TECHMOBILEREVIEW

Xiaomi 15T Pro สมาร์ตโฟนตัวคุ้มแห่งปี กล้อง Leica สเปกเรือธง ในราคาระดับกลาง

ทำงานกันเพลิน ๆ วันเวลาก็เดินทางเข้าสู่ช่วงสิ้นปีกันอีกแล้ว ซึ่งตลอดปี 2025 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป ผมได้มีโอกาสร่วมงานเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ ในประเทศไทยหลายรุ่นเช่นเคย ได้เห็นถึงการเติบโต การพัฒนาของสมาร์ตโฟนแต่ละแบรนด์จากปีก่อนว่าเติบโตอย่างไรกันบ้าง และจากประสบการณ์ที่ได้เล่นมือถือหลากหลายรุ่นเนี่ยล่ะครับ จึงทำให้ตัวผมมีสมาร์ตโฟนที่ทั้งประทับใจ ตลอดจนอยากเป็นกำลังใจให้พัฒนากันต่อไปไว้ในใจด้วย

เมื่อประกอบกับห้วงเวลาที่เดินทางเข้าสู่สิ้นปีแบบนี้ เราก็จะมีธรรมเนียมปฏิบัติในฐานะที่เป็นสื่อในวงการสมาร์ตโฟน–เทคโนโลยี ที่จะหยิบสมาร์ตโฟนที่ผมหรือทีมงาน Insight Daily ได้ลองเล่น ได้รีวิว หรือได้ไปสัมผัสจากงานเปิดตัวมาจัดอันดับให้เป็น “Smartphone of the Year” ของ Insight Daily กันครับ เพื่อมอบเป็นรางวัลแก่แบรนด์มือถือในการเป็นกำลังใจให้ลุยกันต่อในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง รวมถึงเป็นทางเลือกให้กับแฟนเพจหรือแฟน ๆ ของ Insight Daily ไว้พิจารณาเลือกซื้อใช้งานกันด้วยครับ ซึ่งในปีนี้ผมก็ขอเริ่มด้วยหนึ่งในสมาร์ตโฟนที่ถึงแม้จะไม่ใช่รุ่นใหญ่ แต่กลับได้รับความสนใจจากสื่อกันเองและผู้ใช้งานในไทยพอสมควร จากจุดเด่นด้านสเปกและคุณสมบัติของกล้องถ่ายรูปที่เทียบเคียงสมาร์ตโฟนเรือธงได้เลย

สมาร์ตโฟนรุ่นที่ว่านั่นก็คือ… “Xiaomi 15T Pro” นั่นเองครับ! เป็นอีกหนึ่งตัวตึงของตลาดมือถือ Mid-range กับความเก่งในด้านการถ่ายภาพที่พอฟัดพอเหวี่ยงสู้กับรุ่นใหญ่หลายรุ่นในตลาดมือถือของปีนี้ได้สบาย ตลอดจนประสิทธิภาพและงานออกแบบที่พรีเมียมระดับเดียวกับมือถือเรือธง แต่มากับราคาค่าตัวในระดับกลางที่ยังสามารถจับต้องหรือเป็นเจ้าของกันได้ 

ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำไม Xiaomi 15T Pro ถึงเป็นอีกหนึ่งสมาร์ตโฟนที่ผมหยิบมาแนะนำและยกให้เป็น Best Mid-Range Camera Phone หนึ่งใน Smartphone of the Year 2025 ในครั้งนี้ ว่าแล้วก็ลองมาดูความน่าสนใจของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ไปพร้อมกันเลยครับ!

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. Camera / กล้องถ่ายรูป
2. Design / งานออกแบบ
3. Performance / ประสิทธิภาพ
4. Display / หน้าจอแสดงผล
5. Xiaomi HyperAI
6. Xiaomi Astral Communication & Xiaomi Offline Communication
7. Wrap-up / บทสรุป


— Leica Summilux Optical Lens เลนส์ออปติคอล Summilux จาก Leica สัมผัสถึงโมเมนต์ที่หลากหลายขึ้นในภาพสไตล์กล้องไลก้า

“กล้องถ่ายรูป” คีย์สำคัญและเชื่อว่าเป็นจุดที่ถ้าหากหลายคนได้ลองกดถ่าย น่าจะประทับใจและชื่นชอบ Xiaomi 15T Pro กันไม่มากก็น้อยล่ะครับ กับผลงานถ่ายภาพที่สวย คมชัด มีสตอรี่ และมีคาแร็คเตอร์ของกล้องที่เด่นชัด พอเห็นภาพถ่ายแล้วก็รู้เลยว่า ต้องเป็นผลงานจากมือถือ Xiaomi แน่นอน เพราะภาพถ่ายที่ได้นั้นจะมีมู๊ดและโทนสีของภาพที่เป็นเอกลักษณ์และโดดเด่น สามารถถ่ายทอดอารณ์ผ่านภาพหลังกล้องออกมาได้ตรงและสื่อถึงอารมณ์ของโมเมนต์หน้ากล้องนั้น ๆ ได้ดีตามสไตล์กล้อง Leica

ถึงแม้ว่าตอนนี้ในตลาดมือถือจะแข่งขันเรื่องกล้องถ่ายรูปกันอย่างดุเดือด และมีมือถือที่ถ่ายภาพได้เก่งหลายรุ่นออกสู่ตลาดเมืองไทยเยอะมากในปีนี้ แต่การเป็นมือถือที่นอกจากความเก่งในการถ่ายภาพพร้อมมอบผลงานภาพถ่ายระดับคุณภาพได้แล้ว การถ่ายทอด “Emotional” ของเหตุการณ์ในภาพออกมาให้เหมือนกับสิ่งที่เราเห็น สิ่งนี้สำหรับผมแล้วมันอาจจะไม่ใช่ทุกรุ่นที่มอบให้ได้!

เพราะการจะทำเช่นนี้ได้ องค์ประกอบของภาพจะต้องครบมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น สตอรี่ที่เกิดขึ้น, มุมมองของภาพที่เลือกถ่าย, รายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ รวมถึงเรื่องของสีสันหรือโทนสีของภาพก็เป็นปัจจัยหนึ่งด้วยเช่นกันที่จะดึงอารมรณ์ของภาพออกมาได้ตรงตามที่คนถ่ายต้องการ ซึ่งตรงนี้แหละครับที่ส่วนตัวผมมองว่า เป็นความโดดเด่นและแตกต่างของกล้อง Xiaomi 15T Pro และยังเป็นจุดเด่นของกล้องมือถือ Xiaomi ที่ร่วมกับทาง Leica มาโดยตลอดด้วยเช่นกัน

Leica Authentic Look – Leica Vibrant Look ในโหมดถ่ายภาพปกติ และ Leica Portrait – Master Portrait ในโหมดถ่ายภาพบุคคล เป็นโหมดถ่ายภาพสำคัญ ที่ทำให้สมาร์ตโฟนซีรีส์นี้ดึงความเป็นตัวตนของกล้องมือถือ Xiaomi – Leica ออกมาได้ดีมาก ๆ และมีความพิเศษที่สามารถตอบโจทย์ตามที่ผมได้เกริ่นไว้ในช่วงต้นว่า เป็นกล้องที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของภาพถ่ายได้ดีด้วยโทนสี ซึ่งสิ่งนี้แหละครับ ที่เป็นจุดเด่นของ Leica Camera มาโดยตลอด และตอนนี้ได้ถูกถ่ายทอดมายังสมาร์ตโฟน Xiaomi T Series นั่นเอง

โดยโหมดถ่ายภาพทั้ง 4 สไตล์ จะช่วยให้เราถ่ายภาพได้เสมือนกับใช้กล้องและเลนส์ Leica แบบดั้งเดิม ที่เป็นการถ่ายภาพด้วยโทนสีสไตล์ Vintage เน้นดึงรายละเอียดและอารมณ์ของภาพผ่านการผสมผสานเข้ากับการใช้สีเทาดำที่เป็นเอกลักษณ์ของ Leica มาบิ้วอารมณ์ของภาพ ซึ่งเมื่อได้คุณสมบัติการถ่ายซูมแบบ Optical 5x เข้ามา และได้เลนส์ Aspherical 7P ของ Leica ที่ออกแบบมาเพื่อให้จับแสงได้มากขึ้น มีการเคลือบ ALD หลายชั้น เพิ่มอัตราการส่งผ่านแสงและลดการสะท้อนของแสงได้มาก และยังสามารถดูดซับแสงสะท้อนได้ประมาณหนึ่งด้วย ก็ยิ่งทำให้ภาพหลังกล้องออกมาสมจริง มีเอกลักษณ์ และสื่ออารมณ์ภาพถ่ายได้หลากหลายมิติและลึกมากขึ้น

สำหรับการเปลี่ยนระยะถ่าย ครั้งนี้ Xiaomi ได้เติมความสามารถในเรื่องของเลนส์ออปติคอล Summilux ของ Leica เข้ามาด้วย โดยเป็นครั้งแรกของเลนส์เทเลโฟโต้ 5x ใน Xiaomi T Series ที่ตัวกล้องจะมาพร้อมการซูมภาพแบบออปติคัลซูม 5 เท่า ซูมระดับออปติคัล 10 เท่า และ Ultra Zoom 20 เท่าขึ้นไป ผสานกับออปติก Leica ช่วยนำเรื่องราวไกลตัวของผู้คนมาสู่กล้องของ Xiaomi 15T Pro ทำให้เราถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพได้สนุกและหลากหลายยิ่งขึ้นด้วย

ตัวกล้องของ Xiaomi 15T Pro ประกอบด้วยชุดกล้องถ่ายรูป Triple Camera พร้อมเลนส์ “Leica Professional Optical Lens” (LEICA VARIO-SUMMICRON 1:1.9-2.2/15-50mm ASPH.) โดยตัวกล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ Light Fusion 900 ความละเอียด 50MP (23มม., F1.62) ขนาดเซนเซอร์ 2.4μm 4-in-1 Super Pixel ครอบด้วยเลนส์กระจก 7P และมีระบบกันสั่น OIS, กล้อง Telephoto ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 50MP (115มม., F3.0) ซูมได้สูงสุด 100x มีระบบกันสั่น OIS ในตัว และกล้องเลนส์มุมกว้างความละเอียด 12MP (15มม.,F2.2)

เมื่อผสานเข้ากับความสามารถในการซูมภาพด้วยระบบออปติคอลใหม่ที่ทำได้ดีขึ้นจากรุ่นทีแล้ว จึงทำให้การถ่ายภาพผ่านเลนส์กล้อง Xiaomi 15T Pro มีความหลากหลาย ถ่ายทอดอารมณ์ของภาพได้สนุกและแปลกใหม่ได้มากขึ้น และเมื่อรวมเข้ากับสไตล์และคาแร็คเตอร์ของกล้อง Xiaomi – Leica ที่เป็นเอกลักษณ์ จึงเป็นสมาร์ตโฟนอีกรุ่นที่อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ชาว Insight Daily ได้สัมผัสกัน และมอบให้เป็น Best Mid-Range Camera Phone หนึ่งในตัวเลือกมือถือสำหรับการถ่ายรูปสุดคุ้มประจำปี 2025 ให้เลยครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Xiaomi 15T Pro


ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


— Flagship Design การออกแบบระดับเรือธง

งานออกแบบตัวเครื่องของ Xiaomi 15T Pro ถึงแม้จะเป็นสมาร์ตโฟน Mid-range แต่งานออกแบบกลับทำได้มาตรฐานเรือธง ทั้งความพรีเมียม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมอบประสบการณ์สัมผัสแรกที่ได้จับที่ดีเยี่ยมทั้งหมดมากับงานออกแบบของ Xiaomi 15T Pro ในครั้งนี้ครับ นอกจากนี้ Xiaomi ยังเลือกใช้สีด้านการตลาดของตัวเครื่องเป็นสีทอง เพื่อให้สอดรับกับอุปกรณ์เสริมของ Xiaomi ที่ทำมาใช้งานคู่กันให้เป็นสีทองโทนเดียวกันทั้งหมด โดยทาง Xiaomi ใช้ชื่อว่า “The Gold Collection”

งานออกแบบของ Xiaomi 15T Pro มากับคอนเซ็ปต์ดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่ายไม่มีลวดลายหรือเส้นสายอะไรให้มากมาย เพื่อชูรูปลักษณ์ระดับพรีเมียม ฝาหลังใช้วัสดุไฟเบอร์กลาสผสานกับกรอบโลหะได้อย่างไร้รอยต่อราวกับหลอมรวมเป็นชิ้นเดียว ในทุกรายละเอียดของงานออกแบบล้วนบ่งบอกถึงความงามอันบริสุทธิ์ ตัวเครื่องมีโครงร่างที่โค้งมนอย่างละเมียด ผิวสัมผัสด้าน และถือจับได้ถนัดและสบายมือช่วยเสริมงานออกแบบให้หรูหรา สมดุล และสง่างามอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ในขณะที่ตัวเครื่องมากับคุณสมบัติความทนทานในการใช้งาน เช่น คุณสมบัติการกันน้ำและฝุ่นตามาตรฐาน IP68 สามารถป้องกันการแรงดันในระดับการจมน้ำไม่เกิน 3 เมตร, เลือกใช้วัสดุโครงสร้างกรอบเป็นอะลูมิเนียมอัลลอยด์ที่มีค่าความแข็งแรงของเฟรม 330N/m และค่าความแข็งแรงโดยรวม 321 N/mm และยังใช้วัสดุฝาหลังเป็นไฟเบอร์กลาสทนต่อรอยขีดข่วน เพื่อความทนทานต่อการตกกระแทกที่เหนือกว่า และใช้กระจกกันรอย Corning® Gorilla® Glass 7i เพื่อความอุ่นใจยิ่งขึ้น เป็นต้น

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


— Elite Performance ตอบทุกโจทย์การใช้งานในยุคใหม่

ในด้านประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผลของ Xiaomi 15T Pro มากับสเปกตัวเครื่องที่แทบจะเทียบเคียงกับเรือธงของแบรนด์อย่าง Xiaomi 15 Ultra ได้เลยล่ะครับ โดย Xiaomi 15T Pro ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9400+ ซึ่งเป็นชิปที่ใช้กระบวนการผลิต 3nm. มาตรฐานเดียวกับชิปตัวท็อปอย่าง Dimensity 9500 เลยทีเดียว ตัวชิปทำงานร่วมกับ RAM LPDDR5x และ ROM UFS 4.1 มีระบบ Xiaomi 3D IceLoop ระบบระบายความร้อนแบบ 3D แนบชิดกับชิปเพื่อการระบายความร้อนอย่างรวดเร็ว ช่วยให้การทำความเย็นมีประสิทธิภาพและคงประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมากับแบตเตอรี่ขนาดความจุ 5500mAh ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดใน Xiaomi T Series มอบความอึดทรงพลังในดีไซน์ตัวเครื่องที่บาง และยังมี Xiaomi Surge Battery Management System และการป้องกัน 64 ชั้น เสริมความทนทาน ระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนาน และความสบายใจขณะใช้งานด้วย นอกจากนี้ ยังรองรับการชาร์จไวผ่านสายชาร์จด้วยเทคโนโลยี 90W HyperCharge และชาร์จไวแบบไร้สาย 50W HyperCharge

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


— Flagship Screen หน้าจอระดับเรือธง ประสบการณ์ระดับพรีเมียมรอบด้าน

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ Xiaomi 15T Pro ทำได้ดีไม่แพ้สมาร์ตโฟนเรือธงเลยก็คือ การมากับจอแสดงผลระดับสูงนั่นเองครับ โดยจอแสดงผลของ Xiaomi 15T Pro มีขนาด 6.83 นิ้ว เป็นจอแสดงผล AMOLED ที่ใช้เทคโนโลยี LIPO: Low-injection Pressure Over-molding ความละเอียด 1.5K (447ppi) ให้ค่ารีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz มีค่าความสว่างทั่วหน้าจอ 3200nits รองรับการแสดงผลด้านสีสันได้ลึกถึง 12bit และมีค่า Touch sampling rate 480Hz เป็นอัตราการตอบสนองที่ไวมาตรฐานสมาร์ตโฟนยุคใหม่

นอกจากนี้ยังมีขอบหน้าจอที่บางทั้งสี่มุมเพียง 1.5 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมคอนเทนต์ได้ดื่มด่ำยิ่งขึ้น และยังเสริมการดูแลสุขภาพดวงตาด้วยเทคโนโลยี Flicker-Free, DC dimming, ความสว่างอัตโนมัติ 16000 ระดับ, สีปรับตามสภาพแวดล้อม และมีโหมดอ่านหนังสือ Cycle โดยทั้งหมดได้ผ่านและรับรองโดยมาตรฐานจาก TÜV Rheinland รวมทั้งยังมีลำโพงคู่ Dolby Atmos เสริมประสบการณ์ด้านการรับฟังให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้นด้วย

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


— Xiaomi HyperAI 

ถึงแม้ Xiaomi 15T Pro จะไม่ใช่สมาร์ตโฟนเรือธงของ Xiaomi แต่อย่างที่ได้เกริ่นไปช่วงต้นว่า เขามากับสเปกและฟีเจอร์ “ระดับเรือธง” ดังนั้นจึงไม่พลาดที่จะมากับระบบ AI ของ Xiaomi อย่าง Xiaomi HyperAI ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI ของ Xiaomi ที่ถูกใช้งานบน Xiaomi 15 Ultra ตัวท็อปสุดของแบรนด์ โดยทาง Xiaomi ใส่ฟีเจอร์ AI มาให้เราหลากตัวเลยทีเดียว โดยจุดประสงค์ก็เพื่อช่วยให้การทำงานและใช้งานบน Xiaomi 15T Pro ของเจ้าของเครื่องมีความสะดวก ทันสมัย และคล่องตัวมากขึ้นนั่นเองครับ

ฟีเจอร์ Xiaomi HyperAI ที่น่าสนใจ

AI Display ช่วยบริหารและจัดการหน้าจอให้เหมาะสมและดึงประสิทธิภาพของหน้าจอออกมาสูงสุดด้วย AI เช่น

  • การตรวจจับการล็อกอัจฉริยะ ติดตามการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และล็อกหน้าจอโดยอัตโนมัติเมื่อไม่พบผู้ใช้งาน
  • การหมุนหน้าจออัจฉริยะ ตรวจจับการหมุนของใบหน้าได้อย่างแม่นยำ และปรับการหมุนหน้าจออย่างชาญฉลาด
  • Smart AOD เมื่อหน้าจอดับ ระบบจะเปิดใช้งาน Always-On-Display (AOD) โดยอัตโนมัติเมื่อพบใบหน้าของผู้ใช้งาน
  • ความแม่นยำในการสัมผัสดีขึ้น ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการสัมผัสในสถานการณ์ประจำวันที่หลากหลาย เช่น การเล่นเกม มือเปียก หรือสวมถุงมือ

AI ในกลุ่มทำงาน

  • AI Writing : รับความช่วยเหลือด้านการเขียน ระดมความคิด และอื่นๆ ด้วย AI Writing ซึ่งพร้อมให้ใช้งานได้ทั่วระบบแล้ว AI Writing สามารถช่วยคุณได้มากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นการสรุปบทความ จัดระเบียบโน้ต หรือตรวจการสะกดคำ AI Writing ทำได้ทุกอย่าง
  • AI Search : ช่วยค้นหาสิ่งที่คุณต้องการได้อย่างแม่นยำ พร้อมสรุป AI ด้านบนของผลการค้นหา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างมาก
  • AI Speech Recognition : ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI บนระบบคลาวด์เพื่อแปลงเสียงเป็นข้อความโดยอัตโนมัติ รองรับการจดจำผู้พูด การสร้างสรุป และความสามารถในการแปล

AI Gemini จาก Google แพลตฟอร์ม AI ของ Google ที่หลายคนน่าจะรู้จักและใช้งานกันบ่อย ซึ่ง Xiaomi 15T Pro ก็มากับ Gemini ด้วยเช่นกัน สามารถใช้งานฟีเจอร์อย่าง Circle to search สำหรับค้นหาข้อมูลที่เราสนใจผ่านการวงสิ่งนั้น ๆ บนภาพ หรือจะเป็นฟีเจอร์ตอบโต้ของ Gemini โดยตรงอย่าง Gemini Live, Gemini Connected apps หรือ Gemini Overlay ก็สามารถใช้งานได้ทั้งหมดครับ

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


— Xiaomi Astral Communication | Xiaomi Offline Communication ก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งการเชื่อมต่อ

Xiaomi 15T Pro เป็นหนึ่งสมาร์ตโฟนที่รองรับเทคโนโลยีการสื่อสารตัวใหม่ของ Xiaomi ที่ชื่อว่า Xiaomi Offline Communication โดยสามารถโทรออกด้วยเสียงหาสายปลายทางได้ แม้ไม่มีสัญญาณเครือข่ายในบริเวณที่ใช้งาน ซึ่งสามารถโทรออกได้ไกลประมาณ 1.9 กิโลเมตร ขึ้นกับสภาพแวดล้อมที่ใช้งาน แต่ฟีเจอร์นี้จำเป็นต้องใช้ซิมการ์ด ต้องเข้าสู่ระบบบัญชี Xiaomi และต้องเปิด Bluetooth จึงจะใช้งานได้นะครับ

นอกจากนี้ บนตัวเครื่อง Xiaomi 15T Pro ยังมากับชิปเซ็ต Xiaomi Surge T1S Tuner ชิปด้านการสื่อสารที่ Xiaomi พัฒนาขึ้นเอง ทำงานร่วมกับ Super Antenna Array ระบบเสาอากาศประสิทธิภาพสูง รองรับการปรับให้เหมาะสมใน 16 สถานการณ์ที่เป็นพรีเซ็ตโหมด โดยตัวชิปจะทำการปรับจูน Xiaomi 15T Pro เข้ากับการใช้ระบบเสาสัญญาณ ทำให้สัญญาณ Wi-Fi, Bluetooth, GPS และเครือข่ายมือถือ สามารถเชื่อมต่อได้ดีที่สุดแก่เจ้าของ

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


— Flagship Standard & Affordable Price มาตรฐานสมาร์ตโฟนระดับเรือธง แต่มาในราคาที่เข้าถึงได้

มาถึงบทสรุปของความประทับใจของผมกันแล้ว! จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างบน ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะพอเห็นภาพกันบ้างแล้วว่า ทำไมผมถึงหยิบ Xiaomi 15T Pro เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟน “Smartphone of the Year 2025” ของเราในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะมีความเก่งในด้านการถ่ายภาพที่ทำได้ดีและเก่งไม่แพ้สมาร์ตโฟนเรือธงบางรุ่นในตลาดแล้ว ในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงาน สเปกตัวเครื่อง งานออกแบบ รวมไปถึงราคาจำหน่าย ที่ทาง Xiaomi เปิดราคาของ Xiaomi 15T Pro ที่ราคา 21,990 บาท (RAM 12GB + ROM 512GB) เท่านั้น จึงไม่ยากเลยครับที่ผมจะหยิบสมาร์ตโฟนรุ่นนี้เข้ามาเป็น “Smartphone of the Year 2025” ในหมวดหมู่ Best Mid-Range Camera Phone ของ Insight Daily และเชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนก็น่าจะเลือกหยิบ Xiaomi 15T Pro เข้าไปเก็บไว้ลิสต์มือถือใหม่ของตนเองแน่นอน

และสำหรับใครที่สนใจ Xiaomi 15T Pro วางจำหน่าย 3 ตัวเลือกสี ได้แก่ Black, Gray และ Mocha Gold พร้อม 2 รุ่นความจุ

  • Xiaomi 15T Pro รุ่น 12GB + 512GB ราคา 21,990 บาท
  • Xiaomi 15T Pro รุ่น 12GB + 1TB ราคา 24,990 บาท

จับจองเป็นเจ้าของได้ที่ Xiaomi Store, ช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์ mi.com, Shopee, Lazada, TikTok Shop และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


/ บทความรีวิวล่าสุด

8 จุดเด่น ASUS ProArt P16 (H7606WX) ครีเอเตอร์ซีรีส์ ตอบโจทย์ทุกงานครีเอทีฟ
รีวิว vivo X300 สมาร์ตโฟนเรือธงขนาดคอมแพกต์ที่ครบเครื่อง ซูมไกลด้วยกล้อง ZEISS APO Telephoto
รีวิว realme C85 5G สมาร์ตโฟนสายอึด สเปกจัดเต็ม! แบตเตอรี่ 7000mAh กันน้ำกันฝุ่น IP69 Pro จอสว่างสุดในระดับราคา!
รีวิว OPPO Find X9 Pro สมาร์ตโฟนที่มากับกล้องที่ดีที่สุดจาก OPPO

—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

 

FIRST

MOBILE | CAR | TECH | MARKETING : อยู่ในวงการมือถือมานานเกิน 10 ปี แต่ก็ยังเป็นนักเขียนที่เป็น Introvert ชอบบอกเล่าสิ่งต่าง ๆ ผ่านบทความมากกว่าออกหน้ากล้อง เลยไม่ค่อยมีคอนเทนต์วิดีโอกับเขา

Leave a Reply