LIFESTYLEBUSINESSFOODINSIGHT NEWS

BEARHOUSE ตอกย้ำความสำเร็จต่อเนื่อง เตรียมเปิดตัว “ชานมปั่น Super BEAR” พร้อมรุกโมเดล Subscription

BEARHOUSE เดินหน้ากลยุทธ์ Product Innovation และ Customer Engagement ต่อเนื่อง ภายใต้ Year Theme “บ้านหมี today’s moment — ให้ทุกช่วงเวลาพัก มี BEARHOUSE อยู่ข้างๆ” หลังจากได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแคมเปญ GACHA BEAR เซตหมีกาชา จากความน่ารักของ IP หมีไข่มุกโมจิ จน Sold Out ภายในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ สะท้อนพลังของการสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภค เตรียมวางแผนสร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ชูไอเดียคอลเลปกับ IP ต่างๆ อีกมากมาย เพื่อตอบรับกระแสฟีเวอร์ BEARHOUSE เดินหน้าเปิดตัวเมนูใหม่ “ชานมปั่น Super BEAR” ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ความเนียนนุ่ม นัว หอมละมุนในอีกระดับ โดยนำเสนอเมนู Top Picks ได้แก่ ชานมมะลิปั่น, ชานมอัสสัมปั่น และชาไทยคาราเมลไลซ์ปั่น พร้อมเพิ่มมิติในทุกคำ เคี้ยวเพลินด้วยท็อปปิ้ง “นุ่มชีส, ไข่มุกโมจิ, ข้าวโอ๊ตป๊อป” ที่ออกแบบมาเพื่อเมนูปั่นโดยเฉพาะ ช่วยสร้าง texture และประสบการณ์การดื่มที่แตกต่าง / ข่าวอัปเดตล่าสุด ‘จุง-ดัง’ เตรียมสาดดาเมจในงาน “Ultra Imaging Night OPPO Find X9 Ultra | OPPO Find X9s” 23 เม.ย. นี้

Read More
LIFESTYLEBUSINESSFOOD

GUGU Chicken ฉลองก้าวสู่ปีที่ 6 เดินหน้ารุกตลาดแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ารายได้กลุ่มธุรกิจ 500 ล้านบาท

บริษัท เจ คอนเซปต์ จำกัด (J Concept) องค์กรที่ดำเนินธุรกิจแบรนด์ไก่ทอดเกาหลีชื่อดัง “GUGU Chicken” ประกาศก้าวสำคัญในโอกาสครบรอบ 6 ปี เดินหน้าขยายธุรกิจแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ พร้อมตั้งเป้ารายได้รวม 500 ล้านบาทในปี 2026 ควบคู่กับการเปิด 10 สาขาใหม่ทั่วประเทศ หลังพิสูจน์ความสำเร็จจากโมเดลสาขาที่บริษัทบริหารโดยตรงกว่า 35 แห่ง พร้อมชูเทคโนโลยี AI และระบบโลจิสติกส์ ERP ที่ช่วยบริหารจัดการซัพพลายเชนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผนสต็อก การจัดส่ง ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและรองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว เส้นทางความสำเร็จสู่โมเดลแฟรนไชส์มาตรฐานระดับสากล การเข้าสู่ตลาด → ขยายตัวอย่างรวดเร็ว → สร้างความแข็งแกร่งให้องค์กร → ขยายฐานธุรกิจ →      สร้างเสถียรภาพสาขาบริหารตรง → รุกธุรกิจแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ นับตั้งแต่การเปิดสาขาแรกในปี 2020 GUGU Chicken ได้สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดไก่ทอดเกาหลี ด้วยรสชาติต้นตำรับที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งโดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบหลักและเครื่องปรุงนำเข้าจากประเทศเกาหลีโดยตรง เพื่อคงรสชาติความอร่อยตามแบบฉบับ Original Korean Taste และระบบบริหารจัดการมาตรฐานสากล  โดยผ่านก้าวสำคัญในแต่ละระยะดังนี้ 2020 – 2021 : เริ่มต้นก้าวแรกและการสร้าง Brand Awareness ให้เป็นที่รู้จัก 2022 – 2023 : เร่งขยายสาขา (Rapid Expansion) ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานองค์กร ทั้งด้าน R&D และระบบฝึกอบรม 2024 – 2025 : รุกขยายเข้าสู่ศูนย์การค้าชั้นนำ

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

Lazada ขับเคลื่อนตลาดสินค้าแบรนด์โตต่อเนื่อง คาดมูลค่าอีคอมเมิร์ซทั่วภูมิภาค ทะยานสู่ 4.8 ล้านล้านบาทภายในปี 2030

Lazada (ลาซาด้า) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยผลการสำรวจล่าสุดซึ่งชี้ให้เห็นว่าภูมิภาคนี้กำลังมุ่งหน้าสู่ยุคของการช้อปออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าแบรนด์แท้และคุณภาพเป็นปัจจัยหลัก (Authenticity-Driven eCommerce) โดยผู้บริโภคมองหาสินค้าแบรนด์และประสบการณ์ที่เชื่อถือได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับกลยุทธ์ของลาซาด้าในการขับเคลื่อนประสบการณ์อีคอมเมิร์ซที่พรีเมียมยิ่งขึ้นผ่านสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมเปิดตัว โปรแกรมสมาชิก (Membership Program) มอบสิทธิประโยชน์ทั้งด้านความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่เหนือกว่า โดยจะเปิดให้บริการโปรแกรมสมาชิกใหม่นี้อย่างเต็มรูปแบบต้อนรับเทศกาล ‘12.12 เซลใหญ่ ส่งท้ายปี’ ตลาดสินค้าแบรนด์คุณภาพเติบโตต่อเนื่อง มูลค่าพุ่งสู่ 4.8 ล้านล้านบาท รายงาน ‘The Rise of Virtual Mall Ecosystems in Southeast Asia’ โดย Cube Asia ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น (Intentional Purchases) โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจในแหล่งที่มา สะท้อนผ่านพฤติกรรมที่หันมานิยมสินค้าจากแบรนด์ที่ได้มาตรฐานมากกว่าการพิจารณาด้านราคาเพียงอย่างเดียว เทรนด์ดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของลาซาด้าที่มุ่งยกระดับวงการอีคอมเมิร์ซสู่ยุคของสินค้าแท้-แบรนด์คุณภาพ พร้อมประสบการณ์การช้อประดับพรีเมียม ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ คาดว่าจะมีมูลค่าแตะ 4.8 ล้านล้านบาท (150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ภายในปี 2030 การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยเครือข่ายแบรนด์ชั้นนำกว่า 170,000 แบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศบนแพลตฟอร์มลาซาด้า นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่านักช้อปออนไลน์กว่า 90% ยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งตอกย้ำจุดแข็งของ LazMall ในการส่งมอบความมั่นใจและความคุ้มค่าเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เปิดตัว “โปรแกรมสมาชิก” อัดสิทธิประโยชน์พรีเมียม ตอบโจทย์สายช้อป ข้อมูลจากแพลตฟอร์มลาซาด้าเผยว่า กลุ่มกำลังซื้อสูงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยพบค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้ใช้ (Average Revenue Per User) เพิ่มขึ้นถึง 70% สะท้อนถึงความพร้อมของฐานลูกค้าในการเดินหน้าโปรแกรมสมาชิก ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มในการดึงดูดและรักษาลูกค้าเซกเมนต์พรีเมียม ซึ่งเป็นกลุ่มที่คาดหวังประสบการณ์ที่ดี สินค้ามีคุณภาพ

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

EGG Digital พาแบรนด์คู่ค้ากวาดรางวัลใหญ่เวที Marketing Excellence Awards 2025 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน

เอ้ก ดิจิทัล (EGG Digital) ผู้นำธุรกิจด้านวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ให้บริการสื่อโฆษณาครบวงจรและการตลาดดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI อัจฉริยะ โชว์ศักยภาพการผสานพลัง Agentic AI ดาต้า ครีเอทีฟ และโซลูชันเหนือระดับ สร้างสรรค์แคมเปญการตลาดและโฆษณาที่ตรงใจในทุกโมเมนต์ พาแบรนด์คู่ค้าคว้ารางวัลจากเวที Marketing Excellence Awards 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 กวาดรางวัลใหญ่ระดับ Gold 2 รางวัล และระดับ Bronze 1 รางวัล ตอกย้ำการเป็นพาร์ทเนอร์ด้านการตลาดอัจฉริยะ ที่ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจต่าง ๆ ในยุค AI นายชัชพล องนิธิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ Media Convergence บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญของธุรกิจ Media Convergence คือ การช่วยให้คู่ค้าสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมผ่านแคมเปญโฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึก เชื่อมต่อแบรนด์กับทุกโมเมนต์และทุกทัชพอยท์ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและปรับกลยุทธ์ได้แบบเรียลไทม์ผ่าน MediaFusion แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI ทำให้การวางกลยุทธ์แบบ Omnichannel ทั้ง Online Personalization, OOH-Adaptive Shoppers’ Digital Screen, On-Ground Activation รวมถึง KOLs, และ On-Premise Retail Media ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ สามารถเปลี่ยน ‘ความสนใจ’ ของผู้บริโภคในทุกโมเมนต์ไปสู่ ‘การลงมือทำ’ ที่เห็นผลได้จริง การคว้ารางวัลในครั้งนี้

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

Shopee 9.9 มอบส่วนลดสูงถึง 2 พันล้านบาท กระตุ้นยอดขายท้องถิ่นโต 9 เท่า

Shopee (ช้อปปี้) อีคอมเมิร์ซเบอร์ 1 ที่ครองใจผู้ใช้งานชาวไทย เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในปีที่ 10 ของการเป็นผู้ริเริ่มแคมเปญดับเบิ้ลเดท “9.9” ซิกเนเจอร์แคมเปญที่นักช้อปไทยเฝ้ารอคอย ภายใต้แนวคิด “ครบ คุ้ม ไว การันตีที่ช้อปปี้” ตอกย้ำความมุ่งมั่นของช้อปปี้ในการยกระดับประสบการณ์อีคอมเมิร์ซที่ดีที่สุด ทั้งด้านความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความไว้วางใจ พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน คงกฤช ล้อเลิศรัตนะ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ความสำเร็จของแคมเปญ 9.9 ในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจจากผู้ใช้งานและพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่เติบโตเคียงข้างเราอย่างต่อเนื่อง ช้อปปี้ยังคงมุ่งมั่นสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ใช้งาน ผ่านดีลสุดคุ้มที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย, การจัดส่งที่ไวขึ้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช้อปยุคใหม่, และเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังบนแพลตฟอร์ม เราภูมิใจที่ได้เป็นแรงผลักดันสำคัญในการช่วยผู้ขายเพิ่มยอดขาย และช่วยผู้บริโภคเข้าถึงประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีที่สุด” Shopee 9.9 เติมเต็มประสบการณ์ทั้งนักช้อป ผู้ขาย และครีเอเตอร์ ช้อปปี้ ยืนหยัดในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ผู้ใช้งาน ควบคู่กับการพัฒนาอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย แบรนด์ และครีเอเตอร์ เพื่อยกระดับอีคอมเมิร์ซไทยอย่างต่อเนื่อง ในแคมเปญ 9.9 นี้ เราได้เห็นผลลัพธ์อันโดดเด่นที่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ครบถ้วน คุ้มค่า และน่าประทับใจให้แก่ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ล่าสุด แคมเปญ 9.9 ได้ยืนยันความไว้วางใจนี้อีกครั้ง ด้วยยอดคำสั่งซื้อทะลุ 1 ล้านออเดอร์ ในเวลาไม่ถึง 30 นาทีแรกของวันที่ 9  กันยายน 2568 สะท้อนพลังความไว้วางใจและเชื่อมั่นที่นักช้อปมีต่อ Shopee อย่างแท้จริง ขับเคลื่อนโอกาสใหม่ด้วยเครื่องมือการตลาดทรงพลัง – ช้อปปี้ทำหน้าที่เป็นแรงผลักดันหลักในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและยกระดับวงการอีคอมเมิร์ซไทยอย่างต่อเนื่อง เราพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบสนองความต้องการผู้ใช้งานและเตรียมพร้อมสู่อนาคต โดยแคมเปญ 9.9 สะท้อนถึงการเชื่อมต่อที่ลงตัวระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และครีเอเตอร์

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

Midea ประกาศการเป็นพาร์ทเนอร์หลักของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา 5 ฤดูกาล ตลอดปี 2569-2574

Midea (ไมเดีย) ผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอัจฉริยะระดับโลก จะเข้าร่วมเป็นส่วนสำคัญของการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกา (La Liga) และ โกปาเดลเรย์ (Copa del Rey) ในฐานะพาร์ทเนอร์หลักของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา (FC Barcelona) ตลอด 5 ฤดูกาลตั้งแต่ปี 2569 – 2574 ลูวิส ฝู ประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศของไมเดีย ร่วมลงนามข้อตกลงร่วมเป็นพาร์ทเนอร์หลักกับ ราฟาเอล ยุสเต รองประธานสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา พร้อมเยี่ยมชมสนามฟุตบอลร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของไมเดีย ณ สนาม Spotify Camp Nou บาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยโลโก้ไมเดียจะปรากฏบนแขนเสื้อชุดการแข่งขันและชุดฝึกซ้อมของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา รวมถึงการประชาสัมพันธ์แบรนด์อย่างกว้างขวางระหว่างการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกาทีมเหย้าอีกด้วย “ไมเดียมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์หลักของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมเป็นพันธมิตรในระยะยาว และเติบโตประสบความสำเร็จเป็นอันดับ 1 ของโลกร่วมกันทั้งในและนอกสนาม” ลูวิส ฝู กล่าว “สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับไมเดียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวบาร์ซาในฤดูกาล 2026/27 โดยความเป็นผู้นำด้านโซลูชันบ้านอัจฉริยะและความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมของไมเดียสอดคล้องกับจิตวิญญาณของสโมสรที่มุ่งสู่อนาคต ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของบาร์ซาอีกครั้งในการดึงดูดบริษัทชั้นนำระดับโลก” ราฟาเอล ยุสเต กล่าว สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลด้วยการคว้าแชมป์ ลา ลีกา 28 สมัย และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 5 สมัย อีกทั้งยังเป็นที่นิยมระดับโลกด้วยผู้ติดตามกว่า 430 ล้านคนในโซเชียลมีเดีย และผู้ชมทางโทรทัศน์กว่า 400 ล้านคนต่อปี และมียอดขายเสื้อฟุตบอล 2 ล้านตัวทุกปี นอกจากนี้ ไมเดีย ยังเป็นผู้สนับสนุนรายการแข่งขันฟุตบอลชั้นนำระดับนานาชาติ อาทิ การแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติเอเชียปี 2570

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

LG เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 สร้างรากฐานแกร่งสำหรับการเติบโตเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด (LG) ประกาศทำรายได้รวม 20.74 ล้านล้านวอน (หรือประมาณ 4.78 แสนล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 639.4 พันล้านวอน (หรือประมาณ 1.48 หมื่นล้านบาท) สำหรับไตรมาส 2 ของปี 2568 โดยทั้งรายได้และกำไรจากการดำเนินงานลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความถดถอยของตลาดโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาระทางภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจาก ค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ ก็ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการสร้างกำไรโดยรวมเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แม้จะเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ แต่กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution หรือ HS) กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution หรือ VS)  และกลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Solution หรือ ES) ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยแต่ละกลุ่มธุรกิจสามารถสร้างรายได้และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และทั้งสามกลุ่มธุรกิจนี้ยังสามารถทำผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2 ได้สูงสุดเท่าที่เคยมีมา โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ที่ทำรายได้และกำไรจากการดำเนินงานรายไตรมาสได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย ในขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิง (Media Entertainment Solution หรือ MS) มีการรายงานการขาดทุนจากการดำเนินงาน โดยสาเหตุหลักมาจากยอดขายโทรทัศน์ที่ลดลงและการใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิงยังคงสร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอได้จากธุรกิจด้านโฆษณาและเนื้อหาที่อยู่บนแพลตฟอร์ม webOS ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างรายได้โดยรวมให้บริษัทมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อการเติบโตเชิงคุณภาพ แอลจียังเดินหน้าเสริมสร้างรากฐานทางธุรกิจของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจ B2B เช่น ส่วนประกอบยานยนต์และระบบทำความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศ (HVAC) กลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ เช่น ธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) และแพลตฟอร์ม webOS รวมถึงธุรกิจแบบ

Read More
TECHBUSINESSINSIGHT NEWS

Xiaomi ทำรายรับทะลุ 111.3 พันล้านหยวนในไตรมาสแรกของปี 2568

เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน (“เสียวหมี่ [Xiaomi]” หรือ “กลุ่มธุรกิจ Group]”; Stock Code:1810) บริษัทด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะด้วยการเป็นผู้นำด้านสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) ประกาศผลการดำเนินงานไม่สอบทานสำหรับสามเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 (“ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568”) เสียวหมี่นั้นมีรายรับเกิน 1 แสนล้านหยวนเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน โดยมีกำไรสุทธิที่ปรับแล้วสูงกว่า 1 หมื่นล้านหยวนเป็นครั้งแรก โดยผลประกอบการนั้นดีเกินความคาดหมายของตลาด ทั้งนี้รายรับของไตรมาสแรกอยู่ที่ 111.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 47.4% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (“YoY”) ในขณะที่กำไรสุทธิที่ปรับแล้วอยู่ที่ 10.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 64.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (“YoY”) ซึ่งนับเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นปี 2568 ได้อย่างดีเยี่ยม การเติบโตอย่างแข็งแกร่งนั้นเกิดขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจตลอดไตรมาส โดยรายรับจากสมาร์ทโฟนเติบโต 8.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (“YoY”) เป็น 50.6 พันล้านหยวน ในขณะที่รายรับของ IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์พุ่งสูงขึ้น 58.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (“YoY”) เป็น 32.3 พันล้านหยวน โดยการจัดส่งเครื่องซักผ้าและตู้เย็นทำสถิติสูงสุด ในขณะที่การจัดส่งเครื่องปรับอากาศก็ทะยานขึ้นกว่า 65.0% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (“YoY”) รายรับจากรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (“EV”) AI และโครงการริเริ่มใหม่อื่นๆ อยู่ที่ 18.6 พันล้านหยวน ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ Xiaomi

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

BINANCE TH จัดงานใหญ่ “Street of the Future” ย้ำผู้นำตลาดคริปโตสำหรับทุกคน

BINANCE TH by Gulf BINANCE ผู้นำแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการกำกับดูแลภายใต้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ฉลองครบรอบความสำเร็จการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา เผยจำนวนบัญชีผู้ใช้บนกระดานเทรดของ BINANCE TH เพิ่มขึ้น 10 เท่า [1] ในขณะที่มูลค่าการซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดปี 2567 โดยมีมูลค่าซื้อ-ขายเติบโตกว่า 30 เท่า [1] นอกจากนั้นยังตอกย้ำการสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยให้เติบโตและแข็งแกร่ง โดยล่าสุดประกาศจัดงานใหญ่ภายใต้ชื่อ “Street of the Future” Presented by BINANCE TH by Gulf BINANCE เนรมิตสยามสแควร์เป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และประชาชนที่สนใจได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล คุณนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด กล่าวว่า “เป้าหมายของ Binance TH ในปี 2025 ยังคงให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การดูแลด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และคุณภาพการให้บริการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง ปีที่ผ่านมาเราเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยมากมายที่หลายประเทศต่างให้การยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น และวันนี้บิตคอยน์สินทรัพย์ดิจิทัลแรกของโลกก็ได้ไต่ขึ้นอันดับ 6 สินทรัพย์การเงินโลกไปแล้ว โดยมีมูลค่ารวมสูงกว่า $1.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ [2] แซงหน้าสกุลเงินของทั้งสหราชอาณาจักรและสวิตเซอร์แลนด์ สะท้อนให้เห็นเทรนด์การเปลี่ยนแปลงในโลกการเงินการลงทุนที่จะเต็มไปด้วยโอกาสในปีนี้” สำหรับภาพรวมการให้บริการของ BINANCE TH ในปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ใช้งานไทยลงทะเบียนเปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า [1] และมียอดเทรดเพิ่มขึ้นถึง 30 เท่า [1] โดยผู้ใช้งานประเภทบุคคลทั่วไปในประเทศคือกลุ่มที่มีสัดส่วนการลงทุนมากที่สุด

Read More