TECHINSIGHT NEWSMOBILETECHNOLOGY

Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 7 Gen 4 แพลตฟอร์มมือถือใหม่ล่าสุด

บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อินคอร์ปอเรชั่น (Qualcomm Technologies, Inc.) เปิดตัวแพลตฟอร์มมือถือ Snapdragon® 7 Gen 4 ใหม่ล่าสุดในกลุ่ม 7-series แพลตฟอร์มใหม่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์มัลติมีเดียและส่งมอบประสิทธิภาพอันทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยีประมวลผลภาพขั้นสูง หรือเล่นเกมแนวแอคชั่นด้วยฟีเจอร์ Snapdragon Elite Gaming™ ผู้ใช้จะได้ดื่มด่ำกับสิ่งที่ชื่นชอบอย่างเต็มที่ Snapdragon 7 Gen 4 ยังมาพร้อม AI ล้ำสมัย รวมถึงรองรับผู้ช่วย Gen AI และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ที่ทำงานบนอุปกรณ์โดยตรง รวมถึงฟีเจอร์สร้างภาพด้วย stable diffusion ที่ไม่เคยมีมาก่อนในซีรีส์นี้ คริส แพทริค (Chris Patrick) รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายโทรศัพท์มือถือของ Qualcomm กล่าวว่า “Snapdragon 7 Gen 4 มอบศักยภาพใหม่ให้กับซีรีส์ 7 ด้วยประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในตัวฮาร์ดแวร์ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึก สร้างสรรค์ และแชร์ได้ง่ายกว่าที่เคย ด้วยพลังจากเทคโนโลยี Snapdragon Sound™ และการผสานเทคโนโลยีเสียงระดับพรีเมียม รวมถึงการรองรับ Qualcomm® Expanded Personal Area Network (XPAN) เป็นครั้งแรกนอกเหนือจากซีรีส์ 8 แพลตฟอร์มนี้จึงพร้อมมอบประสบการณ์มัลติมีเดียล้ำสมัยให้เข้าถึงได้กว้างยิ่งขึ้น” “ที่ HONOR เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Qualcomm Technologies ในการนำ Snapdragon 7 Gen

Read More
INSIGHT BRANDS

Insight Brand — ‘Snapdragon’ หนึ่งในชิปเซ็ตที่ทรงพลังระดับโลก

เมื่อพูดถึงชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูงที่นำมาใช้บนสมาร์ตโฟนรุ่นยอดนิยมของแบรนด์ชั้นนำต่างๆ คงหนีไม่พ้นค่าย Qualcomm ซีรีส์ Snapdragon อย่างแน่นอน ดังนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักชิปเซ็ตตัวแรงซีรีส์นี้กันสักหน่อย ถ้าพร้อมแล้ว Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! จุดกำเนิดของชิปเซ็ตพลังมังกร ย้อนกลับไปในปี 2007, Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ต ‘SoC’ (System on Chip) เจเนอเรชันแรกในชื่อ “Snapdragon S1” ซึ่งภายในมีหน่วยประมวลผล Single-core ความเร็ว 1GHz พร้อมกราฟิก Adreno 200 รวมถึงรองรับเทคโนโลยีเครือข่าย 3G อีกทั้งสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่นำชิปเซ็ตนี้ไปใช้ก็คือ HTC HD2 ปี 2011, Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ตเจเนอเรชันที่ 2 ในชื่อ “Snapdragon S2” ที่พัฒนามาใช้กราฟิก Adreno 205 จึงส่งผลให้ประสิทธิภาพกราฟิกดีขึ้น รวมถึงยังประหยัดพลังงานดีขึ้นจากชิปเซ็ตรุ่นก่อนอีกด้วย แต่ยังคงเป็นหน่วยประมวลผลแบบ Single-core ปี 2012, Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ตเจเนอเรชันที่ 3 ในชื่อ “Snapdragon S3” นับเป็นชิปเซ็ตตัวแรกที่เปลี่ยนมาใช้หน่วยประมวลผล Dual-core ความเร็วสูงถึง 1.7GHz พร้อมกราฟิก Adreno 220 อีกด้วย ถัดมาในปีเดียวกันได้เปิดตัวชิปเซ็ต “Snapdragon S4” ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ซึ่งนับเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่เป็นหน่วยประมวลผล Quad-core พร้อมกราฟิก Adreno 320 และรองรับเครือข่าย 4G LTE ปี 2013,

Read More
TECHINSIGHT NEWSMOBILETECHNOLOGY

Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 6 Gen 4 Mobile Platform เพิ่มประสบการณ์การเล่นเกมที่ดียิ่งขึ้น

บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อินคอร์ปอเรชั่น (Qualcomm Technologies, Inc.) เปิดตัว Snapdragon® 6 Gen 4 Mobile Platform ซึ่งมอบประสิทธิภาพที่โดดเด่น, อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และรองรับ AI ในซีรีส์นี้ครั้งแรก เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วโลกได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น Snapdragon 6 Gen 4 ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเกมเมอร์ที่ต้องการความละเอียดภาพระดับ 4K และคุณภาพเสียงไร้สายระดับสูงด้วย Snapdragon Sound™ หรือมืออาชีพที่ต้องการการเชื่อมต่อที่เสถียร และครีเอเตอร์ที่ต้องการถ่ายภาพและวิดีโอคุณภาพสูงทั้งกลางวันและกลางคืน ดีปู จอห์น (Deepu John) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Qualcomm Technologies, Inc. กล่าวว่า “Snapdragon 6 Gen 4 จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลาง ด้วยนวัตกรรมที่ก้าวล้ำในด้าน AI, การเล่นเกม และการถ่ายภาพ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานมากขึ้น พร้อมการเชื่อมต่อ 5G และ Wi-Fi ที่รวดเร็ว รองรับทุกกิจกรรมของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการเล่น, การสร้างสรรค์ หรือการทำงาน” Snapdragon 6 Gen 4 คาดว่าจะเปิดตัวในสมาร์ทโฟนจากผู้ผลิตชั้นนำ เช่น realme, OPPO และ Honor ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์มนี้ โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.qualcomm.com ————— ▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

Read More
TECHINSIGHT NEWSMOBILE

Qualcomm และ Samsung มอบนิยามใหม่ของสมรรถนะระดับพรีเมียม ใน Galaxy S25 Series

บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อินคอร์ปอเรชั่น (Qualcomm Technologies, Inc.) เปิดตัวแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟน Snapdragon 8 Elite for Galaxy พัฒนาร่วมกับซัมซุง และออกแบบเพื่อขับเคลื่อน Galaxy S25, S25 Plus และ S25 Ultra ทั่วโลก มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Qualcomm Oryon™ CPU  Gen 2 ที่ทรงพลังและรวดเร็วที่สุดในโลก, หน่วยประมวลผล GPU Qualcomm® Adreno™  ที่ปฏิวัติวงการและหน่วยประมวลผล Qualcomm® Hexagon™ NPU ที่ล้ำสมัย โดยแพลตฟอร์ม Snapdragon 8 Elite พร้อมส่งมอบสมรรถภาพการใช้งานที่เหนือชั้นพร้อมทั้งพลิกโฉมประสบการณ์ใหม่ในการใช้สมาร์ทโฟน Galaxy สำหรับผู้ใช้งาน Snapdragon 8 Elite for Galaxy แพลตฟอร์มชั้นนำที่มาพร้อมกับสมรรถนะ AI ระดับสูงสุดใน Galaxy S25 series รวมทั้งบริการ 5G และ Wi-Fi ระดับพรีเมียมด้วย Snapdragon® X80 5G Modem-RF และการเชื่อมต่อมือถือ Qualcomm® FastConnectTM 7800 รองรับความเร็วเซลลูลาร์และ Wi-Fi 7 ที่ล้ำสมัย นอกจากนี้ Galaxy S25 series ยังเป็นอุปกรณ์เชิงพาณิชย์รุ่นแรกที่มาพร้อมกับ Snapdragon®

Read More
INSIGHT TALK

Insight Talk — 5 สิ่งต้องรู้! ก่อนเลือกชิปเซ็ตสมาร์ตโฟน

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพโดยรวมของสมาร์ตโฟนคงหนีไม่พ้น “ชิปเซ็ต” ดังนั้นในครั้งนี้เรามาดูกันหน่อยว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ต้องรู้ ถ้าพร้อมแล้ว …ทีมงาน Insight Daily จะเล่าให้ฟัง! ชิปเซ็ต คืออะไร?  “ชิปเซ็ต” หรือเรียกอีกชื่อว่า “ซิสเต็มออนชิป” (SoC) คือ ชิปประมวลผลที่ผสานส่วนประกอบต่างๆ เช่น ซีพียู, จีพียู, หน่วยความจํา ไว้ในชิปซิลิคอนตัวเดียว ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกชิปเซ็ต มีอะไรบ้าง? • จำนวนคอร์ (Core)  แกนประมวลผลหลักยิ่งมีจำนวนคอร์เยอะยิ่งส่งผลถึงประสิทธิภาพของการประมวลผล ดังนั้นหากต้องการใช้งานได้อย่างราบรื่นควรเลือกเป็น Octa-Core  อย่างต่ำ เนื่องจากมีแกนประมวลผลจำนวน 8 คอร์  • ความเร็วสัญญาณนาฬิกา (Clock Speed) ตัวกำหนดความเร็วของแกนประมวลผลหลัก มีหน่วยวัดเป็นกิกะเฮิรตซ์ (GHz) ดังนั้นยิ่งมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาต่อคอร์สูงยิ่งส่งผลต่อความเร็วในการประมวลผล  • หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) อีกหนึ่งส่วนประกอบสําคัญที่ทำหน้าที่ประมวลผลด้านกราฟิกและวิดีโอโดยเฉพาะ ซึ่งในปัจจุบันมีชิป GPU หลากหลายตระกูลที่ได้รับความนิยม เช่น ชิปเซ็ต Qualcomm ตระกูล Snapdragon จะใช้ชื่อซีรีส์ Adreno, ชิปเซ็ต Samsung ตระกูล Exynos จะใช้ชื่อซีรีส์ Mali, ชิปเซ็ต MediaTek จะใช้ชื่อซีรีส์ Immortalis / Mali, ชิปเซ็ต Google Tensor จะใช้ชื่อซีรีส์ Mali เป็นต้น    • Neural Processing Unit (NPU) ปัจจุบันเข้าสู่ยุค AI

Read More
TECHINSIGHT NEWSMOBILE

จับตา! realme GT 7 Pro มาพร้อมขุมพลัง Snapdragon 8 Elite เปิดมาตรฐานใหม่ในตลาดสมาร์ตโฟนไฮเอนด์

เตรียมพบปรากฏการณ์ความแรงแห่งปี! เมื่อ realme แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เผยข้อมูลล่าสุดของสมาร์ตโฟนแฟล็กชิปรุ่นใหม่ “realme GT 7 Pro” ซึ่งเตรียมเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะเป็นแฟล็กชิปรุ่นแรกในประเทศไทย ที่ได้ใช้หน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่จากค่าย Qualcomm อย่าง “Snapdragon 8 Elite” พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของประสิทธิภาพซีพียูที่แรงล้ำเกินใคร ส่ง realme ยืนหนึ่งแบรนด์สมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์ที่แท้จริง สัมผัสประสิทธิภาพไร้คู่แข่งของ Snapdragon 8 Elite Snapdragon 8 Elite คือชิปเซ็ตเรือธงรุ่นปฏิวัติวงการโดยเป็นสถาปัตยกรรมซีพียูมือถือที่ทรงพลังขั้นสุด พัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีการผลิตระดับ 3 นาโนเมตร จึงมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมสถาปัตยกรรม 2+6 แกนประมวลผลแบบใหม่ซึ่งให้ความเร็ว Clock speed สูงที่สุดในอุตสาหกรรมมากกว่า 4GHz เมื่อผสานทั้งสถาปัตยกรรมขั้นสูงและการปรับแต่งที่ดีเยี่ยม ทำให้ Snapdragon 8 Elite มอบพลังที่ไร้คู่แข่ง พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของสมาร์ตโฟนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในยุคดิจิทัล ในฐานะสมาร์ตโฟนเรือธงที่ใช้ซีพียู Snapdragon 8 Elite เป็นรุ่นแรกในไทย ทำให้ realme GT 7 Pro มีประสิทธิภาพสูงสุดในกลุ่มเรือธงของแอนดรอยด์ ด้วยคะแนน Antutu สูงทะลุ 3 ล้าน ซึ่งไม่เพียงแต่พลังการประมวลผลอันดุดันเท่านั้น แต่ยังผสานทั้งความเร็ว ประสิทธิภาพ และบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว การตัดสินใจติดตั้ง Snapdragon 8 Elite จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ realme ในการมอบประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ดีที่สุดอยู่เสมอ แฟล็กชิปที่จะสร้างปรากฏการณ์ในตลาดมือถือไฮเอนด์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ GT series

Read More
INSIGHT TALK

Snapdragon X Series ชิปซีรีส์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ!

หลังจากที่ Microsoft เปิดตัว Surface Laptop และ Surface Pro รุ่นใหม่เป็นที่เรียบร้อย แต่มีอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานก็คือทั้งสองรุ่นได้นำชิปซีรีส์ใหม่อย่าง Snapdragon X Series มาใช้เป็นครั้งแรก ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกันสักหน่อยว่าชิปรุ่นดังกล่าวมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง… ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย! Snapdragon X Series โฉมใหม่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม! ชิปซีรีส์นี้แบ่งย่อยออกเป็น 2 รุ่น คือ X Elite และ X Plus โดยใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 นาโนเมตร บนสถาปัตยกรรม Qualcomm Oryon (ARM) รองรับ 64 บิต ซึ่งในรุ่น X Elite มี 12 คอร์ ความเร็วสูงสุด 3.8 GHz ส่วนรุ่น X Plus มี 10 คอร์ ความเร็วสูงสุด 3.4 GHz รวมถึงทั้งสองรุ่นรองรับหน่วยความจำ LPDDR5x และมีหน่วยความจำ Cache ที่ 42 MB  นอกจากนี้มาพร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno โดยในรุ่น X Elite มีความเร็วประมวลผล 4.6 TFLOPS ส่วนรุ่น X Plus มีความเร็วประมวลผล 3.8 TFLOPS และรองรับ DirectX

Read More
TECHAUTOMOTIVECARSINSIGHT NEWSTECHNOLOGY

Qualcomm นำร่องมิติใหม่แห่งยานยนต์ ณ งาน CES 2024

วันนี้ ณ งาน CES 2024 บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อินคอร์ปอเรชั่น (Qualcomm Technologies, Inc.) ตอกย้ำโมเมนตัมระดับโลกและตำแหน่งผู้นำในฐานะพันธมิตรที่อุตสาหกรรมยานยนต์เลือกใช้ โดยมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมที่ล้ำสมัยและกว้างขวางของแพลตฟอร์ม Snapdragon® Digital Chassis ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้นของโซลูชันที่มีประสิทธิภาพสูง เปิดกว้าง และสามารถต่อยอดได้ ทำให้ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์กลายเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจและตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ และทำให้บริษัทฯกลายเป็นขุมพลังสำคัญในการกำหนดอนาคตของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ “ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์เป็นพันธมิตรที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไว้วางใจมานานกว่าสองทศวรรษ เราส่งมอบนวัตกรรมและแพลตฟอร์มอันเป็นที่ยอมรับผ่าน Snapdragon Digital Chassis เพื่อกำหนดนิยามใหม่สำหรับรถยนต์”  Nakul Duggal รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายยานยนต์และการประมวลผลแบบคลาวด์ บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อินคอร์ปอเรชั่น กล่าว โดยเสริมว่า “ความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก ซัพพลายเออร์แนวหน้าและพันธมิตรในระบบนิเวศ และกำลังนำทางเข้าสู่อนาคตของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์” ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ มีกลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยียานยนต์ที่กว้างขวางที่สุด ครอบคลุมทุกโดเมนหลักของยานพาหนะ และยังคงขยายพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นผู้นำนวัตกรรม รวมถึงการสนับสนุนรถสองล้อและกลุ่มไมโครโมบิลิตี้ (Micro Mobility) บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจการเข้าสู่ปีที่ 20 ในการจัดหาเทคโนโลยีให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีรายได้เติบโตสองหลักเมื่อเทียบเป็นรายปี อันเป็นผลมาจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของโซลูชัน Snapdragon Digital Chassis ซึ่งรองรับด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ยกระดับประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับในแบบตัวเอง ด้วยแพลตฟอร์ม Snapdragon Auto Connectivity การเชื่อมต่อยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในอุตสาหกรรมยานยนต์และขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมที่เหนือชั้น ด้วยแผนกลยุทธ์ของ Snapdragon Auto Connectivity Platform ซึ่งพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์อันยาวนานหลายทศวรรษของควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ในด้านการเชื่อมต่อ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์พร้อมที่จะรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในด้านความปลอดภัยและความชาญฉลาดจากบริการเชื่อมต่อ, LTE, 5G, เทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างยานพาหนะกับสิ่งต่างๆ (Vehicle-to-Everything)

Read More
INSIGHT NEWSTECHTECHNOLOGY

Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 8 Gen 3 พร้อมนำ Generative AI ทะยานสู่คลื่นลูกใหม่แห่งวงการสมาร์ทโฟน

Snapdragon 8 Gen 3 คือแพลตฟอร์มบนโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกจากควอลคอมม์ (Qualcomm) ที่ออกแบบโดยคำนึงถึง Generative AI อย่างพิถีพิถัน แพลตฟอร์มนี้นำเสนอ AI ระดับแถวหน้าของอุตสาหกรรม กล้องที่มีความสามารถระดับท็อปชาร์ต การเล่นเกมสุดท้าทายในการใช้คอนโซล เสียงคุณภาพระดับสตูดิโอ ทั้งหมดนี้เชื่อมต่อด้วยระบบที่เร็วที่สุดในโลกเพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์ที่ผู้ใช้ต้องการ คาดว่าสมาร์ทโฟนระบบ Android ที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์ม Snapdragon 8 Gen 3 พร้อมวางจำหน่ายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ณ งานประชุม Snapdragon Summit บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อินคอร์ปอเรชั่น (Qualcomm Technologies, Inc.) ประกาศเปิดตัว Snapdragon® 8 Gen 3 แพลตฟอร์มมือถือระดับพรีเมียมล่าสุด แพลตฟอร์มจอมพลังแห่ง Device Intelligence ที่แสดงผลระดับแนวหน้า และประสิทธิภาพด้านพลังงาน ในฐานะผู้นํา SoC ด้านสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ระดับพรีเมียม โปรเซสเซอร์ล่าสุดของควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์จะนํามาใช้สําหรับสมาร์โฟนชั้นนำโดย OEMs และแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกอย่าง ASUS, Honor, iQOO, MEIZU, NIO, Nubia, OnePlus, OPPO, realme, Redmi, RedMagic, Sony, vivo, Xiaomi และ ZTE “Snapdragon 8 Gen 3 รวบรวม AI ชั้นยอดจากทั่วทั้งวงการเพื่อมอบประสิทธิภาพสุดล้ำและประสบการณ์ที่เหนือชั้นให้กับผู้ใช้งาน  แพลตฟอร์มนี้เรียกได้ว่าเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของ Generative AI

Read More
INSIGHT NEWS

OnePlus ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี Ray Tracing เสริมทัพ OPPO และ Qualcomm สู่อีกขั้นของเกมมือถือ

การกำเนิดเกมระดับ AAA บนแพลตฟอร์มมือถือเป็นการตอกย้ำแนวโน้มที่เกมมือถือได้ก้าวไปสู่ยุคใหม่ นักเล่นเกมมือถือในปัจจุบันสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์ภาพอย่างล้ำลึกโดยการปรับตั้งค่าเกมทั้งความละเอียดและเอฟเฟกต์แสง พร้อมกันนั้น ผู้เล่นยังต้องการประสบการณ์ระดับพรีเมียมแบบเดียวกันกับที่ทำบนพีซี ซึ่งหมายความว่า ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจำเป็นต้องเตรียมพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ดีขึ้น และนำเสนอภาพกราฟิกที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เทคโนโลยี Ray Tracing มีไว้สำหรับการจำลองเอฟเฟกต์การสะท้อนและการหักเหของแสง เพื่อสร้างเอฟเฟกต์แสงและเงาตามให้สมจริง สิ่งนี้ต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลที่สูงจากฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนด์ และมีอุปสรรคหลายประการในการมอบเทคโนโลยีนี้จากพีซีไปยังแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนเนื่องจากพื้นที่จำกัด ณ งาน Snapdragon Summit 2022, ได้มีการนำเสนอความร่วมมือระหว่าง OPPO และ Qualcomm Technologies, Inc. เพื่อนำเทคโนโลยี Ray Tracing มาสู่ Snapdragon® 8 Gen 2 Mobile Platform เนื่องจากพวกเขาเข้าใจความต้องการของนักเล่นเกมมือถือ OnePlus จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาร่วมกันนี้ ภายใต้สโลแกน “Never Settle” OnePlus มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงให้กับผู้ใช้ โดยแนะนำสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่มาพร้อมประสิทธิภาพการเล่นเกมที่โดดเด่นอยู่เสมอ Kinder Liu ประธานบริษัท OnePlus กล่าวว่า “OnePlus มุ่งมั่นที่จะมอบผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยประสบการณ์ที่รวดเร็วลื่นไหลแก่แฟน ๆ ด้วยคอมมูนิตี้ของเรา เราสามารถรับฟังความต้องการของผู้ใช้ในการเล่นเกมและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกนี้ในการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี ray tracing บนสมาร์ทโฟน คือการตอกย้ำคำมั่นสัญญาของเราให้กับผู้ใช้งาน เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ราบรื่นและสนุกมากยิ่งขึ้น” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักพัฒนาเกมได้เปลี่ยนเกม AAA จากพีซีมาสู่แพลตฟอร์มสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก OnePlus ก็เช่นกัน เราพัฒนาและปรับปรุงทั้งหน้าจอ ชิปเซ็ต และการเพิ่มประสิทธิภาพซอฟต์แวร์ โดยร่วมมือกับนักพัฒนาเกมเพื่อให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมและสมจริงยิ่งขึ้น ในปี 2019 OnePlus ได้เปิดตัว OnePlus 7 Pro

Read More