เวสลีย์ อิ้ง (Wesley Ng)ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งกล่าวว่า “CASETiFYมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับศิลปินชาวไทยที่มีความสามารถหลากหลายอย่างเจฟซาเตอร์ในฐานะที่เราเป็นเวทีระดับโลกสำหรับการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์เราพบว่าการสนับสนุนผู้มีความสามารถและเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาเป็นสิ่งสำคัญมากในการเป็นพื้นที่แบ่งปันกับคนทั่วโลกได้นอกจากนี้เรายังรู้สึกตื่นเต้นกับการเป็นพันธมิตรกับWarner Music Thailand ขุมพลังแห่งการสร้างสรรค์และผู้สนับสนุนศิลปินท้องถิ่นและนานาชาติซึ่งเชื่อว่าเราจะร่วมมือการสร้างสรรค์สิ่งที่น่าตื่นเต้นร่วมกันในอนาคตอีกมากมาย”
จากเพลงรักบัลลาด สู่แรงบันดาลใจคอลเลกชัน Jeff Satur x CASTiFY
“ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง (Fade)” เพลงรักที่บอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกและความทรงจำในช่วงหนึ่ง บทเพลงสะท้อนถึง ใครคนหนึ่งที่ไม่สามารถลืมความรักในอดีต ไม่รู้ว่าวิธี “ลืม” ใครสักคนต้องทำยังไง ความรักยังคงติดอยู่ในใจไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม ซึ่งเป็นที่มาของแรงบันดาลใจของคอลเลกชัน Jeff Satur x CASTiFY ที่เปิดตัวพร้อมกับมิวสิกวิดีโอสุดโรแมนติก ผ่านการนำเสนอแนวคิดการเดินทางข้ามเวลา 3 ช่วงเวลาที่แตกต่างกัน รวมถึงความชอบพิเศษของเจฟต่อทุกสิ่งที่ชวนให้คิดถึงความหลัง
เจฟใช้องค์ประกอบที่ชวนให้คิดถึงจากยุคประวัติศาสตร์ เพื่อแสดงความสนใจในศิลปะย้อนยุค โดยเฉพาะยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (ยุคเรเนซองส์) นอกจากนี้ เขายังแสดงความสามารถด้านกวี ด้วยการยกคำพูดที่สวยงาม อาทิ “When we get older, we will be free” (เมื่อเราโตขึ้น เราจะเป็นอิสระ) และ “There’s no one perfect answer to one perfect question” (ไม่มีคำตอบใดที่สมบูรณ์แบบสำหรับคำถามที่สมบูรณ์แบบเพียงข้อเดียว) มาไว้บนเคสชุด Memories Pieces อย่างมีสไตล์