LIFESTYLEAPPLICATIONSINSIGHT NEWS

Bolt ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร จัดงาน “Bolt Road Safety” เสริมสร้างความปลอดภัย เพื่อทุกคนบนท้องถนน

โบลท์ ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นแพลตฟอร์มการเดินทางที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ จับมือกับ กองบังคับการตำรวจจราจร จัดงาน Bolt Road Safety ภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย เพื่อเมืองที่ใส่ใจในทุกชีวิต (Safe Rides, Safe Lives)” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน และส่งเสริมมาตรฐานการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืนในสังคมไทย ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จากสถิติในเดือนสิงหาคม 2568 มีผู้เสียชีวิตกว่า 8,600 ราย โดยกว่า 83% เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน งานสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความปลอดภัย พร้อมนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่โบลท์พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ ฟีเจอร์แจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน รวมถึงนโยบายสนับสนุนการขับขี่อย่างมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเชิงปฏิบัติการสำหรับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่กว่า 27 คน ครอบคลุมทั้งการวิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ แนวทางการป้องกันและการรับมือเมื่อเกิดเหตุ รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อเพิ่มความเข้าใจด้านสิทธิและการคุ้มครองตามกฎหมาย พ.ต.อ.สรพงษ์ นาคะโยคี ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า “การเดินทางบนท้องถนนจะเป็นไปได้อย่างปลอดภัย ไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน การที่โบลท์เข้ามาร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจจราจรในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และช่วยสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในสังคมไทย” ร.ต.ท. ดร. เฉลิมพรหม อิทธิยาภรณ์ รองสารวัตรจราจร กองกำกับการที่ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร และวิทยากรในงานครั้งนี้ กล่าวว่า “การขับขี่ที่ปลอดภัยไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบส่วนบุคคล แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน การที่โบลท์เข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมมาตรฐานด้านความปลอดภัย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และช่วยลดความสูญเสียบนท้องถนนได้จริง” คุณสุภัทธา เนียมวณิชกุล หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ บริษัท โบลท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “Bolt ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหัวใจหลักของการดำเนินงานเสมอ

Read More
LIFESTYLEAPPLICATIONSBUSINESSINSIGHT NEWS

Bolt เผยผลสำรวจล่าสุด อาชีพขับรถผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้รับการยอมรับจากคนทุกช่วงวัย

ผลสำรวจระดับประเทศที่จัดทำโดย โบลท์ (Bolt) ร่วมกับ Kantar Insights Thailand บริษัทวิจัยชั้นนำระดับโลกด้านข้อมูลเชิงลึกและที่ปรึกษาทางการตลาด เผยว่า ภาพจำแบบเดิมเกี่ยวกับอาชีพขับรถผ่านแพลตฟอร์ม ride-hailing ไม่สะท้อนความเป็นจริงในยุคปัจจุบันอีกต่อไป โดยผู้ขับที่ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลส่วนใหญ่รู้สึกว่าตนเองได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้น มีอิสระในการกำหนดรูปแบบการทำงานของตนเอง และมองว่าอาชีพนี้เป็นทางเลือกที่สามารถสร้างความมั่นคงได้จริง ผลสำรวจนี้สะท้อนภาพที่แตกต่างจากความเข้าใจที่เคยมีในสังคม โดยพบว่า 97% ของผู้ขับบนแพลตฟอร์มดิจิทัลรู้สึกว่าตนเองได้รับการยอมรับจากสังคม อีกทั้งกลุ่มคนที่ทำอาชีพนี้ยังมีความหลากหลายทั้งในด้านภูมิหลังและช่วงอายุ แม้ว่า 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามจะเห็นว่าภาพจำของคนทั่วไปยังมองว่างานนี้ “เหมาะกับคนรุ่นใหม่เท่านั้น” แต่ข้อเท็จจริงกลับสะท้อนตรงกันข้าม เพราะมีผู้ขับจำนวนมากที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และครอบคลุมหลากหลายช่วงวัย ขณะเดียวกัน 43% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่ายังมีคนบางส่วนที่มองว่าอาชีพนี้เหมาะสำหรับผู้ไม่มีทักษะหรือการศึกษา แต่ในความเป็นจริง พบว่าผู้ขับจำนวนมากมีประสบการณ์จากงานประจำ หรือเคยประกอบอาชีพที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางมาก่อน หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ขับขี่เลือกทำงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล คือความยืดหยุ่นและอิสระในการทำงาน ซึ่งผลสำรวจพบว่า 99% ระบุว่างานนี้ช่วยให้พวกเขาสามารถจัดสรรเวลาให้กับเรื่องส่วนตัวหรือครอบครัวได้ดีขึ้น 88% กล่าวว่า พวกเขาสามารถควบคุมเวลาการทำงานของตนเองได้อย่างเต็มที่หรือในระดับมาก แรงจูงใจหลักที่ผู้ขับเลือกทำงานนี้ ได้แก่ ต้องการหารายได้เสริม (74%) อยากเป็นเจ้านายตัวเอง (53%) และต้องการชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น (51%) ผลสำรวจนี้เผยแพร่ออกมาในช่วงเวลาสำคัญที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETC) ของประเทศไทยได้ประกาศระเบียบใหม่สำหรับบริการ ride-hailing โดยโบลท์มองว่านี่คือโอกาสสำคัญในการทบทวนและวางรากฐานระยะยาวด้านนโยบาย ที่สะท้อนความหลากหลาย ศักดิ์ศรี และมูลค่าทางเศรษฐกิจของอาชีพบนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเหมาะสมและทันสมัย “ผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อาชีพบนแพลตฟอร์มไม่เพียงได้รับการยอมรับจากสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นอาชีพที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพและความมั่นคงในชีวิตให้กับผู้ขับอีกด้วย” ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำโบลท์ (Bolt) ประเทศไทย กล่าว “ขณะที่ภาครัฐกำลังวางรากฐานการกำกับดูแลบริการเรียกรถในประเทศไทย สิ่งสำคัญคือการมีกฎระเบียบที่เอื้อต่อความยืดหยุ่นในการทำงาน นวัตกรรม และวิถีชีวิตของผู้ขับขี่หลายแสนรายทั่วประเทศ มากกว่าที่จะสร้างข้อจำกัดให้กับพวกเขา” โบลท์ ยังคงเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้เกิดกฎระเบียบที่มีความทันสมัย ครอบคลุม และสอดคล้องกับบริบทของยุคดิจิทัล ซึ่งรวมถึงการผลักดันให้มีระบบลงทะเบียนแบบดิจิทัล การปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

Bolt จัดกิจกรรม “โครงการรับ-ส่งปลอดภัยได้ (ใจ) ผู้ใช้บริการ” ให้ความรู้การปฐมพยาบาลแก่ผู้ขับขี่ทั่วประเทศ

โบลท์ (Bolt) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถระดับโลก เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยในหมู่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จัดกิจกรรมเสริมความรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ในประเทศไทยครั้งแรกร่วมกับ มูลนิธิเส้นด้าย ภายใต้โครงการ “รับ-ส่งปลอดภัยได้ (ใจ) ผู้ใช้บริการ” เพื่อให้ความรู้ด้านทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้แก่พาร์ตเนอร์ผู้ขับขี่ เพิ่มทักษะความสามารถในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารตลอดการเดินทางมากขึ้น ประเทศไทยยังคงมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงติดอันดับโลก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตกว่า 22,000 คนต่อปี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ขับขี่ยานพาหนะสองหรือสามล้อ ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความรู้ด้านความปลอดภัยและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอันเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง โครงการ “รับ-ส่งปลอดภัยได้ (ใจ) ผู้ใช้บริการ” มุ่งให้ความรู้ที่จำเป็น อาทิ ความสำคัญและขั้นตอนการกู้ชีพ (CPR), การแจ้งเหตุฉุกเฉินอย่างถูกต้อง และการใช้อุปกรณ์เครื่องกระตุ้นหัวใจ (AED tools) เพื่อสร้างความมั่นใจและพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งได้รับผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี ผู้ขับขี่มีส่วนร่วม ให้ความสนใจ โต้ตอบ รวมถึงแลกเปลี่ยนคำถามกับวิทยากรตลอดช่วงการอบรม รวมถึงส่งต่อความรู้สึกดีๆ ในกิจกรรมของโบลท์ ที่ให้ความสำคัญและมุ่งเน้นช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการลงมือปฏิบัติจริงหากเกิดเหตุฉุกเฉินให้กับพาร์ตเนอร์ผู้ขับขี่ นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประจำโบลท์ ประเทศไทย “ที่โบลท์ เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ความปลอดภัยของทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่คือหัวใจสำคัญของเรา การให้ความรู้และทักษะด้านการปฐมพยาบาลแก่พาร์ตเนอร์ผู้ขับขี่จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม และสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มั่นใจและเชื่อถือได้ให้กับผู้ใช้บริการ โครงการในครั้งนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดเพื่อสร้างความปลอดภัยระยะยาวในอุตสาหกรรม โดยเรามีแผนเดินหน้าจัดกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ” โครงการในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโบลท์ มุ่งผลักดันกิจกรรมอบรมการปฐมพยาบาลให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นในทุกการเดินทาง ให้การเดินทางทุกครั้งเริ่มต้นและสิ้นสุดได้อย่างปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร สอดคล้องหัวใจสำคัญหลักของโบลท์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มโดยเน้นความปลอดภัยสูงสุด ————— ▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!  

Read More
LIFESTYLEAPPLICATIONSBUSINESS

ครั้งแรกในไทย! Bolt เปลี่ยนโฉมการเดินทางเปิดบริการติดตามเที่ยวบินในแพลตฟอร์มเรียกรถ

ลูกค้า โบลท์ (ฺBolt) สามารถใช้ฟีเจอร์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทยได้แล้ววันนี้ ด้วยระบบติดตามไฟล์ทเที่ยวบินพร้อมสำหรับการจองรถล่วงหน้า (Flight Tracking for Scheduled Rides) ทั้งนักเดินทางทั่วไปและลูกค้า Bolt Business ที่จองรถรับส่งจากสนามบินสามารถซิงค์รายละเอียดเที่ยวบินของตนเองได้ มั่นใจว่าจะเดินทางถึงที่หมายได้อย่างราบรื่นไร้กังวล หากเที่ยวบินเกิดความล่าช้าหรือถูกยกเลิก ระบบของโบลท์สามารถปรับเวลาไปรับหรือยกเลิกการเดินทางได้โดยอัตโนมัติโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ช่วยลดความยุ่งยากจากการต้องจองรถใหม่ในนาทีสุดท้าย และให้ความโปร่งใสด้านราคาแก่ลูกค้า ฟีเจอร์นี้พร้อมให้บริการแล้วที่ สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK), สนามบินดอนเมือง (DMK) และสนามบินนานาชาติภูเก็ต (HKT) รายงานจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเผยว่า ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามากว่า 38 ล้านคนภายในปี 2568 ตอกย้ำฐานะศูนย์รวมปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญส่งผลให้ ในปี 2024 สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) รองรับผู้โดยสารไปมากถึง 60 ล้านคน กลายเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามการเรียกรถเข้า-ออก จากสนามบินยังนับว่าเป็นความท้าทายโดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับเที่ยวบินล่าช้าหรือการถูกยกเลิก ซึ่งพบได้บ่อยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและช่วงมรสุม (พฤษภาคม–ตุลาคม) ทั้งนี้ภาคการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ประเทศไทยกว่า 1.2 ล้านล้านบาทในปี 2024 ฟีเจอร์ที่ช่วยให้การเดินทางรับส่งสนามบินได้อย่างราบรื่นและไร้กังวลนี้จึงสำคัญอย่างยิ่งที่จะผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดังกล่าว ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประจำโบลท์ ประเทศไทย กล่าวว่า: “สนามบินประเทศไทยเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก เราทราบดีว่าการเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปอาจเป็นเรื่องท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของตารางเที่ยวบินที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่คาดคิด  ด้วยฟีเจอร์ใหม่ของโบลท์ ระบบสามารถติดตามไฟล์ทเที่ยวบินพร้อมสำหรับการจองรถล่วงหน้าได้อย่างราบรื่น มั่นใจได้ว่าคนขับจะพร้อมสำหรับการเดินทางได้ทันทีแม้จะเกิดกรณีเที่ยวบินล่าช้าก็ตาม โบลท์ แพลตฟอร์มเรียกรถรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย นำเสนอฟีเจอร์ล่าสุดนี้ เปลี่ยนโฉมการเดินทางและสร้างประสบการณ์เรียกรถใหม่ที่สะดวกสบาย ราบรื่น เชื่อถือได้ และไร้ความกังวลสำหรับทั้งนักเดินทางทั้งในประเทศและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน” วิธีใช้งาน ลูกค้ากดปุ่ม “การจองล่วงหน้า” และใส่จุดรับส่ง(สนามบิน) ตามปกติ กดเลือก “เพิ่มรายละเอียดเที่ยวบิน” และใส่ข้อมูลวันที่เที่ยวบินลงจอด เลขเที่ยวบิน สายการบิน และเมืองปลายทาง ลูกค้าสามารถเลือกระยะเวลาที่ต้องการให้มารับหลังจากเครื่องลงจอด

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

Bolt จับมือ SLEEK EV สนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผลักดันอุตสาหกรรม Ride-Hailing

โบลท์ ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับ SLEEK EV บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ ส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในหมู่พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่โบลท์ผ่านโครงการเช่าซื้อ (Rent-to-Own Scheme) สนับสนุนการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมช่วยผลักดันการเติบโตของตลาด EV ในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าในปี 2028 ตลาด EV จะมีการเติบโตถึง 1 ล้านคัน โดยมีอัตราการเติบโต 23.7% ต่อปี มุ่งมั่นสร้างมาตรฐานการปล่อยมลพิษต่ำในอุตสาหกรรม Ride-Hailing สนับสนุนเป้าหมายการขับเคลื่อน EV ในประเทศไทย ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มตัว ด้วยกระแสการเติบโตที่ต่อเนื่องในปี 2568 ทั้งจากราคาของแบตเตอรี่ที่ลดลง การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่หลากหลาย และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ การลดภาษี การสร้างสถานีชาร์จ EV อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าระดับเอเชีย การร่วมมือครั้งนี้ยังตอบรับกับความจำเป็นในการลดมลพิษ PM 2.5 ซึ่งประเทศไทยติดอันดับ 4 ของโลกในด้านดัชนีคุณภาพอากาศที่แย่ที่สุดในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมโดยรวม การสนับสนุนให้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ปล่อยมลพิษต่ำจึงถือเป็นการตอกย้ำการสนับสนุนภาครัฐทั้งในด้านการก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำและแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ปัจจุบันแนวโน้มที่ผู้คนหันมาใช้บริการเรียกรถโดยสารร่วมกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย การนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในอุตสาหกรรม Ride-Hailing จึงเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่อการขับเคลื่อนองค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและลดมลพิษจากฝุ่น PM 2.5 โครงการเช่าซื้อ (Rent-to-Own Scheme) จักรยานยนต์ไฟฟ้า: โอกาสใหม่สำหรับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่โบลท์ โครงการนี้นอกจากจะเปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่โบลท์ได้เข้าถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานแล้ว ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยสิทธิพิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยต่ำเพียง 1.09% ต่อเดือน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดถึง 36 เดือน รวมถึงสิทธิเปลี่ยนยาง IRC ฟรี 1 ครั้งต่อปี สำหรับรถจักรยานยนต์ลายพิเศษ Bolt x Sleek

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

โบลท์ (Bolt) ฉลองครบรอบ 4 ปี ตอกย้ำความสำเร็จในประเทศไทย หนึ่งในภารกิจหลักของเราคือการสร้างเมืองสำหรับผู้คน ไม่ใช่รถยนต์

โบลท์ (Bolt) บริษัทบริการเรียกรถชั้นนำระดับโลก ฉลองครบรอบ 4 ปี ในประเทศไทย นับตั้งแต่เริ่มเปิดตัวบริการในปี 2563 โบลท์ ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเรียกรถเจ้าหลักในประเทศ ในขณะที่โบลท์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บริษัทวางแผนที่จะขยายการให้บริการไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ใช้หลายล้านคน รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดยานพาหนะเคลื่อนที่ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 4 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โบลท์ เปิดตัวแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการและผู้ขับขี่ทั้งหลาย โดยร่วมมือกับไอศกรีม Molly Ally สร้างสรรค์ไอศกรีมรสชาติพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ ‘รสโบลท์’ ซึ่งสามารถร่วมสนุกและติดตามได้แล้ววันนี้ ที่ Molly Ally สาขาสยามเซ็นเตอร์, เอ็มควอเทียร์, เดอะเซอร์เคิลราชพฤกษ์ และแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ โบลท์ มอบโค้ดส่วนลดมูลค่า 40 บาท ให้แก่ผู้ใช้บริการ 1,000 คน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองในครั้งนี้ โดยผู้ใช้บริการสามารถร่วมแชร์เรื่องราวความประทับใจที่มีต่อโบลท์ พร้อมติดแฮชแท็ก #Bolt4thBirthdayTH #BoltThailand นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้แก่ผู้ขับขี่ได้ร่วมสนุกเพื่อรับสิทธิพิเศษ ค่าคอมมิชชัน 0% โดยสามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม ถึง 30 สิงหาคม นี้ ความสำเร็จในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา การลงทุนในยานพาหนะไฟฟ้า (EV) : โบลท์เปิดตัวหมวด Green ในประเทศไทย นำระบบยานพาหนะไฟฟ้า(EV) เข้ามาในแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบขนส่งที่ยั่งยืน การขยายการให้บริการ : บริษัทวางแผนที่จะขยายบริการพื้นที่ใหม่ๆ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในประเทศไทยสามารถเข้าถึงโบลท์และมีทางเลือกในการเดินทางเพิ่มมากขึ้นและครอบคลุม การลงทุนด้านความปลอดภัย : นับตั้งแต่เข้าสู่ตลาด โบลท์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้บริการและผู้ขับขี่เสมอมา การพัฒนาคุณสมบัติต่างๆ อย่าง

Read More
TECHAPPLICATIONSINSIGHT NEWS

Bolt ประเทศไทย เปิดตัวบริการส่งพัสดุภายในหนึ่งวัน

โบลท์ ประเทศไทย (Bolt Thailand) เปิดตัวบริการส่งพัสดุภายในหนึ่งวัน ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถใช้แอปพลิเคชั่นโบลท์ในการส่งสินค้า ของขวัญ หรือพัสดุขนาดเล็ก โดยผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการใหม่นี้โดยการเลือกที่รูปภาพพัสดุในแอปพลิเคชั่น ในระบบบริการส่งพัสดุของ โบลท์ ไม่ว่าจะเป็นในการส่งหรือรับพัสดุ ผู้ใช้บริการจะได้รับการตั้งราคาที่เหมาะสมเเละสามารถติดตามการขนส่งได้ผ่านในแอปพลิเคชั่นตามเวลาจริง โดยในอนาคตโบลท์มีแผนการที่จะพัฒนาระบบการส่งพัสดุในด้านต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงระบบการตรวจสอบพัสดุ ซึ่งผู้ส่งจะต้องทำการถ่ายเเละส่งรูปของพัสดุก่อนการส่ง เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถที่จะตรวจสอบขนาดเเละประเภทของพัสดุก่อนที่จะทำการยืนยันเเละดำเนินการส่งไปหาผู้รับ โดยระบบการให้บริการส่งพัสดุผ่านแอปพลิเคชั่นโบลท์ ผู้ส่งสามารถเลือกใช้บริการเหมือนกับการเรียกยานพาหนะ โดยเป็นการเลือกจุดรับเเละเลือกปลายทาง ตรวจสอบราคา เเละส่งมอบพัสดุให้กับผู้ขับขี่สำหรับการไปส่งที่จุดหมายปลายทาง เเละผู้รับปลายทางสามารถใช้ระบบนี้เพื่อรับสินค้าของตนเองเเละเลือกจุดรับสินค้าได้เช่นเดียวกัน โดยการเพิ่มบริการส่งพัสดุนี้เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่โบลท์สามารถมอบโอกาสที่เพิ่มขึ้นในการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ขับขี่ที่ใช้งานแอปพลิเคชั่นโบลท์ นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประจำโบลท์ ประเทศไทย ได้กล่าวว่า “ที่ โบลท์ ประเทศไทย เราทราบดีกว่าการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการเพื่อลดความจำเป็นในการใช้ยานพาหนะส่วนตัว เป็นปัจจัยที่สำคัญเพื่อทำให้เป้าหมายของเราที่ต้องการให้เมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับผู้คนสำเร็จได้ ด้วยระบบบริการส่งพัสดุ จะเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ทำให้เราทำภารกิจสำเร็จไปอีกขั้น โดยการทำให้การส่งพัสดุสำหรับผู้ใช้บริการเป็นสิ่งที่สะดวกสบายในการรับส่งพัสดุต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชั่นโบลท์”  

Read More