LIFESTYLEINSIGHT NEWSTRAVEL

Traveloka SEA Index เผยเทรนด์ท่องเที่ยวไตรมาส 2 คนไทยเลือก “คุณภาพมากกว่าปริมาณ”

Traveloka แพลตฟอร์มท่องเที่ยวครบวงจรอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยรายงาน Traveloka SEA Index ฉบับแรกที่ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวรายไตรมาส ซึ่งวิเคราะห์จากข้อมูลการค้นหา ผลสำรวจ และการจองผ่านแพลตฟอร์มของ Traveloka ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Traveloka SEA Index ประจำไตรมาส 2 ปี 2569 เผยให้เห็นพฤติกรรมการเดินทางของผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมกับแนวโน้มในระดับภูมิภาค เพื่อสะท้อนความต้องการเดินทางที่เปลี่ยนไป จุดหมายใหม่ที่กำลังมาแรง และแนวโน้มการเดินทางในอนาคต โดยพบเทรนด์สำคัญหลายประการ ได้แก่ จุดหมายปลายทางในประเทศยังคงเป็นตัวเลือกหลักของนักเดินทางชาวไทย อย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หาดใหญ่ และภูเก็ต แม้นักท่องเที่ยวจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นสำหรับทริปต่างประเทศที่มีระยะเวลานานขึ้น โดยเฉพาะเอเชียตะวันออก อย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน โดยจุดหมายเหล่านี้มีอัตราเร่งเติบโต (Pace) สูงกว่าภาพรวมของตลาดอย่างเห็นได้ชัด [1] ขณะเดียวกัน ไทยยังครองสถิตินักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียวมากที่สุดในภูมิภาค คุณทิภาพร ดวงมาก ผู้จัดการประจำประเทศไทยและสิงคโปร์ของ Traveloka กล่าวว่า “นักเดินทางชาวไทยกำลังวางแผนและตัดสินใจเลือกแต่ละทริปอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยใช้เวลาเดินทางนานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้น เราเห็นแนวโน้มนี้ทั้งการเดินทางในประเทศและต่างประเทศ สำหรับการเดินทางในประเทศ จุดหมายปลายทางดาวรุ่งอย่างนครพนมและสกลนครสะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางกำลังเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกเหนือจากเส้นทางท่องเที่ยวเดิม ขณะที่การเดินทางต่างประเทศ โซลและโตเกียวยังคงเป็นจุดหมายหลัก ขณะเดียวกันไทเป ซัปโปโร และแม้แต่ชิงเต่าก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น แผนที่การเดินทางที่กำลังขยายตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศนี้ถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทุกภาคส่วน” / ข่าวอัปเดตล่าสุด แคนนอนจัดโปรรับวันแม่ “Canon Care for Mom’s Memories” เช็กกล้องฟรี 17 รายการ  บีบหัวใจ! ‘บาส-หลงชาง’ ดรามาจนนาทีสุดท้าย “แสงดาว แสงศรัทธา” Final

Read More
LIFESTYLEAPPLICATIONSINSIGHT NEWSTRAVEL

POINTX และ Expedia Group เผยอินไซต์ผ่าน XTravel ชี้เทรนด์ใช้พอยท์เพื่อการเดินทางเติบโต

POINTX แอปพลิเคชันรวมและแลกคะแนนสะสม ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ และ Expedia Group มาร์เก็ตเพลสด้านการเดินทางระดับโลก เผยแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคหลังเปิดให้บริการ XTravel Powered by Expedia แพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวบนแอปฯ POINTX เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่าผู้ใช้งานเริ่มมอง “พอยท์” เป็นส่วนหนึ่งของการใช้จ่ายและการวางแผนการเดินทางในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการเลือกวิธีชำระเงิน ทั้งการใช้พอยท์เต็มจำนวน หรือการใช้พอยท์ร่วมกับบัตรเครดิตและบัตรเดบิต สะท้อนเทรนด์ “Flexible Payment” ที่กำลังเติบโตในกลุ่มนักเดินทางยุคดิจิทัล ซึ่งเน้นเรื่องความยืดหยุ่นในการชำระเงิน รวมถึงการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่สามารถบริหารค่าใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวได้แบบครบวงจรในที่เดียว คุณกฤตธี มโนลีหกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พอยท์เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “จากข้อมูลการใช้งานบนแพลตฟอร์ม XTravel Powered by Expedia พบว่า ผู้ใช้งานกว่า 38% เลือกใช้พอยท์ร่วมกับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตจาก SCB WEALTH by CardX, บัตรเครดิต CardX, บัตรเดบิต SCB และบัตร Pre-Paid SCB PLANET ในกลุ่ม SCBX ขณะที่ 62% เลือกใช้พอยท์ชำระเต็มจำนวน สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์มในการตอบโจทย์รูปแบบการใช้จ่ายที่หลากหลาย ช่วยลดข้อจำกัดด้านจำนวนพอยท์ และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงประสบการณ์การเดินทางที่ต้องการได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยอดการใช้งานในช่วงครึ่งแรกของเดือนมิถุนายนยังคงขยายตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนพฤษภาคม สะท้อนแนวโน้มที่ผู้บริโภคเริ่มทดลองและคุ้นเคยกับการใช้พอยท์เพื่อการเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่า XTravel กลายเป็นหมวดที่มีการใช้พอยท์ต่อรายการ (Point Burn per Transaction) สูงเป็นอันดับ 2 ของ POINTX ทันทีตั้งแต่ช่วงเปิดให้บริการ รองจากการแลกไมล์สายการบิน

Read More
LIFESTYLEINSIGHT NEWSTRAVEL

Traveloka เผยนักท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนพฤติกรรมเที่ยวเอเชีย หันมาเที่ยวเมืองรองในญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้มากขึ้น

Traveloka แพลตฟอร์มท่องเที่ยวครบวงจรชั้นนำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภคล่าสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวไทยในการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาค แม้เมืองหลวงยอดนิยมในเอเชียจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ แต่นักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมากเริ่มมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกเส้นทางท่องเที่ยวเดิม ด้วยการเดินทางสู่เมืองรองที่มอบโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ข้อมูลการจองของ Traveloka พบว่า ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวไทย อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเดินทางกำลังเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เน้นเมืองยอดนิยมอย่างโตเกียวและโอซาก้า สู่การเดินทางไปยังเมืองรองที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น ซัปโปโร ฟุกุโอกะ และ นาโกย่า เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่นมาแล้วหลายครั้ง และกำลังมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างและตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น / ข่าวอัปเดตล่าสุด “Samsung Health Step Up Challenge Thailand” ภารกิจเดิน 210,000 ก้าวใน 19 วัน Disney+ เปิด 4 เหตุผลทำไมซีรีส์ “Gold Land แผนล่าท้าคนโลภ” ถึงเซอร์ไพรส์คนดูทุกตอน เปิดตัว Xiaomi 17T Series ชูจุดเด่นดีไซน์ 2 ขนาด ยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพด้วยกล้องเทเลโฟโต้ คุณทิภาพร ดวงมาก ผู้จัดการประจำประเทศไทย (Country Manager) ของ Traveloka กล่าวว่า “เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวไทย จากการท่องเที่ยวเพื่อเก็บจุดเช็กอินยอดนิยม สู่การออกเดินทางเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมและประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางในภูมิภาค เราติดตามพฤติกรรมและความสนใจของนักเดินทางอย่างใกล้ชิด เพื่อนำเสนอทางเลือกที่เหมาะสมทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการตามหาบ่อน้ำพุร้อนที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเล็ก ๆ หรือการออกตระเวนชิมอาหารท้องถิ่น Traveloka มุ่งมั่นที่จะช่วยให้การเดินทางเพื่อค้นพบประสบการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องง่าย สะดวก และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น” ภาพรวมจุดหมายปลายทางยอดนิยมในเอเชียที่กำลังมาแรงบน

Read More
LIFESTYLEINSIGHT NEWSTRAVEL

Gother จับมือ HTS ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีโลก ส่งโซลูชัน “Flight Disruption Care” บุกตลาดไทย

อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนครั้งสำคัญในปี 2026 จากสถานการณ์สงครามและความขัดแย้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเส้นทางบินระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายงานว่าเที่ยวบินมากกว่า 40,000 เที่ยวทั่วโลกถูกยกเลิกภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ของช่วงเดือนมีนาคม 2569* ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารนับล้านคน สะท้อนให้เห็นว่าความไม่แน่นอนของการเดินทางกำลังกลายเป็นความเสี่ยงที่นักเดินทางทั่วโลกต้องเผชิญ เพื่อตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ Gother (www.gother.com) จึงจับมือกับ Hopper Technology Solutions (HTS) เปิดตัวบริการ “Flight Disruption Care” เพื่อช่วยนักเดินทางรับมือกับสถานการณ์เที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก พร้อมยกระดับความมั่นใจในการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย เมื่อ “ความชัวร์” สำคัญกว่าราคา สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการบินของโลกที่เชื่อมต่อเส้นทางระหว่างเอเชีย ยุโรป และอเมริกา การปิดน่านฟ้าและข้อจำกัดด้านการบินในหลายประเทศ ทำให้สายการบินจำนวนมากต้องยกเลิกเที่ยวบิน ปรับเส้นทาง หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางบินสำคัญ ผลกระทบดังกล่าวก่อให้เกิด “แรงกระเพื่อม” ต่อระบบการบินทั่วโลก ทั้งในด้านระยะเวลาเดินทาง ต้นทุน และความน่าเชื่อถือของตารางบิน แม้ผู้โดยสารที่ไม่ได้เดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวโดยตรง ก็ยังได้รับผลกระทบผ่านการต่อเครื่องและการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายการบิน ขณะเดียวกัน ต้นทุนการบินที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานและการปรับเส้นทางบิน ทำให้หลายสายการบินต้องปรับค่าโดยสารขึ้นสูงขึ้นกว่า 70%* หรือแม้กระทั่งต้องยกเลิกไฟลท์บางเส้นทางเพื่อบริหารจัดการต้นทุน ทำให้การวางแผนการเดินทางมีความซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนดังกล่าว พฤติกรรมนักเดินทางทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับ “ราคาที่ดีที่สุด” สู่การให้ความสำคัญกับ “ความมั่นใจว่าจะเดินทางได้จริง” ความกังวลเรื่องเที่ยวบินล่าช้า การยกเลิก หรือการไม่สามารถเดินทางได้ตามแผน กลายเป็น pain point สำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางระยะไกล นักธุรกิจ และผู้ที่ต้องพึ่งพาการต่อเครื่องผ่านเส้นทางหลักของโลกส่งผลให้ความยืดหยุ่นและความสามารถในการจัดการความเสี่ยงกลายเป็นปัจจัยใหม่ในการตัดสินใจเลือกบริการด้านการท่องเที่ยว แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การบริหารจัดการความไม่แน่นอน ซึ่งนักเดินทางยุคใหม่ต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แม้ในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิด / ข่าวอัปเดตล่าสุด HUAWEI Cloud เสริมแกร่งฮิวแมนิก้าเปลี่ยนผ่านดิจิทัล ด้วยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่เชื่อถือได้และรองรับการขยายตัว บวงสรวง WeTV Original “NOUR” (นูร์)

Read More
LIFESTYLEINSIGHT NEWSTRAVEL

สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน จัดงาน B2B Taiwan Tourism Workshop เชื่อมเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยว

สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน เดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและไต้หวัน รับต้นปี 2026 จัดงาน B2B Taiwan Tourism Workshop ณ โรงแรม Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit โดยมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว สายการบิน และสื่อมวลชนจากประเทศไทยเข้าร่วมงานกว่า 150 ราย สะท้อนความเชื่อมั่นและศักยภาพของตลาดท่องเที่ยวไทยในฐานะตลาดสำคัญของไต้หวันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การจัดงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแผนประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไต้หวันอย่างเข้มข้นตลอดปี 2026 โดยมุ่งนำเสนอไฮไลต์การท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ เทศกาลโคมไฟไต้หวัน (Taiwan Lantern Festival) การท่องเที่ยวยามค่ำคืน และการท่องเที่ยวหลากหลายธีม ตอกย้ำภาพลักษณ์ของไต้หวันในฐานะจุดหมายปลายทางที่สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมีสีสันทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมนำเสนอโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย งาน B2B Taiwan Tourism Workshop นับเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและไต้หวันได้พบปะ เจรจา แลกเปลี่ยนข้อมูล และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการไทยร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยให้เดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของไต้หวันได้ตลอดทั้งปี ในปี 2026 การท่องเที่ยวไต้หวันยังคงเดินหน้าสื่อสารแบรนด์ภายใต้สโลแกน “Taiwan – Waves of Wonder” ถ่ายทอดเสน่ห์ของไต้หวันผ่านการผสมผสานความงดงามของภูเขา ทะเล เมือง และบรรยากาศการท่องเที่ยวยามค่ำคืน สร้างประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยสีสันและความสุข ภายใต้แนวคิด “กลางวันก็สนุก กลางคืนก็มีเสน่ห์” ภายในงาน ผู้ร่วมงานได้เพลิดเพลินกับการแสดงสุดพิเศษจาก Diabolo Walker กับโชว์ลูกดิ่งร่วมสมัย รวมถึงกิจกรรม DIY ที่เปิดโอกาสให้สัมผัสวัฒนธรรมไต้หวันอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมรับประทานอาหารค่ำที่คัดสรรเมนูระดับมิชลินจากไต้หวันมาถ่ายทอดความอร่อยถึงประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการจัดเจรจาธุรกิจกว่า 4,000 ครั้ง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือข่ายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย–ไต้หวัน และวางรากฐานความร่วมมือในระยะยาวเพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวในอนาคต /

Read More