LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWSTRAVEL

กลุ่มเซ็นทรัล ผนึก ททท. ปลุกไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก อัดบิ๊กอีเวนต์และแคมเปญปลายปี

กลุ่มเซ็นทรัล เผยสัญญาณท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวแรง ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ต้นปีที่ใช้บริการศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจในเครือพุ่งเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบปีก่อน ตอกย้ำศักยภาพ “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะจากจีน รัสเซีย ตะวันออกกลาง และอินเดีย สะท้อนถึงพลังการจับจ่ายที่กลับมาสร้างความคึกคักให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ยังสอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ปัจจุบัน 5 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยสูงสุด ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ตั้งแต่ 1 มกราคม – 14 กันยายน 2568 มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยแล้วทะลุ 22.9 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าช่วงไฮซีซันปลายปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกลเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักนี้ กลุ่มเซ็นทรัลในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย จึงเดินหน้าจับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการผนึกกำลังจัดแคมเปญการตลาด บิ๊กอีเวนต์ และกิจกรรมระดับโลก ครอบคลุมทุกธุรกิจในเครือ ทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมทั่วประเทศ ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี เพื่อสร้าง “แม่เหล็กการท่องเที่ยว” ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและครบวงจร ไฮไลต์ความพิเศษจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล และ ททท. ในช่วงปลายปี 1. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัลพัฒนา เซ็นทรัล พาร์ค และ เซ็นทรัลกระบี่ แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของไทยที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดย เซ็นทรัล พาร์ค มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่ครบทุกมิติ สืบสานความเป็น Legendary Landmark พร้อม Roof Park

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

Shopee 9.9 มอบส่วนลดสูงถึง 2 พันล้านบาท กระตุ้นยอดขายท้องถิ่นโต 9 เท่า

Shopee (ช้อปปี้) อีคอมเมิร์ซเบอร์ 1 ที่ครองใจผู้ใช้งานชาวไทย เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในปีที่ 10 ของการเป็นผู้ริเริ่มแคมเปญดับเบิ้ลเดท “9.9” ซิกเนเจอร์แคมเปญที่นักช้อปไทยเฝ้ารอคอย ภายใต้แนวคิด “ครบ คุ้ม ไว การันตีที่ช้อปปี้” ตอกย้ำความมุ่งมั่นของช้อปปี้ในการยกระดับประสบการณ์อีคอมเมิร์ซที่ดีที่สุด ทั้งด้านความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความไว้วางใจ พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน คงกฤช ล้อเลิศรัตนะ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ความสำเร็จของแคมเปญ 9.9 ในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจจากผู้ใช้งานและพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่เติบโตเคียงข้างเราอย่างต่อเนื่อง ช้อปปี้ยังคงมุ่งมั่นสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ใช้งาน ผ่านดีลสุดคุ้มที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย, การจัดส่งที่ไวขึ้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช้อปยุคใหม่, และเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังบนแพลตฟอร์ม เราภูมิใจที่ได้เป็นแรงผลักดันสำคัญในการช่วยผู้ขายเพิ่มยอดขาย และช่วยผู้บริโภคเข้าถึงประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีที่สุด” Shopee 9.9 เติมเต็มประสบการณ์ทั้งนักช้อป ผู้ขาย และครีเอเตอร์ ช้อปปี้ ยืนหยัดในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ผู้ใช้งาน ควบคู่กับการพัฒนาอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย แบรนด์ และครีเอเตอร์ เพื่อยกระดับอีคอมเมิร์ซไทยอย่างต่อเนื่อง ในแคมเปญ 9.9 นี้ เราได้เห็นผลลัพธ์อันโดดเด่นที่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ครบถ้วน คุ้มค่า และน่าประทับใจให้แก่ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ล่าสุด แคมเปญ 9.9 ได้ยืนยันความไว้วางใจนี้อีกครั้ง ด้วยยอดคำสั่งซื้อทะลุ 1 ล้านออเดอร์ ในเวลาไม่ถึง 30 นาทีแรกของวันที่ 9  กันยายน 2568 สะท้อนพลังความไว้วางใจและเชื่อมั่นที่นักช้อปมีต่อ Shopee อย่างแท้จริง ขับเคลื่อนโอกาสใหม่ด้วยเครื่องมือการตลาดทรงพลัง – ช้อปปี้ทำหน้าที่เป็นแรงผลักดันหลักในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและยกระดับวงการอีคอมเมิร์ซไทยอย่างต่อเนื่อง เราพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบสนองความต้องการผู้ใช้งานและเตรียมพร้อมสู่อนาคต โดยแคมเปญ 9.9 สะท้อนถึงการเชื่อมต่อที่ลงตัวระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และครีเอเตอร์

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

Midea ประกาศการเป็นพาร์ทเนอร์หลักของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา 5 ฤดูกาล ตลอดปี 2569-2574

Midea (ไมเดีย) ผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอัจฉริยะระดับโลก จะเข้าร่วมเป็นส่วนสำคัญของการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกา (La Liga) และ โกปาเดลเรย์ (Copa del Rey) ในฐานะพาร์ทเนอร์หลักของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา (FC Barcelona) ตลอด 5 ฤดูกาลตั้งแต่ปี 2569 – 2574 ลูวิส ฝู ประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศของไมเดีย ร่วมลงนามข้อตกลงร่วมเป็นพาร์ทเนอร์หลักกับ ราฟาเอล ยุสเต รองประธานสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา พร้อมเยี่ยมชมสนามฟุตบอลร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของไมเดีย ณ สนาม Spotify Camp Nou บาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยโลโก้ไมเดียจะปรากฏบนแขนเสื้อชุดการแข่งขันและชุดฝึกซ้อมของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา รวมถึงการประชาสัมพันธ์แบรนด์อย่างกว้างขวางระหว่างการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกาทีมเหย้าอีกด้วย “ไมเดียมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์หลักของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมเป็นพันธมิตรในระยะยาว และเติบโตประสบความสำเร็จเป็นอันดับ 1 ของโลกร่วมกันทั้งในและนอกสนาม” ลูวิส ฝู กล่าว “สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับไมเดียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวบาร์ซาในฤดูกาล 2026/27 โดยความเป็นผู้นำด้านโซลูชันบ้านอัจฉริยะและความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมของไมเดียสอดคล้องกับจิตวิญญาณของสโมสรที่มุ่งสู่อนาคต ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของบาร์ซาอีกครั้งในการดึงดูดบริษัทชั้นนำระดับโลก” ราฟาเอล ยุสเต กล่าว สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลด้วยการคว้าแชมป์ ลา ลีกา 28 สมัย และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 5 สมัย อีกทั้งยังเป็นที่นิยมระดับโลกด้วยผู้ติดตามกว่า 430 ล้านคนในโซเชียลมีเดีย และผู้ชมทางโทรทัศน์กว่า 400 ล้านคนต่อปี และมียอดขายเสื้อฟุตบอล 2 ล้านตัวทุกปี นอกจากนี้ ไมเดีย ยังเป็นผู้สนับสนุนรายการแข่งขันฟุตบอลชั้นนำระดับนานาชาติ อาทิ การแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติเอเชียปี 2570

Read More
LIFESTYLEBUSINESSFOODINSIGHT NEWS

พันธุ์ไทย ขยายตลาด สปป.ลาว ผุด “ปันคาเฟ่” (Puncafe) สาขาใหม่

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ผนึกกำลังกับ บริษัท มัลติเพล็กซ์ จำกัด สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผู้ได้รับสิทธิ์บริหารร้านกาแฟแบรนด์ “ปันคาเฟ่” ภายใต้การบริหารของ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เดินหน้าขยาย 2 สาขาใหม่ในสะหวันนะเขต และบ้านฮ่องแก ด้วยกลยุทธ์สร้างพื้นที่ Community Hub ในคอนเซปป์ Café & Restaurant หลังยอดขายสาขาแรกที่สถานีรถไฟความเร็วสูงเวียงจันทน์ เติบโตขึ้น 2 เท่า ตั้งเป้าขยายอีก 4 สาขา ภายในปี 2568 นี้ คุณจุไรวรรณ หยวน ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “คนรุ่นใหม่ในลาวเริ่มนิยมดื่มกาแฟ เครื่องดื่มที่มีแบรนด์ และให้ความสำคัญกับบรรยากาศร้านและคุณภาพอาหารมากขึ้น กลุ่มเป้าหมายที่เติบโตมากคือวัยทำงาน มีรายได้ปานกลางขึ้นไป รวมถึงนักท่องเที่ยวและนักลงทุนที่เข้ามาทำธุรกิจทั้งชาวจีน ชาวเกาหลี และแม้คนลาวส่วนใหญ่ยังนิยมทำอาหารที่บ้าน แต่เทรนด์ทานอาหารนอกบ้าน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และเขตเศรษฐกิจ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ในขณะที่แบรนด์ไทยเองก็มีจุดแข็งด้านภาพลักษณ์และบริการในตลาดลาวเช่นกัน ทั้งนี้ ปันคาเฟ่ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพ ความเอาใจใส่ และหัวใจของการบริการที่เป็นมิตร จนได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สาขาแรกที่เปิดให้บริการภายในสถานีรถไฟความเร็วสูงเวียงจันทน์ และสาขาสองที่สะหวันเขต ต่อเนื่องถึงสาขาล่าสุดในวันนี้ สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของกาแฟพันธุ์ไทย ที่ต้องการส่งมอบคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคในทุกภูมิภาค ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ยังขยายความสุขสู่ประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย” คุณอิงคลดา ไชเจริญทรัพย์ กรรมการ บริษัท มัลติเพล็กซ์ จำกัด ผู้ได้รับสิทธิ์บริหารแบรนด์ ปันคาเฟ่ ใน สปป.ลาว กล่าวว่า “การเปิดสาขาใหม่ที่บ้านฮ่องแกไม่ใช่แค่การขยายธุรกิจ แต่เป็นการบุกเบิกตลาดด้วยความใส่ใจและเข้าใจความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่

Read More
LIFESTYLEAPPLICATIONSBUSINESSINSIGHT NEWS

Bolt เผยผลสำรวจล่าสุด อาชีพขับรถผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้รับการยอมรับจากคนทุกช่วงวัย

ผลสำรวจระดับประเทศที่จัดทำโดย โบลท์ (Bolt) ร่วมกับ Kantar Insights Thailand บริษัทวิจัยชั้นนำระดับโลกด้านข้อมูลเชิงลึกและที่ปรึกษาทางการตลาด เผยว่า ภาพจำแบบเดิมเกี่ยวกับอาชีพขับรถผ่านแพลตฟอร์ม ride-hailing ไม่สะท้อนความเป็นจริงในยุคปัจจุบันอีกต่อไป โดยผู้ขับที่ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลส่วนใหญ่รู้สึกว่าตนเองได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้น มีอิสระในการกำหนดรูปแบบการทำงานของตนเอง และมองว่าอาชีพนี้เป็นทางเลือกที่สามารถสร้างความมั่นคงได้จริง ผลสำรวจนี้สะท้อนภาพที่แตกต่างจากความเข้าใจที่เคยมีในสังคม โดยพบว่า 97% ของผู้ขับบนแพลตฟอร์มดิจิทัลรู้สึกว่าตนเองได้รับการยอมรับจากสังคม อีกทั้งกลุ่มคนที่ทำอาชีพนี้ยังมีความหลากหลายทั้งในด้านภูมิหลังและช่วงอายุ แม้ว่า 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามจะเห็นว่าภาพจำของคนทั่วไปยังมองว่างานนี้ “เหมาะกับคนรุ่นใหม่เท่านั้น” แต่ข้อเท็จจริงกลับสะท้อนตรงกันข้าม เพราะมีผู้ขับจำนวนมากที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และครอบคลุมหลากหลายช่วงวัย ขณะเดียวกัน 43% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่ายังมีคนบางส่วนที่มองว่าอาชีพนี้เหมาะสำหรับผู้ไม่มีทักษะหรือการศึกษา แต่ในความเป็นจริง พบว่าผู้ขับจำนวนมากมีประสบการณ์จากงานประจำ หรือเคยประกอบอาชีพที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางมาก่อน หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ขับขี่เลือกทำงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล คือความยืดหยุ่นและอิสระในการทำงาน ซึ่งผลสำรวจพบว่า 99% ระบุว่างานนี้ช่วยให้พวกเขาสามารถจัดสรรเวลาให้กับเรื่องส่วนตัวหรือครอบครัวได้ดีขึ้น 88% กล่าวว่า พวกเขาสามารถควบคุมเวลาการทำงานของตนเองได้อย่างเต็มที่หรือในระดับมาก แรงจูงใจหลักที่ผู้ขับเลือกทำงานนี้ ได้แก่ ต้องการหารายได้เสริม (74%) อยากเป็นเจ้านายตัวเอง (53%) และต้องการชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น (51%) ผลสำรวจนี้เผยแพร่ออกมาในช่วงเวลาสำคัญที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETC) ของประเทศไทยได้ประกาศระเบียบใหม่สำหรับบริการ ride-hailing โดยโบลท์มองว่านี่คือโอกาสสำคัญในการทบทวนและวางรากฐานระยะยาวด้านนโยบาย ที่สะท้อนความหลากหลาย ศักดิ์ศรี และมูลค่าทางเศรษฐกิจของอาชีพบนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเหมาะสมและทันสมัย “ผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อาชีพบนแพลตฟอร์มไม่เพียงได้รับการยอมรับจากสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นอาชีพที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพและความมั่นคงในชีวิตให้กับผู้ขับอีกด้วย” ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำโบลท์ (Bolt) ประเทศไทย กล่าว “ขณะที่ภาครัฐกำลังวางรากฐานการกำกับดูแลบริการเรียกรถในประเทศไทย สิ่งสำคัญคือการมีกฎระเบียบที่เอื้อต่อความยืดหยุ่นในการทำงาน นวัตกรรม และวิถีชีวิตของผู้ขับขี่หลายแสนรายทั่วประเทศ มากกว่าที่จะสร้างข้อจำกัดให้กับพวกเขา” โบลท์ ยังคงเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้เกิดกฎระเบียบที่มีความทันสมัย ครอบคลุม และสอดคล้องกับบริบทของยุคดิจิทัล ซึ่งรวมถึงการผลักดันให้มีระบบลงทะเบียนแบบดิจิทัล การปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Read More
LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

LG เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 สร้างรากฐานแกร่งสำหรับการเติบโตเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด (LG) ประกาศทำรายได้รวม 20.74 ล้านล้านวอน (หรือประมาณ 4.78 แสนล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 639.4 พันล้านวอน (หรือประมาณ 1.48 หมื่นล้านบาท) สำหรับไตรมาส 2 ของปี 2568 โดยทั้งรายได้และกำไรจากการดำเนินงานลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความถดถอยของตลาดโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาระทางภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจาก ค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ ก็ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการสร้างกำไรโดยรวมเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แม้จะเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ แต่กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution หรือ HS) กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution หรือ VS)  และกลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Solution หรือ ES) ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยแต่ละกลุ่มธุรกิจสามารถสร้างรายได้และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และทั้งสามกลุ่มธุรกิจนี้ยังสามารถทำผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2 ได้สูงสุดเท่าที่เคยมีมา โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ที่ทำรายได้และกำไรจากการดำเนินงานรายไตรมาสได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย ในขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิง (Media Entertainment Solution หรือ MS) มีการรายงานการขาดทุนจากการดำเนินงาน โดยสาเหตุหลักมาจากยอดขายโทรทัศน์ที่ลดลงและการใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิงยังคงสร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอได้จากธุรกิจด้านโฆษณาและเนื้อหาที่อยู่บนแพลตฟอร์ม webOS ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างรายได้โดยรวมให้บริษัทมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อการเติบโตเชิงคุณภาพ แอลจียังเดินหน้าเสริมสร้างรากฐานทางธุรกิจของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจ B2B เช่น ส่วนประกอบยานยนต์และระบบทำความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศ (HVAC) กลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ เช่น ธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) และแพลตฟอร์ม webOS รวมถึงธุรกิจแบบ

Read More
LIFESTYLEBUSINESSFOOD

LINE MAN Wongnai จับมือ Café Amazon เปิดตัว Digital Store แห่งแรก สั่ง-จ่าย-รับ ไม่ต้องต่อคิว

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารอันดับ 1 ของไทย จับมือ Café Amazon ร้านกาแฟอันดับ 1 ขวัญใจผู้บริโภค ร่วมยกระดับประสบการณ์ร้านกาแฟไทย ณ Café Amazon Digital Store แห่งแรกของประเทศ ที่สาขา Forestry ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (EnCo) ชูเทคโนโลยี “สั่ง-จ่าย-รับ” ผ่านฟีเจอร์ Wongnai POS: Order & Pay สแกน QR Code สั่งและจ่ายเงินด้วยตัวเอง และ Pick & Go สั่งล่วงหน้าบนแอป LINE MAN รับที่ร้านได้ทันที คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า  “LINE MAN Wongnai มุ่งมั่นผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตด้วยเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด ‘Digitalize Thailand’ โดยเชื่อว่าหัวใจของการทำธุรกิจยุคใหม่ คือการเชื่อมต่อระหว่างร้านค้าและผู้บริโภคอย่างลื่นไหล ความร่วมมือกับ Café Amazon เปิดสาขา Digital Store แห่งแรกของไทย จึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจร้านอาหาร ผ่าน 2 ฟีเจอร์หลัก ได้แก่ Wongnai POS: Order & Pay ระบบที่ให้ลูกค้าสแกน QR Code ที่โต๊ะหรือเคาน์เตอร์เพื่อเลือกเมนู

Read More
BEAUTYINSIGHT HERINSIGHT NEWS

“ศรีจันทร์” ประกาศพร้อมสนับสนุน T-Beauty ชู 4 ความเชื่อมั่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ตลาดโลก

บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย “ศรีจันทร์ (SRICHAND)” แบรนด์ความงามสัญชาติไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 76 ปี และ “ศศิ (sasi)” ตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมความงามของไทย ด้วยการผลักดัน T-Beauty (Thai Beauty) ขึ้นสู่เวที SPLASH 2025 มหกรรม Soft Power ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ชูจุดยืน “Modern Classic Thainess” ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ผสานคุณภาพ เทคโนโลยี และความภูมิใจในความเป็นไทย พร้อมประกาศศักยภาพ T-Beauty ในฐานะ Soft Power ที่สามารถเชื่อมโยงกับ 14 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เปลี่ยนความงามให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สอดคล้องกับกระแสประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยกระดับความงามแบบไทยให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจระดับโลก นายรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จํากัด กล่าวว่า บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด อยู่คู่อุตสาหกรรมความงามมามากกว่า 76 ปี และผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ “ศรีจันทร์” และ “ศศิ” ที่สะท้อนความเป็นไทยด้วยความภูมิใจมาตลอด เราจึงมองเห็นศักยภาพของ T-Beauty ในระดับโลก ที่สามารถเป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไปพร้อมกัน ผ่านความเชื่อมั่น 4 ข้อคือ  1. ความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าที่พิสูจน์แล้วจากสภาพอากาศไทย ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนชื้น คนไทยเผชิญกับแสงแดดตลอดวัน ทำให้ผู้บริโภคต่างชาติเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ความงามของไทยว่าจะสามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้ยาวนาน ติดทนทาน และสามารถรับมือกับสภาพอากาศที่ท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดศรีจันทร์ได้เปิดตัวเซรั่มกันแดดตัวใหม่ “SRICHAND SUNLUTION ROSIA ULTRA PROTECTION SERUM SUNSCREEN

Read More
LIFESTYLEBUSINESSFOODINSIGHT NEWS

Café Amazon ดันฮีโร่ Product ใหม่ “อเมซอน พรีเมียม Selected Cup” พร้อมดึง ‘อิ้งค์ วรันธร’ เป็นพรีเซนเตอร์

คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) เดินหน้าผลักดัน “อเมซอน พรีเมียม Selected Cup” กาแฟอาราบิก้าแท้ 100% ที่คัดสรรคุณภาพเยี่ยม ชูจุดเด่นด้านกลิ่นหอมอโรม่าและรสชาตินุ่มลึกเป็นเอกลักษณ์ ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคที่มองหาประสบการณ์กาแฟระดับพรีเมียมในชีวิตประจำวัน พร้อมประเดิมกลยุทธ์พรีเซนเตอร์มาร์เก็ตติ้ง ดึงนักร้องสาว ‘อิ้งค์ – วรันธร เปานิล’ เป็นพรีเซนเตอร์เป็นครั้งแรก สะท้อนรสนิยมใหม่ของคอกาแฟที่ให้ความสำคัญทั้งคุณภาพ กลิ่นหอมละมุนของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% ที่พรีเมียม ไม่เหมือนใคร เพื่อขยายฐานคอกาแฟและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง คุณไกรพิท เปรมมณี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดกาแฟในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและเติบโตอย่างมีคุณภาพ ผู้บริโภคมีความรู้และความคาดหวังต่อประสบการณ์การดื่มกาแฟที่สูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เห็นได้จากวิวัฒนาการของตลาด ซึ่งในอดีตเป็นยุคที่ผู้บริโภคต้องการกาแฟที่เข้าถึงง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลาในราคาจับต้องได้ ซึ่ง คาเฟ่ อเมซอน เองก็เติบโตและเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนตลาดในยุคนี้ ในปัจจุบัน เราได้เข้าสู่ยุคที่ผู้บริโภคเริ่มก้าวข้ามจากความสะดวกสบาย มาสู่การใส่ใจในรายละเอียดและคุณภาพของกาแฟมากขึ้น ทั้งในเรื่องของรสชาติที่ซับซ้อน แหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟ กระบวนการคั่วที่พิถีพิถัน และวิธีการชงที่หลากหลาย ผู้บริโภคเริ่มมองหากาแฟที่สะท้อนรสนิยมและมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดกาแฟพรีเมียมที่เน้นคุณภาพของสินค้ากำลังเติบโตอย่างมีศักยภาพ คาเฟ่ อเมซอน ได้นำเสนอฮีโร่โปรดักต์ “อเมซอน พรีเมียม Selected Cup” ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกาแฟพรีเมียมที่ตอบรับเทรนด์ของตลาดในปัจจุบัน ปีนี้เราจึงมุ่งเน้นกลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับ “อเมซอน พรีเมียม Selected Cup” อย่างครบวงจร เพื่อเข้าถึงคอกาแฟและกลุ่มลูกค้าในวงกว้างยิ่งขึ้น ชูจุดเด่นในการคัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% คุณภาพเยี่ยมผ่านกระบวนการคั่วและชงอย่างพิถีพิถันโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้รสชาติที่พรีเมียม นุ่มลึก หอมละมุน ไม่เหมือนใครและมีมิติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มอบประสบการณ์การดื่มกาแฟที่แตกต่างและน่าประทับใจในทุกสัมผัส ตั้งแต่กลิ่นหอมแรกที่แตะจมูก

Read More
TECHBUSINESSINSIGHT NEWSTECHNOLOGY

OPPO จับมือ UEFA Champions League ในรอบชิงชนะเลิศ ผลักดันนวัตกรรมในวงการฟุตบอลทั้งในและนอกสนาม

การแข่งขัน UEFA Champions League ฤดูกาล 2024/25 ได้ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ที่ Munich Football Arena ในฐานะพันธมิตรผลิตภัณฑ์สมาร์ตโฟนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันอันทรงเกียรตินี้ปีนี้เป็นปีที่สามติดต่อกันที่ OPPO ได้ร่วมเฉลิมฉลองด้วยกิจกรรม CSR ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลและกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ในรอบนัดชิงชนะเลิศ พร้อมทั้งยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนวงการฟุตบอลผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยี และโครงการเพื่อสังคม ด้วยการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาผสานรวมกับการแข่งขันฟุตบอล และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแฟนบอลกับเกมทั่วโลก OPPO ยังคงส่งเสริมให้นักฟุตบอลและแฟนบอล “Make Your Moment” หรือสร้างช่วงเวลาดีๆ ของตัวเองได้อย่างแท้จริง สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำทั้งในสนามและนอกสนาม OPPO ยกระดับประสบการณ์การรับชมฟุตบอลไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ภายในงาน Champions Village ที่สนาม Munich Football Arena OPPO ได้นำเอาวัฒนธรรมฟุตบอล, ช่วงเวลาสำคัญจากประวัติศาสตร์ UEFA Champions League และจิตวิญญาณแห่งกีฬาของเมืองมิวนิกมารวมกัน พร้อมกับเทคโนโลยี AI ล่าสุดและนวัตกรรมกล้องของ OPPO แฟนบอลจากทั่วโลกมีโอกาสถ่ายเซลฟี่ด้วยเทคโนโลยี AI กับอวตารเสมือนจริงของ Lamine Yamal ดาวรุ่งฟุตบอลชาวสเปนและแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ OPPO ที่บูธอินเทอร์แอคทีฟ สร้างสรรค์ช่วงเวลาฮีโร่ของตัวเองด้วยพลังของ OPPO AI นอกจากนี้ Marco Materazzi ตำนานนักเตะ Inter Milan ยังปรากฏตัวอย่างเซอร์ไพรส์ที่ OPPO Hospitality Lounge ซึ่งเขาได้พบปะกับแฟนๆ และสาธิตเทคโนโลยีล่าสุดของ OPPO อีกด้วย นอกจากไฮไลต์ของ OPPO และ UEFA Champions League

Read More