LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

DHL Express เปิดศูนย์บริการที่ 15 ในไทย เสริมแกร่งตำแหน่งผู้นำโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส (DHL Express) ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่แห่งที่ 15 ในประเทศไทยที่ ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบบริการขนส่งด่วนข้ามประเทศที่รวดเร็วและไว้วางใจได้ให้ลูกค้าผ่านเครือข่ายการขนส่งทางอากาศครอบคลุมทั่วโลกของดีเอชแอล ศูนย์บริการดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส สาขาเทพารักษ์ มีพื้นที่ปฏิบัติการ คลังสินค้าและสำนักงานรวม 2,462 ตารางเมตร นับเป็นหนึ่งในศูนย์บริการของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตำแหน่งที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิช่วยย่นระยะเวลาขนส่งไปและจากศูนย์กระจายสินค้ากรุงเทพฯ (DHL Bangkok Hub) ซึ่งเป็นฮับระดับภูมิภาคสำหรับส่งออกและนำเข้าของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ด้วยเที่ยวบินขนส่งสินค้ารวมกว่า 85 เที่ยวบินในหนึ่งสัปดาห์ เชื่อมต่อประเทศไทยและ 220 ประเทศและเขตปกครองพิเศษทั่วโลก มุ่งมั่นสนับสนุนการค้าโลกให้เติบโต “การเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสเป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมั่นที่ไม่หยุดนิ่งของเราในการพัฒนาความสามารถในการให้บริการและช่วยลูกค้าทั้งองค์กรขนาดใหญ่หรือธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้สามารถส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยและทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว” คุณเฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าว “ศูนย์บริการสาขาเทพารักษ์ไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งของเน็ตเวิร์คการขนส่งระหว่างประเทศของดีเอชแอล แต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมโลจิสติกส์อีกด้วย” ข้อมูลรายงานเรื่องการเชื่อมต่อระหว่างประเทศของดีเอชแอล (DHL Global Connectedness Track) ระบุว่าการค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นเสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยในปี 2566 มูลค่าสินค้าและบริการทั้งหมดที่เกิดขึ้นคิดเป็นการซื้อขายข้ามประเทศ 21% ต่ำกว่าสถิติสูงสุดที่เคยทำไว้ที่ 22% เพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสยังเห็นแนวโน้มการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นภายในเน็ตเวิร์คของดีเอชแอล โดยเฉพาะระหว่างภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไปยังทวีปต่างๆ ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น 6% ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2567 เทียบกับปี 2566 นอกจากเปิดศูนย์บริการสาขาเทพารักษ์แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย ยังได้ย้ายศูนย์บริการจากดอนเมือง กรุงเทพฯ มาที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี รองรับการส่งออกและนำเข้าของกลุ่มลูกค้าองค์กร SME และลูกค้าทั่วไปในพื้นที่

Read More
INSIGHT NEWS

DHL Express ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ยั่งยืน ด้วยรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า

รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า 16 คันถูกนำมาใช้สำหรับการขนส่งลาสไมล์ในกรุงเทพฯ ภายในปี 2566 ดีเอชแอลจะมีรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า 71 คันให้บริการในประเทศไทย ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ตั้งเป้าการใช้รถขนส่งไฟฟ้า 60% สำหรับการขนส่งสินค้าทั่วโลกภายในปี 2573 ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส (DHL Express) ผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศชั้นนำของโลก ขยายจำนวนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใช้ในการขนส่งในประเทศไทย โดยเพิ่มรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าอีก 16 คัน ในการจัดส่งแบบลาสไมล์ นอกเหนือจากรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 50 คันที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน การขยายจำนวนการใช้งานรถ EV ในครั้งนี้ทำให้ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เป็นผู้ให้บริการลอจิสติกส์รายแรกในประเทศไทยที่เปลี่ยนไปใช้รถ EV ในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ รถขนส่งพลังงานไฟฟ้านี้เริ่มทำการขนส่งสินค้าในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2566 โดยให้บริการในกรุงเทพฯ เขตพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ สาทร, สีลม, ปทุมวัน, พระราม 3, ถนนสุขุมวิท, และถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยดีเอชแอลมีแผนที่จะเพิ่มรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าอีก 5 คันในเฟสถัดไป เพื่อใช้งานในเส้นทางภาคตะวันออก ซึ่งจะทำให้ดีเอชแอลมีรถ EV ที่ให้บริการทั้งหมดในประเทศไทยรวมจำนวน 71 คัน ภายในปี 2566 ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนมาใช้รถ EV เป็นจำนวน 60% ของยานพาหนะทั้งหมดในประเทศไทย ภายในปี 2573 เฮอร์เบิร์ต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย และหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าวว่า “ความยั่งยืนไม่ใช่เทรนด์ แต่เป็นภารกิจที่เราให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง และดีเอชแอลมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ระดับโลก เราจำเป็นต้องผลักดันให้ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมร่วมมือกันเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในการดำเนินงานด้านลอจิสติกส์

Read More
INSIGHT NEWS

ความยั่งยืนกลายเป็น “จุดขาย” ของแบรนด์ในช่วงพีคซีซั่นนี้

บทความโดย ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย ธีมในเทศกาลวันหยุดนี้ยังคงเป็น “สีเขียว” และความยั่งยืนก็เป็นกุญแจสำคัญที่ส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยทั่วไปเมื่อถึงช่วงพีคซีซั่นเราจะนึกถึงการใช้จ่ายและการบริโภคที่ฟุ่มเฟือย แต่ปีนี้มีบางอย่างที่แตกต่างออกไป งานวิจัยของ Salesforce พบว่านักช้อป 83% ตั้งใจที่จะหาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในเทศกาลวันหยุดนี้ ผลการสำรวจยังเปิดเผยด้วยว่า นอกเหนือจากวิธีที่บริษัทปฏิบัติต่อลูกค้าและพนักงานแล้ว แนวทางการปฏิบัติต่อสิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค กลยุทธ์ธุรกิจที่ยั่งยืนคืออะไร กลยุทธ์ธุรกิจที่ยั่งยืน คือเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้เพื่อปรับปรุงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ขั้นตอนการปฏิบัติเหล่านี้สามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การเปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติก หรือการวางแผนระยะยาว เช่น การมุ่งมั่นทำตามเป้าหมายในระยะห้าปีเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ ประโยชน์ของกลยุทธ์ธุรกิจที่ยั่งยืน ผู้บริโภคต่างตระหนักถึงผลกระทบจากพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และคาดหวังว่าผู้ค้าปลีกจะมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย สำหรับแบรนด์ที่ต้องการดึงดูดลูกค้าใหม่ (และรักษาลูกค้าที่มีอยู่ไว้) นโยบายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้มาก นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและลดการสูญเสียในห่วงโซ่อุปทานด้วย ธุรกิจอีคอมเมิร์ซของคุณจะสนับสนุนความยั่งยืนได้อย่างไร? จากบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกไปจนถึงการขนส่ง มาดูแนวคิดการทำธุรกิจที่ยั่งยืนที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้ธุรกิจของคุณดังนี้ รายการของที่นักช้อปอยากซื้อในช่วงพีคซีซั่น คำถามสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซคือ ความยั่งยืนของผู้บริโภคเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการซื้ออย่างไร? และที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ใดที่ผู้คนจะเลือกซื้อในช่วงพีคซีซั่นนี้? รายงานเทรนด์การจับจ่ายใช้สอยในช่วงคริสต์มาส 2022 ของ Ebay พบว่า 56% ของผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรวางแผนที่จะซื้อของขวัญที่แสดงความ “ใส่ใจ” สำหรับเพื่อนและครอบครัวในปีนี้ แบรนด์ที่ทำการตลาดโดยแสดงคุณสมบัติความยั่งยืนเพื่อเป็นจุดขาย (Unique Selling Point) จะดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้ สินค้ามือสองจะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งด้านความยั่งยืนและราคา อุตสาหกรรมการขายซ้ำ (resale) กำลังเติบโตกว่าการค้าปลีกแบบดั้งเดิมถึง 11 เท่า ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมก็ได้รับความสนใจเช่นกัน มาร์เก็ตเพลสสำหรับงานฝีมือ Etsy รายงานการคาดการณ์ในช่วงฤดูกาลเฉลิมฉลอง และเคล็ดลับสำคัญสำหรับผู้ขายว่า “ให้พิจารณาเรื่องความยั่งยืน และวิธีที่สามารถดึงดูดผู้ซื้อที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิล สร้างสินค้าที่ใช้งานได้หลายครั้ง และนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ใช้ได้นาน” ผู้บริโภคจะชอบการซื้อทีละมากๆ ไม่ใช่แค่เพื่อประหยัด แต่เนื่องจากพวกเขาตระหนักว่ามันจะช่วยลดจำนวนการส่งและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการ SME ผู้บริโภคจำนวนมากตั้งใจที่จะซื้อสินค้ากับธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่นในช่วงวันหยุดนี้ ผลสำรวจผู้บริโภค: ปัจจัยด้านความยั่งยืนข้อใดที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาซื้อสินค้า?

Read More
INSIGHT NEWS

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะเจอกับอะไรบ้างช่วงพีคซีซั่นนี้ และต้องรับมือกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างไร?

บทความโดย ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย เทศกาล Black Friday และคริสมาสต์ที่กำลังใกล้เข้ามา คือจุดเริ่มต้นของการสร้างยอดขายอย่างเป็นกอบเป็นกำ อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะต้องต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมถึงระบบซัพพลายเชนที่ไม่แน่นอน และพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากเดิม ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสขอแนะนำเคล็ดลับเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ รวมถึงวิธีการปรับตัวของธุรกิจเพื่อให้คุณมีช่วงเวลาการขายที่ดี และประสบความสำเร็จ พฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคในช่วงพีคซีซั่นปลายปี 2565 1. งบประมาณของผู้บริโภคจะลดลง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผู้ซื้อทั่วโลกกว่า 42% จึงวางแผนที่จะเริ่มต้นซื้อของขวัญสำหรับช่วงเทศกาลวันหยุดแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ราคาจะสูงขึ้นไปอีก และหลายคนตั้งใจจะลดจำนวนเงินที่ใช้จ่ายด้วยเช่นกัน ทำให้มีการคาดว่ายอดใช้จ่ายช่วงเทศกาลช้อปปิ้งจะลดลงในปีนี้ สิ่งที่ธุรกิจของคุณควรรับมือ ถึงเวลาแล้วที่จะทบทวนกลยุทธ์ราคาของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถแข่งขันได้ โดยคุณควรตรวจสอบราคาของคู่แข่ง แล้วพิจารณาว่าคุณจะสามารถเสนอราคาที่ใกล้เคียงกัน หรือถูกกว่านั้นได้หรือไม่ คุณมีสต็อกสินค้าส่วนเกินตกค้างอยู่ในโกดังบางแห่งหรือไม่ ตอนนี้คือเวลาที่เหมาะสมในการนำเสนอส่วนลดพิเศษเพื่อระบายสต็อกสินค้าของคุณ เสนอตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลายและยืดหยุ่น รวมถึงบริการ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” ที่จุดชำระเงิน เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาตัวเลือกที่เหมาะกับความต้องการ อย่าลืมเสนอบริการจัดส่งฟรี ซึ่งนับเป็นสิ่งจูงใจที่สำคัญเสมอสำหรับลูกค้า โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ 60% ของผู้บริโภคกล่าวว่า “ความคุ้มค่า” คือสิ่งสำคัญสำหรับคริสต์มาสปีนี้ 2. “ความคุ้มค่า” คือสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากที่สุด รายงานแนวโน้มการใช้จ่ายประจำปี 2565 ของ eBay ระบุว่า ผู้บริโภค 60% เห็นว่าความคุ้มค่า คุ้มราคา เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการช้อปปิ้งช่วงคริสต์มาสปีนี้ สิ่งที่ธุรกิจของคุณควรรับมือ ลูกค้าจะใช้เวลานานขึ้นในการพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ คุณอาจกระตุ้นการจับจ่ายของพวกเขา เช่น แนะนำของขวัญที่น่าสนใจ แต่ไม่ควรเร่งรัดมากจนเกินไป เน้นย้ำเรื่องคุณภาพและจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังได้รับสิ่งพิเศษ ผู้ซื้อจะใช้เวลามากขึ้นในมาร์เก็ตเพลสอย่างเช่น Amazon ที่ซึ่งพวกเขาสามารถเปรียบเทียบราคาได้อย่างง่ายดาย นำเสนอชุดผลิตภัณฑ์ที่รวมสินค้าหลายรายการในราคาที่ถูกลง ซึ่งจะดึงดูดผู้ซื้อที่มองหาความคุ้มค่า และขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้คุณเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น 58% ของผู้บริโภคกล่าวว่าโซเชียลมีเดียจะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของพวกเขาในช่วงเทศกาลนี้ 3. ความภักดีต่อแบรนด์จะลดลง “ราคา”

Read More