Insight Talk — ไขข้อสงสัย Samsung ซีรีส์ Galaxy FE คืออะไร… มีจุดเด่นอะไรบ้าง?
สมาร์ตโฟนรุ่นท็อปยอดนิยมของแบรนด์ Samsung คงหนีไม่พ้นซีรีส์ Galaxy S Series และ Galaxy Z Series แต่ด้วยความที่เป็นรุ่นท็อปจึงมาพร้อมกับราคาที่ค่อนข้างสูง ทางซัมซุงจึงแก้เกมด้วยการปล่อยซีรีส์ Galaxy FE ออกสู่ตลาดเพื่อให้แฟน ๆ เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้น ครั้งนี้เรามาทำความรู้จักกับซีรีส์ Galaxy FE กันหน่อยว่าคืออะไร และมีจุดเด่นอะไรบ้าง? ซีรีส์ Galaxy FE คืออะไร? จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 2020, Samsung ได้เปิดไลน์ซีรีส์ใหม่ในชื่อ ‘Fan Edition’ โดยวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสมาร์ตโฟนมาตรฐานแฟลกชิปที่เน้นประสิทธิภาพและความพรีเมียมในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ นอกจากนั้นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในซีรีส์นี้ที่วางขายก็คือรุ่น Galaxy S20 FE ดังนั้นคำว่า FE จึงย่อมาจาก Fan Edition นั่นเอง ซีรีส์ Galaxy FE มีจุดเด่นหลักอะไรบ้าง? หลังจากที่รู้กันไปแล้วถึงที่มาที่ไปของซีรีส์ Galaxy FE ตอนนี้เรามาดูกันต่อว่า Galaxy FE มีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง / เทคโนโลยีจอเทียบเท่ารุ่นท็อป แม้ว่าซีรีส์ Galaxy FE จะวางขายในราคาเริ่มต้นเพียงหลักสองหมื่นต้นๆ ก็ตาม แต่มีเทคโนโลยีหน้าจอแบบเดียวกับที่ใช้บนรุ่นท็อปในซีรีส์ เช่น Galaxy S25 FE กับ Galaxy S25+ มีเทคโนโลยีหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X แบบเดียวกัน รวมถึงยังมีขนาดจอที่เท่ากันอีกด้วย / กล้องเทียบเท่ารุ่นท็อป ซีรีส์ Galaxy
Read MoreInsight Talk — ไขข้อสงสัย ‘Bloatware’ คืออะไร? อันตรายหรือไม่!
‘Bloatware’ กลายเป็นกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่ถูกพูดถึงและสร้างความตื่นตระหนกให้กับวงการไอทีบ้านเรา จนส่งผลให้ผู้ใช้สมาร์ตโฟนต่างกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ดังนั้นในครั้งนี้เรามาร่วมไขข้อสงสัยไปด้วยกันว่า Bloatware คืออะไร? และอันตรายหรือไม่? …ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย! Bloatware คืออะไร? Bloatware คือแอปพลิเคชันหรือซอฟต์แวร์ที่ถูกติดตั้งมาให้พร้อมเครื่อง ซึ่งจะพบเจอได้ทั้งบนอุปกรณ์อย่างเช่น สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ โดยทั่วไปแล้ว Bloatware ที่ติดตั้งมาให้ส่วนใหญ่มักเป็นแอปพลิเคชันหรือซอฟต์แวร์ที่ไม่ค่อยจำเป็นต่อการใช้งานหรือผู้ใช้สามารถลบทิ้งได้โดยไม่มีผลกระทบต่อการใช้งาน Bloatware อันตรายหรือไม่? Bloatware ที่ติดตั้งมาพร้อมเครื่องส่วนใหญ่มักไม่มีอันตราย แต่สร้างความรำคาญให้ผู้ใช้ด้วยโฆษณาแฝง รวมถึงยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของระบบด้วย เช่น เครื่องทำงานช้าลง กินความจำเครื่อง เปลืองพื้นที่จัดเก็บข้อมูล รวมถึงทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นอีกด้วย Bloatware มีกี่ประเภท? โดยหลักๆ แล้ว Bloatware แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ แอดแวร์ (Adware) : แอปพลิเคชันฟรีที่มาพร้อมโฆษณา มักจะมีป๊อปอัปเด้งขึ้นให้เห็น โดยทั่วไปแล้วแอดแวร์ไม่เป็นอันตรายแต่จะสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้ โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility apps) : แอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยผู้ผลิตหรือพวกแอปพลิเคชัน Third-party ที่ติดตั้งมาให้บนอุปกรณ์ ตัวอย่างเช่น แอปจัดการไฟล์ แอปแกลเลอรี แอปสำรองข้อมูล แอปเล่นวิดีโอ/เพลง เป็นต้น โดยหากเป็นแอปพลิเคชันที่มาจากผู้ผลิตมักจะไม่สามารถถอนการติดตั้งได้ ส่วนถ้าเป็นแอปพลิเคชัน Third-party จะสามารถถอนการติดตั้งได้ ไทรอัลแวร์ (Trialware) : แอปพลิเคชันทดลองใช้ฟรี ไม่ส่งผลต่อความปลอดภัย แต่อาจมีโฆษณาเด้งขึ้นสร้างความรำคาญ ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้ใช้งานแนะนำว่าให้ถอนการติดตั้งเพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องและช่วยประหยัดพื้นที่ภายในเครื่อง ทูลบาร์ (Toolbars) : แถบเครื่องมือที่มักพบได้บนเบราว์เซอร์ของคอมพิวเตอร์ โดยส่วนใหญ่แล้วเบราว์เซอร์ทั่วไปในปัจจุบันมีฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วนอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ดังนั้นจึงควรถอนการติดตั้งเพื่อคืนพื้นที่ให้กับ RAM Android และ iOS
Read MoreInsight Brand — ‘HTC’ หนึ่งในต้นตำรับสมาร์ตโฟน Android ที่ดีที่สุด
เมื่อพูดถึงแบรนด์สมาร์ตโฟน Android ระดับตำนานของไต้หวันที่มีประวัติอันยาวนานกว่า 20 ปี คงไม่มีใครที่จะไม่นึกถึง ‘HTC‘ ดังนั้นในครั้งนี้เรามาร่วมย้อนอดีตกลับไปดูความสำเร็จ รวมถึงนวัตกรรมชั้นยอดของแบรนด์นี้กันหน่อย …ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! HTC เกิดขึ้นได้อย่างไร… HTC ก่อตั้งขึ้นที่ไต้หวันเมื่อปี 1997 โดยคุณ Cher Wang และคุณ Peter Chou ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจเป็นผู้ผลิตเครื่อง PDA (Personal Digital Assistant) หรือคอมพิวเตอร์แบบพกพาเป็นหลัก ปี 1998, เปิดตัว PDA เครื่องแรกของโลกที่รันระบบปฏิบัติการ Windows CE ในชื่อรุ่น HTC Kangaroo ปี 2005, ก้าวเข้าสู่วงการสมาร์ตโฟนด้วยการเปิดตัว HTC Universal สมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่รองรับเทคโนโลยี 3G และรันระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 5.0 ปี 2007, เปิดตัว HTC Touch สมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่มีเทคโนโลยีจอสัมผัสเต็มรูปแบบพร้อม TouchFLO 3D UI ช่วยให้ควบคุมด้วยนิ้วมือสมูทยิ่งขึ้น ปี 2008, ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเป็นทางการด้วยการเปิดตัว HTC Dream สมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่รันระบบปฏิบัติการ Android 1.6 (Donut) ปี 2009, เปิดตัว HTC Sense ยูสเซอร์อินเทอร์เฟสที่พัฒนาขึ้นมาเอง เน้นความเรียบง่ายใช้งานไหลลื่น โดยสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ได้ใช้ก็คือ HTC Hero
Read MoreInsight Brand — ‘Snapdragon’ หนึ่งในชิปเซ็ตที่ทรงพลังระดับโลก
เมื่อพูดถึงชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูงที่นำมาใช้บนสมาร์ตโฟนรุ่นยอดนิยมของแบรนด์ชั้นนำต่างๆ คงหนีไม่พ้นค่าย Qualcomm ซีรีส์ Snapdragon อย่างแน่นอน ดังนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักชิปเซ็ตตัวแรงซีรีส์นี้กันสักหน่อย ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! จุดกำเนิดของชิปเซ็ตพลังมังกร ย้อนกลับไปในปี 2007, Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ต ‘SoC’ (System on Chip) เจเนอเรชันแรกในชื่อ “Snapdragon S1” ซึ่งภายในมีหน่วยประมวลผล Single-core ความเร็ว 1GHz พร้อมกราฟิก Adreno 200 รวมถึงรองรับเทคโนโลยีเครือข่าย 3G อีกทั้งสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่นำชิปเซ็ตนี้ไปใช้ก็คือ HTC HD2 ปี 2011, Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ตเจเนอเรชันที่ 2 ในชื่อ “Snapdragon S2” ที่พัฒนามาใช้กราฟิก Adreno 205 จึงส่งผลให้ประสิทธิภาพกราฟิกดีขึ้น รวมถึงยังประหยัดพลังงานดีขึ้นจากชิปเซ็ตรุ่นก่อนอีกด้วย แต่ยังคงเป็นหน่วยประมวลผลแบบ Single-core ปี 2012, Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ตเจเนอเรชันที่ 3 ในชื่อ “Snapdragon S3” นับเป็นชิปเซ็ตตัวแรกที่เปลี่ยนมาใช้หน่วยประมวลผล Dual-core ความเร็วสูงถึง 1.7GHz พร้อมกราฟิก Adreno 220 อีกด้วย ถัดมาในปีเดียวกันได้เปิดตัวชิปเซ็ต “Snapdragon S4” ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ซึ่งนับเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่เป็นหน่วยประมวลผล Quad-core พร้อมกราฟิก Adreno 320 และรองรับเครือข่าย 4G LTE ปี 2013,
Read MoreInsight Brand — “vivo” จากแบรนด์ตัวเล็กที่ก้าวขึ้นสู่ผู้สร้างนวัตกรรม
เมื่อพูดถึงแบรนด์สมาร์ตโฟนสัญชาติจีนที่เติบโตอย่างน่าจับตามอง หนึ่งในนั้นต้องมี “vivo” (วีโว่) อย่างแน่นอน ดังนั้น ในครั้งนี้เรามาย้อนดูประวัติของแบรนด์นี้กันสักหน่อยว่ามีนวัตกรรมอะไรที่โดดเด่นบ้าง… ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! vivo ถูกก่อตั้งขึ้นใน ปี 2009, โดยคุณ “Shen Wei” ด้วยเป้าหมายหลักก็คือการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการผลิตสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์เสริมคุณภาพสูง ปี 2012, เปิดตัว X1 สมาร์ตโฟนแฟลกชิปรุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมดีไซน์เพรียวบางเพียง 6.55 มม. รวมถึงภายในมีชิป Hi-Fi ให้คุณภาพเสียงระดับ Audiophile ปี 2013, เปิดตัว X3 สมาร์ตโฟนแฟลกชิปที่บางที่สุดในโลกเพียง 5.75 มม. และมาพร้อมขุมพลัง Quad Core อีกด้วย ปี 2014, เปิดตัว X5 Max ที่ยังคงเป็นสมาร์ตโฟนที่ทุบสถิติความบางอย่างต่อเนื่องด้วยขนาด 4.75 มม. เท่านั้น ซึ่งมาพร้อมขุมพลัง Snapdragon 615, กล้อง 13 ล้านพิกเซล และมีระบบเสียง Hi-Fi 2.0 ปี 2015, vivo เริ่มขยายตลาดจากจีนไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย รวมถึงได้เริ่มสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างด้วยการเป็นผู้สนับสนุนหลักของกีฬาคริกเกต Indian Premier League (IPL) ปี 2016, เปิดตัว V5 สมาร์ตโฟนเซลฟี่รุ่นแรกที่มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ปี 2017, vivo เดินหน้าขยายตลาดและเติบโตอย่างต่อเนื่องไปยังไต้หวัน ฮ่องกง
Read MoreInsight Talk — 5 เทรนด์สมาร์ตโฟน Android ที่จะได้เห็นในช่วงต้นปี 2025
Insight Talk ขอชวนคุยเรื่อง “ทิศทาง” หรือ “เทรนด์” ของสมาร์ตโฟนฝั่ง Android ในช่วงต้นปี 2025 ที่กำลังจะมาถึง เรากำลังจะได้พบอะไรในช่วงครึ่งปีแรกนี้กันบ้าง? ตามมาดูกันเลยครับ โดยข้อมูลที่ได้ วิเคราะห์จากสมาร์ตโฟนหลากรุ่นหลายแบรนด์ที่กระหน่ำเปิดตัวอย่างต่อเนื่องที่ประเทศจีนเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเกือบ 90% ของรุ่นที่เปิดตัว มีกำหนดการมาลุยตลาดเมืองไทยด้วย 1. Snapdragon 8 Elite & Dimensity 9400 อย่างแรกที่น่าจะได้เห็นกันแน่นอน คือ Snapdragon 8 Elite และ Dimensity 9400 ชิปเซ็ตเรือธงล่าสุดจากผู้ผลิตชิป SoC สองค่ายใหญ่ของโลกอย่าง Qualcomm และ MediaTek ที่เตรียมมาประจำการบนสมาร์ตโฟนเรือธงของแต่ละแบรนด์ให้ได้เลือกฝั่งกันจนปวดหัวแน่นอน 2. Flat Display with Micro-curved Screen เทรนด์การออกแบบตัวเครื่องวนมากลับมาใช้ Flat Design หรือขอบและหน้าจอแบน (ไม่โค้ง 3D) อีกครั้งในรอบเกือบทศวรรษ ซึ่งเหล่าแบรนด์สมาร์ตโฟนยอดนิยมทั้ง OPPO, vivo, Xiaomi, HONOR และอื่นๆ ต่างตบเท้าขานรับเทรนด์ดีไซน์นี้กันครบ และน่าจะถูกใจผู้ใช้งานในไทยหลายคน โดยการออกแบบตัวเครื่อง Flat Design ก็จะมาคอมโบกับจอแสดงผล Micro-curved ที่ตัวจอจะยกตัวและโค้งเล็กน้อย ซึ่งเราน่าจะเคยเห็นจอประเภทนี้กันมาสักพักแล้ว 3. Silicon Anode Battery หลังจากตันมาสักพักกับการพัฒนาแบตเตอรี่ให้มีขนาดความจุมากขึ้น แต่ต้องไม่กระทบกับขนาดและน้ำหนักโดยรวมของตัวเครื่อง จนทำให้หลายแบรนด์หันแนวทางไปโฟกัสพัฒนาการลดใช้พลังงานบนสมาร์ตโฟนแทนในช่วงปีที่ผ่านมา ล่าสุดอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนประสบความสำเร็จ และถือเป็นความก้าวหน้าที่สําคัญในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ กับการรวมวัสดุขั้วบวกซิลิคอนเข้ากับแบตเตอรี่ซิลิคอนแอโนด ทำให้จุความหนาแน่นของพลังงานที่สูงขึ้น
Read Moreปี 2024 มือถือมีกี่ช่วงราคาบ้าง?
จะเห็นได้ว่าในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ราคามือถือสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ณ ตอนนี้ มือถือสามารถแบ่งเป็นกี่ช่วงราคาบ้าง? ซึ่งทีมงาน Insight Daily ได้หาคำตอบมาให้แล้ว… เว็บไซต์ Spherical Insights บริษัทวิจัยด้านการตลาดได้ทำการสำรวจและเก็บข้อมูลจากทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียแปซิฟิก ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา พบว่า ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกแบ่งออกเป็น 3 ช่วงราคา ได้แก่ ช่วงราคาต่ำ (Low Range) จะอยู่ที่ประมาณ 100-200 USD หรือประมาณไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ช่วงราคาระดับกลาง (Medium Range) จะอยู่ที่ประมาณ 200-500 USD หรือประมาณไม่เกินสองหมื่นบาท ช่วงราคาระดับพรีเมี่ยม (Premium Range) จะอยู่ที่ประมาณ 500 USD ขึ้นไป หรือราคาเกินสองหมื่นบาทขึ้นไป ▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!
Read MoreGoogle Nexus จุดเริ่มต้นแนวคิดสมาร์ตโฟน Pure Android
หากจะพูดถึงสมาร์ตโฟน Pure Android คงไม่มีใครที่ไม่นึกถึง Google Nexus อย่างแน่นอน ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่ช่วยสร้างความสำเร็จให้กับระบบปฏิบัติการ Android จวบจนปัจจุบัน ดังนั้นในครั้งนี้เรามาย้อนดูกันสักหน่อยว่า Nexus มีมาแล้วทั้งหมดกี่รุ่น… ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! ย้อนกลับไปใน ปี 2010, Google มีโครงการพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่าสมาร์ตโฟนต้องรันบน Android เวอร์ชันที่ไม่ผ่านการปรับแต่งใดๆ หรือที่เราคุ้นชินกันในชื่อ “Pure Android” โดยทาง Google ได้ร่วมกันพัฒนากับ HTC พร้อมเปิดตัวรุ่นแรกในชื่อ Nexus One ที่มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 3.7 นิ้ว ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon S1 ที่ทรงพลังเหนือกว่า iPhone 3GS ในขณะนั้น และรันบน Android 2.1 Eclair อีกด้วย ในปีเดียวกัน Google สานต่อซีรีส์ Nexus ด้วยการร่วมมือกับ Samsung พร้อมเปิดตัวรุ่นที่สองในชื่อ Nexus S ซึ่งนับเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ได้รัน Android 2.3 Gingerbread และมาพร้อมฟีเจอร์ NFC อีกด้วย ใน ปี 2011, Google และ Samsung ยังคงสานต่อความร่วมมือ พร้อมเปิดตัว Galaxy Nexus และถือเป็นการยกเครื่องครั้งใหญ่อีกครั้งด้วยการใส่ Android 4.0 Ice Cream
Read Moreย้อนรอยวิวัฒนาการ Google Pixel หนึ่งในสมาร์ตโฟน Android ที่ดีที่สุด
สมาร์ตโฟนตระกูล Pixel คือหนึ่งในโปรเจกต์ที่ Google คิดขึ้นเพื่อต้องการสร้างสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมที่ต้องมาพร้อมกล้องประสิทธิภาพสูง รวมถึงต้องรันบน Pure Android ที่ดูสะอาดตา ดังนั้นในครั้งนี้ทางทีมงาน Insight Daily จะนำทุกคนย้อนกลับไปชมกันสักหน่อยว่า Google Pixel เคยมีนวัตกรรมเด่นอะไรเกิดขึ้นบ้าง และมีออกมาแล้วกี่รุ่น …ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย Google เปิดตัว Pixel ครั้งแรก ปี 2016 ในงาน “Made By Google” พร้อมกันสองรุ่นคือ Pixel และ Pixel XL ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ และในยุคนั้นนับว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่ทรงพลังทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้วยการมาพร้อมชิป Snapdragon 821 และรันบน Android 7.1 Nougat อีกด้วย ปี 2017, Google สานต่อความสำเร็จด้วยการเปิดตัว Pixel 2 และ Pixel 2 XL ที่ยังคงมุ่งพัฒนาเรื่องกล้องเป็นหลักด้วยการนำเทคโนโลยี Dual Pixel มาใช้พร้อมด้วยโหมด Portrait ที่สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างสวยงาม ซึ่งนับเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยสื่อหลายสำนักยกให้เป็นสมาร์ตโฟนกล้องเดี่ยวที่ดีที่สุดในขณะนั้นอีกด้วย ปี 2018, Google เปิดตัว Pixel 3 และ Pixel 3 XL นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่พัฒนากล้องไปอีกขั้นด้วยการนำฟีเจอร์ Night Sight มาใช้ ช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยยังได้ดีเทลและสีสันที่ยอดเยี่ยม ปี 2019, Google เปิดตัว Pixel
Read More