INSIGHT HERBEAUTYINSIGHT NEWSTECHNOLOGY

L’Oréal เปิดตัว AirLight Pro เครื่องเป่าผมสุดล้ำระดับมืออาชีพ ที่ใส่ใจทั้งเส้นผมและสิ่งแวดล้อม ในงาน CES 2024

ลอรีอัล กรุ๊ป (L’Oréal Groupe) เปิดตัว แอร์ไลท์ โปร (AirLight Pro) เครื่องเป่าผมรุ่นใหม่ซึ่งออกแบบร่วมกับสไตลิสต์ชั้นแนวหน้าเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั้งช่างผมมืออาชีพและผู้บริโภคทั่วไปเป็นครั้งแรกที่งาน CES 2024 ลอรีอัล กรุ๊ป พัฒนาเครื่องเป่าผมสุดล้ำนี้ด้วยความร่วมมือกับ ซูวี (Zuvi) บริษัทสตาร์ทอัพด้านฮาร์ดแวร์ที่ก่อตั้งโดยวิศวกรด้านโดรนและกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีแสงอินฟราเรดเข้ากับลมเพื่อการดูแลเส้นผม แอร์ไลท์ โปร จะช่วยให้เส้นผมดู นุ่มลื่น เรียบสลวยขึ้น ชุ่มชื้น ไม่แห้งชี้ฟู*[1] และผมแห้งเร็วขึ้น*[2] ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนกับเส้นผมทุกประเภท อีกทั้งยังใช้พลังงานน้อยลงถึง 31%*[3] นิโคลา ฮิโรนิมุส (Nicolas Hieronimus) ซีอีโอของลอรีอัล กรุ๊ป ได้เปิดตัวเทคโนโลยีดังกล่าวซึ่งคว้ารางวัลนวัตกรรมจากงาน CES® 2024 พร้อมเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของบริษัทในด้านเทคโนโลยีความงาม ในช่วงการกล่าวปาฐกถาพิเศษช่วงเช้า ณ ห้องปาลาสโซ บอลรูม โรงแรมเวเนเชียน เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา “นับเป็นเวลา 115 ปีที่ลอรีอัล กรุ๊ป ได้ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างสรรค์และส่งมอบประสบการณ์ความงามที่ตราตรึงให้กับผู้บริโภค ซึ่งช่วยเติมเต็มความปรารถนาด้านความงามของแต่ละบุคคล จากการพัฒนาแอร์ไลท์ โปร ร่วมกับซูวีนั้น เราได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เทคโนโลยีสามารถเพิ่มประสิทธิภาพความงามผ่านการดูแลเส้นผมที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากเทคโนโลยี และนั่นคืออนาคตของความงามที่เราตั้งเป้าจะสร้างสรรค์” รู้จักกับ AirLight Pro ลอรีอัล กรุ๊ป บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมการดูแลเส้นผมตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงเส้นใยสำหรับผมทุกประเภท (ผมหยิก ผมตรง และผมหยักศก) ได้ร่วมมือกับ ซูวี สตาร์ทอัพด้านฮาร์ดแวร์ เพื่อพัฒนาเครื่องเป่าผมรุ่นใหม่สำหรับช่างผมมืออาชีพ ตลอดจนผู้บริโภคทั่วโลก ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลเส้นผมผ่านเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ “ภารกิจของซูวีคือการทำให้โลกดีขึ้นกว่าเดิมด้วยการพลิกโฉมเทคโนโลยีและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ สำหรับอนาคต”

Read More
TECHAUTOMOTIVECARSINSIGHT NEWSTECHNOLOGY

Qualcomm นำร่องมิติใหม่แห่งยานยนต์ ณ งาน CES 2024

วันนี้ ณ งาน CES 2024 บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อินคอร์ปอเรชั่น (Qualcomm Technologies, Inc.) ตอกย้ำโมเมนตัมระดับโลกและตำแหน่งผู้นำในฐานะพันธมิตรที่อุตสาหกรรมยานยนต์เลือกใช้ โดยมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมที่ล้ำสมัยและกว้างขวางของแพลตฟอร์ม Snapdragon® Digital Chassis ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้นของโซลูชันที่มีประสิทธิภาพสูง เปิดกว้าง และสามารถต่อยอดได้ ทำให้ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์กลายเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจและตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ และทำให้บริษัทฯกลายเป็นขุมพลังสำคัญในการกำหนดอนาคตของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ “ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์เป็นพันธมิตรที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไว้วางใจมานานกว่าสองทศวรรษ เราส่งมอบนวัตกรรมและแพลตฟอร์มอันเป็นที่ยอมรับผ่าน Snapdragon Digital Chassis เพื่อกำหนดนิยามใหม่สำหรับรถยนต์”  Nakul Duggal รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายยานยนต์และการประมวลผลแบบคลาวด์ บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อินคอร์ปอเรชั่น กล่าว โดยเสริมว่า “ความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก ซัพพลายเออร์แนวหน้าและพันธมิตรในระบบนิเวศ และกำลังนำทางเข้าสู่อนาคตของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์” ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ มีกลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยียานยนต์ที่กว้างขวางที่สุด ครอบคลุมทุกโดเมนหลักของยานพาหนะ และยังคงขยายพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นผู้นำนวัตกรรม รวมถึงการสนับสนุนรถสองล้อและกลุ่มไมโครโมบิลิตี้ (Micro Mobility) บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจการเข้าสู่ปีที่ 20 ในการจัดหาเทคโนโลยีให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีรายได้เติบโตสองหลักเมื่อเทียบเป็นรายปี อันเป็นผลมาจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของโซลูชัน Snapdragon Digital Chassis ซึ่งรองรับด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ยกระดับประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับในแบบตัวเอง ด้วยแพลตฟอร์ม Snapdragon Auto Connectivity การเชื่อมต่อยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในอุตสาหกรรมยานยนต์และขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมที่เหนือชั้น ด้วยแผนกลยุทธ์ของ Snapdragon Auto Connectivity Platform ซึ่งพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์อันยาวนานหลายทศวรรษของควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ในด้านการเชื่อมต่อ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์พร้อมที่จะรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในด้านความปลอดภัยและความชาญฉลาดจากบริการเชื่อมต่อ, LTE, 5G, เทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างยานพาหนะกับสิ่งต่างๆ (Vehicle-to-Everything)

Read More
TECHINSIGHT NEWSMONITORS

Dell เปิดตัวจอมอนิเตอร์ UltraSharp ใหม่ ประสิทธิภาพการแสดงผลที่ดีที่สุด พร้อมรับรองการถนอมสายตาระดับห้าดาว

พร้อมการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และก้าวขึ้นรับรางวัลนวัตกรรมในฐานะของ CES 2024 Innovation Award Honoree เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศเปิดตัว Dell UltraSharp 40 Curved ThunderboltTM Hub Monitor (U4025QW) จอภาพโค้งขนาด 40 นิ้ว ความละเอียด 5K ที่ได้รับการรับรองการถนอมสายตาระดับห้าดาว ด้วยการก้าวสู่ปีที่เก้าของการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมด้านพีซีมอนิเตอร์ เดลล์ยังคงเดินหน้าขยายขีดจำกัดทางนวัตกรรมของจอมอนิเตอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพใการทำงานสูงสุดด้วยเทคโนโลยีและการออกแบบที่เยี่ยมยอด ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เป็นผู้สร้างสรรค์คอนเท้นต์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือวิศวกร หรือคุณเพียงต้องการจอมอนิเตอร์เพื่อช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างลื่นไหล จอมอนิเตอร์ที่มาพร้อมกับคุณค่าสูงสุดด้านความแม่นยำและประสิทธิภาพสำคัญอย่างยิ่งยวดในการที่จะช่วยให้คุณสร้างสรรค์ผลงานได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมใดก็ตาม เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการให้ภาพวิชวลที่โดดเด่น จอมอนิเตอร์ U4025QW คือสิ่งที่จำเป็นต้องมีของมืออาชีพที่ต้องการความคมชัดและสีสันที่โดดเด่น จอโค้งที่มีความกว้างในระดับ ultrawide นี้รองรับการแสดงผลที่ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 600 มาพร้อมกับเทคโนโลยี IPS Black Panel เพื่อความคมชัดของสีระดับสูงและรายละเอียดที่ซับซ้อนมากขึ้นในความละเอียด 5K (5120×2160) ยกระดับสุขภาพดวงตาด้วยจอมอนิเตอร์ UltraSharp รุ่นใหม่ ด้วยการพัฒนานวัตกรรมเพื่อประสบการณ์ในการรับชมที่ดีที่สุด เดลล์ได้ร่วมมือกับ TUV Rheinland® ในการยกระดับสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นของดวงตา ทำให้มอนิเตอร์ทั้งหลายจากเดลล์เป็นมอนิเตอร์แรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการถนอมสายตาในระดับห้าดาวของ TUV Rheinland® ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมใหม่เพื่อสุขภาพของดวงตา ที่มาเพื่อช่วยลดอาการเหนื่อยล้าในการจ้องมอง ทั้งนี้ เดลล์ได้รับการรับรองการพัฒนาซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานจากปัจจัย 3 ส่วน ได้แก่ การเพิ่มอัตราการรีเฟรชขึ้นสองเท่า จากเดิมที่ 60Hz เป็น 120Hz เพื่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลและคมชัดยิ่งขึ้น การติดตั้งเซ็นเซอร์แสงสว่างแวดล้อมแบบ built-in เพื่อปรับความสว่างหน้าจอและอุณหภูมิสีโดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขของแสงสว่างแวดล้อม โดยการศึกษาล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการพัฒนานี้สามารถช่วยลดความถี่ของภาวะความเหนื่อยล้าของดวงตาได้ 7% ถึง

Read More