นักลงทุนเรียนรู้อะไรได้บ้าง จากคำเตือนของบิล เกตส์ เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มาร์ก เลซีย์ หัวหน้าฝ่าย Global Resource Equities Schroders หนังสือเล่มใหม่ของบิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ช่วยย้ำความมั่นใจในการลงทุนด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานใหม่ โดยบิล เกตส์ ซึ่งก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่างไมโครซอฟท์ เป็นบุคคลที่สามารถเข้าถึงข่าวสารและข้อมูลเชิงลึก อีกทั้งการที่มูลนิธิของเขาประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจด้านการแก้ไขปัญหาสุขภาพและการศึกษา ยังแสดงถึงความเอาจริงเอาจังของเขาในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ดูเหมือนว่าไม่มีทางออกอีกด้วย ในหนังสือเล่มนี้ บิลยกประเด็นท้าทายของศตวรรษ คือ ทำอย่างไรเราจึงจะหยุดยั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปีละ 51 ล้านตันโดยเร็วที่สุดอย่างคุ้มค่าและสมดุล เพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติทางธรรมชาติอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในฐานะผู้จัดการกองทุนซึ่งให้ความสำคัญกับเทรนด์ดังกล่าวอย่างมาก แนวทางการแก้ไขปัญหาที่บิล เกตส์นำเสนอนั้นถือเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุนกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว บิล ระบุถึงความจำเป็นที่ต้องลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล (เช่นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ) โดยเร็ว และตั้งเป้าให้การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในระยะเวลา 30 ปีนับจากนี้ แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลอีกเลย เพราะนอกจากอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าและการขนส่งทางบกแล้ว ภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การผลิตเหล็กกล้า ซีเมนต์ ปุ๋ย และพลาสติกมวลเบายังมีแนวโน้มที่จะยังคงต้องใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่แทนที่จะปล่อยก๊าซคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศ เราอาจจำเป็นต้องหาวิธีเพื่อกักเก็บเอาไว้แทน บิล ระบุว่า เราต้องลงทุนทั้งเวลาและเงินทุนในการแก้ปัญหาเพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติทางธรรมชาติอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทันที เพราะมีแนวโน้มว่าปัญหาดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรงยิ่งกว่าการถดถอยทางเศรษฐกิจทุกครั้งตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมกัน โดยบิลยังระบุว่า เราจำเป็นที่จะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เหลือศูนย์ หรือใกล้เคียงภายในปี 2593 เนื่องจากหากเราไม่แก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง จะเป็นการเดินหน้าสู่หายนะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การพึ่งพาแหล่งพลังงานจากฟอสซิลเช่นในปัจจุบันทำให้การเริ่มต้นสร้างความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง ไม่เพียงเพราะเราใช้พลังงานฟอสซิลในแทบทุกกิจกรรมที่เราทำ ตั้งแต่การขับรถไปจนถึงการแปรงฟัน แต่ยังเป็นเพราะพลังงานฟอสซิลมีราคาแสนถูกเมื่อเทียบกับพลังงานจากแหล่งอื่น เราจึงต้องมุ่งมั่นที่จะหาแนวทางในการลดต้นทุนของการผลิตพลังงานสะอาดที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงเป็นศูนย์ ไม่เช่นนั้นกระบวนการเปลี่ยนผ่านก็จะเป็นไปอย่างล่าช้า เนื้อหาของหนังสือในส่วนถัดมาเริ่มแสดงให้เห็นถึงความหวัง เนื่องจากมีแนวทางมากมายที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการผลิตพลังงาน การขนส่ง การเกษตร และการผลิต ทั้งนี้ รัฐบาลของประเทศต่างๆ เริ่มหันมาให้ความร่วมมือมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยข้อตกลงปารีส เมื่อปี 2558 ถือเป็นก้าวสำคัญของการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน
Read More