TECHMOBILEREVIEW

รีวิว REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G สองสมาร์ตโฟนถึกทน สเปกแน่น กล้อง 200MP

REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G สองสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่จาก Xiaomi ประเทศไทย หนึ่งในสมาร์ตโฟนซีรีส์ของ Xiaomi ที่ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้งานในไทยดีมาก ๆ อีกซีรีส์หนึ่งเลยทีเดียว โดยครั้งนี้ทาง Xiaomi ได้เปิดตัว REDMI Note 15 Series 5G เข้าสู่ตลาดเมืองไทยด้วยกันทั้งหมด 3 โมเดล คือ REDMI Note 15 Pro+ 5G รุ่นท็อปสุด, REDMI Note 15 Pro 5G รุ่นรอง และ REDMI Note 15 5G รุ่นมาตรฐาน ซึ่งครั้งนี้เราจะรีวิวรุ่น REDMI Note 15 Pro+ 5G เป็นรุ่นหลักในบทความ และมีรุ่น REDMI Note 15 Pro 5G เป็นตัวเสริมให้เพื่อน ๆ ไว้ใช้เป็นข้อมูลพิจารณาประกอบในบทความรีวิวครั้งนี้ครับ

REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G เป็นสองสมาร์ตโฟนที่ชูจุดขายในเรื่องของความทนทานและแข็งแกร่งพิเศษ ด้วยมาตรฐานการทนน้ำและฝุ่นระดับสูงสุดของอุตสาหกรรมในเวลานี้ IP66 / IP68 / IP69 / IP69K ผสานเข้ากับกระจกกันรอยระดับท็อปอย่าง Corning® Gorilla® Glass Victus®2 และงานออกแบบเฟรมตัวเครื่องแบบ Exclusive อย่าง REDMI Titan Structure จึงทำให้สมาร์ตโฟนทั้งสองรุ่นเป็นสมาร์ตโฟน REDMI ที่แข็งแรงและทนทานที่สุดในเวลานี้

นอกจากนี้ยังมากับกล้องถ่ายรูปที่ใช้เซนเซอร์ HPE ความละเอียด 200MP ซึ่งเป็นเซนเซอร์กล้องที่นอกจากความละเอียดสูงแล้ว ยังมีสมาร์ตโฟนเรือธงบางรุ่นนำไปใช้งานด้วย เกริ่นมาแค่นี้ก็น่าสนใจมาก ๆ แล้วใช่ไหมล่ะครับ เอาเป็นว่าไปรู้จักสมาร์ตโฟน REDMI Note Series รุ่นใหม่ทั้งสองรุ่นนี้พร้อมกันด้านล่างได้เลย!

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. Specification / รายละเอียดสเปก
2. Design / งานออกแบบ
3. Durability / ความทนทาน
4. Battery / แบตเตอรี่
5. Camera / กล้องถ่ายรูป
6. Display / หน้าจอแสดงผล
7. AI Technology / เทคโนโลยี AI
8. Performance / ประสิทธิภาพ
9. Wrap-up / บทสรุป
10. Price & Availability / ราคาและการวางจำหน่าย


Specification

รายละเอียดสเปกของ REDMI Note 15 Pro+ 5G

  • จอแสดงผล CrystalRes AMOLED Display ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 2,772 x 1,280 พิกเซล (1.5K)
    — Refresh Rate : Up to 120Hz
    — Brightness : 3200 nits peak brightness
    — Color Depth : 12-bit
    — Contrast Ratio : 8,000,000:1
    — DCI-P3 Wide Color Gamut
    — Corning® Gorilla® Glass Victus®2
    — Touch Sampling Rate : Up to 480Hz
    — Instantaneous Touch Sampling Rate : 2560Hz
    — HDR10+ | Dolby Vision®
    — 3840Hz PWM Dimming
    — TÜV Rheinland Low Blue Light (Hardware Solution) Certified | TÜV Rheinland Flicker Free Certified | TÜV Rheinland Circadian Friendly Certified
  • ชิปประมวลผล Snapdragon® 7s Gen 4
    — 4nm. Manufacturing Process Technology
    — CPU Octa-core Processor ความเร็ว 2.7GHz
  • GPU Adreno 810
  • RAM 12GB (LPDDR4x)
    — Extended RAM 6GB
  • ROM 512GB (UFS 2.2)
  • Xiaomi HyperOS 2.0 (Android 15)
  • กล้องถ่ายรูป Dual Camera
    — กล้องหลัก ความละเอียด 200MP (OIS, F1.7)
         2.24μm | 16-in-1 pixel Binning
         1/1.4″ SAMSUNG HPE sensor Size
         7P lens
    — กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra-wide) ความละเอียด 8MP (F2.2)
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32MP (F2.2)
  • มาตรฐานการทนน้ำและฝุ่น IP66 / IP68 / IP69 / IP69K Dust and Water Resistance
  • ลำโพงคู่ Dual Speakers
    — 400% Volume Boost
    — Dolby Atmos® | Hi-Res
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย
    — Wi-Fi 6E Capability
    — Bluetooth® 5.4
    — NFC
  • รองรับคลื่นเครือข่าย
    — 2G : GSM: 2 / 3 / 5 / 8
    — 3G : WCDMA: 1 / 2 / 4 / 5 / 6 / 8 / 19
    — 4G : LTE FDD: 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 7 / 8 / 12 / 13 / 17 / 18 / 19 / 20 / 26 / 28 / 32 / 66 / 71
    — 4G : LTE TDD: 38 / 40 / 41 / 42 / 48
    — 5G : n1 / 2 / 3 / 5 / 7 / 8 / 12 / 20 / 26 / 28 / 38 / 40 / 41 / 48 / 66 / 71 / 77 / 78
  • รองรับซิมการ์ด Dual SIM (nano SIM + nano SIM หรือ nano SIM + eSIM)
  • รองรับการโทรผ่านดาวเทียม Xiaomi Offline Communication ด้วยชิปเซ็ต Xiaomi Surge T1S Tuner ร่วมกับสมาร์ตโฟน Xiaomi ที่รองรับ
  • AI
    — Xiaomi HyperAI : AI Writing,AI Speech Recognition, AI Interpreter, AI Search, AI Dynamic Wallpapers, AI Creativity Assistant
    — Google Gemini : Circle to Search with Google
  • แบตเตอรี่ขนาดความจุ 6500mAh
    — ชาร์จไวแบบมีสาย 100W HyperCharge
    — รองรับการชาร์จแบบ Reverse Charging 22.5W
  • ตัวเลือกสี : สีน้ำตาล Mocha Brown, สีฟ้า Glacier Blue และสีดำ Black

อุปกรณ์ภายในกล่อง 

  • ตัวเครื่อง REDMI Note 15 Pro+ 5G
  • คู่มือการใช้งานและรับประกัน
  • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
  • เคสป้องกันตัวเครื่อง (Soft Case) 
  • สายชาร์จ USB-C
  • อแดปเตอร์ชาร์จ 

รายละเอียดสเปกของ REDMI Note 15 Pro 5G

  • จอแสดงผล CrystalRes AMOLED Display ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 2,772 x 1,280 พิกเซล (1.5K)
    — Refresh Rate : Up to 120Hz
    — Brightness : 3200 nits Peak Brightness
    — Color Depth : 12-bit
    — Contrast Ratio : 8,000,000:1
    — DCI-P3 Wide Color Gamut
    — Corning® Gorilla® Glass Victus®2
    — Touch Sampling Rate : Up to 480Hz
    — Instantaneous Touch Sampling Rate : 2560Hz
    — HDR10+ | Dolby Vision®
    — 3840Hz PWM Dimming
    — TÜV Rheinland Low Blue Light (Hardware Solution) Certified | TÜV Rheinland Flicker Free Certified | TÜV Rheinland Circadian Friendly Certified
  • ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7400-Ultra
    — 4nm. Manufacturing Process Technology
    — CPU Octa-core Processor ความเร็ว 2.6GHz
  • GPU Mali G615
  • RAM 8GB (LPDDR4x)
    — Extended RAM 6GB
  • ROM 256GB (UFS 2.2)
  • Xiaomi HyperOS 2.0 (Android 15)
  • กล้องถ่ายรูป Dual Camera
    — กล้องหลัก ความละเอียด 200MP (OIS, F1.7)
         2.24μm | 16-in-1 Pixel Binning
         1/1.4″ SAMSUNG HPE Sensor Size
         7P Lens
    — กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra-wide) ความละเอียด 8MP (F2.2)
  • กล้องหน้า ความละเอียด 20MP (F2.2)
  • มาตรฐานการทนน้ำและฝุ่น IP66 / IP68 / IP69 / IP69K Dust and Water Resistance
  • ลำโพงคู่ Dual Speakers
    — 400% Volume Boost
    — Dolby Atmos® | Hi-Res
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย
    — Wi-Fi 6 Capability
    — Bluetooth® 5.4
    — NFC
  • รองรับคลื่นเครือข่าย
    — 2G : GSM: 2 / 3 / 5 / 8
    — 3G : WCDMA: 1 / 2 / 4 / 5 / 6 / 8 / 19
    — 4G : LTE FDD: 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 7 / 8 / 12 / 13 / 17 / 18 / 19 / 20 / 26 / 28 / 32 / 66 / 71
    — 4G : LTE TDD: 38 / 40 / 41 / 42 / 48
    — 5G : n1 / 2 / 3 / 5 / 7 / 8 / 12 / 20 / 26 / 28 / 38 / 40 / 41 / 48 / 66 / 71 / 77 / 78
  • รองรับซิมการ์ด Dual SIM (nano SIM + nano SIM หรือ nano SIM + eSIM)
  • รองรับการโทรผ่านดาวเทียม Xiaomi Offline Communication ด้วยชิปเซ็ต Xiaomi Surge T1S Tuner ร่วมกับสมาร์ตโฟน Xiaomi ที่รองรับ
  • แบตเตอรี่ขนาดความจุ 6580mAh
    — ชาร์จไวแบบมีสาย 45W Turbo Charging
    — รองรับการชาร์จแบบ Reverse Charging 22.5W
  • ตัวเลือกสี : สีไทเทเนียม Titanium Color, สีม่วง Mist Purple และสีดำ Black

อุปกรณ์ภายในกล่อง 

  • ตัวเครื่อง REDMI Note 15 Pro 5G
  • คู่มือการใช้งานและรับประกัน
  • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
  • เคสป้องกันตัวเครื่อง (Soft case) 
  • สายชาร์จ USB-C
  • อแดปเตอร์ชาร์จ

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Design

งานออกแบบมาตรฐานสมาร์ตโฟนระดับสูง

REDMI Note 15 Pro+ 5G มากับงานออกแบบสไตล์ “สมมาตร” ทุกอย่างถูกจัดวางไว้เท่ากันทั้งซ้ายและขวา โดยที่ด้านหน้าเลือกใช้เป็นจอแสดงผลดีไซน์ Micro Quad Curved แบบแบนราบขนาด 6.83 นิ้ว โดยบริเวณมุมทั้งสี่ของหน้าจอจะมีความโค้งมนประมาณ 3.9 มม. พร้อมกับยกตัวขึ้นเล็กน้อย ถือจับใช้งานได้ถนัดและสบายมือ

และเมื่อพลิกกลับมาที่ด้านหลังตัวเครื่องโมดูลกล้องจะใช้การออกแบบสไตล์ “Deco” พร้อมกับจัดวางตำแหน่งไว้กึ่งกลางของฝาหลังแบบสมมาตร ในขณะที่พื้นผิวของฝาหลังจะใช้วัสดุคล้ายหนัง Leather Vegan ให้ลุคที่หรูหราและพรีเมียมมากขึ้น

ส่วน REDMI Note 15 Pro 5G มากับงานออกแบบตัวเครื่องแบบเดียวกันทุกประการ จะแตกต่างตรงพื้นผิวของฝาหลังที่จะเป็นพื้นผิวแบบด้านจากวัสดุไฟเบอร์กลาสชนิดพิเศษ

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Durability

สร้างมาเพื่อรองรับความทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

จุดเด่นหลักในครั้งนี้ของ REDMI Note 15 Pro+ 5G รวมถึง REDMI Note 15 Pro 5G ด้วย นอกจากจะมากับสเปกตัวเครื่องที่คุ้มค่าแบบที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ยังมาพร้อมความทนทานและแข็งแรงเป็นพิเศษ ซึ่งครั้งนี้ถูกดึงออกมาเป็น Key Selling Point เลยทีเดียวครับ ทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อความทนทานระดับด้วยโครงสร้างตัวเครื่อง “REDMI Titan Durability” ส่วนประกอบโครงสร้างตัวเครื่องที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาให้มีความแข็งแรง ทนทานต่อการตกกระแทก การบีบอัด และการบิดงอ ที่พบได้ในชีวิตประจําวัน ผ่านการรับรองมาตรฐาน SGS Premium Performance ระดับ 5 ดาว

โครงสร้างพื้นฐานของ REDMI Titan ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเครื่องในทุกชั้นด้วยความแข็งแรงระดับเรือธง ผสานเมนบอร์ดที่มีคุณสมบัติความแข็งแรงสูง เฟรมกลางที่ได้รับการเสริมพิเศษพร้อมคุณสมบัติการนําความร้อนสูง และการเสริมการดูดซับแรงกระแทกใน 7 องค์ประกอบสําคัญ เพื่อความทนทานเชิงโครงสร้างที่เหนือระดับ

ในขณะที่ด้านหน้าตัวเครื่องเลือกใช้กระจก Corning® Gorilla® Glass Victus®2 กระจกกันรอยระดับเรือธง เข้ามาช่วยเสริมความทนทานต่อรอยขีดข่วนและการตกกระแทกให้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ฝาหลังก็เลือกใช้วัสดุไฟเบอร์กลาสความแข็งแกร่งสูง ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เพิ่มนํ้าหนักที่ไม่จําเป็นให้กับตัวเครื่อง เมื่อผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันตัวเครื่องจึงสามารถทนต่อการตกจากความสูงได้ถึง 2.5 เมตร มอบความทนทานที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ในการใช้งานจริง

นอกเหนือจากการป้องกันการตกกระแทกแล้ว REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ยังผ่านมาตรฐานความทนทานต่อฝุ่นและนํ้าระดับ IP66, IP68, IP69 และ IP69K ที่ระดับนํ้าลึก 2 เมตร ได้นานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง ผ่านการรับรองความทนทานด้านการกันนํ้าจาก TÜV SÜD เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม รวมทั้งทาง Xiaomi ยังออกแบบโครงสร้างกันนํ้าอย่างแม่นยําถึง 17 จุดบนตัวเครื่อง ช่วยปกป้องแม้แต่ชิ้นส่วนที่เสี่ยงต่อการสัมผัสนํ้ามากที่สุดได้อย่ามั่นใจ และถ้าหากหน้าจอเปียกก็มี “AI Wet Touch 2.0” ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI Water State Detection รุ่นอัปเกรดใหม่ ที่จะปรับความไวในการสัมผัสด้วย AI ให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ทุกการแตะและปัดยังคงลื่นไหล แม่นยํา และตอบสนองได้อย่างมั่นใจ

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Battery

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ใช้งานต่อเนื่องตลอดวัน

REDMI Note 15 Pro+ 5G มากับแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอนรุ่นใหม่ความจุ 6500mAh เป็นแบตเตอรี่ที่มีส่วนผสมของซิลิคอน-คาร์บอน 10% โดยเป็นสมาร์ตโฟนตระกูล REDMI Note รุ่นแรกที่มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีส่วนผสมของซิลิคอน-คาร์บอนถึง 10% จึงมอบความจุของแบตเตอรี่ที่สูงยิ่งขึ้นบนขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดลงตัว

เมื่อแบตเตอรี่หมดก็สามารถชาร์จพลังงานกลับเข้าเครื่องได้รวดเร็วด้วยเทคโนโลยีชาร์จไว HyperCharge 100 วัตต์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่กลับมาเต็มได้ภายในเวลาเพียง 40 นาที เท่านั้น และยังรองรับการชาร์จย้อนกลับด้วยพลังไฟฟ้า 22.5 วัตต์ ช่วยให้สามารถแชร์พลังงานไปยังอุปกรณ์อื่นได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ทาง Xiaomi ยังติดตั้งระบบจัดการแบตเตอรี่ด้วยชิป Xiaomi Surge มาด้วย ช่วยให้ REDMI Note 15 Pro+ 5G สามารถคงความจุแบตเตอรี่ไว้ได้มากกว่า 80% แม้ผ่านการชาร์จกว่า 1,600 รอบ เทียบเท่าการใช้งานปกติยาวนานประมาณ 6 ปี และช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะชาร์จป้องกันการเกิดปัญหาได้

ส่วนผู้น้องอย่าง REDMI Note 15 Pro 5G จะมากับแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอนความจุ 6580mAh สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน รองรับการชาร์จเร็ว 45 วัตต์ ด้วยเทคโนโลยีชาร์จ Turbo Charging ช่วยให้ชาร์จได้อย่างรวดเร็วสามารถชาร์จพลังงานกลับเข้าเครื่องจนเต็มได้ด้วยระยะเวลาประมาณ 60-80 นาที และรองรับระบบชาร์จย้อนกลับ 22.5 วัตต์ ขับเคลื่อนด้วยระบบจัดการแบตเตอรี่ Xiaomi Surge ที่ยกระดับทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งาน ช่วยคงความจุแบตเตอรี่ไว้มากกว่า 80% แม้ผ่านการชาร์จกว่า 1,600 รอบ พร้อมมอบการใช้งานที่เชื่อถือได้ยาวนานสูงสุดถึง 6 ปี เช่นกัน

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Camera

กล้องความละเอียดสูง 200MP รุ่นใหม่ล่าสุด

REDMI Note 15 Pro+ 5G มากับกล้องแบบ Dual Camera โดยกล้องหลักจะขับเคลื่อนด้วยเซนเซอร์ HPE ความละเอียด 200 MP มอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่สมจริง ความละเอียดสูงมอบความคมชัดขั้นสุด มาพร้อมกับการซูมแบบ In-sensor 2x และ 4x เพื่อรายละเอียดระดับออปติคัล ผสานเทคโนโลยี DAG HDR แบบสามระยะโฟกัส และพลัง AI ขั้นสูง ช่วยเก็บทุกรายละเอียดและสีสันได้อย่างสดใส สมจริงในทุกเฟรม

เสริมพลังด้วยซอฟต์แวร์ AI Engine รุ่นใหม่ ช่วยประมวลผลภาพบนตัวเครื่องที่ยกระดับขึ้นในทุกสภาพแสงและทุกระดับการซูม โดยเลนส์หลักจะรองรับระยะโฟกัสถึง 5 ระยะ ตั้งแต่ 23 มม. ถึง 92 มม. พร้อมกับการคงความแม่นยําของสีและโทนภาพได้อย่างสมํ่าเสมอ ตั้งแต่ระยะใกล้ไปจนถึงระยะไกล ไม่ทำให้เกิดการเพี้ยนของสี

อินเทอร์เฟซกล้องของ REDMI Note 15 Pro+ 5G

นอกจากนี้ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังรองรับการบันทึกวิดีโอที่ระดับ 4K ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี DAG ความคมชัดของการถ่ายภาพบุคคลที่พัฒนาให้รายละเอียดใบหน้าดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น และ Dynamic Shots 2.0 ที่เพิ่มความยืดหยุ่นในการสร้างสรรค์ พร้อมรองรับการแชร์ภาพโดยตรงไปยัง Instagram ยิ่งไปกว่านั้นยังมีชุดเครื่องมือ AI Creativity Assistant ที่จะคอยช่วยให้การแต่งภาพหลังถ่ายเป็นเรื่องง่าย เช่น AI Imaging Enhancement ที่ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพ, AI Beautify ที่ปรับสีและรายละเอียดให้สวยลงตัวได้ในคลิกเดียว และ AI Erase Pro สําหรับลบวัตถุหรือเงาสะท้อนที่ไม่ต้องการ ทําให้ทุกภาพถ่ายและวิดีโอพร้อมแชร์ได้ทันที

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก REDMI Note 15 Pro+ 5G


สำหรับ REDMI Note 15 Pro 5G มาพร้อมระบบกล้องหลักความละเอียด 200 MP แบบเดียวกับ REDMI Note 15 Pro+ 5G ขับเคลื่อนด้วยเซนเซอร์ถ่ายภาพ HPE ถ่ายทอดรายละเอียดที่คมชัดพร้อมเท็กซ์เจอร์ที่ประณีตและช่วงไดนามิกที่กว้างยิ่งขึ้น รองรับการซูมแบบ In-sensor 2x และ 4x ให้รายละเอียดระดับออปติคัล ผสานเทคโนโลยี DAG HDR แบบสามระยะโฟกัส และซอฟต์แวร์พลัง AI ขั้นสูง ช่วยเก็บภาพได้อย่างมีชีวิตชีวาสมจริงในทุกเฟรม ทุกช็อตผ่านการประมวลผลอย่างแม่นยํา ให้ภาพสวยสด คมชัด แม้ในสภาพแสงที่ซับซ้อน

กล้องของ REDMI Note 15 Pro 5G เลนส์หลักครอบคลุมระยะโฟกัส ตั้งแต่ 23 มม. ถึง 92 มม. มอบการเปลี่ยนการซูมที่ลื่นไหลระหว่างระดับ 1x, 2x และ 4x พร้อมตัวเลือกซูมกึ่งกลางอย่าง 1.2x และ 1.5x ที่เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเฟรม ขณะที่เทคโนโลยี DAG HDR แบบสามระยะโฟกัสช่วยรักษารายละเอียดและโทนสีให้สมดุลในทุกภาพศักยภาพด้านการถ่ายภาพถูกยกระดับขึ้นรอบด้าน

อินเทอร์เฟซกล้องของ REDMI Note 15 Pro 5G

รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 4K เช่นเดียวกัน ให้ความคมชัดของวิดีโอผ่านการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี DAG ช่วยยกระดับคุณภาพของภาพให้โดดเด่นยิ่งขึ้นอย่างชัดเจน มี Dynamic Shots 2.0 ลูกเล่นเอฟเฟกต์การเคลื่อนไหวที่โดดเด่นสามารถเลือกเพิ่มขณะถ่ายวิดีโอเพื่อให้ภาพดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีชุดเครื่องมือ AI Creativity Assistant มาให้เหมือนกัน ช่วยให้การแต่งภาพหลังถ่ายเป็นเรื่องง่าย ตั้งแต่ AI Beautify ที่ปรับภาพสวยได้ในคลิกเดียว ไปจนถึงการลบเงาสะท้อน หรือวัตถุที่ไม่ต้องการด้วย AI Remove Reflection และ AI Erase Pro เป็นต้น

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก REDMI Note 15 Pro 5G

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Display

ดื่มดํ่ากับไปกับ Flat Micro Quad Curved Display หน้าจอแบนเรียบมาตรฐานเรือธง พร้อมระบบเสียงทรงพลัง

REDMI Note 15 Pro+ 5G มากับจอแสดงผลคุณภาพดีมาก ๆ มาตรฐานระดับมือถือเรือธงเลยก็ว่าได้ครับ ให้สีสันที่สดและคมชัด โดยจอที่เลือกใช้จะเป็นจอ CrystalRes AMOLED display ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 2772 x 1280 พิกเซล (1.5K) มีค่า Refresh Rate 120Hz รองรับการแสดงสีสันได้ลึกถึง 12bits พร้อมกับมาตรฐานการแสดงผลแบบครบเครื่อง เช่น HDR10+, Dolby Vision®,TÜV Rheinland Low Blue Light (Hardware Solution) Certified, TÜV Rheinland Flicker Free Certified หรือ TÜV Rheinland Circadian Friendly Certified

เมื่อผสานเข้ากับดีไซน์ที่เรียบหรูของ REDMI Note 15 Pro+ 5G ก็ช่วยมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่เต็มอิ่มอย่างแท้จริง ด้วยหน้าจอ All-Around ขนาดใหญ่ 6.83 นิ้ว มาพร้อมกับความสว่างสูงสุดถึง 3,200 นิตส์ คอนเทนต์บนหน้าจอยังคงสดใสและชัดเจน แม้ใช้งานกลางแจ้งในสภาพแสงจ้า เพื่อมอบความสบายตาที่ดียิ่งขึ้นในระหว่างการรับชมยาว ๆ หน้าจอยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ 3840Hz PWM Dimming ช่วยลดการกระพริบและถนอมสายตา สอดคล้องกับความโดดเด่นของภาพ นอกจากนี้ ยังมากับพลังเสียงที่ดังกว่าเดิมสามารถปรับได้ถึง 400% ในทุกการใช้งาน มอบเสียงที่หนักแน่นและมีมิติ ให้ภาพยนตร์ เพลง และเกมมีขีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ประสบการณ์ความสมจริงนี้ต่อเนื่อง

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Built-in AI Technology

เชื่อมต่อความสะดวกสบายในทุกวัน

ทั้ง REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G รองรับเทคโนโลยี Xiaomi Offline Communication การสื่อสารด้วยเสียงแม้ไม่มีสัญญาณเครือข่าย ซึ่งมีระยะการสื่อสารเป็นระดับกิโลเมตรได้ เช่น ขณะทํากิจกรรมกลางแจ้ง งานอีเวนต์ที่มีคนพลุกพล่าน หรือพื้นที่สัญญาณมือถืออ่อน ขับเคลื่อนด้วยชิป Xiaomi Surge T1S Tuner ที่จะทําให้สมาร์ตโฟนมอบสัญญาณที่แรงและเสถียรยิ่งขึ้นทั้ง Wi-Fi, Bluetooth®, GPS และเครือข่ายมือถือ ช่วยให้การสตรีมมีความเสถียร การนําทางแม่นยํา และการเชื่อมต่อมีความหน่วงตํ่า แม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

นอกจากนี้ บนตัวเครื่องยังมากับแพลตฟอร์ม AI ทั้งจาก Xiaomi HyperAI เอง ที่มอบเครื่องมืออัจฉริยะขั้นสูงทั้งด้านการเขียน การแปลภาษา และการค้นหาตามบริบท ช่วยให้การสื่อสารและการสร้างสรรค์เป็นไปอย่างลื่นไหลตลอดการใช้งานในชีวิตประจําวัน และ AI จาก Google เช่น Google Gemini และ Circle to Search with Google เพื่อประสบการณ์สมาร์ตในทุกวัน 

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Performance

ประสิทธิภาพระดับเรือธง พร้อมระบบระบายความร้อนที่เอาอยู่ทุกสถานการณ์

REDMI Note 15 Pro+ 5G เลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon® 7s Gen 4 เป็นขุมพลังในการประมวลผลบนตัวเครื่อง ตัวชิปใช้กระบวนการผลิต 4 นาโนเมตรของ TSMC และมีสถาปัตยกรรมประสิทธิภาพสูงแบบ Octa-core Processor ที่ประกอบด้วย 1 core Cortex A720 + 3 core Cortex A720 + 4 core Cortex A520 ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้นเกือบ 10% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน มอบประสิทธิภาพการทำงานที่ราบรื่นสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และจัดการกับเกมและการเล่นมัลติมีเดียได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ เพื่อรักษาประสิทธิภาพที่ลื่นไหลในระหว่างการเล่นเกมเป็นเวลานาน สตรีมมิ่ง และการใช้งานหลายๆอย่างพร้อมกัน REDMI Note 15 Pro+ 5G จึงมาพร้อมระบบระบายความร้อน Xiaomi IceLoop ซึ่งเป็นครั้งแรกของ REDMI Note Series ที่ใช้โซลูชันระบายความร้อน LHP และเป็นเพียงรุ่นเดียวในสมาร์ตโฟนในระดับราคานี้ ด้วยการใช้วัสดุสแตนเลสขนาดใหญ่ 5,200 มม. จึงสามารถถ่ายเทความร้อนสูงได้มากกว่าปกติถึง 3 เท่า ทําให้ REDMI Note 15 Pro+ 5G สามารถมอบประสิทธิภาพการทำงานระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง ไปพร้อมกับการรักษาอุณหภูมิให้เย็นภายใต้การใช้งานหนัก

ผลคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพด้วย Benchmark
(REDMI Note 15 Pro+ 5G)

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Wrap-up

บทสรุปของ REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G

REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ยังคงเป็นสมาร์ตโฟนซีรีส์ที่มอบความคุ้มราคาให้กับเราได้เหมือนเดิม ด้วยสเปกตัวเครื่องที่จัดเต็มไม่เคยเปลี่ยนและเมื่อนำมาเทียบกับราคาจำหน่ายและคู่แข่งในตลาดแล้ว ก็ยิ่งต้องยกให้ REDMI Note Series เขาจริง ๆ สำหรับการเป็นสมาร์ตโฟนตัวคุ้มในช่วงราคาจำหน่ายนี้

และที่เพิ่มเติมเข้ามาคือเรื่องของคุณสมบัติตัวเครื่องที่มีความทนทานและแข็งแรงเป็นพิเศษ ยิ่งตอบโจทย์และเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างมาก เพราะยิ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของสมาร์ตโฟนให้ยาวนานขึ้นจากปกติได้ และตอบโจทย์ให้กับลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์อาจต้องเจอกับความท้าทายจากการใช้งาน เช่น ชาวไรเดอร์ที่ต้องใช้สมาร์ตโฟนรับงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยากจะคาดเดา พี่ ๆ ที่ทำงานในไซต์ก่อสร้างที่อาจเกิดการทำมือถือร่วงหล่นได้ หรือแม้แต่การนำไปใช้งานเป็นเครื่องหลัก ก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับเจ้าของในการใช้งานได้เป็นอย่างดีมาก ๆ ครับ 

ดังนั้น ถ้าถามผมว่า REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G เหมาะกับใคร?

ก็ตอบเลยว่า เหมาะกับคนที่มีงบประมาณจำกัดหรือกำลังมองหาสมาร์ตโฟนในราคาหลักพันบาท ไม่อยากสิ้นเปลืองเงินมากนัก แต่ก็อยากได้สเปกตัวเครื่องที่คุ้มและแอบเกินราคาไปหน่อย รองรับการใช้งานในอนาคตและสามารถถือใช้งานต่อเนื่องได้นานสัก 2-4 ปี  และได้คุณสมบัติความทนทานของตัวเครื่องที่ช่วยเซฟจากการทำตกทำหล่นที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยกับตัวเองได้ด้วย ถ้าทั้งหมดนี้คือคุณ REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G จะเป็นตัวเลือกที่ดีและตอบโจทย์คุณได้แน่นอนครับ

แล้ว REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G เลือกรุ่นไหนดี? 

ตรงนี้ก็อยู่ที่งบประมาณของแต่ละคน ถ้ามีงบไปถึงรุ่นท็อปอย่าง REDMI Note 15 Pro+ 5G และอยากได้เอาไว้เล่นเกมที่ต้องการทรัพยากรสูง ๆ รวมทั้งเผื่อเอาไว้ใช้งานในระดับสูงสักหน่อยก็แนะนำว่าจัดได้เลยครับ แต่ถ้ามีงบจำกัดจริง ๆ เอาแค่ REDMI Note 15 Pro 5G ก็เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปแล้วล่ะครับ และคุ้มกว่าด้วย เพราะได้ความความทนทานเหมือนกันด้วยในราคาที่ถูกกว่า เอาจริง ๆ ทั้งสองรุ่นนี้จะมีจุดแตกต่างกันในสเปกเพียงไม่กี่จุดเท่านั้น ซึ่งหลัก ๆ ก็คือเรื่องของชิปเซ็ตและแบตเตอรี่

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Price & Availability

ราคา การวางจำหน่าย และโปรโมชัน

Xiaomi ประเทศไทย พร้อมวางจำหน่ายสมาร์ตโฟน REDMI Note 15 Series แล้ววันนี้! โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G  มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Mocha Brown, Glacier Blue และ Black ความจุตัวเครื่อง 12GB + 512GB ราคา 14,990 บาท พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro+ 5G ระหว่างวันที่ 16 – 31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Smart Air Purifier 4 compact, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 13,687 บาท นอกจากนี้ ยังสามารถนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,400 บาท*

และสำหรับ REDMI Note 15 Pro 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Titanium Color, Mist Purple และ Black โดยรุ่นความจุ 12GB + 512GB วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท และรุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro 5G รุ่นความจุ 12GB + 512GB ระหว่างวันที่ 16 – 31 มกราคม 2569 รับฟรี Mi Smart Standing Fan 2 Lite, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 12,887 บาท และลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro 5G รุ่นความจุ 8GB + 256GB ระหว่างวันที่ 16 – 31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี, และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 11,887 บาท พร้อมสามารถนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,400 บาท*

สามารถจับจองเป็นเจ้าของ REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ได้ที่ Xiaomi Store ทุกสาขา รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์แพลตฟอร์ม Shopee, Lazada, Tiktok Shop และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

ส่วนใครที่สนใจรุ่นน้องอย่าง REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ก็พร้อมวางจำหน่ายแล้วเช่นกัน โดย Redmi Note 15 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Mist Purple และ Black ในรุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 8,499 บาท โปรโมชันพิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อระหว่างวันที่ 16 – 31 มกราคม 2569 ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 9,488 บาท*

ส่วน REDMI Note 15 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Purple และ Black ในรุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 6,699 บาท พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อระหว่างวันที่ 16 – 31 มกราคม 2569 ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 9,488 บาท*

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ bit.ly/Redmi-Note-15-Series
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด | ของแถมมีจำนวนจำกัด โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขายอีกครั้ง

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ บทความรีวิวล่าสุด

รีวิว OPPO Reno15 5G สมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ ตัวจริงสายเทรนดี้ จบครบในเครื่องเดียว!
Xiaomi 15T Pro สมาร์ตโฟนตัวคุ้มแห่งปี กล้อง Leica สเปกเรือธง ในราคาระดับกลาง
8 จุดเด่น ASUS ProArt P16 (H7606WX) ครีเอเตอร์ซีรีส์ ตอบโจทย์ทุกงานครีเอทีฟ
รีวิว vivo X300 สมาร์ตโฟนเรือธงขนาดคอมแพกต์ที่ครบเครื่อง ซูมไกลด้วยกล้อง ZEISS APO Telephoto
รีวิว realme C85 5G สมาร์ตโฟนสายอึด สเปกจัดเต็ม! แบตเตอรี่ 7000mAh กันน้ำกันฝุ่น IP69 Pro จอสว่างสุดในระดับราคา!

—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

 

FIRST

MOBILE | CAR | TECH | MARKETING : อยู่ในวงการมือถือมานานเกิน 10 ปี แต่ก็ยังเป็นนักเขียนที่เป็น Introvert ชอบบอกเล่าสิ่งต่าง ๆ ผ่านบทความมากกว่าออกหน้ากล้อง เลยไม่ค่อยมีคอนเทนต์วิดีโอกับเขา

Leave a Reply