TECHMOBILEREVIEW

รีวิว iQOO Z11 และ iQOO Z11x สองพี่น้องสมาร์ตโฟนเกมมิ่งตัวคุ้ม แบตอึดพร้อมลุยทุกแมตซ์!

iQOO Z11 และ iQOO Z11x สองสมาร์ตโฟนเกมมิ่งซีรีส์ Z รุ่นใหม่ของ iQOO (ไอคูล) เปิดตัวอย่างเป็นทางการและประกาศราคาวางจำหน่ายในเมืองไทยไปเรียบร้อยแล้วครับ ครั้งนี้ทางทีม INSIGHT DAILY ก็ได้รับสมาร์ตโฟนทั้งสองรุ่นมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้รับชมกันด้วย แต่เนื้อหาในบทความรีวิวนี้จะเน้นหนักไปที่ iQOO Z11 มากกว่าสักหน่อย เพราะเป็นรุ่นที่หลายคนน่าจะให้ความสนใจกันไม่แพ้ iQOO Z10 รุ่นก่อนหน้าที่เคยรีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันไปแล้ว ซึ่งก็ได้รับการตอบรับดีพอสมควรเลยล่ะครับ

สำหรับจุดเด่นครั้งนี้ของทั้งสองรุ่น นอกจากสเปกตัวเครื่องที่จัดเต็มเท่าที่จะสุดได้ของสมาร์ตโฟน Mid-range แล้ว “แบตเตอรี่” ยังเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ครั้งนี้ทาง iQOO หยิบขึ้นมาเป็นจุดขายหลักด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ iQOO Z11 ที่มากับแบตเตอรี่ความจุมากถึง 9020mAh เลยทีเดียว ซึ่งเป็นขนาดความจุของแบตเตอรี่ที่มากที่สุดของสมาร์ตโฟน iQOO แล้ว ส่วนรุ่นน้องอย่าง iQOO Z11x ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน จัดความจุของแบตเตอรี่มาที่ 7200mAh เรียกได้ว่าเป็นสองพี่น้องสมาร์ตโฟนที่น่าจะถูกใจสายเล่นเกมยาว ๆ หรือใช้งานแบบชาร์จครั้งเดียวอยู่ได้ครบวันแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของงานดีไซน์ตัวเครื่องทั้งสองรุ่น รวมถึงการเลือกสีตัวเครื่องในครั้งนี้ของ iQOO ที่มีการปรับเปลี่ยนจากสีโทนเข้มดุดัน เพื่อให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าผู้ชายที่ชื่นชอบการเล่นเกมหรือชอบความเข้ม มาเป็นสีโทนสว่างให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานทั่วไปมากขึ้นด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเพียงอินโทรที่นำมาเล่ายั่วน้ำลายแฟนคลับค่ายนี้กันเท่านั้นนะ เพราะส่วนที่น่าสนใจจริง ๆ รอเพื่อน ๆ อยู่ด้านล่างแล้ว เป็นสองรุ่นที่มีอะไรให้เล่าถึงเยอะพอสมควร เอาเป็นว่าเลื่อนลงไปอ่านบทความรีวิวฉบับเต็ม เพื่อทำความรู้จักกับสองน้องใหม่จาก iQOO กันได้เลยครับ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. Specification / รายละเอียดสเปก
2. Battery / แบตเตอรี่
3. Performance / ประสิทธิภาพ
4. Operating System / ระบบปฏิบัติการ
5. Camera / กล้องถ่ายรูป
6. Design / งานออกแบบ

7. Wrap-up / บทสรุป
8. Price & Availability / ราคาและการวางจำหน่าย


Specification

/ รายละเอียดสเปกของ iQOO Z11

  • จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 2,800 x 1,260 พิกเซล (1.5K)
    — Refresh Rate : 144Hz
    — ความสว่างสูงสุดเฉพาะส่วน (HDR) : 5000nits
    — ความสว่างหน้าจอ (โหมดความสว่างสูง) : 2000nits
    — ขอบเขตสี DCI-P3 : 100%
    — ความหนาแน่นพิกเซล : 449PPI
    — วัสดุเปล่งแสง : Q10+
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4
    — Octa-core Processor : 1 × 2.7 GHz + 3 × 2.4 GHz + 4 × 1.8 GHz
    — กระบวนการผลิต 4nm. 
  • GPU Adreno 810 
  • RAM 8GB / 12GB (LPDDR4x)
  • Storage 256GB (UFS 3.1)
  • OriginOS 6 (Based on Android 16)
  • กล้องหลัง Dual Camera
    กล้องหลัก ความละเอียด 50MP (F1.79)
    กล้อง Bokeh ความละเอียด 2MP (F2.4)
    — ไฟแฟลช LED
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32MP (F2.0)
  • มาตรฐานทนน้ำและฝุ่น IP68 & IP69
  • รองรับเครือข่าย
    — 2G GSM : 850 / 900 / 1800 MHz
    — 3G WCDMA : B1 / B5 / B6 / B8 / B19
    — 4G TD-LTE : B38 / B40 / B41 / B42 / B43 / B48
    — 4G FDD-LTE : B1 / B3 / B5 / B7 / B8 / B19 / B20 / B28 / B71
    — 5G : n1 / n3 / n5 / n7 / n8 / n20 / n28 / n38 / n40 / n41 / n71 / n77 / n78
    — Wi-Fi Display, MU-MIMO, Wi-Fi 6
    — Bluetooth 5.2
  • NFC รองรับโหมดอ่าน/เขียน (Reader/Writer Mode) และโหมดจำลองบัตร (Card Emulation Mode) รองรับการชำระเงินแบบ HCE และ NFC-SIM (*ซิมการ์ดที่ใช้สำหรับการชำระเงินด้วยซิมการ์ดจะต้องใส่ในช่องซิมการ์ดที่ 1 เท่านั้น)
  • ระบบ GPS (การหาตำแหน่ง) GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo, QZSS, NavIC
  • ซิมการ์ด Dual Nano SIMs; 5G + 5G Dual Standby
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C (2.0)
  • แบตเตอรี่ ขนาดความจุ 9020mAh
    — ชาร์จเร็ว 90W FlashCharge
  • ตัวเลือกสี
    — สีฟ้า Glacier Blue
    — สีดำ Cosmic Black

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง iQOO Z11
  • คู่มือการใช้งานและรับประกัน
  • เคสซิลโคนป้องกันตัวเครื่อง
  • สายชาร์จ USB-C
  • อะแดปเตอร์ชาร์จ 90W FlashCharge 
  • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด

————

/ รายละเอียดสเปกของ iQOO Z11x

  • จอแสดงผล LCD ขนาด 6.76 นิ้ว ความละเอียด 2,344 x 1,080 พิกเซล (FHD+)
    — Refresh Rate : 120Hz
    — ความสว่างหน้าจอ (โหมดความสว่างสูง) : 1200nits
    — ขอบเขตสี NTSC : 83%
    — ความหนาแน่นพิกเซล : 382PPI
    — วัสดุเปล่งแสง : LED
  • ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7400-Turbo
    — Octa-core Processor : 4 × 2.6 GHz + 4 × 2.0 GHz
    — กระบวนการผลิต 4nm. 
  • GPU Adreno 810 
  • RAM 8GB (LPDDR4x)
  • Storage 128GB / 256GB (UFS 3.1)
  • OriginOS 6 (Based on Android 16)
  • กล้องหลัง Dual Camera
    กล้องหลัก ความละเอียด 50MP (F1.8)
    กล้อง Depth ความละเอียด 2MP (F2.4)
    — ไฟแฟลช LED
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32MP (F2.45)
  • มาตรฐานทนน้ำและฝุ่น IP68 & IP69
  • รองรับเครือข่าย
    — 2G GSM : 850 / 900 / 1800 MHz
    — 3G WCDMA : B1 / B5 / B8
    — 4G TD-LTE : B38 / B40 / B41
    — 4G FDD-LTE : B1 / B3 / B5 / B7 / B8 / B20 / B28
    — 5G : n1 / n3 / n8 / n28 / n38 / n40 / n41 / n77 / n78
    — Wi-Fi Display; Wi-Fi 6
    Bluetooth 5.4
  • ระบบ GPS (การหาตำแหน่ง) GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo, QZSS
  • ซิมการ์ด Dual Nano SIMs; 5G + 5G Dual Stand by
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C (2.0)
  • แบตเตอรี่ ขนาดความจุ 7200mAh
    — ชาร์จเร็ว 44W FlashCharge
  • ตัวเลือกสี
    — สีเงิน Star Silver
    — สีดำ Titan Black

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง iQOO Z11x
  • คู่มือการใช้งานและรับประกัน
  • เคสซิลโคนป้องกันตัวเครื่อง
  • สายชาร์จ USB-C
  • อะแดปเตอร์ชาร์จ 44W FlashCharge 
  • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Battery

/ iQOO Z11 : แบตเตอรี่ 9020mAh มากที่สุดเท่าที่ iQOO เคยมีมา

จุดขายหลักของ iQOO Z11 ไม่ได้มีแค่ความคุ้มค่าและสเปกที่ล้นราคาเท่านั้นครับ เพราะรอบนี้อีกหนึ่งจุดเด่นของน้องเขาอยู่ที่ “แบตเตอรี่ 9020mAh” ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ขนาดความจุที่มากที่สุดของสมาร์ตโฟน iQOO ในตอนนี้เลยทีเดียว ใช้เทคโนโลยี BlueVolt ซิลิคอน และถ้าหากเอาไปเทียบในตลาดมือถือไทยตอนนี้ ก็นับเป็นสมาร์ตโฟนที่มีแบตเตอรี่ขนาดความจุมากเป็นอันดับต้น ๆ ของตลาดสมาร์ตโฟนในช่วงราคาเดียวกันด้วยครับ 

โดยแบตเตอรี่ขนาดความจุ 9020mAh ของ iQOO Z11 ใช้เทคโนโลยี Silicon Anode รุ่นที่ 4 ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงสุด 879 Wh/L เข้ามาใช้ในการผลิต จึงทำให้สามารถผลิตแบตฯ ที่มีความจุมากขึ้นในขนาดที่บางลง พร้อมกับเลือกใช้เทคโนโลยีแบต Semi-Solid Gen 2 เข้ามาช่วยในเรื่องของการควบคุมความร้อนและลดการเสื่อมของแบตเตอรี่ด้วย จึงทำให้แบตเตอรี่ของ iQOO Z11 นอกจากมีความจุที่เยอะมาก ๆ แล้ว กลับมีขนาดที่บาง และมีอัตราการเสื่อมของแบตเตอรี่ที่ช้ากว่าแบตเตอรี่ปกติทั่วไป

ส่วนการใช้งานจริง ด้วยแบตเตอรี่ที่เยอะมากจนเหมือนพาวเวอร์แบงค์แบบนี้ ตัวเครื่องสามารถใช้งานปกติทั่วไปได้ยาวตลอดวันเลยครับยาวจนบางวันก่อนเข้านอน 5 ทุ่มกว่า แบตเตอรี่ยังเหลือให้ใช้ 20% – 30% เลยทีเดียว ส่วนการเล่นเกม อย่างเช่น RoV, PUBG หรือ Free Fire จากที่ผมยอมเสียหนึ่งวันเพื่อทดสอบการเล่นเกมกับแบตเตอรี่ด้วยสามเกมยอดนิยมตามที่กล่าวไปนั้น ก็พบว่า ตัวเครื่องสามารถเล่นเกมต่อเนื่องติดต่อกันได้ยาวนานโดยเฉลี่ย ประมาณ 4-6 ชั่วโมง ในโหมดปกติ ก่อนที่ระบบจะขึ้นเตือน ‘แบตเตอรี่ต่ำ”ครับ โดยผมเริ่มเล่นจากแบตเตอรี่เต็มร้อยเปอร์เซนต์ ถ้าหากใครเปิดโหมด ‘Monster’ เล่นเกม ก็น่าจะมีตัวเลขที่ลดลงอีกสักหน่อย แต่ก็ยังนับว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่แบตอึดสมกับการโปรโมตจริง ๆ  

นอกจากนี้ ในด้านของการชาร์จพลังงานกลับเข้าตัวแบตเตอรี่ รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 90W FlashCharge สามารถชาร์จแบตจาก 1% – 50% ได้ภายใน 37 นาที รองรับการแชร์พลังงานให้อุปกรณ์อื่น 7.5W และรองรับโปรโตคอล PPS 55W ด้วย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการชาร์จที่ปลอดภัยและรวดเร็ว ส่วนสายเกมมิ่งที่มักจะต้องชาร์จแบตเตอรี่ไปเล่นไปด้วย iQOO Z11 ก็รองรับการชาร์จแบบ Bypass 2.0 ที่ปรับปรุงลดความร้อนให้เหลือน้อยสุด เพื่อการใช้งานเครื่องที่เย็นขึ้น ปลอดภัยขึ้น และระบบชาร์จยังถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยสูงด้วย 25-layer Protection System ช่วยควบคุมอุณหภูมิ และตรวจจับความชื้น

/ iQOO Z11x : แบตเตอรี่ 7200mAh พร้อมชาร์จไว 44W FlashCharge 

ส่วนน้องเล็ก iQOO Z11x ถึงแม้จะเป็นรุ่นน้อง แต่ก็ยังเป็นสมาร์ตโฟนที่มากับแบตเตอรี่ความจุที่ถือว่าเยอะเหมือนกันครับ โดยมากับแบตเตอรี่  BlueVolt ขนาดความจุ 7200mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 44W FlashCharge สามารถชาร์จด้วยเวลาเพียง 10 นาที ใช้งานต่อได้นานถึง 6 ชั่วโมง และยังรองรับการชาร์จแบบ Bypass Charging ด้วย

และจากการที่ตัวแบตเตอรี่ใช้เทคโนโลยีการผลิตด้วยเทคโนโลยี BlueVolt ดังนั้นทาง iQOO จึงรับประกันสุขภาพแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 6 ปี โดยที่แบตเตอรี่ไม่ลดต่ำกว่า 80% แน่นอนครับ

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Performance

/ iQOO Z11 : ชิปเซ็ต Snapdragon 7s Gen 4, RAM LPDDR4x, ROM UFS 3.1

ในด้านประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดของ iQOO Z Series ทุกรุ่นที่ผ่านมา สำหรับครั้งนี้ iQOO Z11 ที่เป็นทายาทรุ่นใหม่ ก็ทำตัวเลขและให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีไม่แพ้รุ่นพี่รุ่นก่อน ๆ เลยทีเดียวครับ โดย iQOO Z11 เลือกใช้ขุมพลังเป็นชิปเซ็ต Snapdragon 7s Gen 4 เป็นชิปประมวลผล Octa-core ที่เป็นขุมพลังระดับมิดเรนจ์ที่ยกระดับความสมดุลระหว่าง “ความแรง” และ “ความประหยัดพลังงาน” ได้อย่างลงตัว

ด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 4 นาโนเมตร ที่อัปเกรดทั้ง CPU และ GPU ให้ประมวลผลกราฟิก รวมถึงการทำงานของ AI บนเครื่องได้ฉับไวและชาญฉลาดขึ้น โดยตัวชิปจะทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 12GB LPDDR4x ให้ประสบการณ์การเปิดแอป สลับแอป และการใช้งานหลายงานพร้อมกันที่ลื่นไหล ในขณะที่ Storage หรือ ROM มากับขนาด 256GB UFS 3.1 เป็นหน่วยความจำมาตรฐานของสมาร์ตโฟนมิดเรนจ์ในตอนนี้ มอบประสบการณ์การโหลดแอป เปิดเกมและอ่าน/เขียนข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น โดย iQOO Z11 ได้คะแนนการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชัน Antutu Benchmark อยู่ที่ประมาณ 1.2M คะแนน

ทดสอบเล่นเกม RoV

ทดสอบเล่นเกม Free Fire

7,000mm² Ultra-Large Vapor Chamber

เมื่อมากับชิปเซ็ตที่จัดว่าแรงระดับต้น ๆ ของสมาร์ตโฟนมิดเรนจ์ ดังนั้นเรื่องของความร้อนมักเป็นของคู่กันเสมอ iQOO จึงรับมือเรื่องนี้บน iQOO Z11 ด้วยระบบระบายความร้อนด้วย Vapor Chamber ขนาด 7000 ตารางมิลลิเมตร ครอบคลุม 4 แหล่งความร้อนหลักของตัวเครื่อง ช่วยลดการสะสมความร้อนระหว่างการใช้งานหนัก เช่น การเล่นเกมหรือการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน และถ้ารวมพื้นที่ระบายความร้อนทั้งหมดตัวเครื่อง iQOO Z11 จะมีพื้นที่สำหรับระบายความร้อนรวมสูงสุดถึง 18,000 ตารางมิลลิเมตร สามารถควบคุมอุณหภูมิด้านหน้าตัวเครื่องให้ลดลงได้สูงสุดถึง 1.6°C หลังเล่นเกมต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง (เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า)

หลักการของระบบระบายความร้อนบน iQOO Z11 ที่ทำงานร่วมกัน 3 ชั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ได้แก่

  • แผ่นกระจายความร้อนประสิทธิภาพสูง High-Performance Pyrolytic Graphite Sheet
  • ฟิล์มระบายความร้อนสำหรับกล้องหน้า Front Camera Graphite Cooling Film
  • ระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ Smart Temperature Control System

ผลคะแนนทดสอบประสิทธิภาพด้วย Benchmark

 

จอแสดงผล 1.5K 144Hz, ลำโพง Dual Speakers, ระบบเสียง Headphone Audio Hi-res Certified

ถ้ามีสเปกที่ดีและแรงแค่ไหน ถ้าขาดจอที่ดีไปด้วยประสบการณ์การเล่นเกมและใช้งานก็คงจะดรอปและได้อรรถรสไม่สุดแน่นอน แต่สำหรับ iQOO Z11 สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนครับ เพราะทาง iQOO เลือกติดตั้งจอแสดงผลคุณภาพสูงและเป็นสเปกมาตรฐานมือถือเรือธงมาให้ด้วย โดย iQOO Z11 มากับจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K มีค่ารีเฟรชเรต 144Hz ใช้วัสดุเปล่างแสงตัวใหม่ Q10+ จึงทำให้จอมีคุณสมบัติ HDR ได้สว่างสูงสุดถึง 5000nits และสว่างสูงสุดในโหมดเร่งแสงปกติได้ถึง 2000nits ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถใช้งานจอกลางแจ้งได้สบายเลยทีเดียวครับ

จอของ iQOO Z11 ยังผ่านการรับรองจาก SGS ทั้ง 2 มาตรฐาน คือ Low Blue Light และ Low Flicker สองมาตรฐานด้านเทคโนโลยีการถนอมสายตาของผู้ใช้งาน โดยรองรับ 2160Hz PWM Dimming ลดการกะพริบของหน้าจอเพื่อการใช้งานที่สบายตามากขึ้น และรองรับ DC-like Dimming ควบคุมความสว่างได้อย่างเสถียร ลดอาการล้าตาระหว่างใช้งานหรือเล่นเกมเป็นเวลานาน มอบประสบการณ์การรับชมที่คมชัด สบายตา และใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนาน

นอกจากนี้ หน้าจอของ iQOO Z11 ยังรองรับการแสดงผลด้านสีได้ลึกถึง 1.07 พันล้านสี หรือที่เรากันติดปากว่า “10bits” นั่นแหละครับ และยังรองรับมาตรฐาน DCI-P3 ได้ 100% ทำให้ภาพที่แสดงผลบนหน้าจอมีสีสันที่สวยสมจริง มีการไล่ระดับเฉดสีได้กว้างและสวย รวมทั้งตัวจอยังมีความหนาแน่นพิกเซล 449PPI ให้ความคมชัดต่อพิกเซลที่สูงเลยทีเดียว และยังรองรับมาตรฐานการแสดงผล HD/HDR ของ Netflix และ HDR ของ Prime Video ด้วย

ด้านภาพไปแล้ว ก็มาด้านเสียงกันบ้างครับไม่งั้นจะไม่ครบรสสัมผัสในการรับชมรับฟัง โดย iQOO Z11 มากับลำโพงเสียงบนเครื่องแบบ Dual Speaker ติดตั้งในตำแหน่งด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง มอบประสบการณ์เสียงแบบ Headphone Audio Hi-res Certified ซึ่งรองรับมาตรฐาน Hi-Res Audio Certification และสามารถเพิ่มระดับเสียงได้สูงถึง 200% ในโหมดเสียงปกติ และยังมีโหมด Hands-free เพื่อเพิ่มเสียงให้ดังไปแตะสูงสุดที่ 300% ช่วยให้ได้ยินชัดแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนรอบทิศทาง ให้ความรู้สึกใกล้เคียงโรงภาพยนตร์ ทั้งการดูวิดีโอ เล่นเกม และรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ

/ iQOO Z11x : ชิปเซ็ต Mediatek Dimensity 7400-Turbo, RAM LPDDR4x, ROM UFS 3.1

มากับน้องเล็ก iQOO Z11x กันบ้างครับ ถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็กแต่ในด้านประสิทธิภาพการทำงานก็นับว่าทำได้ ‘ตึง’ สมราคาอยู่เหมือนกัน โดยทาง iQOO เลือกใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7400-Turbo เป็นหัวใจหลักในการทำงาน ซึ่งความน่าสนใจของชิปตัวนี้อยู่ที่การใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 4 นาโนเมตร โดยตามปกติเรามักจะเห็นเทคโนโลยีการผลิตระดับนี้ในชิปเรือธง ซึ่งการที่ได้ระดับ 4nm. มาด้วย จึงทำให้ได้เปรียบสุด ๆ ในเรื่องความร้อนและการจัดการพลังงาน ยิ่งเมื่อจับคู่กับแบตเตอรี่ยักษ์ความจุ 7200 mAh ของตัวเครื่อง ผลลัพธ์ที่ได้คือการใช้งานที่ลากยาวข้ามวันข้ามคืนได้แบบชิล ๆ ใครที่ต้องออกกองถ่ายงาน ไถฟีดโซเชียลหาเรฟ หรือสายเล่นเกมมาราธอน บอกเลยว่าเอาอยู่แบบลืมพาวเวอร์แบงก์ไปได้เลย

ในด้านความแรง Dimensity 7400-Turbo พกคอร์ประสิทธิภาพซีรีส์ Cortex-A78 ที่อัปสปีดขึ้นไปแตะระดับ 2.6 GHz ทำงานร่วมกับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ UFS 3.1 และ RAM LPDDR4x ที่สามารถขยายพื้นที่ด้วยฟีเจอร์ Extended RAM ได้อีกสูงสุด 8GB ส่งผลให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชัน การสลับหน้าต่างมัลติทาสก์ ไปจนถึงการตัดต่อหรือเรนเดอร์วิดีโอสั้นทำได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด ส่วนสายเกมมิ่ง ตัวชิปก็จูนมาให้เข้ากับฟีเจอร์ Ultra Game Mode ของระบบได้อย่างลงตัว รีดเฟรมเรตบนหน้าจอ 120Hz ออกมาได้เนียนตา พร้อมคุมอุณหภูมิเครื่องได้นิ่งจนน่าประทับใจ นับว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง ราคาค่าตัว และประสิทธิภาพครับ

ทดสอบเล่นเกม RoV

ผลคะแนนทดสอบประสิทธิภาพด้วย Benchmark

จอแสดงผล FHD+ 120Hz EyeCare Display

ด้านจอแสดงผลของ iQOO Z11x ถึงแม้สเปกจะไม่หวือหวาเท่าของรุ่นพี่ iQOO Z11 แต่ก็มากับจอที่เป็นมาตรฐานของสมาร์ตโฟนในตอนนี้เช่นกันครับ โดย iQOO Z11x มากับจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.76 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ มีค่ารีเฟรชเรต 120Hz มีค่าความสว่างในโหมดปกติที่ 1200nits อยู่ในระดับกลางใช้งานกลางแจ้ง “พอมองเห็น” ครับ

และมีฟีเจอร์ถนอมสายตา EyeCare Display หรือโหมดปรับสีหน้าจอให้เป็นสีน้ำชานั่นเอง และผ่านการรับรอง TÜV Rheinland Low Blue Light ช่วยลดแสงสีฟ้าเพื่อการใช้งานที่สบายตามากยิ่งขึ้น

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Operating System

ระบบปฏิบัติการ OriginOS 6

iQOO Z11 และ iQOO Z11x จะเป็นครั้งแรกของ iQOO Z Series ที่จะมากับระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 (Based on Android 16) ตั้งแต่เปิดกล่องครับ และทาง iQOO ได้ประกาศแพลนการอัปเดตให้ไว้ยาวนานถึง 5 ปี สำหรับแพทความปลอดภัย และได้อัปเดต OS หรือระบบของซอฟต์แวร์ต่อเนื่องนานถึง 3 ปี เลยทีเดียว ดังนั้นประสบการณ์การใช้งานบน iQOO Z11 Series ทั้ง 2 รุ่นในด้านซอฟต์แวร์ก็หายห่วงได้เลย ได้รับประสบการณ์ใช้งานที่ถูกอัปเกรดขึ้้นด้วยลูกเล่นใหม่ ๆ การใช้งานลื่นไหล ใช้งานต่อเนื่องได้หลายปี และเชื่อมต่อกับดีไวซ์อื่นได้อย่างไร้รอยต่อด้วย

ทำไมการได้ใช้งาน OriginOS 6 ที่เป็นซอฟต์แวร์ OS ถึงเป็นการอัปเกรดขึ้น?

เหตุผลหลักหรือจุดเด่นของ OriginOS 6 คือ ความเก่งในด้านบริหารจัดการทรัพยากรบนตัวเครื่องที่เก่งมาก ๆ จนได้รับคำชมจากผู้ใช้งานหลายประเทศที่ได้ลองสัมผัสว่า “ลื่นติดนิ้ว สมูธแบบเป็นธรรมชาติ” ซึ่งในขั้นตอนการพัฒนาทางทีมพัฒนาได้ใช้ 3 เสาหลัก หรือ 3 Core Pillars ในการพัฒนา ประกอบด้วย การประมวลผล (Computing), หน่วยความจำ (Storage) และจอแสดงผล (Display)

อินเทอร์เฟส OriginOS 6 บน iQOO Z11

อินเทอร์เฟส OriginOS 6 บน iQOO Z11x

โดยที่หลักการหลักคือ การที่ทั้งสามเสานั้น ตัวระบบจะรู้ลำดับขั้นตอนการทำงานว่าขั้นตอนหรือการประมวลผลอะไรสำคัญมากกว่ากัน จึงลดการเกิดปัญหาคอขวดที่มักเกิดขึ้นกับระบบของ Android ที่เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Multi-task และทำให้ OriginOS 6 ของ vivo / iQOO มีความเก่งในด้านบริหารจัดการทรัพยากรบนตัวเครื่องนั่นเองครับ และเราจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีในด้านต่าง ๆ รวมทั้งยังมีคุณสมบัติหรือลูกเล่นต่าง ๆ อัปเกรดเข้ามาให้เราใช้งานได้คล่องตัวหรือสะดวกยิ่งขึ้น เช่น 

AI Creation : Next-Level Expression, Boundless Creativity

ชุดเครื่องมือ AI ที่ถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ OriginOS 6 และมากับ iQOO Z11 และ iQOO Z11x ตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่อง เพื่อวัตถุประสงค์ในการมอบประสบการณ์การใช้งานที่คล่องตัวขึ้น และช่วยยกระดับการใช้งานบนตัวเครื่องให้สะดวก และทันสมัยมากขึ้นด้วยครับ โดยจะประกอบด้วย 

  • AI Smart Editing & Templates : ช่วยปรับแต่ง สรุป และขยายเนื้อหาได้อย่างอัจฉริยะใน DocMaster, Notes และ Messages พร้อม Creative Templates สำหรับสร้างไอเดียรายงาน และงานเขียนได้ทันที
  • AI Caption & Transcription : รองรับการถอดเสียงแบบเรียลไทม์ พร้อมแปลภาษาและสรุปเนื้อหาอัตโนมัติในคลิกเดียว ช่วยเก็บข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็ว
  • vivo DocMaster : รองรับการอ่าน แก้ไข และจัดการไฟล์หลายรูปแบบ รวมถึง PDF พร้อมฟีเจอร์แปลงไฟล์ ใส่คำอธิบาย เซ็นเอกสาร และ AI ส าหรับสรุป แก้ไข และแปลภาษา
  • AI Search บนอุปกรณ์ : ค้นหาข้อมูลพร้อมสรุปผลลัพธ์ด้วย AI ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและแม่นยำ
  • Gemini AI Assistant : รองรับการใช้งานหลากหลาย เช่น Camera Sharing สำหรับวิเคราะห์ฉาก และถาม-ตอบ, Screen Sharing สำหรับแนะนำการตั้งค่าและช้อปปิ้ง, Image Sharing สำหรับวิเคราะห์ภาพ และ File Upload สำหรับสรุปและทำความเข้าใจข้อมูลเชิงลึก
AI Smart Editing & Templates

Flip Cards

เป็นฟีเจอร์เอกลักษณ์ของ OriginOS 6 เลยก็ว่าได้ครับ กับการใช้ประโยชน์การพักหน้าจอผสานเข้ากับเทคโนโลยีทำให้เราได้ฟีเจอร์สนุก ๆ และโดดเด่นขึ้นไว้ใช้งาน โดยฟีเจอร์ Flip Cards ได้แรงบันดาลใจจากของเล่นเลนติคิวลาร์ ตัวฟีเจอร์จะแสดงภาพแตกต่างกันตามมุมเมื่อเอียงอุปกรณ์ ที่จะขับเคลื่อนด้วย Gyroscope ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับภาพพลิกไปมาได้หลายทิศทาง ซึ่งรองรับภาพที่จะเอามาใช้งานได้ทั้งภาพนิ่ง, Live Photos และวิดีโอ ยกระดับประสบการณ์หน้าจอให้เหนือกว่าภาพนิ่งทั่วไป เป็นฟีเจอร์ที่มอบความสนุกและความสร้างสรรค์ในการใช้งาน 

One-tap Transfer

อย่างที่ได้เกริ่นไปครับว่า ตอนที่ยังเป็น Funtouch OS หนึ่งในข้อจำกัดการใช้งานคือ การเชื่อมต่อกับดีไวซ์อื่นที่ไม่ใช่สมาร์ตโฟน Android โดยเฉพาะ iPhone ยังทำได้ไม่สะดวกนัก แต่พอเปลี่ยนผ่านมาเป็น OriginOS 6 ข้อจำกัดตรงนี้ได้ทะลายลงเรียบร้อยด้วยฟีเจอร์ “One-tap Transfer” ที่เป็นฟีเจอร์สำหรับการถ่ายโอนไฟล์ รูปภาพ และวิดีโอ ระหว่างอุปกรณ์ vivo, iQOO และ iPhone ได้อย่างรวดเร็ วเพียงแค่ปลดล็อกหน้าจอและนำอุปกรณ์ทั้งสองเครื่องมาแตะเข้าหากัน แค่นี้ก็รับส่งไฟล์หากันข้ามแพลตฟอร์มได้เลยครับ

Private Space

อีกหนึ่งกริมมิกเล็ก ๆ คือ “Private Space” พื้นที่ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยขั้นสูง โดยตัวระบบจะทำการแยกพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลที่มีความสำคัญออกจากข้อมูลที่ใช้งานปกติอย่างปลอดภัย เหมือนกับเรามีห้อง 2 ห้อง ในบ้านเดียว โดยทั้งสองห้องนี้มีการใช้งานที่เป็นของใครของมันไม่ยุ่งเกี่ยวกัน และการที่จะเปิดประตูเข้าสู่ห้องที่เป็น Private Space จะถูกป้องกันด้วยรหัสผ่านหรือการสแกนลายนิ้วมือ เพื่อความมั่นใจในทุกการใช้งาน และยังรองรับการใช้งานแอปคู่ (Dual Apps) ด้วย

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Camera

/ iQOO Z11 : กล้องถ่ายรูปคู่ 50MP รองรับถ่ายวิดีโอ 4K ถ่ายง่าย ถ่ายสนุก และหวังผลได้

iQOO Z11 มากับกล้องถ่ายรูป Dual Camera ประกอบด้วย กล้องหลัก เซนเซอร์ Sony IMX882 ความละเอียด 50MP (F1.79) ทำงานร่วมกับกล้อง Bokeh ความละเอียด 2MP (F2.4) และมีไฟแฟลช LED และมีซอฟต์แวร์ AI สำหรับแก้ไขภาพหลังถ่ายให้

โดยกล้องหลักเซนเซอร์ Sony IMX882 ความละเอียด 50MP (F1.79) จะมีความเก่งและนับว่าเป็นเซนเซอร์กล้องที่มีประสิทธิภาพระดับสูง สามารถให้ภาพถ่ายที่มีความคมชัด รายละเอียดครบถ้วน พร้อมสีสันสดใสแม้ในสภาพแสงน้อย มีคุณสมบัติ RawHDR Optimization สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้สมดุลทั้งส่วนสว่างและมืดในภาพย้อนแสง และยังปรับการถ่ายภาพกลางคืนให้คมชัดขึ้นพร้อมคงบรรยากาศแสงจริง ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติและสมจริงมากขึ้น ส่วนกล้องจะใช้กล้องความละเอียด 32MP (F2.0) มีโหมดถ่ายภาพ Night, Portrait, Photo, Video 

อินเทอร์เฟสและเมนูการใช้งานกล้องของ iQOO Z11

ฟีเจอร์ถ่ายรูปที่น่าสนใจของ iQOO Z11

— Multi-Focal Portraits

เป็นฟีเจอร์ถ่ายรูปพอร์ตเทรต โดยรองรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้ 3 ระยะ ตั้งแต่ 1x, 1.5x และ 2x ให้มิติภาพที่เป็นธรรมชาติ พร้อมเก็บรายละเอียดใบหน้าได้ คมชัดแม้อยู่ในสภาพแสงย้อน ช่วยให้ตัวแบบดูโดดเด่นและสมดุลกับฉากหลังได้อย่างลงตัว พร้อมลูกเล่นบิ้วตี้โหมดและฟิลเตอร์โทนสีให้เลือกได้ตามต้องการ

ตัวอย่างภาพถ่ายพอร์ตเทรตจากกล้อง iQOO Z11

ตัวอย่างภาพถ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม

— AI Photography & Editing Tools

iQOO Z11 และ iQOO Z11x มีซอฟต์แวร์เครื่องมือ AI ที่จะเข้ามาช่วยปรับแก้ไขภาพหลังถ่ายให้ในตัว โดยมีสองเครื่องมือ AI ที่น่าจะได้ใช้งานกันบ่อย ๆ คือ

  • AI Erase สำหรับลบวัตถุที่ไม่ต้องการในภาพ

  • AI UHD One-Tap Clarity Boost ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพทันที ให้ภาพดูคมใส และเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

— 4K Video & Edit Tools

iQOO Z11 ในด้านงานวิดีโอตัวเครื่องก็มากับความสามารถและคุณสมบัติการถ่ายวิดีโอระดับมาตรฐานของสมาร์ตโฟนในตอนนี้และยังมีซอฟต์แวร์ตัดต่อเบา ๆ ให้เราได้ใช้งานเบื้องต้นด้วยครับ โดยจุดเด่นด้านวิดีโอของ iQOO Z11 ประกอบด้วย 

  • วิดีโอคมชัดระดับ 4K : รองรับการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงด้วยระบบกันสั่น OIS + EIS ช่วยให้ภาพนิ่งและคมชัด แม้ในขณะเคลื่อนไหว พร้อม 2x ROI Remosaic สำหรับการซูม 2 เท่าแบบไม่เสียรายละเอียด
  • ถ่ายวิดีโอ 4K ทั้งกล้องหน้าและหลัง : รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K/30FPS ทั้งกล้องหน้าและหลัง ให้ภาพคมชัดทุกมุมมอง พร้อมระบบกันสั่นช่วยให้วิดีโอนิ่งและดูเป็นมืออาชีพ
  • เครื่องมือแต่งวิดีโออัจฉริยะ : รองรับการตัดต่อที่ยืดหยุ่น เช่น การเขียนทับไฟล์เดิมหรือกู้คืนเวอร์ชันเดิม รวมถึงการแปลงวิดีโอเป็น Live Photos และการครอปวิดีโอได้อย่างง่ายเหมือนการตัดภาพนิ่ง

ตัวอย่างวิดีโอ 4K โดย iQOO Z11 : www.youtube.com/shorts/Zt4oYK9NujY

/ iQOO Z11x : กล้องถ่ายรูปคู่ 50MP กล้อง Daily Use ที่ลงตัว

iQOO Z11x ก็มากับกล้องถ่ายรูป Dual Camera เหมือนกับรุ่นพี่ iQOO Z11x ด้วยเช่นกันครับ ซึ่งประกอบด้วย กล้องหลัก เซนเซอร์ Sony IMX882 ความละเอียด 50MP (F1.8) ทำงานร่วมกับกล้อง Bokeh ความละเอียด 2MP (F2.4) และมีไฟแฟลช LED และมีซอฟต์แวร์ AI สำหรับแก้ไขภาพหลังถ่ายให้ ส่วนกล้องหน้ามากับความละเอียด 32MP (F2.0) เหมือนกับรุ่นพี่ iQOO Z11 

อินเทอร์เฟสและเมนูการใช้งานกล้องของ iQOO Z11x

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง iQOO Z11x

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Design

/ iQOO Z11 : Feel like Flagship

iQOO Z11 มากับงานออกแบบตัวเครื่องที่ให้ฟิลลิ่งในการสัมผัสและถือจับที่คล้ายกับสมาร์ตโฟนระดับเรือธงเลยก็ว่าได้ครับ โดยตัวเครื่องออกแบบมุมโค้ง ช่วยให้ถือใช้งานหรือเล่นเกมได้กระชับและสบายมือยิ่งขึ้น ด้านหลังตัวเครื่องมากับฝาหลังพื้นผิวด้านแบบใหม่ ให้สัมผัสนุ่มมือ ดูสะอาดตา และช่วยลดรอยนิ้วมือ

ในขณะที่กล้องถ่ายรูปมีการปรับดีไซน์ใหม่จากตอน iQOO Z10 มาใช้ดีไซน์โมดูลกล้อง ที่ออกแบบด้วยดีไซน์แบบลอยตัว พร้อมกรอบโลหะ เพิ่มมิติและความโดดเด่นให้ตัวเครื่อง มีลวดลายวงแหวนกล้องแบบ Diamond Pattern ให้ตัวเครื่องดูพรีเมียมและมีมิติยิ่งขึ้น โดย iQOO Z11 มากับทางเลือกสีของตัวเครื่องด้วยกันทั้งหมด 2 สี คือ สีฟ้า Glacier Blue (ในบทความรีวิว) และสีดำ Cosmic Black

นอกจากนี้ ตัวเครื่องของ iQOO Z11 ยังผ่านมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69 ซึ่งสามารถทนน้ำฝนต่อเนื่องนาน 30 นาที และสามารถแช่น้ำลึกสูงสุด 1.5 เมตร โดยยังคงประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างเต็มที่ผ่านมาตรฐานทดสอบความทนทานระดับสูงอย่าง พร้อมทั้งยังผ่านมาตรฐาน MIL-STD-810H ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านอุปกรณ์ทางทหาร จึงสามารถรองรับแรงกระแทกจากการใช้งานทั่วไปได้มากกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไปที่ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน โดยยืนยันผ่านการทดสอบแรงกระแทกอย่างเข้มงวดเพื่อความทนทานสูงสุดในห้องแล็ปของ iQOO

/ iQOO Z11x : Premium Quality Timeless Design

iQOO Z11x มากับงานออกแบบตัวเครื่องภายใต้ธีม ‘Ultra-Clear, Ultra-Bright, Ultra-Care’ กับงานออกแบบที่ให้ลุคพรีเมียม ด้วยความคลีน เคลียร์ และใช้ดีไซน์โมดูลกล้องแบบ Metallic Camera ดึงลุคพรีเมียมขึ้นมา รวมถึงฝาหลังที่ออกแบบสไตล์ Flagship Quad Curved จับถือสบายมือ ให้สัมผัสพรีเมียมขณะใช้งาน เลือกใช้วัสดุฝาหลังแบบ Wear-resistant ช่วยเพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วน

นอกจากนี้ ตัวเครื่องของ iQOO Z11x ยังมากับมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69 สามารถทนน้ำฝนต่อเนื่องนาน 30 นาที และสามารถแช่น้ำลึกสูงสุด 1.5 เมตร โดยยังคงประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างเต็มที่ ผ่านมาตรฐานทดสอบความทนทานระดับสูง SGS 5 ดาว และมาตรฐานอุปกรณ์ทางทหาร MIL-STD-810H สามารถรองรับแรงกระแทกจากการใช้งานได้มากกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป โดย iQOO Z11x จะมากับตัวเลือกสีทั้งหมด 2 สี เช่นกันครับ คือ สีดำ Titan Black และสีเงิน Star Silver (ในบทความรีวิว)

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Wrap-up

บทสรุปของ iQOO Z11 และ iQOO Z11x

iQOO Z11 เป็นสมาร์ตโฟนระดับกลาง (Mid-range) ที่ยังมากับจุดขายในด้านของ “ความคุ้มราคา” เหมือนกับรุ่นพี่ iQOO Z10 เช่นเดิมครับ โดยเป็นสมาร์ตโฟนที่บาลานซ์เรื่องราคาจำหน่ายกับประสิทธิภาพ รวมถึงสเปกตัวเครื่องได้กลมกล่อม เป็นสมาร์ตโฟนที่ตอบรับโจทย์การใช้งานทั่วไป – การเล่นเกมยอดนิยม – Daily Use ได้ดีมาก ๆ

โดยเฉพาะในเรื่องของแบตเตอรี่ที่ยืนยันว่า เป็นความจุแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดวันด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียวจริง ๆ ครับ ซึ่งตัวผมได้พกไปใช้งานจริงจังในหนึ่งวัน ทั้งถ่ายรูป เล่นเกม ฟังเพลงออนไลน์ ตัดต่อวิดีโอเบา ๆ ทั้งหมดด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว จนกลับบ้านตอนดึกแบตเตอรี่ก็ยังเหลือให้เล่นเกมอีกสักแมตซ์ก่อนเข้านอน

ดังนั้นถ้าหากเพื่อน ๆ มีงบประมาณหมื่นกลาง ๆ และมองหาสมาร์ตโฟนที่อาจเด่นไปทางสเปกเพื่อเล่นเกมหรือใช้งานมากหน่อย มีกล้องที่เมื่อต้องการใช้งานก็หยิบมาถ่ายทั่วไปให้ภาพที่สวยคมชัด มีซอฟต์แวร์ที่รับส่งไฟล์ข้ามแพลตฟอร์มดีไวซ์ได้ และมีแบตเตอรี่ที่เยอะจุใจใช้งานกับแบบลืมชาร์จจริง ๆ ในหนึ่งวัน “iQOO Z11” เนี่ยละครับ ตอบโจทย์ได้แน่นอน

iQOO Z11x ในมุมมองผมว่าเป็นสมาร์ตโฟนระดับมาตรฐานหรือเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่งบไปไม่ถึง iQOO Z11 หรือต้องการสมาร์ตโฟนที่ใช้งานพื้นฐานได้เก่งและครอบคลุมด้วยงบที่ไม่สูง มีแบตเตอรี่ที่เยอะใช้งานได้สบาย ๆ แต่อาจมีชาร์จรอบสองหน่อยก่อนกลับบ้าน ถ้าหากวันนั้นเราใช้งานหนักมากจริง ๆ

รวมทั้งเผื่อถือไปใช้งานในอนาคตจากวันที่ซื้ออีก 2-4 ปี ข้างหน้าได้ด้วย เพราะตัวเครื่องมีมาตรฐานด้านความทนทาน และมีเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ลดโอกาสเสื่อมได้มาก รวมทั้งทาง iQOO ยังการันตีอัปเดตให้ยาว ๆ สูงสุด 5 ปีด้วย ถ้าทั้งหมดที่ว่ามาตรงกับโจทย์เครื่องใหม่ของเพื่อน ๆ “iQOO Z11x” กดได้เลยครับ

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Price & Availability

ราคา การวางจำหน่าย และโปรโมชัน

iQOO Z11 และ iQOO Z11x พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • iQOO Z11 รุ่น 8GB + 256GB ราคา 15,900 บาท
  • iQOO Z11 รุ่น 12GB + 256GB ราคา 17,900 บาท
  • iQOO Z11x รุ่น 8GB + 128GB ราคา 9,900 บาท
  • iQOO Z11x รุ่น 8GB + 256GB ราคา 11,900 บาท

สำหรับผู้ที่สั่งซื้อ iQOO Z11 ผ่านหน้าร้าน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป รับของสมนาคุณจัดเต็ม 3 ต่อ

  • ต่อที่ 1 ประกัน iQOO Care มูลค่า 12,999 บาท รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี พร้อมประกันจอแตก 1 ครั้งภายใน 2 ปี
  • ต่อที่ 2 หูฟัง iQOO Buds Pro (ของแถมมีจำนวนจำกัด)
  • ต่อที่ 3 โปรโมชันนำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,000 บาท

และสำหรับผู้ที่สั่งซื้อ iQOO Z11x ผ่านหน้าร้าน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป รับของสมนาคุณ 3 ต่อ

  • ต่อที่ 1 ประกัน iQOO Care มูลค่า 8,999 บาท รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี พร้อมประกันจอแตก 1 ครั้งภายใน 2 ปี
  • ต่อที่ 2 สายชาร์จ L-Shape (ของแถมมีจำนวนจำกัด)
  • ต่อที่ 3 โปรโมชันนำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 1,000 บาท

สามารถเป็นเจ้าของ iQOO Z11 Series ได้ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา, ช่องทางออนไลน์ Shopee : shopee.co.th/4LGwqDous7, Lazada : lazada.co.th/s.Zhzzpj, TikTok Shop : tiktok.com/ZS9jjXwEBXbeg-EurPm และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

#iQOOZ11Series
#แบตอึดพร้อมลุยทุกแมตช์

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ บทความรีวิวล่าสุด

รีวิว SANDISK Snoopy Limited Edition Portable SSD และ Phone Drive ดีไซน์น่ารัก โอนไฟล์ไว
รีวิว HONOR 600 Lite 5G สมาร์ตโฟนรุ่นเล็กที่ไม่เล็ก! กล้อง 108MP และ AI โหดเกินราคา
รีวิว realme C100x สมาร์ตโฟนสุดอึด! แบตเตอรี่ Titan 8000mAh พลังอึดทนทานระดับแชมป์
รีวิว vivo X300 FE ดีไซน์ใหม่ เพรียวบาง กล้อง 50MP ZEISS Super Telephoto “เทคเดียวก็เอาอยู่” เก็บครบทุกโมเมนต์
รีวิว nubia Neo 5 GT 5G สมาร์ตโฟนเกมมิ่งหนึ่งเดียวในคลาสที่บิ้วอินพัดลมในตัว!

—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

 

FIRST

MOBILE | CAR | TECH | MARKETING : อยู่ในวงการมือถือมานานเกิน 10 ปี แต่ก็ยังเป็นนักเขียนที่เป็น Introvert ชอบบอกเล่าสิ่งต่าง ๆ ผ่านบทความมากกว่าออกหน้ากล้อง เลยไม่ค่อยมีคอนเทนต์วิดีโอกับเขา

Leave a Reply