LIFESTYLEBUSINESSINSIGHT NEWS

TOYOTA ชวนไทย “เลือกอนาคตที่ดี” ผ่านแคมเปญสร้างสรรค์ “ลดเปลี่ยนโลก”

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมโลกที่นำมาซึ่งวิกฤตการณ์อันรุนแรง อนาคตของประเทศไทยเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัญหา “โลกเดือด” ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สภาพอากาศแปรปรวน ภัยแล้ง ภัยพิบัติ และความเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม ล้วนสะท้อนผลกระทบที่จะกระทบต่อทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการดำรงชีวิตที่ลำบากขึ้น ผลผลิตทางการเกษตรลดลง หรือแม้กระทั่งการสูญเสียสมดุลทางธรรมชาติในระบบนิเวศ เพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญของการลงมือเปลี่ยนแปลง โตโยต้าได้เปิดตัวแคมเปญสุดสร้างสรรค์ “ยินดีต้อนรับสู่อนาคตประเทศไทย | Experience Future Thailand” ภายใต้โครงการ “ลดเปลี่ยนโลก” ผ่านการนำเสนอภาพอนาคตของประเทศไทยที่อาจเกิดขึ้นจริง โดยเปรียบเทียบอนาคตที่ดีและอนาคตที่เลวร้ายเพื่อกระตุ้นให้คนไทยเกิดคำถามกับตัวเองว่า “เราอยากอยู่ในอนาคตแบบไหน?” หนังโฆษณาเพื่อปลุกจิตสำนึกและสร้างแรงบันดาลใจ หนังโฆษณาชิ้นนี้ใช้การอ้างอิงข้อมูลเชิงวิชาการที่แม่นยำ ถ่ายทอดภาพจำลองอนาคตที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด ผ่านเนื้อหาและการเล่าเรื่องที่โดดเด่น โดยหวังให้ผู้ชมตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม พร้อมชวนให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีผ่านพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน กิจกรรม “ลดเปลี่ยนโลก กับโตโยต้า” โตโยต้าก้าวไปอีกขั้นด้วยการเชิญชวนคนไทยร่วมเปลี่ยนแปลงอนาคต ผ่านกิจกรรม “ลดเปลี่ยนโลก” ที่เน้นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิด “ยิ่งลดมาก ยิ่งช่วยโลกได้มาก” ทุกการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การบริโภค หรือการลดใช้พลังงาน ล้วนสามารถเปลี่ยนโลกและสร้างความยั่งยืนได้ ร่วมสร้างอนาคตประเทศไทยที่ดีกว่าไปกับโตโยต้า โตโยต้าเชื่อมั่นว่า “ทุกการกระทำคือพลังเปลี่ยนโลก” และการร่วมมือกันในวันนี้ จะนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าสำหรับคนไทยทุกคน แอดไลน์ @LodPlienLok เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดวิกฤตโลกเดือดและสร้างอนาคตที่ดีให้ประเทศไทย หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://lin.ee/wdm0NLv ————— ▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!  

Read More
TECHNOLOGY

ดีพร้อม ร่วมมือ โตโยต้า ช่วยเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตต้นทุน ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผนึกความร่วมมือกับ โตโยต้า ประเทศไทย ร่วมฝึกอบรมการใช้ระบบคาราคุริ ไคเซ็น ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำในภาคการผลิต เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการในการลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมที่สามารถปรับใช้ได้งานในองค์กร สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยจัดอบรมในรูปแบบ Metaverse ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถทดลองปฏิบัติภายใต้เทคโนโลยีเสมือนจริง ทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นายเจตนิพิฐ รอดภัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แรงสะท้อนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประกอบกับมาตรการล็อคดาวน์ในจีน กระทบต่อภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับเศรษฐกิจในไทย ที่ประสบกับวิกฤตต้นทุนภาคการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงพลังงาน และต้นทุนวัตถุดิบในภาคการผลิตที่สูงขึ้น และปรากฎการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวต่ำสุดในรอบ 16 ปี ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เฝ้าติดตามสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เร่งหาแนวทางเพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ ดีพร้อม จึงร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำของประเทศญี่ปุ่น หรือ ระบบคาราคุริ ไคเซ็น (Karakuri Kaizen) ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่ปราศจากการใช้พลังงานการเคลื่อนที่โดยปราศจากการใช้พลังงานไฟฟ้า นำมาผสานเข้ากับความรู้การปรับปรุงกระบวนการผลิตตามแนวทางของ Toyota Production System (TPS) มาใช้กับสถานประกอบการไทยผ่านเทคโนโลยี Metaverse ที่มองว่าเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเสริมสร้างแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งภาคการบรรยายและภาคปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจแบบ BCG ที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการพัฒนานวัตกรรมในภาคการผลิตที่สามารถลดต้นทุนด้านพลังงาน ลดต้นทุนในการจัดซื้อนวัตกรรม รวมทั้งเป็นการฝึกฝนทักษะการแก้ปัญหาของบุคลากร ซึ่งจะช่วยพัฒนากระบวนการผลิตให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านระบบ Metaverse โดยผู้เข้าสัมมนาสามารถฝึกปฏิบัติได้ทันทีผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริงทั้ง 9 ฐานกิจกรรม อีกทั้งวิทยากรยังสามารถดูแลและตอบข้อซักถามของผู้เข้าร่วมอบรมได้ใกล้ชิด โดยผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาและคณะวิทยากรสามารถอยู่ในที่ตั้งของตนเองได้ เป็นการหลีกเลี่ยงการแออัดในสถานที่ฝึกอบรมมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้ากิจกรรมมากกว่า 50 คน นายเจตนิพิฐ

Read More