TECHNOLOGY

Infofed ได้ Translucia ร่วมลงทุนช่วยผลักดันธุรกิจอีสปอร์ตขึ้นระดับภูมิภาค

บริษัท อินโฟเฟด จำกัด (Infofed) สตาร์ทอัพธุรกิจอีสปอร์ต ผู้ก่อตั้ง Thailand eSports Arena สนามกีฬาอีสปอร์ตแห่งแรกในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จ ได้ ทรานส์ลูเซีย (Translucia) ผู้ก่อตั้งและพัฒนาศูนย์รวมเมตาเวิร์สระดับโลก ในเครือ ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมลงทุน เพื่อช่วยผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพอย่างอินโฟเฟด ให้เติบโตขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจอีสปอร์ตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การร่วมลงทุนครั้งนี้ ส่งผลให้ Translucia ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของอินโฟเฟด ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้ อินโฟเฟด ได้เงินทุนไปเพื่อขยายการพัฒนาทีมขึ้นอีกระดับ แต่ยังช่วยให้ Translucia ผสานสตาร์ทอัพอีสปอร์ตชั้นนำในภูมิภาคนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลศูนย์รวมเมตาเวิร์ส ทรานส์ลูเซีย อีกด้วย นายจิรยศ เทพพิพิธ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโฟเฟด จำกัด เปิดเผยว่า อินโฟเฟดปิดดีลประวัติศาสตร์แห่งวงการอีสปอร์ตและเมตาเวิร์สได้เป็นผลสำเร็จ โดย Translucia ผู้พัฒนาศูนย์รวมเมตาเวิร์สระดับโลก ได้เข้าร่วมลงทุนในอินโฟเฟด ผ่านบริษัทลูก Translucia Ventures “การเข้ามาลงทุนใน อินโฟเฟด ของ Translucia สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ Translucia ในโอกาสการเติบโตในอนาคตของธุรกิจอีสปอร์ต ตลอดจนศักยภาพ วิสัยทัศน์ และเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจของอินโฟเฟด การลงทุนครั้งนี้ของ Translucia เป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างผู้นำการพัฒนาศูนย์รวมเมตาเวิร์สระดับโลกและธุรกิจอีสปอร์ตชั้นนำ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาอุตสาหกรรมอีสปอร์ตให้ก้าวไปสู่โลกเมตาเวิร์ส และร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งของวงการอีสปอร์ตไทย ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการดำเนินธุรกิจของอินโฟเฟด และ Translucia” นายจิรยศกล่าว ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที แอนด์ บี

Read More
TECHNOLOGY

การ์ทเนอร์ชี้ 6 เทรนด์ผลักดันการนำเทคโนโลยี Metaverse มาใช้อย่างแพร่หลายในอนาคต

การ์ทเนอร์เปิด 6 เทรนด์ช่วยผลักดันการนำเทคโนโลยี Metaverse มาใช้ในปัจจุบัน และจะยังเป็นเทรนด์หลักที่ขับเคลื่อนการใช้งานต่อไปอีก 3-5 ปีข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง มาร์ตี้ เรสนิค รองประธานฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์ กล่าวในงาน Gartner IT Symposium/Xpo ระบุว่า “แม้การนำเทคโนโลยี Metaverse มาใช้จนเป็นที่แพร่หลายในตลาดนั้นจะกินเวลานานกว่า 10 ปี แต่ยังมีแนวทางปฏิบัติที่องค์กรสามารถนำไปใช้ได้ในขณะนี้ อาทิ ใช้ในโปรแกรมการอบรมและพัฒนาพนักงานใหม่ เพิ่มความสามารถทางการขาย ใช้เพื่อการศึกษาระดับสูง หรือจัดอบรมทักษะทางการแพทย์และการทหาร รวมถึงสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งเสมือนจริง” “วันนี้ Metaverse ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ทว่าแนวโน้มเทคโนโลยี กรณีการใช้งานที่ได้รับการยอมรับและผลลัพธ์ทางธุรกิจต่าง ๆ ที่เกิดจาก Metaverse กำลังเริ่มนำคุณค่าด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีมาสู่องค์กร ซึ่ง Metaverse คือหนึ่งในเทคโนโลยีที่จะดิสรัปอุตสาหกรรมภาพรวม ถ้าองค์กรลงทุนระยะยาวและสร้างความแตกต่างได้อย่างแท้จริง” เรสนิคกล่าวเพิ่มเติม การ์ทเนอร์ให้คำจำกัดความ Metaverse ว่าเป็น “การมีปฏิสัมพันธ์ที่เหนือขึ้นไปอีกขั้นระหว่างโลกเสมือนและโลกความจริง” โดยเทคโนโลยี Metaverse ทำให้ผู้คนสามารถมีตัวตนเสมือนหรือเสริมกิจกรรมทางกายภาพได้ ด้วยการส่งต่อหรือเพิ่มกิจกรรมทางกายภาพไปยังโลกเสมือน หรือในทางกลับกันจากกิจกรรมในโลกเสมือนจริงไปยังเป็นกิจกรรมจริง ๆ การนำเทคโนโลยีต่าง ๆ ของ Metaverse มาใช้นั้นยังถือเป็นเรื่องใหม่และกระจัดกระจาย และการ์ทเนอร์ขอย้ำเตือนองค์กรให้ระมัดระวังการลงทุนสูง ๆ ในตลาด Metaverse เฉพาะว่า มันยังเร็วเกินไปที่จะทราบว่าควรลงทุนแบบใดเพื่อสร้างความสำเร็จในระยะยาว รวมถึงความเสี่ยงด้านจริยธรรม การเงิน และชื่อเสียงองค์กรในการลงทุนระยะแรก ๆ ที่ยังไม่ทราบความแน่ชัดของตลาด “ใช้เวลานี้เรียนรู้ สำรวจ และเตรียมพร้อมรับมือโลก Metaverse ด้วยการจำกัดการนำมาใช้งาน และลองพิจารณา 6 เทรนด์นี้ที่อาจสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่องค์กร” เรสนิค กล่าว

Read More
TECHNOLOGY

ดีพร้อม ร่วมมือ โตโยต้า ช่วยเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตต้นทุน ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผนึกความร่วมมือกับ โตโยต้า ประเทศไทย ร่วมฝึกอบรมการใช้ระบบคาราคุริ ไคเซ็น ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำในภาคการผลิต เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการในการลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมที่สามารถปรับใช้ได้งานในองค์กร สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยจัดอบรมในรูปแบบ Metaverse ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถทดลองปฏิบัติภายใต้เทคโนโลยีเสมือนจริง ทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นายเจตนิพิฐ รอดภัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แรงสะท้อนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประกอบกับมาตรการล็อคดาวน์ในจีน กระทบต่อภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับเศรษฐกิจในไทย ที่ประสบกับวิกฤตต้นทุนภาคการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงพลังงาน และต้นทุนวัตถุดิบในภาคการผลิตที่สูงขึ้น และปรากฎการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวต่ำสุดในรอบ 16 ปี ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เฝ้าติดตามสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เร่งหาแนวทางเพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ ดีพร้อม จึงร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำของประเทศญี่ปุ่น หรือ ระบบคาราคุริ ไคเซ็น (Karakuri Kaizen) ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่ปราศจากการใช้พลังงานการเคลื่อนที่โดยปราศจากการใช้พลังงานไฟฟ้า นำมาผสานเข้ากับความรู้การปรับปรุงกระบวนการผลิตตามแนวทางของ Toyota Production System (TPS) มาใช้กับสถานประกอบการไทยผ่านเทคโนโลยี Metaverse ที่มองว่าเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเสริมสร้างแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งภาคการบรรยายและภาคปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจแบบ BCG ที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการพัฒนานวัตกรรมในภาคการผลิตที่สามารถลดต้นทุนด้านพลังงาน ลดต้นทุนในการจัดซื้อนวัตกรรม รวมทั้งเป็นการฝึกฝนทักษะการแก้ปัญหาของบุคลากร ซึ่งจะช่วยพัฒนากระบวนการผลิตให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านระบบ Metaverse โดยผู้เข้าสัมมนาสามารถฝึกปฏิบัติได้ทันทีผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริงทั้ง 9 ฐานกิจกรรม อีกทั้งวิทยากรยังสามารถดูแลและตอบข้อซักถามของผู้เข้าร่วมอบรมได้ใกล้ชิด โดยผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาและคณะวิทยากรสามารถอยู่ในที่ตั้งของตนเองได้ เป็นการหลีกเลี่ยงการแออัดในสถานที่ฝึกอบรมมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้ากิจกรรมมากกว่า 50 คน นายเจตนิพิฐ

Read More
TECHNOLOGY

Metaverse โอกาสครั้งใหม่ในโลกยุคดิจิทัล

การเปิดตัวของเกมส์ออนไลน์ Roblox เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 สร้างปรากฏการณ์ให้ผู้คนรู้จักคอนเซ็ปต์ของจักรวาลเมตาเวิร์ส ที่มีมูลค่าตลาดสูงเกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปิดโลกจินตนาการให้กับอุตสาหกรรม ‘เมตาเวิร์ส’ แพลตฟอร์มที่สร้างโลกใบใหม่ให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อแบบเสมือนจริงกับครอบครัว เพื่อน สัตว์เลี้ยง ไปจนถึงอุปกรณ์ชิ้นโปรด และเป็นเส้นทางไปสู่เจเนอเรชันใหม่ของโลกโซเชียล คอนเซ็ปต์จักรวาลในรูปแบบเมตา กลายประเด็นที่อยู่ๆ ก็ได้รับความสนใจไปทั่วโลกในปี พ.ศ. 2564 ทั้งในแง่ของมูลค่าตลาดทุน เทคโนโลยีใหม่ๆ และผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 จากการที่กำไรจากโลกอินเทอร์เน็ตไร้สายกำลังค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ และการขาดคอนเทนต์ที่แปลกใหม่มาเป็นเวลานาน อีกทั้งวิธีการสื่อสาร วิธีการโต้ตอบ ความสามารถในการโต้ตอบ ธุรกิจต้องการสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ และการปฏิวัติในวิธีการนำเสนอคอนเทนต์อย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการทำกำไร ในขณะที่เทคโนโลยี 5G, AI บล็อกเชน และหน้าจอที่รองรับเทคโนโลยี XR (Extended Reality) ก็เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น และอินเทอร์เน็ตไร้สายก็ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าเดิม ธุรกิจอินเทอร์เน็ตรายใหญ่จำนวนมากเริ่มลงทุนเพื่อสร้างอนาคตและหาโอกาสใหม่ๆ ในขณะเดียวกัน ก็มีวิถีชีวิตช่วงโรคระบาดเป็นตัวเร่ง กิจกรรมหลายอย่างที่เคยทำแบบพบหน้าเปลี่ยนไปเป็นการทำผ่านประสบการณ์ออนไลน์ เส้นที่คั่นกลางระหว่างโลกเสมือนจริงและโลกแห่งความเป็นจริงบางลงเรื่อยๆ ผู้คนเริ่มต้องการประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือขั้นกว่าเดิม และการใช้ชีวิตที่มีประสิทธิภาพ ส่วนในแง่ของการนำไปใช้งานเชิงธุรกิจ เทคโนโลยี XR ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมความสามารถในอุตสาหกรรมการผลิตระดับโรงงาน การแพทย์ การค้าปลีก และในอีกหลายหลายบริบทที่เกี่ยวกับการเสริมทักษะผ่านระบบทางไกล การแนะนำการใช้งาน การบริหารระบบ และการศึกษาหาความรู้  และยังคงเข้าถึงการใช้งานรูปแบบใหม่อีกอย่างต่อเนื่อง กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของผู้คนในหลากหลายแง่มุม ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเมตาเวิร์สผ่านสุนทรพจน์ในหัวข้อเทคโนโลยี 5G ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่จะทำให้เมตาเวิร์สเป็นความจริง เขาเชื่อว่าเมตาเวิร์สได้เติบโตผ่านการพัฒนาของอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต ซึ่งอินเทอร์เน็ตก็ผ่านวิวัฒนาการรอบด้านในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา รวมไปถึงวิธีการเชื่อมต่อ ความเร็ว ประสบการณ์สื่อมัลติมีเดียต่างๆ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึง

Read More
INSIGHT NEWSTECHNOLOGY

กาตาร์ แอร์เวย์ส ก้าวสู่วงการ Metaverse ด้วยการเปิดตัว QVerse และ MetaHuman คนแรกของโลก

กาตาร์ แอร์เวย์ส (Qatar Airways) ได้ก้าวเข้าสู่วงการ Metaverse (เมตาเวิร์ส) ด้วยการเปิดตัว QVerse ซึ่งเปรียบเสมือนประสบการณ์จริง (VR) รูปแบบใหม่สำหรับผู้เข้าเยี่ยมชมบนเว็บไซต์ของสายการบิน ผู้เข้าใช้เว็บไซต์ http://www.qatarairways.com/QVerse สามารถทัวร์ชมและเช็คอินพรีเมียมแบบเสมือนจริงได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (HIA) รวมถึงสามารถทัวร์ชมภายในห้องโดยสารของเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งชั้นธุรกิจที่ชนะรางวัลอย่าง Qsuite และห้องโดยสารชั้นประหยัด และสามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล (PED) ได้อีกด้วย สายการบินแห่งชาติของประเทศกาตาร์ยังเป็นสายการบินระดับโลกรายแรกที่ได้เปิดตัวสมาชิกลูกเรือ MetaHuman ที่สามารถนำเสนอประสบการณ์ให้กับลูกค้าแบบเชิงโต้ตอบแบบดิจิทัลได้ นายอัคบาร์ อัล บาเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส กล่าวว่า “ด้วยขอบเขตทางกายภาพที่มีความท้าทายมากขึ้นเรื่อย ๆ ของ metaverse  มันจึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่เราจะเปิดรับเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางทุกคนได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครจากประสบการณ์ของผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้ชนะรางวัลของเรา” “ในฐานะสายการบินแรกที่ได้เปิดตัวสมาชิกลูกเรืออย่าง MetaHuman เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความปรารถนาอันแน่วแน่ของเราในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าของเรา เราตั้งตารอที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาปรับใช้เพื่อยกระดับการเดินทางที่สมบูรณ์ของผู้โดยสารของเราอยู่เสมอ” เขากล่าวเสริม ประสบการณ์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดยการใช้ Unreal Engine จาก Epic Games ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้สร้าง 3D แบบเรียลไทม์และ MetaHuman ที่ล้ำหน้าที่สุดในโลก กาตาร์ แอร์เวย์ส เป็นสายการบินระดับโลกแห่งแรกที่ได้เปิดตัวสมาชิกลูกเรือ MetaHuman ในห้องโดยสาร ด้วยโมเดลมนุษย์แบบ 3 มิติที่มีความเที่ยงตรงสูงที่มีชื่อว่า ‘Sama’ ซึ่งเป็นชื่อภาษาอาหรับที่แปลว่า “ท้องฟ้า” โดย ‘Sama’ สามารถนำเสนอประสบการณ์ให้กับลูกค้าด้วยการโต้ตอบได้ และสามารถนำพาพวกเขาไปสู่การค้นพบประสบการณ์แบบเสมือนจริงในขณะที่พาทัวร์ห้องโดยสารทั้งชั้นธุรกิจและชั้นประหยัดผ่านสคริปต์บรรยาย สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ได้รับรางวัล ‘สายการบินแห่งปี (Airline of the Year)’

Read More
INSIGHT NEWSTECHNOLOGY

เปิดกระแสการทำงานยุค Metaverse: เมื่อพนักงานพร้อมปรับ แล้วองค์กรพร้อมเปลี่ยนหรือยัง?

ธุรกิจต่าง ๆ เริ่มมองเห็นแนวทางการทำงานในรูปแบบออนไลน์ โดยสถานที่ทำงานเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตามสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุค Metaverse (เมตาเวิร์ส) จากงานสำรวจของเลอโนโวพบว่า พนักงานบริษัทกว่าครึ่ง (44%) พร้อมที่จะเริ่มเข้าสู่การทำงานแบบ เมตาเวิร์ส และเชื่อว่าการทำงานในรูปแบบใหม่นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานของพนักงานทุกคนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมตาเวิร์ส ถูกจำกัดความไว้ว่าเป็น ชุมชนโลกเสมือนจริง ที่มีทั้งผู้คน สถานที่ สิ่งของที่ถูกสร้างขึ้นในแบบดิจิทัล  โดยในอนาคต เมตาเวิร์ส จะกลายเป็นโลกแห่งยุคดิจิทัลอีกใบที่จะช่วยเข้ามาเติมเต็มการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน รวมไปถึงการทำงานในระดับขององค์กรต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจนั้น สามารถเข้าถึงและเชื่อมต่อซึ่งกันและกันเพื่อการทำงานได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในหลายบริษัทต่างเกิดข้อสงสัยว่าจะสามารถดึงความสามารถของ เมตาเวิร์ส ออกมาใช้อย่างสมบูรณ์แบบได้หรือไม่ โดยจากสถิติพบว่า  2 จาก 5 (ราว 43%) ของผู้ตอบแบบสอบถามต่างเชื่อว่า บริษัทของตนไม่สามารถทำได้ เพราะด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญที่ไม่เพียงพอจึงอาจไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้เข้าสู่ยุค เมตาเวิร์ส ในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพได้ มร. เคน หว่อง ประธานกลุ่มธุรกิจ Lenovo Solutions and Services Group กล่าวว่า “ความท้าทายของการเข้าสู่ยุค เมตาเวิร์ส คือการปรับตัวให้เข้ากับวิธีการทำงานในรูปแบบใหม่ที่จะทำให้องค์กรทุกขนาดสามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด เราสามารถนำเสนอธุรกิจในแบบแผนใหม่ ๆ รวมถึงเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น ความต้องการอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ทรงพลัง และฮาร์ดแวร์ที่จัดระบบการทำงานที่ดีขึ้น รวมไปถึงความยืดหยุ่นในการทำงานด้านไอที” ข้อมูลสำคัญจากการสำรวจพบว่า; พนักงานกว่าครึ่ง 44% มีความเต็มใจและความพร้อมที่จะเข้าสู่การทำงานในยุคเมตาเวิร์ส, 20% ไม่เต็มใจ , 21 % มีความเป็นกลาง และอีก 15% ยังไม่มั่นใจกับการทำงานในยุคเมตาเวิร์ส ครึ่งหนึ่งของคนวัยทำงาน 51% ต่างเห็นด้วยว่า ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของนายจ้าง ถือเป็นตัวบ่งชี้ความพร้อมในการก้าวเข้าไปสู่อีกยุคนั่นเอง ประชากรวัยทำงานมากกว่าครึ่งในบราซิล 53%

Read More
INSIGHT NEWSTECHNOLOGY

ทำความรู้จัก “Metaverse” ที่กำลังพูดถึงกันในปัจจุบัน มีความสามารถอะไรซ่อนอยู่บ้าง?

บทความโดย เซลินา หยวน ผู้จัดการทั่วไป หน่วยงานด้านธุรกิจระหว่างประเทศ อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ เมตาเวิร์ส (metaverse) คือโลกแห่งความเป็นไปได้อันไม่มีที่สิ้นสุด ที่เราเคยเห็นได้จากนวนิยายทางวิทยาศาสตร์ วิธีการง่ายที่สุดที่จะเข้าใจ metaverse ได้ดีคือการชมภาพยนตร์ฮอลลีวูดยอดนิยม เช่น Avatar และ Ready, Player One ในภาพยนตร์เหล่านี้ metaverse คือจักรวาลดิจิทัลสามมิติที่นักแสดงสามารถหลีกหนีจากความจริงทางกายภาพ สามารถมีส่วนร่วมกับผู้อื่นผ่านตัวตนจำลองในโลกเสมือนจริง (avatar: อวาตาร์) ของตนที่สร้างขึ้นมา และสามารถหาประสบการณ์จากทุกสิ่งที่ต้องการได้ โดยมีข้อจำกัดเพียงจินตนาการของมนุษย์และเทคโนโลยีเท่านั้น นอกจาก metaverse จะเป็นคู่แฝดทางดิจิทัลของความเป็นจริงในโลกทางกายภาพที่ยอดเยี่ยมของเราแล้ว ยังมีศักยภาพที่แท้จริงซ่อนอยู่ นั่นคือความสามารถในการใช้ความชาญฉลาดทางดิจิทัลที่เราใช้ประโยชน์อยู่แล้วให้มีประสิทธิผลมากขึ้น และทำให้มองเห็นแนวทางการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ ที่ไม่เช่นนั้นก็อาจยังคงซ่อนอยู่ออกมา และนี่อาจเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เราแก้ปัญหาต่าง ๆ ของโลกแห่งความเป็นจริง และสร้างโลกที่เขียวชอุ่มมากขึ้น มีความเสมอภาคและมีส่วนร่วมซึ่งกันและกันมากขึ้น และเป็นโลกที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ Metaverse ไม่เพียงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโลกเวอร์ชวลที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ ไปใช้จัดการปัญหาเร่งด่วนมากมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น การคาดการณ์ด้านต่าง ๆ จากรายงานของ Institute of Chartered Accountants in England and Wales และ British Chamber of Commerce Singapore แสดงให้เห็นว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความสุ่มเสี่ยงมากที่สุดในโลก โดยหกในยี่สิบประเทศทั่วโลกที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศอยู่ในภูมิภาคนี้ คือ ประเทศอินโดนีเซีย ไทย เมียนมาร์ มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ อุทกภัยคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า

Read More