รีวิว OPPO Enco Air5 Pro หูฟังไร้สาย TWS พร้อมตัดเสียงรบกวนเรียลไทม์ระดับ 55 เดซิเบล รองรับการใช้งาน 2 อุปกรณ์
OPPO Enco Air5 Pro หูฟังไร้สาย True Wireless Stereo (TWS) สไตล์ In-ear รุ่นล่าสุดของ OPPO ประเทศไทย โดยมากับมาตรฐานด้านเสียงระดับโปร ใส่สบาย ทนทาน และคงเอกลักษณ์ของงานออกแบบไว้เหมือนกับ OPPO Enco Air3 Pro ที่เคยได้รีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันไปเมื่อสองปีก่อนเลยครับ ใครที่ชื่นชอบงานออกแบบไม่ควรพลาด!
ครั้งนี้ OPPO Enco Air5 Pro มากับความโดดเด่นในด้านการตัดเสียงรบกวน (ANC) แบบเรียลไทม์ และสามารถตัดเสียงรบกวนเพิ่ม 2 เท่า จากรุ่นก่อน ซึ่งผ่านมาตรฐาน TUV Rheinland ระดับ 55 เดซิเบล พร้อมมอบประสบการณ์เสียงทั้งด้านการสนทนาที่คมชัดด้วยไมโครโฟน AI 3 ตัว และการรับฟังสำหรับคนรักดนตรีด้วยเบสแน่น คมชัด มาตรฐานเสียง Hi-Res Audio ผ่านไดร์เวอร์ขนาด 12 มิลลิเมตร และรองรับมาตรฐาน LHDC 5.0 Ultra HD
มีฟีเจอร์การใช้งานเสริมที่ทันสมัย เช่น การแตะสัมผัสเพือสั่งการ, ฟีเจอร์ AI Translate หรือการรองรับการเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน สลับใช้งานเสริมความคล่องตัวและตอบโจทย์ในโลกสมัยใหม่ และสุดท้ายคือมากับราคาจำหน่ายที่เข้าถึงได้ เกริ่นมาเท่านี้ก็น่าสนใจมาก ๆ แล้วใช่ไหมล่ะครับ นี่แค่น้ำจิ้มเท่านั้นนะ! ไปรู้จักกับน้องหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ OPPO Enco Air5 Pro ของออปโป้กันมากขึ้นที่ด้านล่างนี้ได้เลย
/ รายละเอียดสเปกของ OPPO Enco Air5 Pro
- ขนาดมิติ
— EarBud (ตัวหูฟัง) : 31 x 20 x 17.52 มิลลิเมตร
— ตัวเคส : 63.36 x 50 x 24.81 มิลลิเมตร - น้ำหนัก
— EarBud (ตัวหูฟัง) : 4.4 กรัม
— ตัวเคส : 34.2 กรัม - ขนาดไดร์เวอร์ : 12 มิลลิเมตร
- ความไวของไดร์เวอร์ (Driver Sensitivity) : 122dB @ 1mW
- ความไวของไมโครโฟน (Microphone Sensitivity) : -38dB
- Frequency Response : 20Hz – 40KHz
- ขนาดความจุแบตเตอรี่
— Earbuds : 62mAh, 0.242Wh
— Charging Case : 530mAh,2.0617Wh - การเชื่อมต่อ
— พอร์ตเชื่อมต่อ : USB-C
— Bluetooth version : 6.0
— Bluetooth Codec : LHDC 5.0/AAC/SBC
— ระยะการเชื่อมต่อ : 10 เมตร - มาตรฐานการทนน้ำและฝุ่น IP55
- Certification
— Hi-Res Audio Wireless
— TÜV Rheinland High-Performance Noise Cancellation
— TÜV Rheinland Battery Health - สีหูฟังและเคส
— สีขาว Pearl White
— สีดำ Matte Black
อุปกรณ์ภายในกล่อง
- OPPO Enco Air5 Pro (หูฟัง + เคส)
- คู่มือการใช้งาน
- จุกยางสำรองขนาดต่าง ๆ
/ งานออกแบบที่หรูหรา เรียบง่าย แต่โดดเด่น
OPPO Enco Air5 Pro เป็นหูฟังไร้สาย TWS ที่มากับดีไซน์แบบ In-Ear ที่จะมีส่วนของจุกซิลิโคนสำหรับสอดเข้าไปในรูหู (Ear Canal) เพื่อให้มีความกระชับ ใส่สบาย มีความคล่องตัว รวมทั้งยังมีส่วนช่วยบล็อกเสียงรบกวนจากภายนอก (Passive Noise Isolation) เข้ามา ที่ก้านหูฟังจะเป็นพื้นที่ของ Touch sensor สำหรับแตะสั่งการ และมีไมโครโฟน AI ติดตั้งอยู่ 3 จุดต่อข้าง โดยหูฟังแต่ละข้างมีน้ำหนักเพียง 4.4 กรัม เท่านั้น ส่วนใส่ได้สบายในระดับ “Wear it, forget it” หรือก็คือเบาจนลืมว่าใส่ได้เลยครับ
รูปทรงของหูฟัง OPPO Enco Air5 Pro ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์อย่างละเอียด จนนำมาสู่ผลลัพธ์ที่ได้คือ บอดี้หูฟังที่มีรูปร่างรับกับส่วนโค้งเว้าของช่องหูได้อย่างพอดีเป๊ะ และจากการทดสอบของผมเองที่ใส่ฟังเพลงต่อเนื่องหลายชั่วโมง รวมทั้งใส่ตัดต่อเพลงจากสตูดิโอมิวสิคพบว่า ตัวหูฟังกระจายน้ำหนักได้ดีทีเดียว ไม่รู้สึกอึดอัด ล้า หรือเจ็บช่องหูตลอดเวลาที่ใส่ค้างไว้ต่อเนื่องเกือบ 4-6 ชั่วโมงเลยครับ
ตัวเคสของ OPPO Enco Air5 Pro มีรูปทรงเป็นวงรีน้ำหนักเบาเพียง 34 กรัม สามารถพกใส่กระเป๋ากางเกงได้โดยไม่ตุงมากนัก ด้านหน้าของเคสมีไฟแสดงสถานะการชาร์จและใช้งาน บริเวณด้านล่างจะเป็นตำแหน่งของพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ มีแบตเตอรี่ในตัว 530mAh ใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 54 ชั่วโมง ในโหมดปิด ANC ส่วนตัวฝาเคสสามารถเปิด-ปิดได้ด้วยมือเดียว
/ ตัดเสียงรบกวนเงียบขึ้น เรียลไทม์ มาตรฐาน TUV Rheinland ระดับ 55 เดซิเบล
จุดเด่นสำคัญของ OPPO Enco Air5 Pro คือ ความสามารถในการตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation (ANC) ที่ตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้เงียบเทียบเท่ากับ OPPO Enco X3s ที่เป็นหูฟังเรือธงของแบรนด์ OPPO เลยทีเดียว ด้วยเทคนิคการทำงานของไมโครโฟนที่ติดตั้งมากับหูฟังข้างละ 3 ตัว ทำงานร่วมกับระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Dual-feed ทำให้สามารถตัดเสียงรบกวนได้เงียบที่สุดตามมาตรฐาน TUV Rheinland ในระดับ 55 เดซิเบล
มีซอฟต์แวร์ Real-Time Dynamic ANC ช่วยวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและลักษณะการสวมใส่ให้แบบเรียลไทม์ ซึ่งระบบจะคอยรักษาสมดุลของเสียงระหว่างความเงียบและความสบายให้กับแบบเรียลไทม์หรือตลอดการใช้งาน และระบบ ANC ยังครอบคลุมช่วงความถี่กว้างถึง 5,000Hz ดังนั้นเสียงรบกวนรอบข้างในย่านต่ำ กลาง และสูงที่มักจะเป็นเสียงพูดคุยของคนรอบตัวจะถูกตัดออกไปทั้งหมด ซึ่งเมื่อเปิดใช้งาน ANC พร้อมกับเปิดฟังเพลงในระดับเสียง 50-60% เราจะได้ยินเสียงภายนอกเข้ามาในหูเราระดับ 1-5% เท่านั้น คือแทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรจากภายนอกเลย จะได้ยินเล็กน้อยจริง ๆ ก็ต่อเนื่องสิ่งที่ให้กำเนิดเสียงนั้นเข้ามาหรืออยู่ใกล้เรามาก ๆ ในระยะไม่เกิน 10 เมตร เราจะยินในระดับเสียงกระซิบเท่านั้น
นอกจากเรื่องของการตัดเสียงรบกวนที่เงียบมาก ๆ แล้ว OPPO Enco Air5 Pro ยังมีระบบตัดเสียงลมด้วย (Adaptive Wind Noise Reduction) ซึ่งใช้งานได้ถึงแม้ลมจะแรงมากถึง 25 กม./ชม. ความสามารถนี้มีประโยชน์มาก ๆ ในตอนที่เรากำลังสนทนาสายและตัวเราเราอยู่ภายนอกสถานที่ โดยตัวระบบจะคอยตรวจจับสภาพลมรอบข้าง และจะทำการปรับเข้าสู่โหมดต้านทานลมให้อัตโนมัติ โดยมีเสียงสนทนาของเราเป็นเป้าหมายให้มีความคมชัดต่อเนื่องโดยที่เสียงลมไม่รบกวน
ซึ่งจากที่ผมได้ลองทดสอบใช้งาน ทั้งแบบวิ่งออกกำลังกายไปด้วยคุยสายไปด้วย และนั่งหน้าพัดลมแล้วคุยสาย คู่สนทนาปลายสายยืนยันว่า “ไม่มีเสียงลมเข้ามาเลยสักนิด” เพียงแต่เมื่อโหมดตัดเสียงลมทำงานเสียงสนทนาของเราจะก้องขึ้นเล็กน้อยและเราต้องออกเสียงดังขึ้นจากเดิมเล็กน้อยด้วยเช่นกันครับ
/ เสียงคมชัดด้วยระบบไมโครโฟน AI และ AI Clear Call ที่ได้รับการพัฒนาใหม่
OPPO Enco Air5 Pro เป็นหูฟังไร้สาย In-ear อีกรุ่นในช่วงราคานี้ที่ให้ประสบการณ์เสียงสนทนาสายที่คมชัดและเคลียมากที่สุดอีกรุ่นในตลาดตอนนี้เลยล่ะครับ ซึ่งความเก่งในการมอบเสียงสนทนาที่คมชัดและเคลียแบบนี้ ก็มาจากการใช้ระบบไมโครโฟน AI 3 ตัว จาก OPPO ทำงานร่วมกับไมโครโฟนคุณภาพสูง 3 ตัวภายในหูฟัง
โดยไมค์ด้านนอก 2 ตัว จะทำหน้าที่ตรวจจับและล็อกทิศทางของเสียงพูดพร้อมตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ในขณะที่ไมค์ตัวที่ 3 ภายในหูจะคอยเก็บรายละเอียดเสียงพูดที่สะอาดชัดเจนจากภายในช่องหู จากนั้นระบบ AI จะนำสัญญาณเสียงทั้งหมดมาผสานกัน เพื่อแยกเสียงพูดออกมาและลดเสียงรบกวนที่เหลืออยู่ ทำให้เสียงสนทนาของเราผ่านการใช้งานหูฟังได้คุณภาพเสียงที่เป็นธรรมชาติและสมจริงที่สุดตามสไตล์ของ AI Clear Call เทคโนโลยีด้านเสียงของ OPPO นั่นเอง
/ คุณภาพเสียงมาตรฐานระดับโปร
สำหรับคุณภาพเสียงและประสบการณ์ด้านเสียงต้องยอมรับเลยว่า OPPO ปรับจูนจนทำให้หูฟังรุ่นนี้ เป็นหูฟังไร้สายสไตล์ In-ear ที่มีความสามารถที่ครบเครื่อง ขับเสียงได้ไพเราะ ฟังเพลิน ฟังสบายไม่ล้า สามารถไปได้กับทุกแนวดนตรี และยังสามารถปรับแต่ง EQ เพิ่มเติมเพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเรามากขึ้นได้ด้วย
โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบอรรถรสความตึบ ๆ ของเสียงเบส ซึ่งคุณจะได้ฟังเสียงเบาระดับคุณภาพจากหูฟังตัวนี้ ที่ให้ลูกตึบที่ไม่หนักหรือล้าเกินไป ปล่อยมาแบบฟังสบายให้ได้ฟิลลิ่งตึบ สเตจเสียงไม่กว้างเกินไปโอบคนฟังได้กำลังลงตัว ฟังแล้วชวนให้บิ้วอารมณ์ได้สนุก เต็มอิ่ม อินไปกับจังหวะดนตรีของเพลงที่ชอบหนัก แบบมีมิติ คุณจะต้องชอบหูฟังตัวนี้แน่นอน
เสียงเบสคุณภาพที่ผมชมนั้น ก็มาจากการที่ OPPO Enco Air5 Pro เลือกใช้ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ 12 มม. เคลือบไทเทเนียม พร้อมการออกแบบโครงสร้างไดรเวอร์ใหม่ ให้ช่วงชัก (Excursion) ที่กว้างขึ้นเป็นสองเท่า พร้อมไดนามิกเรนจ์ (Dynamic Range) ที่ตอบสนองได้ยอดเยี่ยมกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด ผลลัพธ์คือการผลักมวลอากาศได้มหาศาล สร้างย่านเบส (Low-end) ที่ลงลึกถึงสรีระ หนักแน่น และมีอิมแพค (Impact) ที่ทรงพลัง แต่ยังคงความตึงกระชับ เก็บตัวไว และคุมจังหวะ (Timing) ได้อย่างอยู่หมัด ไม่มีอาการเบสบวม เบลอ มากวนใจขณะฟังครับ
ในแง่ของโทนัลบาลานซ์ (Tonal Balance) ตัวหูฟัง/ลำโพงถูกปรับจูนมาได้พิถีพิถันพอสมควร ทำให้ย่านเสียงกลาง (Midrange) มีความอิ่มหนา ให้มวลเสียงร้องและเครื่องดนตรีที่มีชีวิตชีวา ในขณะที่ย่านเสียงแหลม (Treble) นั้นเปิดโปร่ง ใสกระจ่าง ช่วยทอดประกายและเผยไมโครดีเทล (Micro-details) ที่ซ่อนอยู่ในแทร็ก ทำให้คุณดำดิ่งไปกับทุกเพลงที่ชื่นชอบในเพลย์ลิสต์ หรือภาพยนตร์เรื่องโปรดได้อย่างเต็มอรรถรส
นอกจากนี้ อย่างที่เกริ่นไปช่วงต้นครับว่า เรายังสามารถคัสตอมคาแรคเตอร์เสียงให้แมตช์กับรสนิยมการฟังของเราได้อย่างอิสระ สามารถคัสตอมได้ทั้งแบบ Manual คือปรับแต่งตามความชอบด้วยเอง หรือจะเลือกปรับผ่านฟีเจอร์ Sound Master EQ ที่มีโปรไฟล์เสียงสำเร็จมาให้เลือกถึง 3 โปรไฟล์ จากที่ผมลองปรับฟังดูแล้วคิดว่าแต่ละโปรไฟล์จะให้เสียง ดังนี้
- Ultimate Sound : มอบมิติเสียงที่โอ่อ่า กว้างขวาง บาลานซ์เยี่ยม และดึงรายละเอียดออกมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกย่านความถี่
- Pure Vocals : โฟกัสย่านมิดเรนจ์ ดันอิมเมจเสียงร้องและเครื่องดนตรีอะคูสติกให้หลุดลอย โดดเด่น และคมชัดดุจคริสตัล
- Thundering Bass : รีดเค้นมวลและอิมแพคของย่านเสียงต่ำ (Sub-bass & Mid-bass) ให้กระแทกกระทั้น ดุดัน ตอบโจทย์สายเบสได้อย่างสะใจ
มาตรฐาน Hi-Res Audio รองรับ LHDC 5.0 Ultra HD ดื่มด่ำเต็มอรรถรสในทุกการฟัง
OPPO Enco Air5 Pro มากับมาตรฐาน Bluetooth Codec ด้านเสียงขั้นสูงสองตัวคือ LHDC 5.0 Ultra HD และ Hi-Res Audio ซึ่งมาตรฐานสองอย่างนี้ มีผลโดยตรงที่ทำให้การทำงานของหูฟัง OPPO Enco Air5 Pro ทำได้ดีกว่าหูฟังทั่วไปหรือหูฟังที่ไม่มีมาตรฐานทั้งสองตัวนี้ มอบประสิทธิภาพระดับสูงและมอบประสบการณ์ด้านเสียงที่ดีมาก ๆ ให้กับเรา โดยที่ทั้ง 2 อย่างจะช่วยในเรื่องของ
- LHDC 5.0 Ultra HD (ส่งข้อมูลไว รายละเอียดครบ) : เป็นมาตรฐานที่เหมือนกับการขยายท่อส่งข้อมูลบลูทูธให้ใหญ่ขึ้น (สูงสุด 1 Mbps) ทำให้ไฟล์เพลงไม่ถูกบีบอัดจนเสียคุณภาพ ได้ยินรายละเอียดเครื่องดนตรีชัดเจนทุกมิติ และมีความหน่วงต่ำมาก (47ms) ทำให้เสียงเกิดการดีเลย์น้อยมากถึงไม่มีเลย เมื่อเล่นเกมหรือดูหนังเสียงก็จะตรงกับภาพเป๊ะ ๆ
- Hi-Res Audio (คุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ) : ฮาร์ดแวร์รองรับย่านเสียงได้กว้างกว่าหูฟังทั่วไป (20Hz – 40kHz) ช่วยมอบช่วงเสียงให้ปลายเสียงแหลมที่ใส โปร่งสบาย ไม่บาดหู และเมื่อทำงานร่วมกับ LHDC 5.0 จะดึงศักยภาพของไฟล์เพลงความละเอียดสูง (Lossless) ออกมาได้เต็ม 100% เหมือนนั่งฟังในห้องอัดเสียงจริง ๆ เลยก็ว่าได้ครับ
OPPO Alive Audio
เป็นฟีเจอร์เสียงเหมือนระบบ Spatial Sound ซึ่งเมื่อเราเปิดใช้งานระบบจะสร้างมิติเสียงแบบ 3D เป็นเสียงที่มีความครบทุกมิติทั้งเสียงความกว้าง ความลึก และความสูงอย่างชัดเจน พร้อมกับช่วยจัดวางเสียงร้องไว้ตรงกลาง และกระจายเสียงเครื่องดนตรีต่าง ๆ ให้โอบล้อมรอบตัวเราอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เมื่อเรารับฟังผ่านหูฟังจะเพิ่มอรรถรสในการรับฟังได้ลึกและอินขึ้นจากปกติ คล้ายกับเวลาเราเข้าไปดูภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ ที่เสียงต่าง ๆ ของภาพยนตร์จะโอบล้อมเราทุกด้านขณะที่เรารับชม ทำให้เรารู้อินและลุ้นไปกับเนื้อหาที่กำลังรับชมนั่นเองครับ
และฟีเจอร์นี้ยังมีผลช่วยยกระดับความสนุกของสายเกมมิ่งให้เล่นเกมได้สนุกและได้อรรถรสมากขึ้นด้วย ซึ่งตัวหูฟังจะมีโหมด Game Sound Effects ไว้รองรับการเล่นเกมด้วย เมื่อเปิดใช้งานระบบจะทำการสร้างเสียงรอบทิศทางมาช่วยขับเน้นเสียงปืน เสียงฝีเท้า และเสียงอื่น ๆ ในเกมให้เมื่อเราเข้าไปอยู่ในเกมจริง ๆ โดยเฉพาะเกม PUBG, Free Fire และ Call of Duty ทำให้ OPPO Enco Air5 Pro สามารถมอบเสียงเกมและเสียงเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ในเกมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
/ เชื่อมต่อง่ายได้ทั้ง Android และ iOS ใช้งานได้สองอุปกรณ์พร้อมกัน
OPPO Enco Air5 Pro เป็นหูฟังไร้สายที่รองรับการใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth โดยตรง หรือการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชั่น “HeyMelody” ของ OPPO ครับ ซึ่งผมแนะนำให้เชื่อมต่อผ่านตัวแอปฯ เมื่อต้องใช้งาน เพราะจะสามารถเลือกปรับแต่งค่าการใช้งานของหูฟังได้ทั้งหมด ตรงตามที่เราต้องการได้เลย
OPPO Enco Air5 Pro มากับ Bluetooth 6.0 เวอร์ชั่นใหม่ ทำงานร่วมกับ Smart Bluetooth ทำให้เรื่องของสัญญาณและการเชื่อมต่อของตัวหูฟังมีความเสถียรมาก สามารถลดคลื่นรบกวนที่เกิดขณะใช้งานลงได้ และยังช่วยปรับค่าสัญญาณการเชื่อมต่อให้นิ่งแบบไดนามิก ปรับบิตเรตตามความเหมาะสม และการส่งสัญญาณ Bluetooth พลังงานสูง เพื่อยกระดับความเสถียรและประสิทธิภาพการทำงานในภาพรวมให้ดีที่สุดขณะใช้งาน
รวมทั้งยังทำให้ตัวหูฟังสามารถเชื่อมต่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ได้พร้อมกันถึง 2 อุปกรณ์ ทำให้เราสามารถสลับการใช้งานไปยังอีกอุปกรณ์ได้ทันทีต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ สะดวกมาก ๆ สำหรับใครที่ใช้ทั้งแท็บเล็ตและสมาร์ตโฟน เพราะสามารถสลับไปรับสายบนสมาร์ตโฟนและกลับมาฟังเพลงฟังคอนเทนต์ต่อบนแท็บเล็ตได้ทันที ไม่ต้องมาคอยเชื่อมต่อใหม่ให้ขาดตอน
ควบคุมได้มากกว่าเดิม เพียงปลายนิ้วสัมผัส
นอกจากนี้ OPPO Enco Air5 Pro ยังสามารถสั่งการตัวหูฟังด้วยการแตะสัมผัสที่บริเวณก้านด้านบนของหูฟังได้ทันที เช่น เพิ่ม-ลดเสียง, รับสายเรียกเข้า, เล่นหรือหยุดเพลง, เปลี่ยนเพลงถัดไป หรือเปิด-ปิดโหมด ANC เป็นต้นไป โดยรูปแบบการสั่งการตัวหูฟังทั้งหมด เราสามารถเข้าไปปรับแก้ไขการสั่งการใหม่เพิ่มเติมได้ภายในแอปฯ และที่เป็นไฮไลต์เด็ดเลย คือ มีฟีเจอร์ Spotify Tap เป็นหนึ่งในคำสั่งการแตะสั่งการหูฟังด้วย ซึ่งเราจะสามารถเข้าถึงเพลย์ลิสต์ส่วนตัวบน Spotify ของเราพร้อมเล่นเพลงแรกได้ทันที เพียงแค่แตะเท่านั้น ซึ่งเราสามารถเข้าไปตั้งค่ารูปแบบการแตะสั่งการได้จากแอปฯ
มาพร้อมฟีเจอร์ AI Translate แปลภาษาแบบเรียลไทม์
ที่ผมชอบ OPPO Enco Air5 Pro เป็นพิเศษมากนอกจากเรื่องของเสียงกับระบบตัดเสียงรบกวนที่เงียบมากแล้ว ก็คือการที่ OPPO นำความสามารถของ AI Translate เข้ามาผนวกในหูฟังรุ่นนี้ให้เลย ทำให้ไม่ต้องไปซื้อหูฟังแปลภาษาให้เสียเงินเพิ่มอีก โดยฟีเจอร์ AI Tanslate ที่ถูกติดตั้งเข้ามานั้นจะมีโหมดการใช้งานให้เลือก ถึง 2 รูปแบบ ได้แก่
- โหมดการแปลสด (Live Translation) ที่สามารถแปลบทสนทนาจากเสียงสนทนาเป็นข้อความได้แบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งให้ AI อ่านข้อความนั้นให้เราฟังผ่านตัวหูฟัง พร้อมกับบันทึกเสียงและข้อความย้อนหลังไว้ให้ตรวจสอบได้ในภายหลังด้วย
- โหมดการแปลแบบต่อหน้า (Face-to-Face Translation) จะแสดงหน้าจอการสนทนาหลายภาษาแบบมุมมองคู่ เหมือนบนแอปฯ ของ Google Translate เพื่อให้การสื่อสารสลับกันไปมาเป็นไปอย่างลื่นไหลและเข้าใจง่าย
ฟีเจอร์ AI Translate จะถูกติดตั้งมาในแอปพลิเคชัน HeyMelody โดยตรง ดังนั้นจำเป็นต้องทำการเชื่อมต่อให้ตัวแอปฯ ทำงานร่วมกับหูฟัง OPPO Enco Air5 Pro เรียบร้อยก่อนนะครับ (*ใช้ได้กับสมาร์ตโฟน OPPO เท่านั้น) และสามารถปรับค่าการใช้งานได้จากในแอปฯ ซึ่งในปัจจุบันฟีเจอร์ AI Translate จะรองรับการแปลภาษาทั้งหมด 24 ภาษา
โดยภาษาหลักที่ใช้ในการสื่อสาร เช่น ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาสเปน ภาษาอาหรับ และภาษาเยอรมัน รองรับทั้งหมด การมีฟีเจอร์มาพร้อมกับตัวหูฟัง OPPO Enco Air5 Pro นอกจากช่วยเพิ่มความคล่องตัว สะดวก จบครบให้รุ่นเดียวแล้ว ยังช่วยทลายกำแพงทางภาษาลงได้ในทุกสถานการณ์ ตั้งแต่ในที่ทำงานไปจนถึงการออกเดินทางท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ครับ โดยเฉพาะใครที่ต้องทำงานร่วมกับเพื่อนต่างชาติรับรองว่าชอบแน่นอน
/ ทนทาน รองรับทุกโจทย์ใช้งาน
OPPO Enco Air5 Pro นอกจากมากับแบตเตอรี่ความจุที่รองรับการใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 54 ชั่วโมงแล้ว ตัวหูฟังยังถูกออกแบบมาตามหลักสรีรศาสตร์ ดังนั้นนอกจากการสวมใส่ที่เข้ากับรูหูทุกรูปแบบได้ลงตัว กระชับและสนิทดีมาก น้ำหนักเบาเพียง 4.4 กรัมต่อข้าง สามารถสวมใส่ติดหูไว้ตลอดวันได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดแล้ว ยังมากับคุณสมบัติด้านความทนทานอย่างการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP55 ที่รองรับโจทย์ใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น เหงื่อ, ฝนตก หรือละอองน้ำจากการล้างหน้าได้ดี ช่วยเพิ่มความหลากหลายในการใช้งานและยืดอายุการใช้งานของหูฟังจากไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน
/ OPPO Enco Air5 Pro หูฟังไร้สายพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนระดับโปร
OPPO Enco Air5 Pro เป็นหูฟังไร้สายพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนระดับโปร ที่ส่วนตัวผมยกให้เป็นหูฟังไร้สาย In-ear ในช่วงราคาไม่เกิน 3,000 บาท จากแบรนด์มือถือที่ดีมากที่สุดอีกรุ่นในตลาดตอนนี้ครับ เป็นหูฟังไร้สายที่ตัดเสียงรบกวนได้เงียบเกินราคา มอบประสบการณ์เสียงที่ผมว่า “เพียงพอ” กับการใช้งานแบบ Daily Use
สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งคนที่ชอบฟังเพลงจริงจังในงบหลักพันต้น และคนที่ใช้งานทั่วไปที่พกหูฟังไร้สายไว้ฟังเพลงชิล ๆ ตอนทำงาน หรือใช้ดูหนังเมื่อออกนอกบ้าน รวมถึงใช้คุยสายโทรศัพท์หรือประชุมออนไลน์นอกสถานที่ ตอบโจทย์ได้ลงตัวมาก ๆ จากระบบตัดเสียงรบกวนที่เงียบสนิท มีโหมดตัดเสียงลมช่วยปิดกั้นเสียงแอร์จากร้านกาแฟหรือห้องประชุมที่ใช้งานได้ดีมาก ๆ และรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกัน 2 อุปกรณ์ยิ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการสลับไปมาระหว่างโน้ตบุ๊กหรือแท็บเล็ตกับสมาร์ตโฟนด้วย
และที่ผมชอบอีกอย่างคือ การที่มีฟีเจอร์ AI Translate บิ้วอินมาให้เลย ทำให้เวลาเดินทางไปต่างประเทศหรือสนทนากับนักท่องเที่ยวหรือเพื่อนต่างประเทศ เราสามารถใช้หูฟัง OPPO Enco Air5 Pro ช่วยแปลและสื่อสารได้ทันที ไม่ต้องไปซื้อหูฟังแปลภาษาอะไรเพิ่มให้วุ่นวาย และบางครั้งผมก็เอามาเรียนภาษาจากการเอามาแปลหนังในทีวีด้วย เป็นอะไรที่ All in one ดีมาก ๆ ส่วนด้านการสวมใส่ ตัวหูฟังถูกออกแบบมาได้ดีมาก ๆ มีน้ำหนักต่อข้างที่เบามาก ๆ สามารถใส่ติดหูไว้ตลอดวันเลยก็ได้ ไม่อึดอัดแน่นอน รวมทั้งยังสามารถใส่กับรูหูได้ทุกแบบเลยจริง ๆ ครับ เพียงแค่เลือกจุกยางให้เหมาะกับรูหูก็จบเลย
จากทั้งหมดที่เล่ามา ก็สรุปเลยว่า ถ้าหากคุณกำลังมองหาหูฟังไร้สาย In-ear ที่ใส่สบายไม่อึดอัด ใช้งานได้ตลอดวัน มีความสามารถที่ครบทุกด้านพื้นฐานของหูฟังไร้สายสมัยใหม่ (All in one) พร้อมกับประสบการณ์เสียงที่ไม่ทำให้ผิดหวัง OPPO Enco Air5 Pro จะเป็นเพื่อนร่วมทางด้านเสียงที่ดีให้กับคุณได้ในงบไม่เกิน 3,000 บาท แน่นอนครับ
/ ราคา การวางจำหน่าย และโปรโมชัน
OPPO ประเทศไทย วางจำหน่าย OPPO Enco Air5 Pro หูฟังไร้สายระดับโปร ในราคา 2,999 บาท พร้อมสีของหูฟังให้เลือกทั้งหมด 2 สี คือ สีขาว Pearl White และสีดำ Matte Black
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าในช่วงวันที่ 24 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 จะได้รับ Bundle Promotion ส่วนลดมูลค่า 500 บาท หรือคูปอง My OPPO ลด 500 บาท เมื่อซื้อสมาร์ตโฟน OPPO หรือแท็บเล็ต OPPO คู่ กับ OPPO Enco Air5 Pro
สัมผัสประสบการณ์เสียงระดับโปรได้แล้ววันนี้ ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา, ช่องทางออนไลน์ Shopee : shopee.co.th/6AhKZ6Owp9, Lazada : lazada.co.th/s.Zgo0im, Tiktok Shop : tiktok.com/ZS9NMVBEaMS9A-MaQ5n และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
#OPPOEncoAir5ProTH
#ตัดเสียงรบกวนระดับPro
#ใช้ชีวิตให้สุดสมาร์ท
#oppothailand
/ บทความรีวิวล่าสุด
—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!







































รีวิว realme C100 5G มือถือจอมแกร่ง และ realme C100i สองพี่น้อง ‘C’ มือถือตัวคุ้มในงบหลักพัน!
รีวิว POCO X8 Pro สมาร์ตโฟนจอ 1.5K กล้อง 50MP แบตฯ 6500mAh พร้อมชาร์จไว 100W

