TECHNOLOGY

Schneider Electric สร้างแพลตฟอร์มความรู้ระดับมือโปร ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญดาต้าเซ็นเตอร์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยูนิเวอร์ซิตี้ หรือมหาวิทยาลัย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยเพิ่มทักษะให้ผู้เชี่ยวชาญดาต้าเซ็นเตอร์ โดยให้คำแนะนำฟรีเกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุด การสร้างความยั่งยืน และความริเริ่มด้านประสิทธิภาพพลังงาน ก่อนหน้านี้ แพลตฟอร์มเป็นที่รู้จักในชื่อ APC™ Data Center University โดยได้รับการรับรองจาก CPD ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อนำเสนอหลักสูตรกว่าหนึ่งล้านหลักสูตร ให้กับผู้ใช้กว่า 650,000 รายทั่วโลก มหาวิทยาลัยชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีให้บริการถึง 14 ภาษา เข้าถึงง่าย และเปิดกว้างเพื่อมอบความรู้สำหรับผู้จำหน่ายทุกค่ายในประเทศต่างๆ ที่มีความต้องการใช้งานมากที่สุดเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านทักษะในอุตสาหกรรม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ประกาศถึงการอัปเดตต่อเนื่องสำหรับ Schneider Electric University ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านความรู้ในระบบดิจิทัลที่ได้รับการรับรองจาก CPD และเปิดกว้างสำหรับผู้จำหน่ายทุกค่าย โดยพร้อมบริการใน 14 ภาษา และสามารถเข้าถึงจากทั่วโลกทางออนไลน์ได้ฟรี ช่วยเพิ่มทักษะให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม พร้อมติดตามความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุด การสร้างความยั่งยืน และความริเริ่มด้านประสิทธิภาพพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน จวบจนปัจจุบัน มหาวิทยาลัยชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เผยแพร่หลักสูตรมากกว่าหนึ่งล้านหลักสูตรให้กับผู้ใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ กว่า 650,000 ราย ในกว่า 180 ประเทศทั่วโลกที่มีฐานผู้ใช้งานอยู่ โดยการอัปเดตใหม่ในส่วนคุณสมบัติของ Schneider Electric University Data Center Certified Associate (DCCA) จะรวมเรื่องของพื้นฐานด้านพลังงาน การทำความเย็น ตู้แร็ค และการรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ รวมถึงคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการปรับการออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ ให้เหมาะสมที่สุดเพื่อสร้างความยืดหยุ่น ให้ประสิทธิภาพด้านพลังงาน และความยั่งยืน โดยตัวอย่างสำหรับหลักสูตรใหม่ล่าสุด เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างการระบายความร้อนสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์

Read More
TECHNOLOGY

Telehouse ผนึกกำลังกับกลุ่ม IGC/ALT พร้อมเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อในประเทศไทย

บริษัท เทเลเฮ้าท์ (Telehouse) ประเทศไทย จำกัด หนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก จับมือกับ อินเตอร์เนชั่นแนล เกทเวย์ (IGC) บริษัทในเครือของ เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมของประเทศไทย เตรียมพร้อมให้บริการศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสร้างระบบนิเวศน์ทางการสื่อสารให้ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อของผู้ให้บริการ ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาให้ Telehouse เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่สำคัญของประเทศไทย และเพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งต่อไปในภูมิภาค อาคารดาต้าเซ็นเตอร์ของ Telehouse นั้น ตั้งอยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ ย่านธุรกิจพระราม 9 ซึ่งปัจจุบันตัวอาคารมีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปแล้วกว่า 70% และมีกำหนดจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2566 ซึ่งตัวอาคารถูกออกแบบสำหรับให้บริการด้านดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ มีระบบสาธารณูปโภคสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพรียบพร้อม เช่น มีระบบไฟฟ้า 2 เส้นทาง ระบบสำรองไฟฟ้าฉุกเฉินและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองและ Telehouse ได้เตรียมทางเข้า-ออกของสายสื่อสารไว้ 4 เส้นทาง เพื่อรองรับความต้องการทางด้านความมีเสถียรภาพสูงสุดและความพร้อมด้านการเชื่อมต่อโทรคมนาคมให้ลูกค้า อีกทั้งยังมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Over-the-Top (OTT) หรือผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (Cloud Provider) และผู้ให้บริการด้านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (Carrier & ISP) รวมไปถึง ผู้ให้บริการและดูแลระบบ (SI & Managed Service Provider) และลูกค้าองค์กร ทั้งในและต่างประเทศ การร่วมมือในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการให้บริการการเชื่อมต่อเครือข่ายเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้ง Telehouse และ IGC ในการเร่งการเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมและเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือ ระหว่าง Telehouse กับ IGC ในครั้งนี้

Read More
TECHNOLOGY

หัวเว่ย จับมือ แพลนเน็ตคอม บุกตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ไทยเต็มรูปแบบ

กลุ่มธุรกิจพลังงานดิจิทัล ของ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความร่วมมือกับบริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือแพลนเน็ตคอม เพื่อบุกตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ด้วยโซลูชัน “Prefabricated AIO Data Center FusionModule DC 1000A” ตัวใหม่ล่าสุดของหัวเว่ย โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอเทรนด์ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ตลาดประเทศไทย นายโลแกน ยู กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ พลังงานดิจิทัล บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ในฐานะหนึ่งในผู้ให้บริการเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวชั้นนํา หัวเว่ย ดิจิทัล เพาเวอร์ มุ่งมั่นที่จะจัดหาโมดูลดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดให้แก่พาร์ทเนอร์และลูกค้าของเรา หัวเว่ยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสนำเสนอดาต้าเซ็นเตอร์แบบสําเร็จรูป (Prefabricated) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับบริษัท แพลนเน็ตคอม ในฐานะพาร์ทเนอร์ หัวเว่ยจะส่งมอบความรู้ ประสบการณ์ และโซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดให้แก่แพลนเน็ตคอม เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทย และเราหวังว่าการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยผลักดันเทรนด์ในภาคอุตสาหกรรมให้เปลี่ยนมาใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในไทยและในระดับทั่วโลก” ด้านนายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเริ่มต้นความร่วมมือระยะยาวระหว่าง แพลนเน็ตคอมและหัวเว่ย ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของเทรนด์การพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยว่า “เมื่อไม่นานมานี้ ทางรัฐบาลได้ประกาศยกเว้นภาษีสําหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ทำให้ความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มสูงขึ้น แพลนเน็ตคอมกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่มีมาตรฐานการทำงานของดาต้าเซ็นเตอร์ที่สูง และโซลูชัน Prefabricated AIO Data Center FusionModule DC 1000A ของหัวเว่ยนั้นสามารถทำงานได้ตรงตามประสิทธิภาพและข้อกำหนดที่เรากำลังต้องการ นอกจากนี้ หัวเว่ยและแพลนเน็ตคอมยังมีวิสัยทัศน์และเป้าหมายเดียวกัน เรารู้สึกยินดีที่หัวเว่ยได้เข้ามาเป็นพันธมิตรของแพลนเน็ตคอม

Read More
INSIGHT NEWSTECHNOLOGY

HUAWEI สนับสนุน Three Gorges Group สร้างดาต้าเซ็นเตอร์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในจีนตอนกลาง

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 บริษัท ทรี กอร์เจส กรุ๊ป (Three Gorges Group) ได้สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ตงเยว่เหมียว (Dongyuemiao Data Center) ในเมืองอี้ชาง มณฑลหูเป่ย เฟสแรกเสร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยมี บริษัท หัวเว่ย ดิจิทัล พาวเวอร์ (Huawei Digital Power) เป็นผู้จัดหาโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดให้กับโครงการนี้ สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมเขื่อนสามผา (Three Gorges Dam) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งนี้ เมื่อโครงการทั้งสามเฟสเสร็จสมบูรณ์ ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้จะมีตู้แร็ค 26,400 ตู้ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร และก้าวขึ้นเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่ที่สุดในจีนตอนกลาง โครงการเฟสแรกใช้เงินลงทุน 845 ล้านหยวนในการสร้างตู้แร็ค 4,400 ตู้ ครอบคลุมพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร โดยประกอบด้วยอาคารเก็บอุปกรณ์ดาต้าเซ็นเตอร์ อาคารควบคุมการสื่อสาร และสถานีไฟฟ้าย่อยขนาด 35 กิโลโวลต์ โครงการเฟสแรกนี้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 200 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี และจะได้รับไฟฟ้าพลังน้ำที่ผลิตจากเขื่อนสามผา นอกจากนั้นยังระบายความร้อนตามธรรมชาติด้วยน้ำจากแม่น้ำ ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างมหาศาล ดาต้าเซ็นเตอร์ตงเยว่เหมียวสร้างขึ้นตามมาตรฐานห้องเก็บอุปกรณ์ระดับคลาสเอ (Class A) ของประเทศจีน โดยมีการใช้เทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรมพร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกสิทธิ์ของบริษัทซึ่งมีความปลอดภัยและสามารถควบคุมได้ เพื่อก้าวขึ้นเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์แห่งแรกในประเทศจีน ทั้งนี้ หัวเว่ยรับหน้าที่จัดหาโซลูชัน L0+L1 ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบดาต้าเซ็นเตอร์ การจัดหาอุปกรณ์หลัก ไปจนถึงการส่งมอบโครงการและการบริหารจัดการแบบบูรณาการ อุปกรณ์หลักของโซลูชันแบบฟูลสแต็กจากหัวเว่ย ดิจิทัล พาวเวอร์ ประกอบด้วยห้องเก็บอุปกรณ์แบบโมดูลาร์รวม 160 ห้อง, พาวเวอร์พ็อด

Read More
INSIGHT NEWSTECHNOLOGY

AMD ขยายศักยภาพโซลูชั่นด้านดาต้าเซ็นเตอร์ด้วยการซื้อบริษัท Pensando

AMD ประกาศขั้นตอนสุดท้ายในการซื้อบริษัท Pensando ในมูลค่า 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ก่อนเงินทุนหมุนเวียน (working capital) และการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ โดยแพลตฟอร์มการให้บริการของ Pensando ประกอบด้วย แพ็กเก็ตโปรเซสเซอร์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถตั้งโปรแกรมการทำงานได้ และสแต็กซอฟต์แวร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพด้านเครือข่าย ความปลอดภัย การเก็บข้อมูล และบริการอื่น ๆ บนระบบคลาวด์ สำหรับองค์กร และแอปพลิเคชั่นต่างๆ ดร.ลิซ่า ซู ประธานและซีอีโอ บริษัท AMD กล่าวว่า “การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ระดับชั้นนำที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด มีความปลอดภัย มีความยืดหยุ่น และมีค่าใช้จ่ายโดยรวมต่ำที่สุดนั้น มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องในการประมวลผลที่หลากหลาย ลูกค้าด้านระบบคลาวด์และแบรนด์ OEM ระดับชั้นนำต่างใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC ในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการประมวลผลบนดาต้าเซ็นเตอร์ การซื้อบริษัท Pensando ทำให้เราสามารถพัฒนาแพลตฟอร์มกระจายการให้บริการระดับชั้นนำให้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มโปรเซสเซอร์ กราฟิกการ์ดเทคโนโลยี FPGA และ adaptive SoC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมงานของ Pensando นำความเชี่ยวชาญระดับโลกและนวัตกรรมโปรเซสเซอร์ ซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ช่วยขยายศักยภาพในการนำเสนอโซลูชั่นที่เราเป็นผู้นำสำหรับลูกค้าด้านระบบคลาวด์ ลูกค้าองค์กร และลูกค้าที่ต้องการใช้ edge” ผลิตภัณฑ์ของ Pensando สามารถใช้ได้กับงานที่หลากหลายทั้งในระบบคลาวด์และในองค์กร เช่น Goldman Sachs, IBM Cloud, Microsoft Azure และ Oracle Cloud โดยแพลตฟอร์มการกระจายการให้บริการการประมวลผลประสิทธิภาพสูงของ Pensando ประกอบด้วย แพ็กเก็ตโปรเซสเซอร์ที่ตั้งโปรแกรมทำงานได้ สามารถกระจายการทำงานไปยังเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลบนโครงสร้างพื้นฐานที่หลากหลายพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระการประมวลผลบนโปรเซสเซอร์ และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมให้กับระบบการประมวลผล

Read More
INSIGHT NEWSTECHNOLOGY

ทำไมระบบบริหารจัดการโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากยิ่งขึ้น

ทำไมระบบบริหารจัดการโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากยิ่งขึ้น โดย เควิน บราวน์ รองประธานอาวุโส โซลูชัน EcoStruxure ธุรกิจ Secure Power ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เมื่อมองย้อนกลับไปยังปี 2020 เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการพิจารณาถึงความคืบหน้าที่ทางทีมงาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ดำเนินการมา และหนึ่งในผลงานโดดเด่นที่น่าชื่นชมคือ DCIM (ระบบบริหารจัดการโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์) ผ่านมา 2 ปีแล้วที่ผมได้พูดถึงความจำเป็นของ DCIM ว่ายังอยู่ในกระแสหรือไม่ ในเวลานั้น ผมได้สรุปว่า DCIM จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากการพึ่งพาระบบโครงสร้างไอที ณ จุดประมวลผลมีบทบาทสำคัญมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เครื่องมือการบริหารจัดการโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิมนับว่าไม่เพียงพอ และต้องอาศัยข้อได้เปรียบของคลาวด์และเทคโนโลยีโมบายมาช่วย ปัจจุบัน ในปี 2021 ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะบอกว่า เราได้มีพัฒนาการอย่างมากในการนำเสนอ DCIM และ DCIM ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องเร่งปฏิรูปสู่ยุคดิจิทัล เมื่อผู้คนบนโลกส่วนใหญ่กำลังทำงานจากที่บ้านกัน DCIM สร้างโอกาส ทั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ และที่เอดจ์ ที่ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) เราช่วยให้การนำ DCIM มาปรับใช้ได้ง่ายขึ้นในราคาที่ถูกลง ซึ่ง DCIM ในปัจจุบันให้ประโยชน์หลากหลายครอบคลุมทั้งฟังก์ชั่นการมอนิเตอร์ และการบริหารจัดการ โดยสามารถเข้าถึงระบบได้จากทุกที่ ทุกอุปกรณ์ และทุกเวลา และเป็นการพัฒนาจากการสร้างข้อมูลดิบ เพื่อให้ผลการวิเคราะห์ได้อย่างฉลาดพร้อมข้อแนะนำ รวมถึงมีระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แบบบิวด์-อินมาในตัว ให้ความสามารถด้านการคาดการณ์ และมอนิเตอร์ความปลอดภัยทางกายภาพและสภาพแวดล้อมการทำงาน ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง ผมเห็น DCIM นำมาใช้ในหลากหลายแนวทางในอุตสาหกรรมและเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีอย่างยิ่ง การเปลี่ยนไปสู่โลกที่เป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งก่อนการเกิดโควิด-19 และยิ่งถูกเร่งให้เร็วขึ้นไปอีกในช่วงการแพร่ระบาด โดยทีมงานที่ ชไนเดอร์

Read More
INSIGHT NEWSTECHNOLOGY

สร้างเหตุและผลของความเป็นไปได้ทางธุรกิจ เพื่อปรับปรุงดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทันสมัย

สร้างเหตุและผลของความเป็นไปได้ทางธุรกิจ เพื่อปรับปรุงดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทันสมัย โดย แพทริก โดโนแวน นักวิเคราะห์อาวุโส และผู้จัดการโครงการ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) สำหรับหลายคนที่ตอนนี้ไม่ได้นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ ความคิดที่จะออกแบบห้องว่างให้เป็นพื้นที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอาจเป็นเรื่องน่าหนักใจ และมีคำถามตามมา เช่น เราจะต้องอัพเกรดแบนด์วิดธ์หรือไม่ เรื่องนี้อาจเป็นความกังวลพื้นฐานเมื่อทุกคนในครอบครัวต้องทำงานที่บ้านในตอนนี้ (พร้อมกับทุกคนที่อยู่ในละแวกบ้านเช่นกัน) และใช้เน็ตไปกับการดูวิดีโอผ่านยูทูบ เล่นเกมออนไลน์ และฟังเพลง ซึ่งประเด็นคือคุณจะออกแบบพื้นที่ใหม่ยังไงไม่ให้เกิดเสียงรบกวนและปัจจัยที่ทำลายสมาธิในการทำงานเหล่านี้ บริษัทคุณจะออกค่าใช้จ่ายเหล่านี้หรือไม่ และบางทีคุณอาจจบลงด้วยการประชุมผ่านซูมแบบติดๆ ขัดๆ เพราะสัญญาณเน็ตอ่อนแรงแถมยังแทรกด้วยเสียงสุนัขเห่า ดาต้าเซ็นเตอร์ก็เช่นเดียวกัน แม้มืออาชีพส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าการจะได้ประสิทธิภาพที่โดดเด่นสามารถทำได้ ด้วยการปรับปรุงระบบโครงสร้างของดาต้าเซ็นเตอร์ให้มีความทันสมัย แต่ความล่าช้าที่เกิดขึ้นกับโครงการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติทั่วไป ซึ่งอาจเป็นความท้าทายในการให้เหตุผลกับผู้บริหารระดับอาวุโสเพื่อดำเนินการในเรื่องต่างๆ เช่นการเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เปลี่ยนหรืออัพเดตระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้มายาวนานและไม่อยู่ในประกัน หรือย้ายไปใช้ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นใหม่ ดังนั้น หลายคนจึงก้าวไปอย่างช้าๆ พร้อมกับหวังว่าจะไม่มีอะไรเสียหรือเปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่นคือธุรกิจที่ตั้งอยู่บนความเสี่ยง เครื่องมือช่วยสนับสนุนข้อมูลเพื่อสร้างเหตุและผลที่เป็นไปได้ทางธุรกิจ เห็นได้ชัดว่า เหตุและผลที่ดีเพื่อความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ต้องสามารถวิเคราะห์การคืนทุนซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น การประเมินหรือบอกคุณค่าของการปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัยอาจเป็นเรื่องท้าทายแน่ๆ อย่างไรก็ตาม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้พัฒนาเครื่องมือฟรีที่ใช้งานง่ายเพื่อช่วยในเรื่องดังกล่าว โดยพื้นฐานแล้วระบบงานใหม่ๆ ในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน จะให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานมากขึ้น และค่อนข้างจะมีขนาดที่เล็กลง เบาขึ้น ให้ความน่าเชี่อถือมากขึ้น นำมาปรับใช้งานและขยายขีดความสามารถได้เร็วขึ้น อีกทั้งบริหารจัดการและบำรุงรักษาได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีแนวโน้มที่จะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งนี้ การคำนวณคุณค่าจากการปรับปรุงเรื่องเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้น (ในธุรกิจของคุณ) คือเคล็ดลับในการให้เหตุและผลทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ และคุณค่าของประโยชน์ที่ได้ในแต่ละส่วนก็เห็นได้ชัดว่ามาจากกลยุทธ์และการจัดลำดับความสำคัญขององค์กรคุณ ระบบพลังงานและการทำความเย็นที่ออกมาในช่วงต้นของปี 2000 ไม่ได้ให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานเหมือนระบบปัจจุบัน การรู้จักตัวแปรง่ายๆ บางประการ ก็จะทำให้คุณคำนวณการประหยัดพลังงานที่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุผลสำหรับค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดระบบได้  ตัวอย่างเช่น ตัวคำนวณค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ทันสมัยสำหรับยูพีเอส 3 เฟส ของเรา สามารถเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของยูพีเอสของชไนเดอร์ อิเล็คทริค 1 ตัวกับยูพีเอสตัวอื่นภายในระยะเวลา 10 ปี เพื่อดูว่าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายการดำเนินการส่วนใดบ้าง โดยครอบคลุมเรื่องการใช้พลังงาน

Read More