AI ที่ได้รับการฝึกฝนจากข้อมูลการสัมผัสหน้าจอขณะเปียกนับหมื่นสถานการณ์ ทำให้สามารถตรวจจับหยดน้ำบนหน้าจอได้อย่างฉลาด โดยเฉพาะบริเวณขอบหน้าจอ พร้อมด้วยอัลกอริธึมระงับหยดน้ำบริเวณขอบ ที่สามารถแยกแยะได้อย่างแม่นยำระหว่างหยดน้ำกับการสัมผัสของมนุษย์จริง ๆ อีกด้วย
— Sunlight Display Enhancement
เทคโนโลยีที่เพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลกลางแสงแดดระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้หน้าจอยังคงมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้อยู่ภายใต้แสงแดดจ้า โดยอาศัยพลังของ Advance AI ในการตรวจจับสถานการณ์การใช้งานแบบอัตโนมัติ และปรับค่าต่าง ๆ ของหน้าจอ เช่น ขอบเขตสี ความสว่าง คอนทราสต์ และความอิ่มตัวของสี ให้เหมาะสม เพื่อยกระดับความชัดเจนและความคมชัดในการใช้งาน ไม่ว่าจะใช้งานที่ชายหาดหรือในสวนสาธารณะ ก็สามารถมองเห็นรายละเอียดบนหน้าจอได้อย่างคมชัด สดใส โดยไม่ต้องเพ่งหรือฝืนสายตา แม้อยู่กลางแสงแดดโดยตรง
/ Battery แบตเตอรี่ซิลิคอนคาร์บอนความจุสูง 6000mAh
HONOR 400 Pro มากับความจุแบตเตอรี่ 6000mAh รองรับ 100W HONOR Wired SuperCharge และรองรับ 50W HONOR Wireless SuperCharge ช่วยให้การชาร์จแบบไร้สายเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เมื่อชาร์จเต็ม 100% จะสามารถใช้งานต่าง ๆ เช่น รับชมวิดีโอออนไลน์ สูงสุด 17 ชั่วโมง, สนทนาทางโทรศัพท์ สูงสุด 37 ชั่วโมง และ ดูวิดีโอแบบออฟไลน์ สูงสุด 29 ชั่วโมง เป็นต้น
และแบตเตอรี่ยังออกแบบมาให้ใช้งานได้แม้ในสภาพอากาศหนาวเย็นประมาณ -20°C โดยยังสามารถทำงานได้ เช่น การโทรออกหรือบันทึกวิดีโอแม้แบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ และมีอายุการใช้งานยาวนานจากแบตเตอรี่ปกติ โดยยังคงประสิทธิภาพมากกว่า 80% หลังผ่านการใช้งานนานถึง 4 ปี
/ Wrap-up บทสรุป
สำหรับสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ จุดเด่นของเขาจะอยู่ที่การเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงเริ่มต้น มาพร้อมกล้องถ่ายภาพที่ให้นิยามสั้นๆ ว่า “เทพ” และมี Advance AI มาให้ใช้งานบนเครื่องมากกว่า 40 ตัว โดยจะเข้ามาช่วยทั้งเรื่องการถ่ายภาพและปรับแต่งภาพถ่าย, การสร้างคอนเทนท์ ไปจนถึงการยกระดับไลฟ์สไตล์ให้สนุกมากขึ้น ซึ่ง AI ที่โดดเด่นที่สุดและแปลกที่สุด
เพราะยังไม่มีแบรนด์ไหนกล้าใส่มาให้ก็คือ AI Image to VDO กับการเปลี่ยนภาพนิ่งให้เป็น VDO รวมทั้งยังมาพร้อมกับ Spec จัดเต็มคุ้มค่าที่สุดในช่วงราคานี้ จนต้องยกให้เป็น “ตัวจบในงบ 20K” จริง ๆ ถ้าคุณมีงบเท่านี้และกำลังมองหาสมาร์ตโฟนที่จบทุกความต้องการ เดินเข้าช็อปแล้วบอก HONOR 400 Pro ได้เลยครับ เพราะนี่คือมือถือสุดขอบในงบนี้แล้ว
/ Price & Availability ราคา การวางจำหน่าย และโปรโมชัน
HONOR 400 Pro วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ในราคา 19,990 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษประกันตัวเครื่องนาน 24 เดือน และประกันหน้าจอ 6 เดือน โดยมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี คือ สีเงิน Lunar Grey และสีดำ Midnight Black สำหรับสีฟ้า Tidal Blue ยังรอลุ้นให้เข้าไทยเร็ว ๆ นี้
และสำหรับ HONOR 400 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีทอง Desert Gold และสีดำ Midnight Black พร้อมตัวเลือก 2 รุ่นย่อย คือ รุ่น 12GB + 512GB วางจำหน่ายในราคา 14,990 บาท และรุ่น 12GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท รับสิทธิพิเศษประกันตัวเครื่องนาน 24 เดือน และประกันหน้าจอ 6 เดือน เช่นเดียวกัน
สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ Shopee, TikTok Shop, Lazada และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!




















































































