รีวิว Redmi 13 มือถือรุ่นเล็กฝาหลังกระจก กล้อง 108MP พร้อม 3X Loseless แบตเตอรี่ 5030mAh มีชาร์จไว 33W
Redmi 13 สมาร์ตโฟนรุ่นเล็กล่าสุดของ Xiaomi ประเทศไทย เป็นสมาร์ตโฟนที่เข้ามาเสริมความแข็งแรงให้กับตลาดสมาร์ตโฟนในกลุ่ม Entry-level ให้กับ Xiaomi ซึ่งตอนนี้แข่งขันกันสนุกเลยทีเดียว และแน่นอนว่าภายใต้แบรนด์ Redmi ยังคงการันตีได้ถึงจุดขายในเรื่องของความคุ้มค่า คุ้มราคา ที่ทำถึงในทุกรุ่นตลอดมา และ Redmi 13 เองก็มาสานต่อสิ่งเหล่านี้ได้ดีไม่แพ้รุ่นพี่เลยล่ะครับ
🛒 สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์
Redmi 13 ตัวเครื่องมีการปรับดีไซน์มาใช้ฝาหลังเป็นกระจก พร้อมกับติดตั้งกล้อง 108MP คุณภาพดีมาก ๆ มาให้ และแบตเตอรี่ขนาด 5030mAh มีชาร์จไว 33W ให้ในตัว โดยทำราคาจำหน่ายมาได้ดีที่เดียว เปิดที่ราคาหลักพันต้น ๆ เท่านั้น จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจของสมาร์ตโฟน Entry-level ในช่วงนี้ ส่วนการใช้งานจริงเป็นอย่างไรบ้าง? ไปรับชมรายละเอียดผ่านบทความรีวิวนี้ได้เลยครับ!
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ |
ข้อมูลสเปกตัวเครื่องของ Redmi 13
- หน้าจอแสดงผล IPS ขนาด 6.79 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2460 x 1080 พิกเซล)
— Refresh Rate 90Hz (AdaptiveSync Refresh Rate : 60Hz และ 90Hz)
— Pixel Density : 396 PPI
— Aspect Ratio : 20.5:9
— Contrast Ratio: 1500:1
— Brightness : 450 nits (typ), 550 nits (HBM)
— Color Depth : 8-bit, 16.7 Million Colors
— Color Gamut : 70% NTSC
— DC Dimming Support
— TÜV Rheinland Low Blue Light (Hardware Solution) Certified
— TÜV Rheinland Flicker Free Certified
— TÜV Rheinland Circadian Friendly Certified
— Corning® Gorilla® Glass Screen
- CPU MediaTek G91-Ultra (12nm), Octa-core, Up to 2.0GHz
- GPU Mali G52 M2
- หน่วยความจำ RAM 8GB (LPDDR4X) + 8GB Extended RAM
- หน่วยความจำ ROM 128GB (eMMC 5.1)
- ช่องใส่ซิมการ์ด Hybrid Slot รองรับ 1 nano SIM และ SIM 2 หรือ MicroSD Card สูงสุด 1TB
- กล้องหลัง 2 ตัว ประกอบด้วย
— กล้องหลัก ความละเอียด 108MP (f/1.75)
— กล้อง Wide ความละเอียด 2MP (f/2.4) - กล้องหน้า Portrait ความละเอียด 13MP (f/2.45)
- เครือข่าย
— 2G GSM : 850 / 900 / 1800 / 1900MHz
— 3G WCDMA : B1 / B5 / B8
— 4G FDD-LTE : B1 / B3 / B5 / B7 / B8 / B20 / B28
— 4G TDD-LTE : B38 / B40 / B41 - การเชื่อมต่อ
— Wi-Fi 2.4GHz, 5GHz
— Bluetooth 5.4
— GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo, QZSS
— 3.5mm headphone jack รองรับ FM Radio - ระบบเซนเซอร์ Virtual proximity sensor | Ambient light sensor | Accelerometer | Electronic compass
- ลำโพงเสียงแบบ Single Speaker
- แบตเตอรี่ 5030mAh พร้อมชาร์จไว 33W FastCharge
- ระบบปฏิบัติการ Xiaomi Hyper OS
- มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP53
- ตัวเลือกสี : สีดำ Midnight Black, สีฟ้า Ocean Blue และสีชมพู Pearl Pink
- ขนาดตัวเครื่อง
— 168.6 × 76.28 × 8.3 มม.
- น้ำหนัก
— 205 กรัม
อุปกรณ์ภายในกล่อง
- ตัวเครื่อง Redmi 13
- อแดปเตอร์ (33W FastCharge)
- สายชาร์จ USB-C
- เข็มจิ้มถาดซิม
- เคสป้องกันรอยตัวเครื่อง (Soft Case)
- ฟิล์มป้องกันรอยบนหน้าจอ (ติดมาให้เรียบร้อยแล้ว)
- คู่มือการใช้งาน
- ใบรับประกันสินค้า
— Design | Stylish Glass Back Design เสริมความหรูด้วยฝาหลังกระจก
Redmi 13 มาพร้อมงานออกแบบตัวเครื่องภายใต้คอนเซ็ปต์ “Stylish Glass Back Design” มีการเลือกใช้วัสดุฝาหลังตัวเครื่องเป็นกระจก เพื่อเสริมความหรูและยกระดับตัวสมาร์ตโฟนให้ดูแล้วรู้สึกมีคลาสขึ้นมา ขยับขึ้นไปบริเวณมุมซ้ายบนของด้านหลังตัวเครื่องจะเป็นตำแหน่งของโมดูลกล้อง ซึ่งประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 108MP (F1.75) และกล้อง Macro ความละเอียด 2MP พร้อมไฟแฟลช LED
ในขณะที่ตัวเครื่องมีความบาง 8.3 มม. เป็นความบางที่สามารถถือจับใช้งานได้กระชับมือมากๆ และมาพร้อมจอแสดงผล LCD IPS แบบ Flat Design ขนาด 6.79 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ มีรีเฟรชเรท 90Hz และได้รับมาตรฐานด้านถนอมสายตาจาก TÜV Rheinland ทั้งการกระพริบหน้าจอ, แสงสีฟ้า กล้องหน้าความละเอียด 13MP (F2.45, Lens 5P) รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 1080P
ภาพรอบตัวเครื่องของ Redmi 13 สีดำ Midnight Black
— Performance | ตอบรับทุกโจทย์ใช้งาน
MediaTek G91-Ultra | 16GB RAM with Memory Extension | 36 Months Like-new Software Experience
Redmi 13 ถึงแม้จะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นเล็กของ Xiaomi ประเทศไทย แต่ในด้านประสิทธิภาพการทำงานถือว่า ไม่ได้เล็กตามรุ่น เพราะทำได้ดีกว่าที่คาดไว้พอสมควรครับ ตัวเครื่องสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีได้แบบครบเครื่องไม่ตกหล่น โดยมาพร้อมขุมพลังการทำงาน CPU MediaTek Helio G91-Ultra (12nm) ซึ่งเป็นชิปประมวลผล Octa-core (Arm Cortex-A55, Arm Cortex-A75) ความเร็ว 2.0GHz บิ้วอิน GPU Mali G52 MC2 มาสำหรับการประมวลผลด้านกราฟิก
จับคู่ทำงานร่วมกับ RAM 8GB LPDDR4x และ ROM 128GB (eMMC 5.1) โดยเราสามารถขยายพื้นที่ของ RAM ด้วยฟีเจอร์ RAM Extension ได้สูงสุดถึง 8GB ซึ่งผมแนะนำให้ใช้งานฟีเจอร์ขยายพื้นที่นะครับ และควรเลือกขนาด 8GB ไปเลย เพราะจากที่ใช้งานมาลองปรับเลือกให้ต่ำกว่า 8GB ผมที่ได้คือ เราจะเจออาการหน่วงนิด ๆ ในจังหวะเรนเดอร์กราฟิกบนจอให้เห็น
ส่วนใครที่กังวลว่าเลือกใช้ออปชั่นนี้แล้วเดี๋ยวจะไปเบียดเบียนพื้นที่ ROM ให้ไม่พอใช้งาน ถึงแม้ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับ ROM มากถึง 128GB ก็สามารถเลือกใช้ MicroSD Card เพื่อใช้สำรองไฟล์รูปภาพ เพลง หรือเอกสารได้ครับ ตัวเครื่องรองรับความจุได้สูงสุดถึง 1TB เลยทีเดียว
มากันที่ประสบการณ์การเล่นเกมบนตัวเครื่องกันบ้าง ตัวเครื่องสามารถเล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV, PUBG หรือ FreeFire หรือ ROL ได้ตามมาตรฐาน การควบคุมการตอบสนองของหน้าจอและตัวเครื่องเป็นไปตามมาตรฐาน อาจมีบางครั้งที่เราต้องลากหรือแตะหน้าจอซ้ำเพื่อควบคุมตัวละครหรืออกสกิลหรือยิงบ้าง แต่ประสบการณ์โดยรวมสำหรับผมถือว่าไม่ได้น่าเกลียดอะไร เล่นได้เหมือนสมาร์ตโฟนทั่วไป เล่นสนุกครับ และสามารถปรับความละเอียดของกราฟิกในเกมสูงสุดที่ระดับ HD เท่านั้น
ด้านซอฟต์แวร์ Redmi 13 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Xiaomi Hyper OS ระบบปฏิบัติการที่ Mi Fan หลายคนอยากลองและอยากเห็นในสมาร์ตโฟนระดับ Entry มานาน ตอนนี้ก็เริ่มทยอยมาแล้ว ในภาพรวมของ Hyper OS บน Redmi 13 ส่วนตัวรู้สึกว่า ระบบลื่นไหลขึ้น การเรนเดอร์กราฟฟิกตอนปัดเปลี่ยนหน้าต่างทำได้ไวขึ้น รวมถึงตอนเรียกใช้แอปพลิเคชั่นบนตัวเครื่องหรือสลับหน้าต่างไปมาก็ทำได้ดีและไวขึ้น
ส่วนประสบการณ์การใช้งานในภาพรวมทั้งหมดผมรู้สึกว่า ยังคงเหมือนกับตอนเป็น MIUI แตกต่างกันไม่มากนัก ดังนั้นไม่มีปัญหาสำหรับใครทีใช้งาน Xiaomi มาโดยตลอด สามารถย้ายมาใช้งานได้ต่อเนื่องแน่นอนครับ ไอคอน เมนู อินเทอร์เฟซ และการตั้งค่าต่าง ๆ ยังถูกออกแบบมาเหมือนกับตอน MIUI อาจมีปรับเปลี่ยนนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้งาน และทาง Xiaomi เคลมว่า ถึงแม้จะใช้งานไปแล้ว 36 เดือน ประสบการณ์การใช้งานซอฟต์แวร์ก็ยังคงให้อารมณ์เหมือนตอนเปิดใช้ครั้งแรกด้วย ถ้ากล้าการันตีแบบนี้ก็คงมั่นใจล่ะนะ
อินเตอร์เฟซ Xiaomi Hyper OS บน Redmi 13
—————
คะแนนการทดสอบประสิทธิภาพด้วย Benchmark
—————
Immersive 6.79″ FHD+ & 90Hz Display
จอแสดงผลของ Redmi 13 เป็นจอแสดงผลแบบ Flat Design หรือจอแบนที่หลายคนชื่นชอบ ตัวจอเป็นพาแนล LCD IPS ขนาด 6.79 นิ้ว ความละเอียด FHD+ มีรีเฟรชเรท 90Hz แบบอัตโนมัติเราไม่สามารถปรับเองได้ และมีค่าความสว่างสูงสุดที่ 500nits ซึ่งเป็นระดับความสว่างที่พอจะสู้แสงแดดได้อยู่ครับ
นอกจากนี้ตัวจอยังได้รับมาตรฐานในด้านการถนอมสายตาจาก TÜV Rheinland ด้วย รวมทั้งยังเป็นจอสมาร์ตโฟน Entry-level ที่มาตรฐานดีที่เดียว เพราะสามารถแสดงผลด้านสีได้กว้าง 70% NTSC และรองรับสีได้ลึกถึง 8-bits ช่วยให้ตอนเรารับชมคอนเทนต์ก็จะได้อรรถรสมากขึ้นด้วย
เมนูการปรับตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอ Redmi 13
—————
Battery 5030mAh + 33W FastCharge
พลังงานบนตัวเครื่องมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5030mAh เมื่อใช้งานร่วมกับจอ 90Hz และชิปประมวลผล Helio G91-Ultra รวมถึงตัวเครื่องรองรับเครือข่ายแค่ 4G เลยทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ผมว่า “ประหยัด” เอาเรื่องอยู่ครับ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผมใช้งานในหนึ่งวันด้วยไลฟ์สไตล์ทั่วไป คือ เล่นโซเชียล 30%, เล่นเกม 20%, ฟังเพลง 30% และทำงานเช็คอีเมล เปิดเว็บไซต์ โพสต์งานบนแฟนเพจ 20% จากแบตเตอรี่ 100% ในตอนเช้าใช้งานลากไปจบช่วงสามทุ่มหน่อย ๆ หยิบขึ้นมาดูแบตฯ ยังเหลือประมาณ 20 – 30% ให้ใช้งานต่อ ถือว่าผ่าน!
ในขณะที่ถ้าเป็นข้อมูล Fact จากทาง Xiaomi เขาระบุว่า สามารถสแตนบายได้นานสูงสุด 19 วัน, ฟังเพลงต่อเนื่อง 127 ชั่วโมง, รับชมวิดีโอได้นาน 17 ชั่วโมง และโทรศัพท์คุยสายได้นาน 34 ชั่วโมง ด้านการชาร์จพลังงานกลับเข้าตัวเครื่อง Redmi 13 มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 33W FastCharge ซึ่งเป็นมาตรฐานชาร์จไวบนสมาร์ตโฟนในเรทราคานี้อยู่แล้วครับ การชาร์จกลับจาก 0 – 100% ใช้เวลาประมาณ 50 – 60 นาที หรืออาจะมากกว่านั้นเล็กน้อยขึ้นกลับสภาพแวดล้อมด้วย และตัวแบตเตอรี่ทาง Xiaomi เคลมว่ารองรับการชาร์จได้มากถึง 1000 รอบ โดยที่ความจุของแบตเตอรี่ยังเหลือมากกว่า 80% ด้วย
— 108MP Camera | Super Clear & 3x Lossless Zoom
Redmi 13 มาพร้อมกล้องถ่ายรูปคู่ ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 108MP ทำงานร่วมกับกล้อง Macro ความละเอียด 2MP มีไฟแฟลช LED ให้ 2 ดวง ในขณะที่กล้องหน้าความละเอียด 13MP สำหรับผลงานหลังกล้องของกล้องคู่ 108MP ชุดนี้บน Redmi 13 มีจุดเด่นคือ ภาพถ่ายที่มีไดนามิกของสีที่สด มีการเก็บรายละเอียดภาพได้ค่อนข้างครบและคมชัด ถึงแม้จะเข้าสู่สภาพแสงน้อยก็ตาม เอาไปถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ ท้องฟ้า ถนน ตึก หรือพอร์ตเทรตที่มีพื้นหลังเป็นวิวธรรมชาติภาพจะออกมาสวยมาก ๆ
ในขณะที่การซูมภาพเพื่อถ่ายที่ระยะทำการ Optical 3X ภาพที่ได้ออกมาก็ให้รายละเอียดได้คมดีครับ อาจจะมี Noise รบกวนบ้างนิดหน่อยเมื่อเข้าสู่สภาวะแสงน้อย – กลางคืน โดยรวมส่วนตัวมองว่า เป็นกล้องที่ถ่ายสวยเลยล่ะครับ โดยเฉพาะภาพกลางแจ้งที่สดสมใจคนชอบคอนทรานต์หนักแน่นอน ไปรับชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องคู่ชุดนี้ของ Redmi 13 ที่ด้านล่างได้เลยครับ
ข้อมูลกล้อง Dual Camera 108MP บน Redmi 13
- 108MP Main Camera
– 0.64μm pixel size
– 1/1.67″ sensor size
– 6P, f/1.75
– 9-in-1 pixel binning to 1.92μm pixel
– 3x in-sensor zoom
– 1080p at 30fps / 720p at 30fps - 2MP Macro Camera
– f/2.4 – 720p at 30fps
ข้อมูลกล้อง Selfie Camera 13MP บน Redmi 13
- 13MP Front Camera
– 5P, f/2.45
– 1080p at 30fps / 720p at 30fps
– Software-level soft-light ring
—————
อินเตอร์เฟซกล้อง Redmi 13
—————
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Redmi 13
ภาพทั่วไป
—————
ภาพซูมถ่าย 3x Lossless Zoom
—————
ภาพ Macro
—————
ภาพกลางคืน
— Price & Promotion | ราคาและโปรโมชัน
Xiaomi ประเทศไทย วางจำหน่าย Redmi 13 รุ่นความจุ RAM 8GB + ROM 128GB ในราคา 5,499 บาท มาพร้อมสีตัวเครื่อง 3 สี คือ สีดำ Midnight Black, สีฟ้า Ocean Blue และสีชมพู Pearl Pink เป็นเจ้าของได้ที่Xiaomi Store, ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์
โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งวันที่ 28 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Redmi 13 ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2567 รับฟรี! Redmi 13 Giftbox Artstory by Autistic Thai มูลค่า 599 บาท
#Redmi13 #ร้อยแปดความประทับใจด้วยกล้องคู่108MP






























































