รีวิว ROG Xbox Ally (2025) มิติใหม่เครื่องเล่นเกมพกพา DNA แห่งความแรงสไตล์ Xbox
ROG Ally คือหนึ่งในตระกูลเครื่องเกมพกพาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวพร้อมประสิทธิภาพที่โดนใจฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ ล่าสุดพึ่งได้เปิดตัวรุ่นใหม่ปี 2025 ซึ่งก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 3 โดยเป็นการพลิกโฉมวงการเครื่องเกมพกพาด้วยการพัฒนาและออกแบบร่วมกับ Xbox จนกลายมาเป็น “ROG Xbox Ally (2025)” ที่ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพให้ดีขึ้นในทุกด้านเพื่อให้เกมเมอร์ได้สัมผัสประสบการณ์ความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด
เลือกอ่านตามหัวข้อ
1. Specification / รายละเอียดสเปก
2. Design / งานออกแบบ
3. Highlights / จุดเด่น
4. Performance / ประสิทธิภาพ
5. Wrap-up / บทสรุป
Specification
รายละเอียดสเปกของ ROG Xbox Ally
- Display : หน้าจอทัชสกรีน IPS 7 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080), ความสว่างสูงสุด 500 nits 100% sRGB ครอบด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass Victus, Refresh Rate 120Hz, รองรับ AMD FreeSync Premium
- CPU : AMD Ryzen Z2 A Processor 2.8GHz (6MB Cache, up to 3.8 GHz, 4 cores, 8 Threads)
- GPU : AMD Radeon Graphics
- Memory : 16GB LPDDR5X (6400MT/s dual channel)
- Storage : 512GB (PCIe 4.0 NVMe M.2 SSD) และรองรับ microSD (UHS-II)
- I/O Ports : USB 3.2 Gen 2 Type-C (DisplayPort), USB 3.2 Gen 2 Type-C (Power Delivery), Combo Audio Jack 3.5mm
- Wi-Fi / Bluetooth : Wi-Fi 6E (802.11ax) (Triple band) 2*2, Bluetooth 5.4
- Battery : 60WHrs (4-cell Li-ion) รองรับชาร์จเร็ว 65W (PD)
Design
ดีไซน์ตัวเครื่อง ROG Xbox Ally
ROG Xbox Ally (2025) ปรับโฉมดีไซน์ใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น รวมถึงตัวเครื่องมาในโทนสีขาวโดดเด่น พร้อมแฝงลวดลายกราฟิกกลิ่นอายความเป็น Republic of Gamers (ROG) อันเป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างครบถ้วน
ลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งของ ROG Xbox Ally (2025) คือการออกแบบตัวเครื่องให้มีความโค้งมนสอดรับกับสรีระมือช่วยให้จับถือได้กระชับเปรียบเสมือนกำลังจับคอนโทรลเลอร์ Xbox นอกจากนั้นยังเพิ่มความความโดดเด่นด้วยไฟวงแหวน RGB ใต้ปุ่มอนาล็อกสติ๊กเพื่อบ่งบอกความเป็นเกมเมอร์ตัวจริง
ด้านบนตัวเครื่องเป็นบริเวณพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ เช่น USB 3.2 Gen 2 Type-C จำนวน 2 ช่อง, ช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. และช่องเสียบการ์ด microSD
ROG Xbox Ally (2025) มีน้ำหนัก 670 กรัม โดยรวมไม่หนักจนเกินไป ไม่รู้สึกเมื่อยขณะถือเล่น รวมถึงยังพกพาได้อย่างสะดวก
Highlights
ไฮไลท์เด่นของ ROG Xbox Ally (2025)
→ AMD Ryzen Z2 ขุมพลังเจนใหม่ตอบโจทย์เกมเมอร์
ROG Xbox Ally มาพร้อมกับ AMD Ryzen Z2 A ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเครื่องเกมพกพาโดยเฉพาะ ซึ่งมีแกนซีพียูจำนวน 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็วสูงสุด 3.8 GHz ภายในมีชิปกราฟิกตระกูล AMD Radeon สถาปัตยกรรม AMD RDNA 2 จำนวน 8 คอร์ จึงรองรับเทคโนโลยีอัปสเกลภาพกราฟิก Radeon Super Resolution (RSR) รวมถึงมี RAM (LPDDR5X) ขนาด 16GB ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าสามารถเล่นเกมระดับ AAA ได้
→ จอลื่น 120Hz เกมไหนก็ไม่มีสะดุด
ROG Xbox Ally มีคุณลักษณะเด่นด้านการแสดงผลที่เหมาะกับการเล่นเกมในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ IPS ขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด Full HD มีอัตราการรีเฟรช 120Hz พร้อมรองรับเทคโนโลยี AMD FreeSync Premium จึงมั่นใจได้เลยว่าขณะเล่นเกมจะไม่พบอาการภาพฉีกขาดหรือภาพกระตุกอย่างแน่นอน
→ Xbox Button พลิกโฉมประสบการณ์เล่นเกมไปอีกขั้น
ROG Xbox Ally มีปุ่มลัดเพื่อเข้าสู่โหมด Xbox Full Screen Experience แพลตฟอร์มที่ถูกพัฒนาอินเทอร์เฟสให้เหมาะกับเครื่องเกมพกพาโดยเฉพาะ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ให้สามารถเข้าสู่โหมดต่างๆ ได้ง่ายผ่าน Game Bar ซึ่งถูกแบ่งเป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน ดังนี้
- Home : หน้าจอหลักที่จะอัปเดตข่าวสารเกมล่าสุดบนแพลตฟอร์ม Xbox
- Game Pass : แค็ตตาล็อกรวมเกมชั้นนำระดับ AAA จากค่ายดังมากมายไม่ว่าจะเป็น Xbox Game Studios, Microsoft Studios, Activision, Blizzard Entertainment, Bethesda Softworks, Electronic Arts, Riot Games และ Ubisoft ที่มีให้เลือกดาวน์โหลดแบบจุใจแต่ผู้ใช้จำเป็นต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน
- Library : หน้ารวมเกมและแอปทั้งหมดที่ได้ติดตั้งอยู่ในเครื่อง นอกจากนั้นยังบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเกมที่เล่นค้างอยู่ รายชื่อเกมที่เคยเล่น รวมถึงรายชื่อเกมที่กำลังดาวน์โหลดอยู่
- Store : สโตร์รวมเกมที่แยกออกจาก Game Pass หากผู้ใช้ต้องการดาวน์โหลดเกมอื่นๆ รวมถึง DLC ที่ไม่มีใน Game Pass ก็สามารถค้นหาได้จากที่นี่
- Notifications : ระบบการแจ้งเตือน เช่น ข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน แจ้งเตือนเข้าร่วมปาร์ตี้ แจ้งเตือนคำขอเป็นเพื่อน
- Chat : ฟีเจอร์แชทที่สามารถซิงค์รายชื่อเพื่อนข้ามแพลตฟอร์มได้ทั้ง Steam, Twitch, Discord, Reddit และ EA
จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของโหมด Xbox Full Screen Experience ก็คือสามารถเล่นเกมข้ามแพลตฟอร์มของค่ายชั้นนำอย่าง Steam, Battle.net, Epic Games Store, GOG GALAXY และ EA Play ได้ ดังนั้นหากคุณมีเกมในไลบรารีของค่ายเหล่านี้ ก็สามารถนำมาเล่นร่วมกันได้ทันที
จากการทดสอบด้วยแพลตฟอร์ม Steam ปรากฏว่าสามารถมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดี หน้าตาเมนูและอินเทอร์เฟสออกแบบสวยงาม รวมถึงรองรับระบบทัชสกรีนจึงช่วยให้ใช้งานได้ง่าย และเมื่อทดลองเข้าเล่นเกมระบบก็ตอบสนองได้ไหลลื่นไม่มีอาการหน่วงให้เห็น
นอกจากนี้ โหมด Xbox Full Screen Experience ยังมีอีกหนึ่งความพิเศษก็คือสามารถให้ผู้ใช้เปิดหลายเกมพร้อมกันได้ จากการทดสอบด้วยการเปิด Hollow Knight: Silksong, Left 4 Dead 2, Forza Horizon 5 และ Gears of War: Reloaded รวม 4 เกมพร้อมกัน เมื่อลองสลับเกมไปมาไม่พบอาการหน่วงหรืออาการประมวลผลไม่ทันแต่อย่างใด
→ Armoury Crate SE
ROG Xbox Ally มีปุ่มลัดเพื่อเข้าสู่ Command Center แผงควบคุมที่ผู้ใช้สามารถตั้งค่าระบบได้อย่างอิสระ โดยมีโหมดที่จำเป็นต้องรู้เพื่อเลือกปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ขณะใช้งาน ดังนี้
- โหมดพลังงาน : เลือกปรับได้ 4 โหมด เช่น โหมด Windows กินไฟ 15 วัตต์, โหมด Silent กินไฟ 6 วัตต์, โหมด Performance กินไฟ 15 วัตต์ และโหมด Turbo กินไฟ 20 วัตต์
- โหมดควบคุม : มีให้เลือก 2 โหมด เช่น โหมด Gamepad และโหมด Desktop
- Real-time Monitor : แสดงสถานะการทำงานของ CPU, GPU, อุณหภูมิ, แบตเตอรี่ และ FPS
- FPS Limiter : ตั้งค่าอัตราเฟรมเรตได้ตั้งแต่ 30, 45, 60, 90, 120 และ Max
- ความละเอียดหน้าจอ : ปรับได้ตั้งแต่ 720p, 900p และ 1080p
- Radeon Super Resolution (RSR) : เทคโนโลยีอัปสเกลภาพกราฟิกให้สวยขึ้นพร้อมเพิ่ม FPS ดังนั้นฟีเจอร์นี้แนะนำให้เปิดใช้งานไว้เลย
นอกจากนี้ ROG Xbox Ally ยังมีระบบโปรไฟล์เกมเริ่มต้น (Default Game Profiles) โดยคุณสมบัตินี้จะช่วยปรับสมดุลระหว่างอัตราเฟรมเรท (FPS) และการใช้พลังงานโดยอัตโนมัติ สำหรับแต่ละเกมที่รองรับ ทำให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลและสนุกสนาน พร้อมทั้งยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไปในตัว ซึ่งตัวอุปกรณ์จะจดจำการตั้งค่าที่ปรับแล้ว แม้จะมีการรีบูตเครื่องและตลอดการเล่นเกมผ่าน Armoury Crate SE โดยตัวระบบ Default Game Profiles จะทำผ่านระบบคลาวด์ โดยตัวเกมโปรไฟล์จะปรับค่าอัตโนมัติต่างๆ ดังนี้
- ปรับค่าพลังงาน (TDP) และ FPS อัตโนมัติ เมื่อต้องเล่นเกมแบบไม่เสียบอะแดปเตอร์หรือรันพลังงานผ่านแบตเตอรี่เครื่อง (Running on battery)
- หากเกมมีค่า FPS เกินกว่ากำหนด ระบบจะจำกัด FPS ไว้เพื่อประหยัดพลังงาน
- หากเกมมีค่า FPS ต่ำมาก ระบบก็จะเพิ่มพลังงาน เพื่อดันค่า FPS ให้สูงขึ้น โดยแลกกับการใช้พลังงานแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลกว่าเดิม
→ คอนโทรลเลอร์ DNA แบบเดียวกับ Xbox
ROG Xbox Ally มาพร้อมคอนโทรลเลอร์ที่ถอดแบบดีไซน์และเลย์เอาท์ปุ่มมาจากเครื่องคอนโซล Xbox ดังนั้นเกมเมอร์ที่เคยใช้จึงไม่ต้องเสียเวลาปรับตัว อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี HD Haptics ระบบสั่นเสมือนจริงช่วยยกระดับประสบการณ์เล่นเกมไปอีกขั้น นอกจากนั้นด้านหลังเครื่องได้ติดตั้งปุ่มมาโคร M1 และ M2 มาให้ ซึ่งถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่กดได้อย่างถนัดมือ และยังสามารถเข้าไปตั้งค่าปุ่มได้อย่างสะดวกผ่านแอป Armoury Crate SE อีกด้วย
อีกทั้งปุ่มควบคุมทั้งหมดของ ROG Xbox Ally ได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว ก้านควบคุม Thumb Sticks ทนทานต่อการหมุนได้ถึง 5 ล้านครั้ง, ปุ่ม D-Pad และปุ่มไหล่ (Shoulder Buttons) ทนทานต่อการกดได้ 1 ล้านครั้ง ในขณะที่ปุ่ม ABXY ทนทานต่อการกดได้ 10 ล้านครั้ง รวมทั้งตัวปุ่ม Triggers (LT และ RT) จะเป็นแบบ Hall Effect ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้สามารถกดปุ่มต่างๆ ได้อย่างเต็มที่นานหลายปีโดยไม่ต้องกังวล
→ Gaming Copilot เพื่อนคู่ใจเกมเมอร์
วิดเจ็ตด้าน AI ที่จะคอยช่วยเหลือผู้เล่นแบบเรียลไทม์ ผู้เล่นสามารถถามคำถาม พูดคุยเกี่ยวกับเกม ให้ช่วยแนะนำการเล่น หรือสั่งด้วยเสียงให้ช่วยแคปหน้าจอเกมแล้วให้ช่วยอธิบายว่าฉากนั้นคืออะไร จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยให้การเล่นเกมของคุณง่ายขึ้น แต่ในตอนนี้ Gaming Copilot ยังอยู่ในช่วงทดสอบ (Beta) ดังนั้นอาจต้องรออัปเดตเพิ่มเติม
→ พลังเสียงรอบทิศทาง ถูกใจเกมเมอร์
ROG Xbox Ally มาพร้อมกับลำโพงสเตอริโอที่รองรับเทคโนโลยีเสียง Dolby Atmos ดังนั้นมิติเสียงในเกมจะถูกถ่ายทอดออกมาในแบบเซอร์ราวด์โอบล้อมทุกทิศทาง อีกทั้งยังสามารถปรับตั้งค่าเสียงต่างๆ ได้ผ่านทางแอป Dolby Access
→ ROG Intelligent Cooling หมดห่วงเรื่องความร้อน
ROG Xbox Ally มาพร้อมเทคโนโลยีระบายความร้อนเอกสิทธิ์เฉพาะของ ASUS โดยภายในมีพัดลม 2 ตัว พร้อมท่อฮีทไปป์คอยทำหน้าที่กระจายความร้อน ดังนั้นจึงหมดปัญหาเรื่องความร้อนสะสมภายในเครื่อง
→ แบตอึดสะใจเกมเมอร์
ROG Xbox Ally นับเป็นเครื่องเกมพกพาที่มีแบตเตอรี่มากถึง 60Wh ซึ่งเป็นความจุเทียบเท่ากับแบตเตอรี่บนโน้ตบุ๊กเลยทีเดียว ดังนั้นจึงพกออกไปเล่นข้างนอกได้อย่างอุ่นใจ หรือในกรณีที่แบตหมดก็รองรับระบบชาร์จเร็ว (PD Charge สูงสุด 65W ผ่าน USB-C) โดยในกล่องจะมาพร้อมอะแดปเตอร์ 65 วัตต์
→ Windows Desktop Mode เปลี่ยนเครื่องเกมเป็นมินิพีซี
แม้ว่า ROG Xbox Ally จะเป็นเครื่องเกมพกพา แต่ด้วยความที่รันบน Windows 11 จึงรองรับฟีเจอร์ Windows Desktop Mode ที่สามารถกลายร่างเป็นมินิพีซีได้ทันที รวมถึงยังสามารถเชื่อมต่อเมาส์กับคีย์บอร์ดเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้อีกด้วย
Performance
ทดสอบประสิทธิภาพการเล่นเกมบน ROG Xbox Ally
ก่อนทำการทดสอบตั้งค่าเครื่องเป็นโหมด Turbo เพื่อให้ระบบทำงานเต็มประสิทธิภาพ เริ่มต้นทดสอบด้วยเกม Hollow Knight: Silksong เกมอินดี้สุดฮอต โดยตั้งค่าความละเอียดระดับ 1920 x 1080 (120Hz) สามารถทำเฟรมเรตได้สูงระดับ 120 FPS คุณภาพกราฟิกที่ได้สวยงามคมชัด และเล่นได้อย่างไหลลื่นไม่มีอาการแลคแต่อย่างใด
มาต่อกันที่ Forza Horizon 5 เกมแข่งรถสุดมันส์สไตล์ Open-World ซึ่งเป็นอีกเกมที่ค่อนข้างกินสเปก หากต้องการเล่นเกมนี้ให้ได้ภาพกราฟิกสวยงามและลื่นๆ จำเป็นต้องมีเครื่องสเปกแรงระดับหนึ่ง แต่จากการทดสอบพบว่า ROG Xbox Ally สามารถรันเกมนี้ได้ที่ความละเอียด 1920 x 1080 พร้อมตั้งค่ากราฟิกระดับ High ซึ่งทำเฟรมเรตได้ระดับ 42 FPS ภาพรวมเล่นได้ค่อนข้างลื่นและได้ภาพสวยงามแบบสุดๆ หากต้องการเฟรมเรตสูงกว่านี้สามารถปรับคุณภาพกราฟิกลดลงมาที่ Medium
ปิดท้ายด้วย Gears of War: Reloaded เกมยิงระดับตำนานเวอร์ชันรีมาสเตอร์ที่ปรับปรุงกราฟิกใหม่ทั้งหมด จากการทดสอบพบว่าสามารถเล่นได้ที่ความละเอียดระดับ 1920 x 1080 กราฟิกระดับ High ได้เฟรมเรตระดับ 40 FPS ภาพรวมเล่นได้อย่างสนุกและได้กราฟิกสวยงามอลังการ หรือถ้าหากต้องการได้เฟรมเรตลื่นกว่านี้ก็เพียงแค่ปรับลดคุณภาพกราฟิกลงมาที่ Medium
ทดสอบประสิทธิภาพ (Benchmark)
ผลทดสอบประสิทธิภาพความแรงของเครื่องด้วยโปรแกรมมาตรฐาน เช่น Cinebench 2024, Geekbench 6 และ PCMark 10
Wrap-up
บทสรุปของ ROG Xbox Ally
ROG Xbox Ally นับเป็นเครื่องเกมพกพาที่เรียกได้ว่าครบเครื่องที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ด้วยรูปลักษณ์ที่โดนใจ พร้อมประสิทธิภาพที่โดดเด่น รวมถึงมีราคาที่ไม่แรงจนเกินไป ถ้าหากคุณคือเกมเมอร์ระดับเริ่มต้น รุ่นนี้คือตัวเลือกแรกๆ ของคุณอย่างแน่นอน
ROG Xbox Ally เครื่องเล่นเกมพกพา ที่ให้คุณสนุกได้ทุกเกม ทุกที่ ไร้ขีดจำกัด วางจำหน่ายในราคา 18,990 บาท และสำหรับ ROG Xbox Ally X วางจำหน่ายในราคา 29,990 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมการรับประกัน ASUS Exclusive Care
- Carry-In Warranty 2 ปี สามารถส่งตัวเครื่องเข้าศูนย์บริการ ASUS ใกล้บ้าน
- Global Warranty 2 ปี เข้าศูนย์ ASUS ได้มากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก
- Perfect Warranty 1 ปี ในกรณีเครื่องเกิดอุบัติเหตุ ครอบคลุมค่าอะไหล่ 80% ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์พิเศษ และ ASUS ถือเป็นแบรนด์เดียวในตลาดที่มีการรับประกันแบบ Perfect Warranty ในสินค้าเครื่องเล่นเกมพกพา
- PC Game Pass ฟรี 3 เดือน ลูกค้าที่ซื้อ ROG Xbox Ally หรือ ROG Xbox Ally X จะได้รับ PC Game Pass ฟรี 3 เดือน (มูลค่าปกติเดือนละ 199 บาท) สามารถดาวน์โหลดเล่นเกมพีซีจากค่ายเกมต่างๆ มากกว่า 300 เกม
พิเศษ! ลูกค้าที่สั่งซื้อ ROG Xbox Ally หรือ ROG Xbox Ally X ในช่วง Early Bird Promotion ระหว่างวันที่ 17 – 31 ตุลาคม 2568 จะได้รับของพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่ ROG x Street Fighter Boxing Gloves มูลค่า 2,490 บาท ซึ่งเป็นนวมชกมวยที่ทาง ROG ได้ร่วมมือกับ Capcom จัดทำแคมเปญสุดพิเศษนี้ เพื่อแฟนๆ ชาวเกมในประเทศไทยโดยเฉพาะ
โดย ROG Xbox Ally และ ROG Xbox Ally X พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
- ASUS Exclusive Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลเชียงราย, เซ็นทรัลชลบุรี, เซ็นทรัลขอนแก่น, เซ็นทรัลนครราชสีมา, เซ็นทรัลระยอง และเซ็นทรัลเชียงใหม่
- ROG Exclusive Store สาขาฟอร์จูนทาวน์ พระราม 9
- ASUS Online Store : th.asus.click/wi4sdk
- Shopee : shopee.co.th/7AUSqAz6C8
- Lazada : lazada.co.th/s.AGnJi?cc
- ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ : th.asus.click/sfmgle
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ th.asus.click/d5mo0x
—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

























































































