TECHINSIGHT NEWSTECHNOLOGY

Microsoft เปิดตัว “Maia 200” ชิป AI อินเฟอเรนซ์เจเนอเรชันใหม่ ยกระดับประสิทธิภาพ

Microsoft เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมพร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน AI เปิดตัว “Maia 200” ชิปเร่งการประมวลผล AI สำหรับงานอินเฟอเรนซ์เจเนอเรชันล่าสุด ออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ AI อินเฟอเรนซ์ขนาดใหญ่ ด้วยประสิทธิภาพเหนือชั้นและต้นทุนในการประมวลผลที่ลดลง Maia 200 มอบสมรรถนะสูงในการรันโมเดล AI ที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ Azure ของไมโครซอฟท์ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ายิ่งขึ้น Maia 200 ผลิตด้วยกระบวนการ TSMC 3 นาโนเมตร ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์กว่า 1 แสนล้านตัว ตอบโจทย์งาน AI ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ ด้วยความสามารถในการประมวลผล 4-bit (FP4) ได้มากกว่า 10 PetaFLOPS และ 8-bit (FP8) ที่ประมาณ 5 PetaFLOPS ทำให้สามารถรันโมเดล AI ที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วและมีศักยภาพรองรับโมเดลในอนาคต โดยออกแบบระบบหน่วยความจำใหม่ทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านการส่งข้อมูล ด้วยระบบหน่วยความจำ HBM3e ขนาด 216GB ที่ความเร็ว 7 TB/s, on-chip SRAM ขนาด 272MB และ Data Movement Engine ที่ช่วยให้โมเดลขนาดใหญ่สามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ ประสิทธิภาพด้านราคาต่อหน่วย (perf/$) ยังดีกว่าระบบเดิมถึง 30% ทำให้ Maia 200 เป็นระบบอินเฟอเรนซ์ ประสิทธิภาพสูงที่สุดที่ไมโครซอฟท์เคยนำมาใช้งาน นอกจากนี้ Maia 200

Read More
TECHINSIGHT NEWSTECHNOLOGY

Microsoft เปิดตัวนวัตกรรม “Microfluidics” ยกระดับการระบายความร้อนชิป AI ได้ดีกว่าเดิมถึง 3 เท่า

Microsoft (ไมโครซอฟท์) ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีระบายความร้อนแบบใหม่ด้วย “Microfluidics (ไมโครฟลูอิดิกส์)” ซึ่งสามารถลดความร้อนของชิปได้ดีกว่าเทคโนโลยี Cold Plate ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันถึง 3 เท่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน รองรับการประมวลผล AI รวมถึงชิปเซ็ตรุ่นใหม่ๆ ที่มีความซับซ้อนและใช้พลังงานสูงได้อย่างยั่งยืน เทคโนโลยีไมโครฟลูอิดิกส์ของไมโครซอฟท์ใช้ช่องทางขนาดเล็กที่สลักไว้บนด้านหลังของชิปซิลิคอน เพื่อให้น้ำหล่อเย็นไหลผ่านโดยตรงไปยังจุดที่เกิดความร้อนมากที่สุด พร้อมทั้งใช้ AI วิเคราะห์ลักษณะการกระจายความร้อนเฉพาะของแต่ละชิป เพื่อควบคุมทิศทางการไหลของน้ำหล่อเย็นอย่างแม่นยำ จูดี้ พรีสต์ รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค Cloud Operations and Innovation ไมโครซอฟท์ กล่าวว่า “ไมโครฟลูอิดิกส์ เปิดโอกาสให้เราสามารถออกแบบระบบที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น เพิ่มฟีเจอร์ที่ลูกค้าต้องการ และให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าในพื้นที่ที่เล็กลง” จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ พบว่าไมโครฟลูอิดิกส์สามารถลดอุณหภูมิสูงสุดของซิลิคอนใน GPU ได้ถึง 65% (ขึ้นอยู่กับประเภทของชิป) คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Power Usage Effectiveness – PUE) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านความยั่งยืนของดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และรองรับการออกแบบชิปที่มีความหนาแน่นสูงขึ้นในอนาคต ไมโครซอฟท์ ยังร่วมมือกับ Corintis สตาร์ทอัพจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อออกแบบช่องระบายความร้อนที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เช่น เส้นใบไม้หรือปีกผีเสื้อ ซึ่งสามารถระบายความร้อนได้ดีกว่าร่องแบบตรง โดยใช้ AI ช่วยปรับแต่งให้เหมาะสมกับลักษณะความร้อนของชิปแต่ละชนิด ฮูซัม อลิสซา ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี Cloud Operations and Innovationไมโครซอฟท์ กล่าวถึง ไมโครฟลูอิดิกส์ ที่ถึงแม้จะไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่การนำมาใช้งานจริงยังเป็นความท้าทายของอุตสาหกรรม “การคิดเชิงระบบเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีไมโครฟลูอิดิกส์ ซึ่งจำเป็นจะต้องเข้าใจการทำงานร่วมกันของระบบ ตั้งแต่ซิลิคอน ของเหลวหล่อเย็น เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์” เทคโนโลยีนี้ยังช่วยให้สามารถเร่งประสิทธิภาพเซิร์ฟเวอร์ หรือ

Read More
TECHINSIGHT NEWSTECHNOLOGY

Microsoft เผยแนวคิด “Frontier Firm” องค์กรผู้นำยุค AI ชี้ทิศทางและบทบาทการทำงานที่เปลี่ยนไป

Microsoft เผยข้อมูลล่าสุดจากรายงานวิจัย Work Trend Index ฉบับปี 2025 มุ่งเน้นให้เห็นทิศทางการปรับตัวขององค์กรในประเทศไทยและทั่วโลก เพื่อมุ่งสู่สถานะ “Frontier Firm” หรือองค์กรระดับแนวหน้าด้านนวัตกรรม ผสานการทำงานของ AI และการสร้างทีมงานรูปแบบใหม่ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีพนักงานที่เป็นมนุษย์นำทีม และให้ทีมงานดิจิทัลอย่าง AI agent เป็นผู้ช่วยทำงานต่างๆ อย่างอัตโนมัติ รายงาน Work Trend Index ฉบับ 2025 นี้ รวบรวมข้อมูลผลสำรวจผู้บริหารและพนักงานรวม 31,000 คน จาก 31 ประเทศทั่วโลก ควบคู่ไปกับข้อมูลความเคลื่อนไหวในตลาดแรงงานโลกจาก LinkedIn รวมถึงข้อมูลจากการใช้งานจริงของกลุ่มผู้ใช้งาน Microsoft 365 ระดับองค์กร โดยในปีนี้ มีข้อมูลใหม่มาเพิ่มเติมจากกลุ่มสตาร์ทอัพสาย AI นักเศรษฐศาสตร์ และนักวิจัยอีกจำนวนหนึ่ง   นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยว่า “ผลสำรวจประจำปีนี้บอกเราว่าผู้บริหารในไทยตื่นตัวกันมากในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หลักขององค์กร โดยมีถึง 93% ที่มองว่าจะต้องคิดใหม่ วางทิศทางใหม่ให้ได้ในปีนี้ และเมื่อมองผลสำรวจในระดับโลก เห็นได้ชัดเจนว่าองค์กรชั้นนำกำลังลงมือปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน ยกระดับ AI จากเครื่องมือใช้งานทั่วไปให้กลายเป็นเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ และส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI agent อย่างลงตัว ซึ่งองค์กรเหล่านี้เองที่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ด้านนวัตกรรมในฐานะ ‘Frontier Firm’ เพื่อการเติบโตที่รวดเร็วยิ่งขึ้นต่อไป” ประเด็นสำคัญจากผลสำรวจ Work Trend Index 2025 มีดังต่อไปนี้ 1. “ความชาญฉลาดแบบพร้อมใช้” เป็นสิ่งที่สามารถซื้อได้

Read More
INSIGHT BRANDSMOBILETECH

Insight Brand — ‘Nokia Lumia’ สมาร์ตโฟนดี… แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

เมื่อพูดถึงแบรนด์ Nokia คงไม่มีใครที่ไม่นึกถึงสมาร์ตโฟนซีรีส์ Lumia อย่างแน่นอน ในยุคนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย และปัจจุบันซีรีส์ Lumia ออกสู่ตลาดมาแล้วกว่า 13 ปี แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีวางขายแล้วก็ตาม ดังนั้นในครั้งนี้เรามาย้อนดูที่มาที่ไปกันสักหน่อยว่าจุดเริ่มของการเดินทางของ Nokia Lumia เป็นอย่างไร… ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2011, Nokia ร่วมมือกับ Microsoft เปิดตัวสมาร์ตโฟน Lumia 800 และ Lumia 710 ที่รัน Windows Phone 7.5 Mango เป็นครั้งแรก โดยจุดเด่นสำคัญบนสมาร์ตโฟน Lumia ก็คือการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีหน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมด้วยเลนส์กล้องคุณภาพสูงอย่าง Carl Zeiss ต่อมาในปี 2012, Nokia เปิดตัว Lumia 900 และ Lumia 920 ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Unibody มีหน้าจอเทคโนโลยี ClearBlack AMOLED รวมถึงมีเทคโนโลยีกล้อง PureView และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย โดยในรุ่น Lumia 920 รันบน Windows Phone 8 อีกด้วย ปี 2013, Nokia เปิดตัว Lumia 1020 นับเป็นรุ่นที่เข้ามาปฏิวัติวงการกล้องบนสมาร์ตโฟนครั้งใหญ่ด้วยการนำเซนเซอร์กล้องความละเอียดสูงระดับ 41 ล้านพิกเซลมาใช้เป็นครั้งแรก

Read More
TECHINSIGHT NEWSNOTEBOOKS

เอซุส ชวนทำความรู้จักฟีเจอร์ AI ในโน้ตบุ๊ก ASUS AI PC ช่วยขับเคลื่อนการทำงานให้สะดวกยิ่งขึ้น!

AI ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันสำหรับคนในปัจจุบัน เราใช้ AI เข้ามาช่วยในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อวีดีโอ การทำพรีเซ้นเทชั่น แม้แต่การใช้งานวีดีโอคอลกับเพื่อนร่วมงาน หรือครอบครัว ล้วนแต่มี AI คอยประมวลผลอยู่เบื้องหลัง ช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น ฉลาดยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ASUS เองได้มีการพัฒนาซอฟท์แวร์ และผลักดันฟีเจอร์ AI เพื่อใช้งานในเครื่องโน้ตบุ๊ก ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันที่มากับตัวเครื่อง รวมถึงฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานต่างๆ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสะดวก และไหลลื่นมากขึ้น 1. ยกระดับพลังการสร้างสรรค์ด้วย Microsoft Copilot ซึ่งทำงานบนระบบปฎิบัติการ Windows 11 ส่งมอบความสามารถ AI สู่ผู้ใช้ ทั้งในเวลาทำงาน และนอกเวลางาน ช่วยคุณร่างเอกสารรายงานสำคัญ หรือเขียนอีเมลตอบกลับด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง Microsoft Copilot ก็สามารถแนะนำไอเดีย และสรุปเนื้อหา เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณในการวิเคราะห์ และให้คำแนะนำตามบริบท ตั้งแต่การเริ่มวางโครงเรื่อง ไปจนถึงการสร้างสรรค์เนื้อหา ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน และให้ความแม่นยำ เหมาะกับทั้งนักเรียนที่ต้องทำรายงาน หรือคนทำงานที่ต้องนำเสนอโปรเจกต์ Copilot จะช่วยรับประกันว่างานที่ออกมาจะได้รับการขัดเกลาอย่างดีเยี่ยม และตรงตามจุดประสงค์ที่ต้องการ 2. สร้างสรรค์งานด้วย AI กับ ASUS StoryCube เมื่อเหล่านักสร้างสรรค์ต้องการแรงบันดาลใจในการทำงาน ASUS StoryCube จะช่วยให้คุณทำได้ง่ายยิ่งขึ้น ตอบโจทย์สายครีเอเตอร์และนักเล่าเรื่อง รวมถึงผู้ที่ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยการใช้ความสามารถ AI ในการจัดระเบียบ และวิเคราะห์ไฟล์ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ไฟล์วีดีโอ หรือไฟล์เสียง ช่วยค้นเนื้อหาที่เหมาะสมได้ง่ายและรวดเร็ว สะดวกต่อการตัดต่อหนังสั้น หรือสร้างอัลบั้มภาพครอบครัว StoryCube สามารถวิเคราะห์วีดีโอที่มีความยาวหลายชั่วโมง และรูปภาพนับพันภาพ เพื่อแนะนำช่วงเวลาที่ดีที่สุด รวมถึงสร้างวีดีโอไฮไลท์

Read More
TECHINSIGHT NEWSTECHNOLOGY

Microsoft เผยเทรนด์ AI ที่ธุรกิจต้องจับตาในปี 2568

AI เปลี่ยนโลกคำนี้ไม่เกินจริง เพราะในปีที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นนำ AI เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพนักงานและผู้คนทั่วไป สำหรับในปี 2568 มั่นใจว่า AI ก็จะยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีความฉลาดและการทำงานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น สร้างผลกระทบเชิงบวก และนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้างมากขึ้น ทั้งช่วยปลดล็อคการทำงานของพนักงาน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร หาแนวทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศไทยและโลก ตลอดจนสร้างหลักการกำกับดูแลการใช้งาน AI ให้มีจริยธรรมและความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตามองในปี 2568 เพื่อให้องค์กรไทยทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และคนไทยได้เตรียมความพร้อมประยุกต์ใช้ AI ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างสิ่งใหม่ ๆ ความคิดสร้างสรรค์ และก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงบวกให้กับตนเอง สังคม และประเทศ ดังนี้ 1. Scaling Laws: AI จะยกระดับศักยภาพและเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในปีหน้า AI จะได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดยิ่งกว่าทุกการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ผ่านมา ฉีกกฏการเติบโตจากเดิมที่เติบโตด้วยตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกาลเวลา โดยคาดการณ์ว่า AI จะเพิ่มขึ้นแบบเป็นทวีคูณในทุก ๆ ครึ่งปี อันเป็นผลมาจากประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังในทุกมิติ และการนำเทคนิคที่เก่งกว่าเดิมมาประยุกต์ใช้กับข้อมูลและอัลกอริทึมของ AI ซึ่งองค์กรที่ได้เริ่มใช้และยังไม่ได้ใช้ AI จึงควรปรับตัวตามเรื่องนี้ให้ทัน AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยี แต่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยในการใช้ชีวิตและทำงานของทุกคน ภาคองค์กรต้องตระหนักถึงการนำ AI มาใช้เพื่อช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานตลอดจนโมเดลธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งปัจจุบัน มีหลายองค์กรในไทยที่นำ AI มาประยุกต์ใช้ในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพงาน และลดระยะเวลาในการทำงานให้กับพนักงานแล้ว จากรายงานของ IDC ประจำปี 2567 พบว่า 60%

Read More
TECHINSIGHT NEWSTECHNOLOGY

Microsoft เผยแนวทางการใช้ AI เพื่อปกป้องข้อมูลองค์กร เสริมความปลอดภัยทางไซเบอร์

ไมโครซอฟท์ เปิดรายงานด้านความปลอดภัยที่จัดทำขึ้นในปี 2567 เผยภาพรวมสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ พบว่าลูกค้าของไมโครซอฟท์ทั่วโลกเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์จากอาชญากรมากกว่า 600 ล้านครั้งต่อวัน ตั้งแต่การโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) ไปจนถึงฟิชชิ่ง (Phishing) และการโจมตีข้อมูลประจําตัว (Identity Attacks) ซึ่งข้อมูลทางสถิติชี้ให้เห็นว่า อาชญากรรมทางไซเบอร์และการฉ้อโกงที่มุ่งหวังผลประโยชน์ทางการเงินยังคงเป็นภัยคุกคามที่พบได้บ่อยที่สุด ทั้งนี้ วิธีการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่เพิ่มขึ้น 2.75 เท่า เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในขณะที่การโจมตีเรียกค่าไถ่ที่เข้าถึงขั้นตอนการเข้ารหัสข้อมูลกลับลดลงถึง 3 เท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเทคนิคการเข้าถึงที่พบมากที่สุดยังคงเป็นวิศวกรรมสังคม หรือ Social Engineering โดยเฉพาะการฟิชชิ่งทางช่องทางต่าง ๆ รวมถึงการขโมยข้อมูลประจำตัว และการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในแอปพลิเคชันที่เปิดให้บริการแบบสาธารณะ หรือระบบปฏิบัติการที่ไม่ได้รับการอัปเดต สำหรับการหลอกลวงผ่านทางเทคโนโลยี หรือ Tech scams เพิ่มสูงขึ้นถึง 400% ตั้งแต่ปี 2565 โดยในปีที่ผ่านมาได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มีความถี่รายวันเพิ่มขึ้นจาก 7,000 ครั้งในปี 2566 เป็น 100,000 ครั้งในปี 2567 ทั้งนี้ 70% ของภัยคุกคามที่เจาะเข้าระบบโครงสร้างพื้นฐานใช้เวลาในการโจมตีน้อยกว่าสองชั่วโมง ซึ่งอาจจะหายไปก่อนที่จะถูกตรวจพบ ความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการรักษาปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การใช้ AI เพื่อป้องกันภัยคุกคามต่อองค์กร การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นเรื่องที่จะต้องทำงานร่วมกันของทุก  คน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้ใช้งานทุกคนที่จะต้องมีมาตรการป้องกันและรับมือ ตลอดจนเครื่องมือที่ใช้ป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ได้มาตรฐานและมีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ และหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่องค์กรหลายแห่งนิยมใช้คือ AI โดยผลการศึกษาจาก PwC เผยว่า ยุคของ AI นำมาซึ่งโอกาสมากมายสำหรับบริษัทต่าง ๆ ตั้งแต่การเพิ่มผลผลิตไปจนถึงแอปพลิเคชัน AI และอื่น ๆ อีกมากมาย โดย

Read More
INSIGHT TALK

Insight Talk — Copilot+ PC แพลตฟอร์ม AI ใหม่ของ Microsoft คืออะไร?

ปี 2024 นับว่าเข้าสู่ยุค AI อย่างแท้จริง หลายแบรนด์เข็นโปรดักส์ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ออกสู่ตลาดมากมาย ล่าสุด Microsoft ก็ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ในชื่อ “Copilot+ PC” ดังนั้นในครั้งนี้เรามาทำความรู้จักกันสักหน่อย… ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! Copilot+ PC คืออะไร? แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับ Generative AI บน Windows 11 โดยเฉพาะ ทั้งนี้ภายในเครื่องพีซีหรือโน้ตบุ๊กจำเป็นต้องมีชิป Neural Processing Units (NPUs) เพื่อใช้ในการประมวลผลด้าน AI ด้วยนั่นเอง ซึ่งทาง Microsoft ระบุว่าสามารถประมวลผลข้อมูลได้ 45 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที Copilot+ PC มีฟีเจอร์ใหม่อะไรบ้าง? Microsoft ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามาหลายอัน เช่น  Recall : ฟีเจอร์ช่วยค้นหาและช่วยจดจำ โดยผู้ใช้เพียงพิมพ์คีย์เวิร์ดที่ต้องการค้นหาบนเครื่อง เช่น อีเมล ไฟล์เอกสาร แอป เว็บไซต์ หรือแชท ได้ทันที Cocreator : ฟีเจอร์สำหรับสร้างและปรับแต่งรูปภาพด้วย AI แบบเรียลไทม์ Restyle Image : ฟีเจอร์ที่ช่วยเปลี่ยนรูปธรรมดาในแอป Photos ให้กลายเป็นสไตล์ใหม่ได้ ซึ่งมีให้เลือกเปลี่ยนหลายสไตล์ ตัวอย่างเช่น แนว Cyberpunk หรือ แนว Claymation Live Captions : ฟีเจอร์แปลภาษาจากเสียงพูดให้เป็นภาษาอังกฤษแบบเรียลไทม์ ซึ่งรองรับมากถึง 40

Read More
INSIGHT TALK

Insight Talk — Symbian OS ระบบปฏิบัติการที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับความนิยมไปทั่วโลก!

เมื่อพูดถึงระบบปฏิบัติการบนสมาร์ตโฟนที่เคยได้รับความนิยมอย่างมากในอดีต คงไม่มีใครไม่รู้จัก “Symbian OS” อย่างแน่นอน ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับความนิยมไปทั่วโลก ในครั้งนี้เรามาย้อนดูจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่กันหน่อยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร… ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! ต้นกำเนิดของ Symbian OS ย้อนกลับไปใน ปี 1990, Psion บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สัญชาติอังกฤษ ได้เริ่มต้นโปรเจกต์พัฒนาระบบปฏิบัติการมือถือเวอร์ชัน 16 บิต อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ต่อมาใน ปี 1994, ได้เริ่มพัฒนาระบบปฏิบัติการมือถือเวอร์ชัน 32 บิต เป็นครั้งแรก ซึ่งเขียนด้วยโปรแกรมภาษา C++ โดยมีชื่อว่า “EPOC32” ปี 1998, Psion รีแบรนด์เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “Symbian Ltd” และได้ตกลงความร่วมมือกับแบรนด์มือถือชั้นนำอย่าง Nokia, Ericsson และ Motorola ถัดมาได้มีการเปลี่ยนชื่อระบบปฏิบัติการ “EPOC32” เป็น “Symbian OS”  ปี 2001, ระบบปฏิบัติการ “Symbian OS” ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนได้การยอมรับและสนับสนุนจากแบรนด์มือถือชั้นนำอย่าง Nokia, Samsung, LG, Sony Ericsson, Motorola, Fujitsu และ Sharp ปี 2004, Nokia เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท “Symbian Ltd”  ปี 2006, “Symbian OS” มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 67% ของตลาดสมาร์ตโฟนโลก พร้อมขึ้นแท่นเป็นเบอร์

Read More
TECHINSIGHT NEWSNOTEBOOKSTECHNOLOGY

Microsoft เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สุดล้ำใน Copilot+ PC และ Windows 11

ไมโครซอฟท์ นำเสนอประสบการณ์ใหม่บนระบบปฏิบัติการ Windows 11 สำหรับพีซี ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การทำงานในชีวิตประจำวันสะดวกมากยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังเสริมศักยภาพให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสถึงความสามารถใหม่ ๆ ที่ช่วยในการรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อน โดยฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้จะช่วยให้การทำงานบนคอมพิวเตอร์เร็วขึ้น ง่ายขึ้น และตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคนได้มากยิ่งขึ้น ในยุคแห่ง AI นี้ ไมโครซอฟท์มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดและนำไปสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งในปัจจุบัน นวัตกรรมไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้จินตนาการถึงวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายผ่านการใช้คำพูดของผู้ใช้งานเอง เพื่อเรียกหาแอปพลิเคชันที่ต้องการ ช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างลื่นไหล ไมโครซอฟท์มีเป้าหมายในการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Windows 11 ด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์ทุกผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ทำได้โดยไม่ยุ่งยากซับซ้อน ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ไม่เพียงแต่พูดถึงนวัตกรรม AI หรือแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น เพราะในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเปิดตัว Copilot+ PC ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่นำเสนอประสบการณ์จากขุมพลัง AI ให้กับลูกค้าที่ใช้งาน Windows เร็วๆ นี้ ลูกค้าที่ใช้ Copilot+ PC และ Windows 11 จะสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ ๆ มากมายที่ออกแบบมาเพื่อทำให้คอมพิวเตอร์ฉลาดขึ้น มีประโยชน์มากขึ้น และปลอดภัยยิ่งขึ้น ปฏิวัติประสบการณ์การใช้คอมพิวเตอร์ด้วยฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Copilot+ PC ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากตลาด เพราะได้รับการออกแบบมาให้ใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เป็นคอมพิวเตอร์ Windows ที่เร็ว ฉลาด และปลอดภัยที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยผู้เชี่ยวชาญในวงการเทคโนโลยีแนะนำว่าเป็นสินค้าที่ “ควรซื้อ” และหลายร้านค้าพบว่าลูกค้าให้ความสนใจมากขึ้น ไมโครซอฟท์จึงพร้อมที่จะพัฒนาต่อยอด โดยเพิ่มความสามารถพิเศษด้วยชิปประมวลผล AI ที่มีประสิทธิภาพสูง คอมพิวเตอร์ Windows 11 รุ่นใหม่ที่มี

Read More