Insight Daily

รีวิว ASUS ROG Ally X เครื่องเล่นเกม PCs พกพา จะทำงานหรือเล่นเกม ก็สนุกและสะดวกได้ทุกที่ทุกเวลา

รีวิว ROG Ally X เครื่องเล่นเกม PC พกพา รุ่นใหม่จาก ASUS ประเทศไทย กับการปรับ แต่ง เปลี่ยนฮาร์ดแวร์ใหม่ และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานบางจุดเพิ่มเติม เพื่อให้มีความลงตัวมากขึ้น และรองรับโจทย์ใช้งานของกลุ่มผู้ใช้งานที่ท้าทายขึ้นจากรุ่นก่อน หรืออาจบอกว่าเป็นการปรับปรุงใหม่แบบ “Minor Change” ก็ได้ครับ

ทาง ASUS ได้บอกข้อมูลไว้ในตอนงาน Pre-launch ที่ผมได้มีโอกาสเข้าฟังผ่านออนไลน์ไว้ว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับลูกค้าของแบรนด์เสมอ และทุกครั้งที่จะพัฒนาและผลิตสินค้ารุ่นใหม่ออกมา ทางบริษัทจะเลือกนำโจทย์ที่มาจากฟีดแบ็กของลูกค้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางในการผลิต พัฒนา ปรับปรุง แก้ไขสิ่งต่าง ๆ จนออกมาเป็นสินค้ารุ่นใหม่อย่าง ROG Ally X

ดังนั้นถ้าถามว่าการมาครั้งนี้ของ ROG Ally X จะทำให้ลูกค้ารุ่นแรกถูกลดบทบาทลงไหม? ผมมองว่ายังไม่ใช่ครับ แต่น่าจะเป็นการปรับปรุง แก้ไข และเสริมสิ่งใหม่ ๆ ที่มีความลงตัวมากขึ้นจากรุ่นก่อนนั่นเอง ส่วนจะจริงตามที่ผมคาดเดาไหมอยากให้ติดตามจากเนื้อหาด้านล่างนี้ได้เลยครับ!

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

ข้อมูลสเปกของ ROG Ally X (Model TH)

อุปกรณ์ภายในกล่อง


– Design | Ergonomic Design รู้ใจคอเกมมิ่งพกพา

ROG Ally X ยังคงมาพร้อมแนวทางการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Ergonomic Design” ที่พุ่งเป้าไปที่การนำหลักสรีรศาสตร์มาออกแบบตัวเครื่องเล่นให้สามารถถือจับได้เหมาะสม และใช้งานได้อย่างสะดวกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โดยครั้งนี้ทาง ASUS ROG ได้ปรับปรุงการออกแบบตัวเครื่องใหม่ เพื่อให้ลงตัวกับผู้ใช้มากขึ้น ด้วยการปรับด้ามจับ ให้มีความโค้งมนรับกับมือ ด้วยความสูงที่เพิ่มขึ้น 5 มม. และมีความลึกลงจากเดิม ทำให้จับถือสะดวก

พร้อมทั้งออกแบบปุ่มมาโครดีไซน์ใหม่ โดยปรับขนาดปุ่มมาโคร 2 ปุ่ม (M1 และ M2) ให้มีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อน มีความยืดหยุ่น ลดปัญหาการกดปุ่มลั่นแบบไม่ตั้งใจ รวมทั้งปุ่มมาโครสามารถตั้งโปรแกรมให้ใช้งานฟังก์ชันเฉพาะ เพื่อใช้งานได้ในลักษณะเดียวกับการใช้ปุ่ม Fn บน PC

ตัวปุ่ม D-Pad ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อลดความเหนียวเมื่อเคลื่อนที่เป็นวงกลม ในขณะที่ยังคงสั่งงานได้อย่างแม่นยำ พร้อมกับปรับตำแหน่งของจอยสติ๊กเล็กน้อยให้สัมพันธ์กับ D-Pad และปุ่มกดด้านหน้า ทำให้แต่ละนิ้วมือสามารถเคลื่อนไปมาระหว่างกันได้ง่ายขึ้น ไม่เว้นช่องว่างห่างมากเกินไป และปรับมุมพื้นผิวที่เรียบขึ้น ทำให้ขณะเล่นสามารถเข้าถึงปุ่มทั้งหมดได้ง่ายขึ้น เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยม

มีการใช้ Hall Effect Triggers ที่ช่วยให้ตัว Triggers เคลื่อนที่ได้แม่นยำและมีความทนทานสูงขึ้น จะไม่เสื่อมสภาพจากการใช้งานเป็นประจำง่าย รวมถึงตัวแชสซีก็ได้ปรับแต่งใหม่ให้มีการยึดเกาะเป็นพิเศษ ป้องกันการลื่นของนิ้วมือ มีขนาดเบา ซึ่งช่วยชดเชยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของแบตเตอรี่ขนาด 80Wh ได้มาก ในขณะที่ตัว Analog หมุนบังคับของจอยสติ๊ก สามารถหมุนได้ถึง 5 ล้านรอบ เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากรุ่นก่อน

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


– Performance | ปรับประสิทธิภาพให้ลงตัว

ในด้านประสิทธิภาพของตัวเครื่องในภาพรวม ถ้าดูตามคะแนนทดสอบ Benchmark ที่ออกมา นับว่าตัวเครื่องมีความแรงและเร็วขึ้นจากเดิมประมาณหนึ่งครับ ก็น่าจะเป็นผลมาจากการปรับขนาดของ RAM  และบัสของ RAM ใหม่ จึงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานทั้งการเล่นเกมและทำงานในภาพรวมด้วยนั่นเอง

🔵 CPU

ยังคงใช้ AMD Ryzen™ Z1 Extreme ที่สร้างขึ้นบนกระบวนการผลิต 4nm บนสถาปัตยกรรม Zen 4 และกราฟิก RDNA™ 3 Radeon 780M พร้อม 12CU ที่ความถี่สูงสุด 7 GHz ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้พลังงานประมาณ 15W เท่านั้น และมีเทคโนโลยีการปรับสเกล เช่น AMD Fluid Motion Frames และ Radeon™ Super Resolution เลยทำให้ ROG Ally X สามารถเพิ่มอัตราเฟรมเรทขึ้นในขณะที่ยังสามารถรักษาคุณภาพของภาพไว้ได้ด้วย

นอกจากนี้ทาง ASUS ROG ยังติดตั้งซอฟต์แวร์สำหรับใช้บริหารประสิทธิภาพของ CPU มาด้วย โดยเราสามารถเลือกโหมดการทำงานที่แตกต่างกันเพื่อสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่โหมดเงียบที่ 10W ไปจนถึงโหมดประสิทธิภาพที่ 15W และสูงสุดที่โหมดเทอร์โบที่ 25W (หรือ 30W เมื่อเชื่อมต่อกับไฟ AC)

🔵 RAM

ROG AllY X เลือกใช้ RAM ขนาดความจุที่เพิ่มขึ้นจากเดิม โดยปรับจาก 16GB มาเป็น 24GB แบบ LPDDR5X| 7500MHz โดยตัวเครื่องสามารถแบ่งหน่วยความจำเป็น 16GB สำหรับใช้งานร่วมกับ CPU และ 8GB สำหรับ iGPU เพื่อช่วยให้การทำงานทั้ง CPU และ GPU ได้รับข้อมูลอย่างรวดเร็ว ทำให้ได้ประสิทธิภาพการเล่นเกมที่ราบรื่นและรวดเร็วโดยไม่มีสะดุด และปัจจัยนี้แหละครับที่ทำให้ประสิทธิภาพตัวเครื่องในภาพรวมดีขึ้น

🔵 Storage

ในด้านหน่วยความจำบนตัวเครื่องยังคงใช้หน่วยความจำแบบ SSD เพิ่มขนาดมาเป็น 1TB PCIe Gen 4 และจากการที่ใช้ SSD แบบ M.2 2280 จึงทำให้สามารถแกะอัปเกรดในอนาคตถ้าหากต้องการพื้นที่หน่วยความจำมากขึ้นได้ด้วย

🔵 Software Gaming

ROG Ally X ยังคงใช้ซอฟต์แวร์เกมมิ่งเป็น Armoury Crate SE เหมือนเดิม โดยภายในซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นจะมีปรับอินเทอร์เฟซ (UI) หมวดหมู่เกม หรือ Game Library ใหม่ ดูเป็นระเบียบและเรียกใช้ได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังเปิดให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งธีม เมนูการตั้งค่าได้ง่ายขึ้นโดยมีการเพิ่มแถบเลื่อนเข้ามาเป็นสื่อกลางในการควบคุมค่า TDP เพื่อการตั้งค่าเอง และการจัดสรร VRAM และการตั้งค่าอื่นๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

🔵 ระบบระบายความร้อน

ASUS ROG เลือกติดตั้งระบบระบายความร้อนชุดใหม่ โดยใช้ชื่อเรียกว่า “Zero Gravity” เป็นระบบระบายความร้อนแบบพัดลมคู่ โดยตัวพัดลมใน ROG Ally X จะประกอบด้วยพัดลม 2 ตัว ที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้การไหลเวียนของอากาศที่เหมาะสมและทำให้อุปกรณ์ทำงานเย็นอยู่เสมอ โดยได้ออกแบบตัวพัดลมให้บางกว่าเดิม ทำให้มีพื้นที่ให้อากาศผ่านระหว่างใบพัดแต่ละใบได้มากขึ้น ตัวใบพัดลมที่หนาเพียง 0.1 มม. ช่วยให้ใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 80Wh ได้

นอกจากนี้จากการที่ใบพัดของพัดลมมีขนาดเล็กลง 23% และบางลง 50% จึงมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายอากาศได้ดีขึ้น 24% และส่งผลไปยังหน้าจอ Touch screen ให้มีอุณหภูมิเย็นลงถึง 6 องศาเซลเซียส และทาง ASUS ROG ยังได้ยังติดตั้งตัวกรองฝุ่นที่ครอบคลุมช่องระบายอากาศทั้งสองช่อง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในพัดลม ทำให้ตัวเครื่องอยู่ได้นานหลายปี

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มช่องระบายอากาศที่ 3 เข้ามา จะอยู่ตรงบริเวณด้านบนของตัวเครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายลมร้อนของตัวเครื่องได้ดีขึ้น ภาพรวมในเรื่องของความร้อนของตัวเครื่องขณะเล่นเกมก็ถือว่าดีขึ้นครับ แต่ก็ยังคงรู้สึกถึง “ลมร้อน” ที่พัดมาโดนนิ้วเบา ๆ เมื่อเล่นต่อเนื่องพร้อมกับเปิดการตั้งค่ากราฟฟิกในเกมเป็นระดับสูงหมด แต่ก็ไม่ได้ส่งผลจนทำให้ไม่สามารถถือเล่นได้นะ แค่รู้สึกว่า เออ! ตัวเครื่องก็น่าจะร้อนแล้ว

🔵 I/O Ports

ในด้านการเชื่อมต่อภายนอกผ่านพอร์ตเชื่อมต่อ เพื่อการทำงานที่บางคนใช้ ROG Ally X เป็น Mini PCs ทำงานนอกสถานที่ และการยกระดับการเล่นเกมให้สนุกขึ้นผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อที่สาม เช่น การต่อจอนอก บนตัวเครื่องของ ROG AllY X จะมีพอร์ต USB Type-C จำนวน 2 พอร์ต ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน โดยพอร์ตทั้งสองจะประกอบด้วยพอร์ต USB Gen 2 Type-C หนึ่งพอร์ต และพอร์ต USB 4 Type-C หนึ่งพอร์ต

นอกจากนี้พอร์ตทั้งสองยังรองรับ USB Power Delivery สูงสุด 100W เพื่อการชาร์จที่เร็วขึ้น เช่นเดียวกับ DisplayPort 4 สำหรับจอแสดงผลภายนอก ทั้งนี้ตัวขนาด Adapter จะยังคงอยู่ที่ขนาด 65W เพื่อให้อุปกรณ์มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา แต่ยังคงประสิทธิภาพการชาร์จที่เร็วแรง

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


– Entertainment | ภาพและเสียงเต็มอรรถรส

🔵 หน้าจอ

🔵 ระบบเสียง

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


– Best Choice for PC Gaming Handheld | ตัวเลือกที่ดีที่สุดของเครื่องเล่นเกม PC พกพา

บทสรุปของ ROG Ally X ในภาพรวมสำหรับผมมองว่า รุ่นนี้น่าจะเป็นการปรับปรุง พัฒนา และแก้ไขตัวเครื่องในด้านประสิทธิภาพและด้านกายภาพ เช่น บอดี้, ปุ่มกด หรือจอยสติ๊กบนตัวเครื่องให้มีความลงตัวมากขึ้นตามฟีดแบคของลูกค้าในรุ่นแรก ดังนั้นถ้าหากเพื่อน ๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้ถามผมว่า “ถ้ามีเครื่องรุ่นก่อนอยู่แล้ว ควรซื้อใหม่ไหม” สำหรับผมก็จะแนะนำว่าไม่ต้องก็ได้ครับ 

แต่ถ้าหากยังไม่เคยมีเครื่องเล่นเกม PC พกพาเลยและกำลังมองหาอยู่อยากได้ไปเล่นหรือใช้งาน ส่วนตัวผมก็แนะนำ “ROG Ally X” เพราะมองว่ายังไงก็เป็นตัวเลือกที่ดีสุด ณ ตอนนี้ แล้วล่ะครับ เมื่อพิจารณาหลายปัจจัยเข้าด้วยกัน ถึงแม้ในตลาดตอนนี้จะมีคู่แข่งให้เลือกซื้ออยู่หลายแบรนด์ และอาจมีราคาที่ดีกว่าและได้สเปกที่ดูจุใจกว่า แต่ในภาพรวมส่วนตัวผมยังคงเชื่อมั่นในคุณภาพของ ROG มากกว่า รวมถึงการอัปเดตแก้ไขหลังวางจำหน่ายที่ทำได้ต่อเนื่องกว่านะครับ ส่วนจะเลือกรุ่นไหนดี? ให้ดูจากงบประมาณของตนเองได้เลยครับ เพราะที่เหลือทั้งสองรุ่นให้ประสบการณ์การเล่นเกมและใช้งานที่ไม่แตกต่างกันแน่นอน

รีวิว ROG AllY เครื่องเล่นเกมพกพาประสิทธิภาพสูงบนระบบปฏิบัติการ Windows รุ่นแรกจาก ASUS

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


– Price & Promotion | รายละเอียดราคาและโปรโมชัน

ASUS ROG จะวางจำหน่าย ROG Ally X ในราคา 29,990 บาท โดยจะได้รับฟรี! XBOX PC Game Pass ระยะเวลา 3 เดือน ให้คุณเล่นเกมได้มากกว่า 100 เกม

การรับประกัน

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

 

Exit mobile version