TECHGADGETSHEALTHINSIGHT NEWS

SKG เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ ส่ง G7 Pro Fold ชู Smart Self-Care รับมือออฟฟิศซินโดรมของคนยุคใหม่

เมื่อ ‘งานหนัก’ มาพร้อม ‘อาการออฟฟิศซินโดรม’ SKG (เอสเคจี) แบรนด์แก็ดเจ็ตเพื่อสุขภาพระดับโลก นำโดย ‘หวังอี้ป๋อ’ Global Brand Ambassador ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของคนยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่กับไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย ได้เข้ามาเป็นตัวช่วยดูแลสุขภาพของคนไทยอย่างเป็นทางการ นำโดย บริษัท ที แอนด์ ซี จำกัด พร้อมยกทัพนวัตกรรมเครื่องนวดอัจฉริยะเพื่อสุขภาพ รองรับการดูแลตั้งแต่คอ บ่า ไหล่ ดวงตา ไปจนถึงกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ เริ่มต้นเพียง 1,799 บาท SKG (เอสเคจี) แบรนด์แกดเจตเพื่อสุขภาพระดับโลก ก่อตั้งในปี 2007 เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นด้านการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุปกรณ์สุขภาพแบบสวมใส่ (Wearable Health Devices) อีกทั้งได้รับสิทธิบัตรระดับโลกกว่า 2,000 ใบ วางขายกว่า 50 ประเทศ โดยมีเป้าหมายยกระดับการดูแลสุขภาพด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ดีไซน์ทันสมัย และพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Smart Wellness ระดับโลกอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด “ใช้ชีวิตให้เต็มที่ พร้อมดูแลตัวเองไปพร้อมกัน” SKG อยากสนับสนุนให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ทุกคนได้ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจให้รู้สึกผ่อนคลายได้ทุกที่ในทุกวันกับ Gadget เพื่อสุขภาพ ที่ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) / ข่าวอัปเดตล่าสุด Prime Video เผยภาพแรกของ “Carrie” ซีรีส์ใหม่ที่แฟน ๆ รอคอย เชียร์ทีมไทยชิงแชมป์ ศึก RoV นานาชาติ “APL 2026” ในวันที่

Read More
LIFESTYLEHEALTHINSIGHT NEWS

แพทย์เฉพาะด้านกระดูกสันหลังแนะเคล็ดลับ นั่งอย่างไรให้ห่างไกลโรคกระดูกสันหลัง

นพ.พร นริศชาติ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ เผยว่า การนั่งผิดท่าเป็นเวลานานๆ ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง แต่ยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหมอนรองกระดูก หรือที่เรียกว่า หมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อท่าทางที่นั่งไม่เหมาะสมทำให้กระดูกสันหลัง และหมอนรองกระดูก ต้องรับแรงกดทับอย่างไม่ถูกต้องในระยะเวลานานๆ จึงอาจนำไปสู่ปัญหาหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือการเกิดอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนที่มีผลต่อการทำงานของเส้นประสาท สาเหตุที่การนั่งผิดท่าทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูก การกดทับหมอนรองกระดูก การนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งค่อมหลัง หรือ โน้มตัวไปข้างหน้า จะทำให้เกิดแรงกดทับหมอนรองกระดูกที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพเร็วขึ้น หรือเกิดการเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่ง ทำให้เกิดอาการปวดหลัง หรืออาจไปกดทับเส้นประสาทได้ กระดูกสันหลัง และหมอนรองกระดูก ไม่อยู่ในแนวตรงการนั่งในท่าที่ทำให้กระดูกสันหลังโค้ง หรือ ไม่ตรง เช่น การนั่งเอียงตัวไปข้างหนึ่ง หรือ โน้มตัวไปข้างหน้า จะทำให้หมอนรองกระดูกไม่สามารถรองรับแรงกดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการเสื่อมสภาพหรือการยุบตัวของหมอนรองกระดูก การนั่งนานเกินไป หากนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานาน โดยไม่เปลี่ยนท่าทางหรือยืดเส้นยืดสาย จะทำให้กล้ามเนื้อหลังตึงเครียด และทำให้หมอนรองกระดูกต้องรับแรงกดจากการนั่งผิดท่าเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือเสื่อมสภาพ การกดทับเส้นประสาท เมื่อหมอนรองกระดูกเกิดการเคลื่อนหรือเสื่อมสภาพ การกดทับที่หมอนรองกระดูกอาจไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดอาการปวดหลังที่ร้าวลงไปถึงขา (เรียกว่า Sciatica) หรืออาการชาและอ่อนแรงของขา อาการของหมอนรองกระดูกเสื่อม ปวดหลังส่วนล่าง เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อม อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่าง ซึ่งอาจเป็นอาการที่รุนแรงหรือเรื้อรัง อาการชาและอ่อนแรง หากหมอนรองกระดูกเสื่อมจนกดทับเส้นประสาท อาจทำให้เกิดอาการชา หรืออ่อนแรงในขา หรือแม้กระทั่งการเดินลำบาก ปวดร้าวลงขา อาการปวดที่ร้าวลงขา (Sciatica) เป็นอาการที่พบได้บ่อยเมื่อหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือเสื่อมสภาพ โดยจะทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทที่ลงไปยังขา วิธีป้องกันการเกิดโรคหมอนรองกระดูกจากการนั่งผิดท่า นั่งในท่าที่ถูกต้อง ควรนั่งให้หลังตรงและไม่ค่อมไปข้างหน้า ปรับความสูงของเก้าอี้ให้ขาทำมุม 90 องศา และเท้าติดพื้นโดยไม่ยกเข่าหรือโน้มตัวไปข้างหน้า เปลี่ยนท่าทางบ่อยๆ ควรเปลี่ยนท่าทางหรือยืนขึ้นเดินทุกๆ 30-60 นาที

Read More
LIFESTYLEHEALTHINSIGHT NEWS

“Givora” พลิกโฉมโมเดลธุรกิจ สู่เทรนด์ใหม่เพื่อสุขภาพคนไทย เปิดกลยุทธ์ “เชิงรุก” ป้องกันก่อนเกิดโรค

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกับ “Givora” Wellness Chain Agency ผู้ให้บริการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสุขภาพเชิงรุก ภายใต้คอนเซปต์ของการดำเนินธุรกิจ สะพานเชื่อมต่อในฐานะ “ผู้ให้” มุ่งสร้างคอมมิวนิตี้แห่งการ “ให้ต่อ” “สุขภาพที่ดี” เน้นการดูและและรักษาเชิงรุก ที่มุ่งแก้ไขปัญหาสุขภาพตั้งแต่ต้นตอ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดโรคร้ายแรง พร้อมตั้งเป้าเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย รองรับนโยบาย “Medical Hub” ของประเทศ ปักธง! เฟสแรก: สู่กลยุทธิ์เชิงรุก ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ผลสำรวจพบว่าปี 2566 พบว่า คนไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองแตกสูงถึง 21.13% และในปี 2567 แม้ข้อมูลยังไม่ครบปี ตัวเลขก็พุ่งถึง 20.77% สะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหาสุขภาพนี้ “Givora” เลยมุ่งเน้นการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ลดภาวะ หลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก ทำให้ขัดขวางการลำเลียงเลือดซึ่งนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย เสียหาย และการทำงานของสมองหยุดชะงัก ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญของอัมพฤกษ์อัมพาต และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและภาวะพิการในคนไทย “Givora” มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าแรกคือ Nursing Care เพื่อผลักดันสู่ Nursing Wellness Care และ กลุ่ม Aesthetic หรือ คลินิกความงาม สู่ Wellness Clinic ยกระดับการบริการด้านสุขภาพที่ครบวงจรและขยายฐานได้กว้างมากยิ่งขึ้น สอดรับกับนโยบายและยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งชาติ โดยภายใต้การบริการของ Givora ได้แก่ 1) การให้คำปรึกษาเชิงลึก วางแผนและแนะนำการฟื้นฟูสุขภาพลงลึกถึงระดับเซลล์ ด้วยองค์ความรู้จากประเทศเยอรมนี 2) การให้ความรู้ผ่าน Givora Academy ถ่ายทอดองค์ความรู้โดยทีมสหวิชาชีพ อาทิ เวชศาสตร์ฟื้นฟู เวชศาสตร์ชะลอวัย

Read More
LIFESTYLEHEALTHINSIGHT NEWS

อันตราย! ก้มยกของหนักผิดท่า เสี่ยงหมอนรองกระดูกปลิ้นไม่รู้ตัว

ยกของหนักผิดท่า! เสี่ยงหมอนรองกระดูกปลิ้นไม่รู้ตัว เร่งปรับพฤติกรรมก่อนสายเกินแก้กระดูกสันหลังเปรียบเสมือนแกนหลักของร่างกายที่คอยรับน้ำหนักตัวเรา และค้ำจุนการเคลื่อนไหว โดยปกติกระดูกสันหลังจะเสื่อมตามอายุ แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ยกของหนัก นั่งผิดท่า นั่งนาน ส่งผลให้กระดูกสันหลังเสื่อมก่อนวัยได้ นพ.วิศิษฐ์ แซ่ล้อ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ เผยว่า ปัจจุบันพบว่า 1 ในสาเหตที่ทำให้มีผู้ป่วยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน ก็คือการก้มตัวไปหยิบของ หรือก้มแล้วยกของที่หนักในลักษณะท่าทางที่ผิด เพราะในคนที่ทำอยู่ซ้ำๆ เป็นประจำอาจมีความเสี่ยงที่เปลือกหุ้มหมอนรองกระดูกแตกทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนออกมากดทับเส้นประสาทได้ ขณะที่ท่ายกของหนักที่ถูกต้องให้เปรียบเทียบจากนักยกน้ำหนักในกีฬาที่เราเห็นกันทั่วๆ ไป หลักการของนักยกน้ำหนักที่ถูกต้องคือหลังตรง ใช้การย่อของข้อเข่าและสะโพกลงไป แล้วก็ยกน้ำหนักให้หลังตรง แต่ในทางกลับกันท่าการยกน้ำหนักไม่ใช่ท่าที่เราคุ้นเคยที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เราก็มักจะใช้การก้มหลังลงไป ซึ่งจังหวะนั้นเองที่จะทำให้เกิดแรงดันต่อหมอนรองกระดูกด้านหลัง และในอนาคตอาจส่งผลให้หมอนรองกระดูกที่อยู่ภายในเคลื่อนออกมากดทับเส้นประสาทได้ อย่างไรก็ตามสามารถเช็กความเสี่ยงจากอาการปวดหลังของตัวเองได้ เช่นกรณีที่ 1 ถ้าก้มและรู้สึกตึงหลัง แต่ยังไม่ร้าวลงขากรณีนี้อาจเป็นเรื่องของกล้ามเนื้อได้  แต่กรณีที่ 2 หากไปยกของหนักแล้วมีอาการร้าวลงขาอันนี้ใกล้เคียงกับปัญหาที่เกิดจากการกดทับเส้นประสาทที่ไม่เหมือนกับกรณีแรก นี่อาจเป็นสัญญาณของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ กรณีนี้ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัย โดยทั่วไป แพทย์มักจะเริ่มต้นด้วยการตรวจ X-ray เพื่อดูโครงสร้างกระดูกสันหลังและตรวจหาความผิดปกติเบื้องต้น เช่น กระดูกแตกหัก หรือกระดูกเสื่อม  อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดหลังของคุณมีอาการปวดร้าวลงขา มีอาการชาหรืออ่อนแรง สงสัยว่ามีปัญหาเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกเส้นประสาท แพทย์อาจพิจารณาให้ทำ MRI เพิ่มเติม จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น เนื่องจาก X-ray ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูก MRI ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อเยื่อและระบบประสาท  การใช้ข้อมูลจากทั้งสองวิธีร่วมกัน ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างที่โรงพยาบาลเอส สไปน์ เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงในการอ่านและแปลผล X-ray และ MRI นอกจากนี้ เรายังมีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำสูง การรักษาปัจจุบัน โรงพยาบาลเอส สไปน์ ได้นำเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัยมาใช้ในการรักษาโรคกระดูกสันหลัง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการบาดเจ็บหลังการรักษาแล้ว

Read More