REVIEW

รีวิว HUAWEI Watch GT 2 Pro ใช้ออกกำลังกายในยิม เหมาะแค่ไหน? มีคำตอบให้ครบ!

ในช่วงปลายปี 2020 ผมพึ่งมีโอกาสได้ลองใช้ Huawei Watch GT 2 Pro สมาร์ทวอซ์ทสุดหรูของทาง Huawei Thailand เป็นครั้งแรกครับ ซึ่งหลังจากได้ลองนำไปใช้งานจริงจังกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ที่ตอนนี้เข้าฟิตเนสเป็นประจำมากๆ และต้องใช้อุปกรณ์อย่าง Apple Watch เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับวัดค่าสำคัญต่างๆ ในการออกกำลังกายคู่กันตลอด ก็รู้สึกประทับใจอะไรหลายอย่างในสมาร์ทวอซ์ทรุ่นท็อปสุด ณ เวลานี้ของหัวเว่ย เป็นอย่างมากเลยล่ะครับ ดังนั้นในบทความรีวิวนี้ ผมเลยอยากมาบอกเล่า ข้อดี ข้อคิด และจุดประทับใจ รวมถึงฟันธงในการเลือกซื้อ ด้วยแง่มุมของคนที่ใช้อุปกรณ์เสริมอย่างสมาร์ทวอซ์ทเป็นผู้ช่วยในการออกกำลังกายในยิมหรือฟิตเนสอยู่เป็นประจำกันครับ ถ้าใครที่มีไลฟ์สไตล์ตรงกับผมแล้วก็กำลังลังเลอยู่ รับรองว่าอ่านจบแล้วมีคำตอบให้แน่นอน!! ถ้าพร้อมแล้วก็… ไปลุยกันครับ

รอบตัวเรือน (Design)

Huawei Watch GT2 Pro เป็นนาฬิกาแบบ “Smart watch” ที่ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปท์ Luxury มากๆ ครับ ตัวหน้าปัดหรือหน้าจอแสดงผลของนาฬิกามีขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454×454 พิกเซล (HD) ใช้พาแนลจอแสดงผลเป็น AMOLED และใช้กระจกแซฟไฟร์เป็นตัวกระจกครอบทับลงมาบนหน้าปัด ดังนั้นเรื่องของความทนทาน ทนต่อรอยขีดข่วนอยู่ในระดับสูงมากๆ ส่วนตัวเรือนทำมาจากโลหะไทเทเนียมมีความแข็งแรงสูงมาก ในขณะที่บอดี้ด้านหลังก็เลือกใช้เซรามิกครอบทับลงตรงตำแหน่งที่เป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับด้วยลำแสง LED ซึ่งช่วยเพิ่มระดับความหรูหราได้มากมาย

ขนาดตัวเรือน : กว้าง 46.7 x สูง 46.7 x หนา 11.4 มม.

ด้านข้างขวาของตัวเรือน จะมีเม็ดมะยมหรือปุ่มกดสองปุ่ม ปุ่มบนจะเป็นปุ่ม home สำหรับกดกลับมายังหน้าปัดที่เป็นอินเทอร์เฟซนาฬิกา ส่วนอีกปุ่มจะเป็นปุ่มเมนูสำหรับเข้าหน้าเมนูการใช้งาน และยังใช้เป็นปุ่มตกลงเมื่อเลือกใช้งานฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่งด้วยในตัว

ตัวสายนาฬิกาจากในภาพผมมีการเปลี่ยนสายเป็นสายสปอร์ตนะครับ ของที่แถมมาในกล่องแรกเริ่มเลยจะเป็นสายหนังสีน้ำตาลสามารถปรับขนาดได้ด้วยตะขอเกี่ยว ตัวสายเนื่องจากเป็นวัสดุหนังใช้ไปนานๆ จะเกิดรอยย่นและมีผลกับเหงื่อของเราแน่นอน ดังนั้นแนะนำว่าถ้าหากใครที่จะใช้งานด้านออกกำลังกายแบบผมด้วยหาสายสปอร์ตมาใช้คู่กันจะดีมากๆ

ข้อมูลสเปกของ Huawei GT2 Pro

  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454×454 พิกเซล (HD)
  • CPU Kirin A1+ STL4R9
  • ROM 4GB
  • Bluetooth 5.1
  • รองรับระบบ GPS ในตัว
  • เซ็นเซอร์ตรวจวัดในตัว :
    • Accelerometer sensor
    • Gyroscope sensor
    • Geomagnetic sensor
    • Optical heart rate sensor
    • Air pressure sensor
  • รองรับการชาร์จไร้สาย
  • รองรับการใช้งานร่วมอุปกรณ์ Android OS 5.0 ขึ้นไป และ iOS 9.0 ขึ้นไป
  • กันน้ำตามมาตรฐาน 5ATM (น้ำลึก 50 เมตร แต่ไม่แนะนำให้ใช้ดำน้ำ)
  • มีไมโครโฟนในตัว
  • น้ำหนักตัวเรือน 21 กรัม

ตอนเปลี่ยนใส่สายหนังที่ให้มาในกล่อง

เริ่มต้น – ใช้งานทั่วไปเป็นอย่างไร?

สำหรับการเริ่มต้นใช้งาน Huawei Watch GT 2 Pro ทุกคนจะโดนบังคับให้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น Huawei Health ครับ ซึ่งในช่วงตอนเริ่มใช้งานตัวนาฬิกาหลังจากเปิดตัวนาฬิกาขึ้นมาแล้ว ก็จะถูกรีเควสให้เชื่อมต่อผ่านตัวแอปฯ ด้วยบลูทูธก่อน ก็ทำตามขั้นตอนได้เลยครับ กดค้นหาและเชื่อมต่อให้เรียบร้อย

หลังจากนั้นก็เข้าใช้งานได้ตามปกติ โดยที่บนตัวเรือนจากหน้าจอหลักจะมีการเรียกใช้งานพื้นฐานคือ

  • ลากขอบจอจากบน-ลงล่าง จะเปิดแถบ Notification Bar
  • ลากขอบจอจากล่าง-ไปบน จะเป็นการเปิดข้อความหรือแจ้งเตือนทั้งหมด เช่น SMS, ข้อความจาก Facebook หรือ Line เป็นต้น
  • ปัดหรือเลื่อนหน้าจอไปด้านขวาจะเป็นฟังก์ชั่นพื้นฐาน เช่น Heart rate data, ข้อมูลความเครียด
  • ปัดหรือเลื่อนหน้าจอไปด้านซ้ายจะเป็นหน้าต่างวงแหวนกิจกรรมและเมนูฟังเพลง
  • แตะค้างบนหน้าจอหลักจะเข้าสู่การเปลี่ยนหน้า UI ตัวนาฬิกา
แถบแจ้งเตือน (Notification bar)

 

หน้าเมนูโหมดออกกำลังกาย (Workout List)

การปัดซ้ายและปัดขวาจะเริ่มจากทางไหนก่อนก็ได้ครับ เพราะสุดท้ายมันจะวนมาเจอกันทั้งหมดเอง ส่วนถ้าหากอยู่ที่หน้าแรกแล้วกดปุ่มด้านข้างตัวเครื่องจะเข้าสู่หน้ารายการโหมดออกกำลังกาย (ปุ่มล่าง) หรือหน้ารายการฟังก์ชั่นการวัดค่าต่างๆ (ปุ่มบน)

หน้าการเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกา

การใช้งานในยิมหรือฟิตเนสเป็นอย่างไร?

การใช้งานทั่วไปผมขอไม่รีวิวถึงล่ะกันครับ เพราะเชื่อว่าเพื่อนๆ น่าจะมีไลฟ์สไตล์กันเป็นของตัวเองและส่วนมากก็คงใช้ดูแจ้งเตือนต่างๆ หรือดูเวลากันซะส่วนใหญ่ ผมเลยขอข้ามมาที่การใช้งานในยิมหรือฟิตเนสกันบ้างว่าเมื่อนำ Huawei Watch GT 2 Pro มาใช้งานแล้วเป็นอย่างไรกันบ้าง

  • ตัวเรือนมีน้ำหนักมาก

ถึงแม้ตัวเรือนจะมีน้ำหนักรวม 21 กรัม แต่สำหรับการใช้งานออกกำลังกายในยิมผมกลับรู้สึกว่ามันไม่เหมาะมากๆ เพราะจะรู้สึกเหมือนมีลูกตุ้มอะไรสักอย่างอยู่ที่ข้อมือตลอดเวลา โดยเฉพาะใครที่ชอบคาดิโอบนลู่วิ่งจะยิ่งรู้สึกได้ชัดเจนครับ ซึ่งผมคิดว่าเจ้า Watch GT 2 Pro น่าจะถูกออกแบบมาให้ใส่หล่อๆ ไปงานหรือทำงานมากกว่ามาใส่ออกกำลังกาย ซึ่งพวกฟีเจอร์ออกกำลังกายน่าจะเป็นลูกเล่นที่ใส่มาให้ครอบคลุมการใช้งานมากกว่า

  • มีโหมดออกกำลังกายเฉพาะที่ดีมาก!

ถึงแม้ผมพึ่งจะบอกไปว่าตัวนาฬิกาน่าจะใส่ความสามารถด้านออกกำลังกายมาเผื่อไว้มากกว่าตั้งใจ แต่ให้โหมดต่างๆ ที่ใส่มาเผื่อเนี่ยแหละครับที่ทำได้ดีมากๆ เพราะทุกโหมดออกกำลังกาย เหมือนทางหัวเว่ยได้คิดค้นและทำข้อมูลมาแล้วว่าบุคคลที่ออกกำลังกายในกิจกรรมนั้นๆ ต้องการที่ทราบข้อมูลอะไรบ้าง ทำให้ตัวหน้า UI รวมถึงความสามารถในการวัดค่าทำได้ดีและแม่นยำสูงเลยล่ะ

ผมยกตัวอย่าง ผมนำไปใช้วัดเทียบกับเครื่องออกกำลังกาย “จักรยานในร่ม” ดู สิ่งที่ชอบเลยก็คือ ตัวโหมดออกกำลังกายจักรยานในร่มของหัวเว่ยจะมี Heart rate zone ขึ้นมาให้ด้วย ทำให้เราทราบเลยว่ากำลัง คาดิโอในโซนไหนอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นมากๆ สำหรับคนที่ทำกิจกรรมนี้ครับ นอกจากนี้การวัดค่าอัตราการเต้นของหัวใจ และจำนวนรอบ RPM ผมลองเทียบกับตัวเครื่องจักรยานที่ปั่นอยู่ ผลที่ได้ทำได้ใกล้เคียงกันเลยล่ะ มีค่าความคลาดเคลื่อน +- 1 เท่านั้น โดยส่วนตัวที่ออกกำลังกายด้วยเครื่องคาดิโอบ่อยๆ บอกเลยว่า ชอบและให้ผ่านเลยครับ!!

  • ด้านอื่นๆ

สำหรับการใช้งานออกกำลังกายในด้านอื่นๆ Huawei Watch GT2 Pro ถือว่าทำได้ดีมากๆ เลยครับ มีโหมด Detect การออกกำลังกายให้อัตโนมัติด้วยนะ แต่ว่ากว่าที่ตัวนาฬิกาจะฉลาดพอจับกิจกรรมของเราได้ตรงใจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์เลยล่ะครับ กว่าจะรู้ว่าเดินอยู่นะจับให้หน่อยอะไรแบบนี้

  • พลังงานแบตเตอรี่ (Battery)

ส่วนด้านพลังงานแบตเตอรี่อันนี้ผมกล้ายืนยันเลยว่า “อึดที่สุด” ในบรรดาสมาร์ทวอซ์ทจากแบรนด์มือถือแล้วล่ะครับ เพราะผมชาร์จหนึ่งครั้งใส่ออกกำลังกายวันเว้นวันในยิม ตัวนาฬิกาสามารถใช้งานได้นานถึง 4-5 วันเลยล่ะ และถ้าไม่ได้ใช้อะไรมากแค่ดูเวลา ดูแจ้งเตือนมีลากไปครบ 1 สัปดาห์หรือ 7 วันได้เลยครับ และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมว่าสะดวกมากๆ เลยคือ Huawei Watch GT2 Pro รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายด้วย ทำให้สามารถใช้ชาร์จร่วมแป้นชาร์จไร้สาย Qi ของสมาร์ทโฟนได้ในขณะที่แบรนด์อื่นๆ ยังต้องใช้ตัว Magnetic Charge ของตัวเองอยู่

เปรียบเทียบกับ Apple Watch Series 6 เป็นอย่างไรบ้าง?

มาถึงคำถามที่หลายคนน่าจะสงสัยว่า เมื่อเอาไปเทียบกับ Apple Watch Series 6 แล้วเป็นอย่างไร? จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ใช้ทั้งสองเรือนอยู่สามารถสรุปให้ได้เลยครับว่า ในเรื่องของการตรวจวัดค่าต่างๆ ทั้งสองเรือนทำได้แม่นยำพอๆ กัน จากการที่ผมเทียบหลายครั้งก็จะเป็นฝั่งของ Huawei Watch GT2 Pro ที่มีความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า แต่ถ้าเฉลี่ยกันก็ถือว่าทำได้แม่นยำใกล้เคียงความเป็นจริงทั้งคู่ครับ

ต่อมาคือเรื่องของฟีเจอร์หรือความสามารถช่วยเสริมการออกกำลังกายของเราให้มีประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชั่นต่างๆ ตรงนี้คือ ข้อแตกต่างของทั้งสองแบรนด์นี้ครับ เพราะทาง Huawei Watch GT2 Pro จะให้ลูกเล่น ฟีเจอร์ และคุณสมบัติต่างๆ มาพร้อมใช้ (Ready to use) มากกว่าเยอะมากๆ และแต่ละโหมดจะมีข้อมูลที่ละเอียดมากๆ

ในขณะที่ทางด้านของ Apple Watch Series 6 ก็ตามสไตล์ Apple ล่ะครับ ที่ให้มาในระดับพื้นฐานเท่านั้น ถ้าหากต้องการความสามารถในเชิงลึก เช่น ข้อมูลการติดตามการนอนหลับที่มากกว่าเวลานอน และอยากให้ตัวเรือนติดตามการนอนเองอัตโนมัติ คุณจำเป็นต้องซื้อแอปพลิเคชั่นเสริมตามความต้องการเอาเอง รวมถึงโหมด WorkOut ต่างๆ ถ้าหากอยากได้ข้อมูลเชิงลึกเหมือนบน Huawei ก็ต้องหาซื่อแอปพลิเคชั่นเพิ่มเอาในภายหลังเอง ซึ่งข้อดีก็คือเราจะสามารถเลือกแอปพลิเคชั่นที่ตรงไลฟ์สไตล์ของเราได้แม่นยำที่สุดนั่นเอง

เพราะฉะนั้นถ้าเทียบทั้งสองแบรนด์ในมุมมองการใช้ออกกำลังกายแล้ว ผมมองว่า

Huawei Watch GT 2 Pro

ข้อดี

  • ฟีเจอร์, โหมดการใช้งานใส่มาให้แบบพร้อมใช้งาน ไม่ต้องไปหาโหลดเพิ่ม
  • แบตเตอรี่อึดมากใช้งานได้นาน
  • รองรับการชาร์จไร้สาย
  • ราคาวางจำหน่ายถูกกว่าและคุ้มกว่า เพราะบิ้วอิน GPS มาให้ในตัวไม่ได้แยกรุ่น
  • มีความยืดหยุ่นในด้านการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่า

ข้อสังเกตุ

  • ตัวเรือนมีน้ำหนัก ใส่ออกกำลังกายแล้วจะรู้สึกหงุดหงิด
  • ไม่รองรับการจับ Detect กับเครื่องออกกำลังกายในยิม เพื่อใช้เป็นเครื่องวัดแทน
  • ความลื่นไหลต่อการปัด เลื่อน บนหน้าปัดทำได้ช้าและหน่วงกว่าแบบชัดเจน

Apple Watch Series 6

ข้อดี

  • รองรับการ Detect กับเครื่องออกกำลังกายในยิมโดยตรง ใช้ตรวจวัดค่า Heart rate แทนของเครื่องเล่นได้เลย
  • น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับออกกกำลังกายมากกว่า
  • ถ้าใครใช้ iOS ก็ไม่ต้องคิดมาก มีแค่เขาเนี่ยแหละที่ตอบโจทย์ให้คุณได้

ข้อสังเกตุ

  • หากต้องการเพิ่มความสามารถในการตรวจวัดค่าที่มากกว่าพื้นฐาน ต้องซื้อแอปพลิเคชั่นเพิ่มเอง (ราคา 100 – 500 บาท)
  • ชาร์จแบตเตอรี่ร่วมกับแท่นชาร์จไร้สายไม่ได้ ต้องใช้ที่ชาร์จของตัวเอง ที่แถมมาแค่สาย

สรุป

ก็น่าจะประมาณนี้ล่ะครับสำหรับการรีวิว Huawei Watch GT2 Pro ในสไตล์คนใช้ออกกำลังกายแบบผม ที่ส่วนตัวมองว่าถ้าเน้นด้านนี้ Watch GT2 Pro ก็ยังคงทำได้ดีอยู่ ถึงแม้จะดูใส่มาให้สำหรับครอบคลุมการใช้งานเท่านั้นก็ตาม ซึ่งถ้าใครที่สนใจก็สามารถหาซื้อ Huawei Watch GT2 Pro ได้แล้วตามร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และ Huawei Brand Shop ทุกสาขา ในราคา 9,990 บาท และหวังว่าบทความนี้น่าจะช่วยให้เพื่อนๆ หลายคนที่กำลังมองหาสมาร์ทวอซ์ทออกกำลังกายได้รับคำตอบกันนะครับ

FIRST

MOBILE | CAR | TECH | MARKETING : อยู่ในวงการมือถือมานานเกิน 10 ปี แต่ก็ยังเป็นนักเขียนที่เป็น Introvert ชอบบอกเล่าสิ่งต่าง ๆ ผ่านบทความมากกว่าออกหน้ากล้อง เลยไม่ค่อยมีคอนเทนต์วิดีโอกับเขา

Leave a Reply