APPLICATIONSINSIGHT NEWSLIFESTYLETECH

TrueMoney เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถสแกนจ่ายด้วยแอปทรูมันนี่ที่ฮ่องกง ผ่าน Alipay+ ได้แล้ววันนี้

ทรูมันนี่ ผู้นำด้านการให้บริการทางการเงินแบบดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถสแกนจ่ายด้วยแอปทรูมันนี่ที่ฮ่องกงได้แล้ว ผ่านอาลีเพย์พลัส (Alipay+) แพลตฟอร์มการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยดิจิทัลโซลูชันที่พัฒนาโดย แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถสแกนจ่ายที่ร้านค้ากว่า 90% ทั่วฮ่องกง ที่มีสัญลักษณ์ Alipay+ หรือ AlipayHK ซึ่งครอบคลุมทั้งร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ หมดกังวลเรื่องการหาที่แลกเงิน เพียงแค่เปิดแอปทรูมันนี่เลือกประเทศและสแกนจ่ายได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องแลกเงินค้างไว้ในบัญชี เพราะระบบจะแปลงเงินบาทในบัญชีตามสกุลและอัตราแลกเปลี่ยนคงที่รายวันตามประเทศที่เลือกให้ใช้จ่ายได้ทันที ไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ เพิ่มเติม และคุ้มยิ่งกว่าด้วยสิทธิพิเศษจาก อาลีเพย์พลัส รีวอร์ด (Alipay+ Rewards) นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ฮ่องกงถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเลือกเดินทางท่องเที่ยว ด้วยกิจกรรมที่มีให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพที่งดงามและสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงการช้อปปิ้ง การรับประทานอาหาร และการไหว้พระขอพร โดยปีนี้คาดว่าฮ่องกงจะมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปไม่น้อยกว่า 5 แสนคน ซึ่งจะมากเป็นอันดับ 2 ของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  การเปิดบริการให้คนไทยสามารถใช้จ่ายด้วยแอปพลิเคชันทรูมันนี่ที่ฮ่องกงผ่าน Alipay+ ถือเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะดวก ปลอดภัย และคล่องตัวผ่านการสแกนจ่าย แถมยังได้สิทธิพิเศษ” ความร่วมมือระหว่าง ทรูมันนี่ และ อาลีเพย์พลัส ในครั้งนี้ ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าถึงผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในฮ่องกงบนเครือข่ายของ AlipayHK ได้อย่างสะดวกสบาย ผ่านร้านค้าที่สามารถรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ ได้ทันที โดยที่ร้านค้าเดิมไม่ต้องลงทุนติดตั้งระบบใหม่เพิ่มเติม นับเป็นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ให้กับบรรดาร้านค้ารายย่อยอีกด้วย ในปัจจุบัน ทรูมันนี่ ได้ขยายบริการใช้จ่ายในต่างประเทศครอบคลุมมากกว่า

Read More
LIFESTYLEINSIGHT NEWSTECHNOLOGYTRAVEL

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Alipay+ ร่วมกันต้อนรับนักท่องเที่ยวจากจีนมากขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน

ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ Alipay+ แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กลับมาปกติเป็นครั้งแรกหลังการแพร่ระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการท่องเที่ยว cross-border ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ข้อมูลจาก ททท. แสดงให้เห็นว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจํานวน 1,008,899 คน ซึ่งในจํานวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 211,349 คน ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 15% จากปี 2019 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ในเอเชียเพิ่มขึ้น 14% โดยหมวดหมู่ที่มีการใช้จ่ายสูงสุด ได้แก่ การช้อปปิ้ง, อาหารและเครื่องดื่ม, นวดและสปา, สถานที่ท่องเที่ยว และสถานบันเทิงยามค่ำคืน ส่วนเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในประเทศไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ และกระบี่ นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา, รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “จํานวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมาสูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ‘ประเทศไทย’ ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก ในขณะที่เราเข้าสู่ปีใหม่พร้อมฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงแรกของปี เป้าหมายของเราคือไม่เพียงแต่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทําให้พวกเขาได้ท่องเที่ยวสะดวกสบายมากขึ้น ด้วยการทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรเช่น Alipay+ นอกจากเราจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีนและเอเชียได้มากขึ้นแล้ว เรายังสามารถช่วยให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้มีประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโตให้กับธุรกิจท้องถิ่นของเรา ททท.มองหาโอกาสในการเสริมสร้างความร่วมมือกับ Alipay+ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในปี 2567 และปีต่อๆไป” ขยายอีโคซิสเต็มของ Alipay+ ในไทยเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ภายใต้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ททท. และ Alipay+ ได้ร่วมกันเปิดตัวการตลาดแบบ co-marketing เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีนและเอเชียให้เดินทางมายังประเทศไทย พร้อมทั้งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งและการเดินทางที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นให้กับนักท่องเที่ยวเหล่านี้ รวมถึงการส่งเสริมความเชื่อมั่นและความปลอดภัย การโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวหลัก เมืองสําคัญ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

Read More
INSIGHT NEWS

Alipay+ รองรับ SGQR พร้อมเปิดให้บริการชำระเงินออนไลน์ได้แล้วที่ทุกศูนย์อาหาร (Hawker Centres) ในสิงคโปร์

ความก้าวหน้าล่าสุดของอาลีเพย์พลัส (Alipay+) ช่วยยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวและการรับประทานอาหารแบบไร้เงินสดให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้ TrueMoney ในสิงคโปร์  อาลีเพย์พลัส (Alipay+) รองรับ SGQR แล้ววันนี้ ด้วยความร่วมมือกับ Network for Electronic Transfers (NETS) กลุ่มผู้ให้บริการชำระเงินชั้นนำของสิงคโปร์ พร้อมใช้งานในรูปแบบการชำระเงินดิจิทัลแก่ร้านค้าและร้านอาหารกว่า 11,000 ร้านใน NEA Hawker Center รวมถึงร้านกาแฟ HDB, ตลาดสด และแคนทีนในเขตอุตสาหกรรม JTC โดยผู้ใช้อีวอลเล็ทที่เป็นพาร์ทเนอร์กับอาลีเพย์พลัส (Alipay+) สามารถชำระเงินผ่านร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ SGQR เพียงแค่เปิดใช้แอปอีวอลเล็ทที่ใช้ประจำในประเทศของตนแล้วสแกน SGQR ได้ทันที SGQR เป็น QR code สำหรับการชำระเงินแบบครบวงจรเจ้าแรกของโลก โดยเป็น single standard QR code สำหรับการชำระเงินออนไลน์ที่ได้รวบรวมระบบการชำระเงินหลายรูปแบบไว้ในโค้ด SGQR ผู้บริโภคเพียงแค่มองหาสัญลักษณ์ SGQR เพื่อดูว่าร้านค้ารับการชำระเงินในรูปแบบใดบ้าง อีวอลเล็ท Alipay+ ร่วมมือกับทรูมันนี่ในการสแกนจ่ายผ่าน SGQR อาลีเพย์พลัส (Alipay+) คือชุดของการชำระเงินดิจิทัลระหว่างประเทศ และโซลูชั่นการตลาดที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ดำเนินการชำระเงินผ่านมือถือได้หลายวิธี และเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในระดับภูมิภาคและทั่วโลกแล้วกว่า 1 พันล้านคน โดยปรับใช้เทคโนโลยีที่อินทิเกรตกันอย่างง่ายดายเพียงครั้งเดียว (one-time integration & simple technical adaption) ปัจจุบันอาลีเพย์พลัส (Alipay+) รองรับพันธมิตรอีวอลเล็ทจำนวน 6 รายในสิงคโปร์ ได้แก่ TrueMoney จากไทย, Alipay จากจีนแผ่นดินใหญ่,

Read More
INSIGHT NEWS

US สั่งแบนแอปฯ จีนบน Google Play Store เพิ่มอีก 8 แอปฯ AliPay โดนด้วย!

วันนี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคําสั่งแบนแอปพลิเคชั่นจากประเทศจีนเพิ่มอีก 8 แอปฯ ในสหรัฐอเมริกา ด้วยข้อหาเดียวกับที่ประกาศกับหัวเว่ย คือในฐานที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยอ้างว่าในแอปพลิเคชั่นเหล่านี้อาจมีการดักจับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนบนอุปกรณ์ของผู้ใช้ จึงมีความเสี่ยงเป็นอย่างมากถ้าหากผู้ใช้คนนั้นเป็นพนักงานข้าราชการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

Read More