TECHINSIGHT NEWSNOTEBOOKS

ASUS แนะนำ 7 ฟีเจอร์ในโน้ตบุ๊กรองรับด้วย AI ตัวช่วยยกระดับการทำงาน!

ในปี 2024 กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้นกำลังก้าวไปอย่างรวดเร็ว มีแอปพลิเคชั่นจำนวนมากที่นำเอา AI เข้ามาช่วยขับเคลื่อนทำให้ชีวิตเราสะดวกสบาย และทำงานได้อย่างสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น สำหรับโน้ตบุ๊กเอซุสนั้นเองก็ได้มีการดึงเอาความสามารถของ AI เข้ามาช่วยให้โน้ตบุ๊กมีประสิทธิภาพ และทำงานได้ชาญฉลาดยิ่งขึ้นเช่นกัน ดัง 7 ฟีเจอร์ AI สุดล้ำของโน้ตบุ๊กเอซุสที่จะมาช่วยยกระดับการทำงานของคุณ ดังนี้ ASUS AI Noise-Cancelling หรือ เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ของโน้ตบุ๊กเอซุสรุ่นใหม่ โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่องเพื่อกรองเสียงรบกวนที่ไม่จำเป็นออก ช่วยให้การประชุมออนไลน์ หรือการวีดีโอคอลเป็นไปได้อย่างสะดวกราบรื่น ASUS AiSense Camera อีกหนึ่งฟีเจอร์ AI ของโน้ตบุ๊กเอซุสที่สำคัญ คือกล้อง ASUS AiSense ที่มาพร้อมคุณสมบัติ Windows Studio Effects อัลกอริธึมอัจฉริยะที่จะช่วยให้คุณดูดีเสมอขณะอยู่ในวีดีโอคอล ทั้งยังมาพร้อมฟีเจอร์อีกหลากหลาย เช่น การเบลอพื้นหลัง, การแก้ไขการสบตา (ให้เหมือนมองตรงไปที่กล้องตลอดเวลา), การจัดกรอบอัตโนมัติ, การใส่ฟิลเตอร์ (คล้ายการแต่งหน้าแบบเสมือนจริง) และ ASUS 3D Noise Reduction หรือการลดค่า Noise (จุดรบกวน) ให้ภาพคมชัดและดูดีขึ้น Smart Sound Amplifier และ Audio Booster โน้ตบุ๊กเอซุสมาพร้อมฟังก์ชันมากมายที่จะช่วยให้เสียงของโน้ตบุ๊กมีมิติ คมชัด และดังยิ่งขึ้น เอซุสได้ร่วมมือกับ Dolby ในการนำเสนอโน้ตบุ๊กที่มาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งเป็นอัลกอริธึมที่ช่วยให้เสียงออกมามีมิติ สามารถถ่ายทอดเสียงได้รอบทิศทาง เพื่อคุณภาพเสียงที่ดื่มด่ำและสมจริง นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยี Smart Amplifier และซอฟแวร์

Read More
NOTEBOOKSTECH

เมื่อผู้มีภาวะตาบอดสีมีอยู่จำนวนไม่น้อย แล้วเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถช่วยเหลือคนทำงานได้อย่างไร?

โลกการทำงานหลังยุคโควิทได้เปลี่ยนไปจากเดิม มีการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อเราใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์กันยาวนานขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท และองค์กรต่างๆ ได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมกายและใจ (Wellness) และเริ่มตระหนักถึงการทำงานที่มากเกินไป ทั้งภาระและหน้าที่ที่พนักงานต้องรับผิดชอบกันมากขึ้น นับเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรจะเริ่มพิจารณาผลกระทบด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ของพนักงานตนเอง เป็นที่คาดการณ์ว่าประชากรโลกกว่า 300 ล้านคนมีภาวะการบกพร่องทางการมองเห็นสีต่างๆหรือที่เรียกว่าตาบอดสีนั่นเอง ผู้ชาย 1 ใน 12 คน (8%) และ ผู้หญิง 1 ใน 200 คน (0.5%) ประสบปัญหาเรื่องตาบอดสี และสำหรับประเทศไทยนั้น คาดว่ามีคนเป็นตาบอดสีประมาณ 2,600,000 คน กลุ่มคนทำงานที่มีภาวะตาบอดสีมักจะถูกมองข้าม และต้องพบเจอกับปัญหาในการทำงาน โดยขาดความเข้าใจที่มีต่อภาวะของพวกเขาที่สิ่งแวดล้อมต่างๆได้รับการออกแบบมาสำหรับคนปกติทั่วไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และในหน้าที่การงาน ภาวะตาบอดสีในสถานที่ทำงาน การเกิดตาบอดสีนั้นมีหลายสาเหตุด้วยกัน สาเหตุที่พบได้บ่อยคือสาเหตุจากกรรมพันธุ์ โดยเฉพาะจากแม่สู่บุตรชาย อีกจำนวนหนึ่งเกิดจากความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นมาภายหลัง อาทิ โรคเบาหวาน, โรคเอ็มเอส ซึ่งเกิดจากการอักเสบของปลอกประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง, การเสื่อมลงของจอประสาทตา และผลข้างเคียงจากยา หรือสารเคมี ภาวะตาบอดสีได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานในหลากหลายอาชีพ สำหรับตัวพนักงานหรือลูกจ้างเองก็ต้องพบกับความท้าทายในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่นการเข้าเว็บไซต์, การสร้างเอกสารสเปรทชีท, การนำเสนองาน เป็นต้น ผู้มีภาวะตาบอดสีอีกจำนวนหนึ่งยังต้องเจอกับปัญหาในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร อุปกรณ์ และเทคโนโลยีต่างๆ ด้วยเหตุนี้เอง การดูแลพนักงานที่มีภาวะตาบอดสีนับเป็นเรื่องสำคัญที่บริษัทไม่ควรมองข้าม เป็นที่คาดการณ์ว่าทุกองค์กรที่มีพนักงานชายมากกว่า 12 คน จะมีพนักงานอย่างน้อย 1 คน ที่มีภาวะตาบอดสี และยังไม่นับรวมถึงบุคคลที่เราอาจต้องติดต่องานด้วย อาจจะเป็นลูกค้า หรือซัพพลายเออร์ต่างๆ ซึ่งกว่า 4.5% ของคนเหล่านั้นอาจมีภาวะตาบอดสีด้วยเช่นกัน อุปกรณ์ที่เลือกใช้ในการทำงานจึงต้องเหมาะกับทุกคน เริ่มต้นด้วยเทคโนโลยีที่ใช่ เทคโนโลยีจอภาพแบบ OLED

Read More
TECHINSIGHT NEWSNOTEBOOKS

รับมืออย่างไร!? กับโลกการทำงานยุคไฮบริด เมื่อเทคโนโลยีเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงาน

เป็นที่รู้กันว่าโลกหลังยุคโควิดได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนไปโดยสิ้นเชิง เกิดเทรนด์การทำงานแบบไฮบริด ซึ่งเป็นการผสมผสานการทำงานในออฟฟิศและการทำงานจากทางไกล ผลสำรวจการ์ทเนอร์ เผย 82% ของบริษัทชั้นนำระดับโลกกว่า 127 บริษัท อนุญาตให้พนักงานเลือกได้ว่าจะทำงานจากทางไกล หรือทำงานในออฟฟิศเต็มเวลาได้ สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดเล็ก – กลาง นับเป็นความท้าทายที่องค์กรต้องค้นหาวิธีการทำงานร่วมกันแบบใหม่ด้วย โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเราได้รวบรวม 6 สิ่งที่บริษัทควรคำนึงถึงก่อนการหันมาใช้ระบบไฮบริด ดังนี้

Read More