INSIGHT NEWS

โดนใจคนรักงาน DIY ให้สวิตช์ไฟเป็นเรื่องง่าย แค่คลิกเดียว!

ต้องยอมรับว่ากระแสความนิยมสินค้าประเภทดีไอวาย (Do It Yourself) เข้ามาเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่มานานหลายปีแล้ว และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จากที่ปัจจุบันมีร้านค้าแนวนี้จำนวนมาก และดึงดูดให้คนจำนวนมากเข้าไปเดินจับจ่ายสินค้า ค้นหาไอเดียใหม่ๆ ในการแต่งบ้าน ยิ่งเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ผู้คนใช้ชีวิตอยู่กับบ้านมากขึ้น ได้ทดลองเรียนรู้วิถีงานช่างผ่านทางออนไลน์บ้าง ครูพักลักจำบ้าง ยิ่งส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มดีไอวายเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าภาคภูมิใจให้กับกลุ่มคนรักงานดีไอวายและผู้ที่เริ่มสนใจงานช่าง ยังประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีก ทั้งนี้ ในบรรดาวิถีงานช่าง งานจุกจิกในบ้าน งานช่างไฟ เรื่องของระบบไฟก็ต้องยกให้เป็นหน้าที่ของช่างตัวจริง เพราะมีเรื่องของระบบไฟฟ้าที่ผู้ติดตั้งต้องได้รับใบอนุญาตการประกอบอาชีพช่างไฟเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย แต่การเลือกผลิตภัณฑ์เต้ารับและสวิตช์ไฟที่ดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ไม่เล็กแล้วในปัจจุบัน เพราะต้องตอบโจทย์การใช้งานในบ้านของเราด้วย และสิ่งนี้ “เป็นสิ่งที่เราต้องเลือก” ไม่มีใครสามารถรู้ถึงความต้องการได้ดีกว่าผู้พักอาศัย บ่อยครั้งที่ติดตั้งไปแล้วไลฟ์สไตล์เปลี่ยน มันเป็นเรื่องยากที่ต้องรื้อใหม่ทั้งระบบ เสียเวลา อีกทั้งเปลืองค่าใช้จ่าย การเลือกสวิตช์ไฟและเต้ารับ เราจึงจำเป็นต้องเลือกที่มีความปลอดภัยและไม่ตกเทรนด์ในอนาคตด้วย ไม่อย่างนั้นต่อให้เป็นบ้านเทรนด์ใหม่ แต่สวิตช์ไฟ เต้ารับไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ก็ทำให้เรายุ่งยากต้องซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วง สายระโยงรยางค์มาอีก อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย ปัจจุบันด้วยสังคมเปลี่ยน วิถีการใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยน มีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันมากขึ้น สวิตช์ไฟ เต้ารับของ AvatarOn A สามารถมีสูงสุด 3 ฟังก์ชั่นได้ใน 1 เต้า สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ตามต้องการ ถอดเปลี่ยนได้ง่ายๆ เมื่อไลฟ์สไตล์เปลี่ยน เช่น อยากให้มีเต้ารับ USB เพื่อเสียบชาร์จมือถือ แทนที่เต้ารับที่ใช้ประจำเพื่อความปลอดภัย หรือถ้าต้องการปรับปรุงระบบไฟในห้องนอนเพิ่มระบบหรี่ไฟเข้ามา ก็ปรับแต่งได้ไม่ยาก เพราะแพลตฟอร์มของ AvatarOn A ได้ออกแบบมาให้สามารถปรับแต่งได้สูงสุดถึง 3 ฟังก์ชั่นใน 1 แผง ช่างไฟใช้เวลาทำเพียงไม่นานก็เสร็จ หรือโซนอื่นๆ เช่นห้องนั่งเล่น อยากเปลี่ยนจากช่องเสียบเสารับสัญญาณโทรทัศน์ที่อาจไม่ใช้แล้ว เพราะเปลี่ยนโทรทัศน์ใหม่เป็นสมาร์ททีวีที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ ก็สามารถเปลี่ยนช่องเสียบเสาสัญญาณเป็นโมดูลอื่นที่จำเป็นแทนก็ได้

Read More
TECHNOLOGY

Schneider Electric เผยผลศึกษางานวิจัยอิสระ บ่งชี้ถึงช่องว่างในการดำเนินการเพื่อความยั่งยืน

รายงานและการศึกษา โดยบริษัทวิจัยอิสระ 3 แห่งระบุว่า อุตสาหกรรมไอทีและดาต้าเซ็นเตอร์อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเดินทางสู่ความยั่งยืน หนึ่งในการศึกษาพบว่า 73% ขององค์กร จัดให้ความยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญอันดับสองสำหรับธุรกิจ แต่มีแค่ 33% เท่านั้นที่บอกว่ามีการสร้างแผนงานเชิงกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จัดทำเอกสารช่วยให้อุตสาหกรรมเข้าใจถึงการพัฒนาโครงการความริเริ่มด้านความยั่งยืนได้อย่างสมบูรณ์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ได้มอบหมายให้องค์กรวิจัยอิสระ 3 แห่ง จัดทำรายงานโดยมุ่งเน้นที่ความยั่งยืนในการดำเนินงานด้านไอทีและศูนย์ข้อมูล โดยผลการรายงานเผยให้เห็นถึงความไม่เชื่อมโยงกันระหว่างความตั้งใจและการดำเนินการ ซึ่งบ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ของเส้นทางสู่ความยั่งยืน การศึกษาทั้ง 3 ฉบับมอบหมายให้แยกกันดำเนินการ โดยนักวิเคราะห์ชั้นนำของอุตสาหกรรมได้แก่ 451 Research ซึ่งเป็นในเครือของ S&P Market Intelligence อีกสองรายคือ Forrester Consulting และ Canalys โดยบริษัทวิจัยเหล่านี้ ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้เข้าร่วมเกือบ 3,000 คนทั่วโลก อาทิ ผู้ให้บริการโคโลเคชั่น และคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุด ผู้ให้บริการโซลูชันด้านไอที และผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจากหลากหลายกลุ่ม และองค์กรหลายขนาด เอกสารการรายงานจาก 451 Research เผยถึงสภาวะที่ย้อนแย้งระหว่างการรับรู้และความจริงที่เป็น โดยองค์กรทั้งหลายต่างเชื่อว่าโครงการความยั่งยืนของตนมีความคืบหน้ากว่าที่เป็น เนื่องจาก “เกือบครึ่ง (48%) ของผู้ตอบแบบสอบถาม มีการประเมินถึงพัฒนาการของโครงการที่ไม่ตรงกับคำตอบก่อนหน้านั้น” เอกสารของ Forrester Consulting มุ่งเน้นที่โคโลเคชั่น และพบว่า 73% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ความยั่งยืนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อธุรกิจสำหรับองค์กรตน โดยสำคัญเป็นอันดับ 2 จากทั้งหมด แต่มีเพียง 33% เท่านั้นที่บอกว่าองค์กรของตนมีการสร้างแผนความยั่งยืนเชิงกลยุทธ์ งานวิจัยของ Canalys ระบุว่าพันธมิตรด้านช่องทางไอที ต่างกำลังลงทุนกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน แต่ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อเปลี่ยนการลงทุนให้เป็นการปฏิบัติได้จริง และยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้อย่างไร

Read More
TECHNOLOGY

Schneider Electric สร้างแพลตฟอร์มความรู้ระดับมือโปร ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญดาต้าเซ็นเตอร์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยูนิเวอร์ซิตี้ หรือมหาวิทยาลัย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยเพิ่มทักษะให้ผู้เชี่ยวชาญดาต้าเซ็นเตอร์ โดยให้คำแนะนำฟรีเกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุด การสร้างความยั่งยืน และความริเริ่มด้านประสิทธิภาพพลังงาน ก่อนหน้านี้ แพลตฟอร์มเป็นที่รู้จักในชื่อ APC™ Data Center University โดยได้รับการรับรองจาก CPD ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อนำเสนอหลักสูตรกว่าหนึ่งล้านหลักสูตร ให้กับผู้ใช้กว่า 650,000 รายทั่วโลก มหาวิทยาลัยชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีให้บริการถึง 14 ภาษา เข้าถึงง่าย และเปิดกว้างเพื่อมอบความรู้สำหรับผู้จำหน่ายทุกค่ายในประเทศต่างๆ ที่มีความต้องการใช้งานมากที่สุดเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านทักษะในอุตสาหกรรม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ประกาศถึงการอัปเดตต่อเนื่องสำหรับ Schneider Electric University ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านความรู้ในระบบดิจิทัลที่ได้รับการรับรองจาก CPD และเปิดกว้างสำหรับผู้จำหน่ายทุกค่าย โดยพร้อมบริการใน 14 ภาษา และสามารถเข้าถึงจากทั่วโลกทางออนไลน์ได้ฟรี ช่วยเพิ่มทักษะให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม พร้อมติดตามความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุด การสร้างความยั่งยืน และความริเริ่มด้านประสิทธิภาพพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน จวบจนปัจจุบัน มหาวิทยาลัยชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เผยแพร่หลักสูตรมากกว่าหนึ่งล้านหลักสูตรให้กับผู้ใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ กว่า 650,000 ราย ในกว่า 180 ประเทศทั่วโลกที่มีฐานผู้ใช้งานอยู่ โดยการอัปเดตใหม่ในส่วนคุณสมบัติของ Schneider Electric University Data Center Certified Associate (DCCA) จะรวมเรื่องของพื้นฐานด้านพลังงาน การทำความเย็น ตู้แร็ค และการรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ รวมถึงคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการปรับการออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ ให้เหมาะสมที่สุดเพื่อสร้างความยืดหยุ่น ให้ประสิทธิภาพด้านพลังงาน และความยั่งยืน โดยตัวอย่างสำหรับหลักสูตรใหม่ล่าสุด เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างการระบายความร้อนสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์

Read More
TECHNOLOGY

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ไทย ได้รับรางวัล Zero Accident Campaign 2022

นายเหลียง เฟย เจีย ผู้อำนวยการ โรงงาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย รับการประกาศเกียรติคุณระดับแพลทินัม และรับโล่รางวัล ในกิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ประจำปี 2565 (Zero Accident Campaign 2022) ของสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) จากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยล่าสุด ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ขึ้นแท่นในระดับแพลทินัมและมีชั่วโมงการทำงานสะสมตามเงื่อนไขที่ไม่มีอุบัติเหตุจนถึงขั้นหยุดงาน โดย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ดำเนินกิจกรรมการรณรงค์ดังกล่าวมาเป็นเวลา 9 ปี โดยมีชั่วโมงสะสมถึง 20,831,632 ล้านชั่วโมงการทำงาน ทั้งนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ลงทุนด้านดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีระดับโลก EcoStruxure ของตนเองเพื่อนำมาใช้งานในการสร้างประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยที่มากขึ้น จนปัจจุบันโรงงานชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ทรานส์ฟอร์มเป็นสมาร์ทแฟคทอรี่ หรือโรงงานอัจฉริยะ ที่ผสานรวมการทำงานระหว่าง IT และOT นอกจากนี้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังให้ความสำคัญในการส่งเสริมให้พนักงานมีความห่วงใยและใส่ใจในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ด้วยการวางแผนและบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ยังส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยเพื่อให้พนักงานมีความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี  

Read More
TECHNOLOGY

บริการดูแลระบบไฟฟ้ายุค IoT กันไว้ดีกว่าแก้

โดย ยอน เรนาด หัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญการปฏิบัติงานด้านบริการระดับโลก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค IoT ยังไม่ถูกใช้อย่างเต็มศักยภาพในปัจจุบัน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) พบว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อ IoT จะมีการเติบโตมหาศาล โดยคาดการณ์ว่าจะทะลุ 30.9 พันล้านอุปกรณ์ ภายในปี 2568  ทว่าอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง หรือ IoT ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น แม้ว่าแนวคิดและการนำ IoT มาประยุกต์ใช้ จะพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่ที่มีการเริ่มใช้คำนี้มานานกว่าสองทศวรรษ ถึงกระนั้นก็ตาม หลายบริษัทยังคงพลาดโอกาสมากมายในการปรับปรุงธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น ยั่งยืน และสร้างมูลค่าได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น  IoT มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2573 โดยประมาณอยู่ที่ 14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการปรับปรุงด้านเทคโนโลยี ก็จะไม่สามารถบรรลุตัวเลขนี้ได้ เช่น การผสานรวมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเทคโนโลยีการดำเนินงาน (OT) ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น การปรับปรุงความยั่งยืน การแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน และการให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เทคโนโลยียังคงพัฒนาและได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ๆ Covid เป็นปัจจัยที่เร่งให้บริษัทต่างๆ นำ IoT มาใช้เร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น มีรายงานว่า 48% ของระบบสาธารณูปโภค ได้เร่งปรับใช้ IoT เพื่อตอบสนองความท้าทายที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการระบาดของโควิด จึงนับเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า IoT ให้ประโยชน์อย่างมากจนมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาเป็นแนวทางหลักในการทำงาน นั่นเป็นเพราะว่า IoT สามารถตอบโจทย์ปัญหาบางประการที่เป็นจุดบอดใหญ่ที่สุดของธุรกิจได้ เช่น การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าจากระยะไกล และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งนี้การนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ IoT ระบบดิจิทัลที่เชื่อมต่อกันได้อย่างฉลาดมาใช้ จะช่วยให้บริษัทต่างๆ ปลดล็อกแหล่งข้อมูลใหม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้

Read More
TECHNOLOGY

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เดินหน้าโชว์นวัตกรรมสุดอัจฉริยะ ในงาน Assembly and Automation Technology 2022

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น เดินเกมรุก โชว์นวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 พร้อมเสริมความมั่นใจด้วย Next Generation Automation ซึ่งเป็นนวัตกรรมผ่านเทคโนโลยี IoT ช่วยให้ธุรกิจและอุตสาหกรรม สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดในการดำเนินงาน พร้อมมอบประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และระบบอัตโนมัติ ปลุกชีวิตใหม่ให้กับเวิร์กโฟลว์แบบเดิม เสริมพลังให้กับผู้ดูแลรับผิดชอบด้านกระบวนการต่างๆ  ด้วยประสิทธิภาพที่มากขึ้น ช่วยเปลี่ยนงานซ้ำๆ สู่ระบบงานแบบอัตโนมัติ และเพิ่มศักยภาพของผู้คนให้เติบโตตามยุคอุตสาหกรรม 4.0 นายคาริม แลมรับไทน์ รองประธานกลุ่ม Industrial Automation ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยว่า “เทคโนโลยีล้ำหน้าของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างการจำลองสถานการณ์การใช้งานจริง ก่อนที่จะดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ หรือเครื่องจักรต่างๆ จริง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ให้ความสะดวกรวดเร็ว ช่วยลดต้นทุนการติดตั้งและไม่ต้องเสียเวลาปรับปรุงระบบในภายหลัง ทำให้สามารถวางแผนได้ตามนโยบายทางธุรกิจ และเร่งการผลิตสินค้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งให้ความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน” ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ประเดิมจัดแสดงนวัตกรรม พร้อมเปิดตัวในงาน Assembly & Automation Technology 2022 ด้วยการมุ่งเน้นนำนวัตกรรมใหม่เข้ามาปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมให้มีความล้ำหน้ามากยิ่งขึ้น ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีในรูปโซลูชันที่ครบวงจรแบบ end-to-end สำหรับโรงงานอัจฉริยะ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โซลูชันไฮไลต์ในงานประกอบไปด้วย Lexium™ MC12 multi carrier ระบบการลำเลียงในสายการผลิตรุ่นใหม่ ที่มุ่งแก้ pain point สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต มีจุดเด่นด้านการติดตั้งและการออกแบบได้อย่างรวดเร็ว ด้วยอุปกรณ์การติดตั้งและการประกอบแบบโมดูล มาพร้อมซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้สามารถออกแบบและจำลองกระบวนการได้ล่วงหน้า ช่วยให้สามารถออกแบบสายการผลิตได้หลากหลายตามความต้องการ ให้พลังการขับเคลื่อนสูง ด้วยอัตราเร่งสูง ทนต่อสภาพแวดล้อมแบบ IP65 นอกจากนี้ ยังได้รับการมาตรฐานฟู้ดเกรดอีกด้วย

Read More
INSIGHT NEWS

สวิตช์ไฟ กับการบ่งบอกรสนิยม

เทรนด์การแต่งบ้านสไตล์มินิมอลกำลังมาแรง! และได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ สไตล์การตกแต่งที่เรียบง่าย ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น หากแต่มากด้วยประโยชน์ ตอบสนองการใช้งานได้อย่างครบถ้วน แบบ Less is more น้อยแต่มากไปด้วยคุณภาพ สวิตช์ กับเต้ารับหรือที่เรียกกันว่า ปลั๊กไฟ อาจจะดูเป็นของพื้นๆ บ้านไหนๆ ก็มีเหมือนกัน แต่ใครจะคิดว่าแค่สวิตช์ไฟก็ทำให้บ้านดูชิคๆ คูลๆ ชวนให้น่าค้นหานับตั้งแต่ย่างเท้าเข้าบ้าน ด้วยการออกแบบรูปทรงที่ประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการใช้งาน ผสานกับการดีไซน์รูปแบบที่มีหลากหลาย ตอบโจทย์ครบถ้วน ทั้งความสวยล้ำ รับกับการใช้งานในยุค 5G หน้าสวิตช์ยังเรียบเสมอกับระดับผนังจึงเนียนเป็นหนึ่งเดียวไปกับการแต่งบ้าน ตอบโจทย์ความเป็นคุณได้มากยิ่งขึ้น เริ่มจาก “สวิตช์ไฟ” หน้าของสวิตช์ที่มีให้เลือกขนาดความกว้างได้ 3 ขนาด ขนาดเล็ก-เท่ากับสวิตช์ไฟทั่วไป ขนาดกลางกลาง-กว้างขึ้นเป็น 1 เท่าครึ่ง และขนาดใหญ่-2 เท่าของขนาดกลาง หรือ 3 เท่าของขนาดเล็ก ทำให้สามารถใช้งานได้ถนัดมือ และแลดูยูนีค จะสัมผัสด้วยปลายนิ้ว ข้อนิ้ว หรือข้อศอกได้ทั้งสิ้น เพียงคลิ๊กเดียวเบาๆ สว่างไสว สร้างความอุ่นใจในความปลอดภัย มากไปกว่านั้นคือ โทนสีของสวิตช์และเต้ารับที่ผ่านการคิด วิเคราะห์ และตั้งใจคัดสรรจากประสบการณ์อันยาวนานในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์เพื่อคนรักบ้านและที่อยู่อาศัย พบว่า สีขาว เทา และดำ เป็นสีที่สุดคลาสสิค เข้ากับทุกสไตล์การแต่งบ้าน สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ ผสมผสานและออกแบบจับคู่การใช้งานร่วมกันได้อย่างง่ายดายทั้งสวิตช์และเต้ารับ เนื่องจากถูกออกแบบโดยใช้กลไกแบบแยกส่วน จะเป็นแนววินเทจ เท่ๆ หรือจะแนวพาสเทล นุ่มๆ โรแมนติกๆ ก็ลงตัวกลมกลืนเป็นที่สุด ทั้งยังทะลุกรอบไปอีกให้สามารถติดตั้งสวิตช์ไฟเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนได้ตามความถนัดของการใช้งานและรสนิยม ด้วยความยืดหยุ่นที่ไม่ได้จํากัดเฉพาะการใช้งานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงสไตล์ความเป็นตัวตนของคุณ ส่วน “เต้ารับ” หรือ ปลั๊กไฟ มีทั้ง เต้ารับ 3

Read More
INSIGHT NEWSTECHNOLOGY

ปฏิรูปการดำเนินงานด้วย AI

โดย เฮเลนิโอ กีลาเบิร์ต ผู้ดูแลด้านการนำ AI มาใช้ในส่วนเอดจ์ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทั้งยังมีมานานหลายทศวรรษแล้ว อย่างไรก็ตาม เราจะเห็นว่าเทคโนโลยีนี้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งเนื่องจากปัจจัยสำคัญบางประการ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มองว่า ปัจจัยสำคัญประการแรก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องมากที่สุด คือการที่มีอุปกรณ์ควบคุมเอดจ์ (edge controllers) รุ่นใหม่เกิดขึ้น ซึ่งให้ความสามารถมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งให้ความคุ้มค่ามากกว่าที่ผ่านๆ มา ด้วยสนนราคาเพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์ คุณก็จะได้โปรเซสเซอร์ระดับแล็ปท็อปที่มีหน่วยความจำขนาดใหญ่ และพื้นที่จัดเก็บในตู้แร็คระดับอุตสาหกรรมที่สามารถรันโมเดลแมชชีนเลิร์นนิ่งในรูปแบบที่ซับซ้อนได้ นอกจากนี้ เรายังเห็นว่าแพลตฟอร์มคลาวด์ส่วนใหญ่ มีการต่อยอดเรื่องความสามารถด้านแมชชีนเลิร์นนิ่งโดยอิงตามเฟรมเวิร์กและไลบรารีระบบเปิด ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ AI ได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนักหรือไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน เมื่อนำความสามารถเหล่านี้ทั้งหมดมาใช้ได้อย่างถูกต้อง ก็จะให้ศักยภาพในการปฏิรูปการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล เราได้เรียนรู้จากการพูดคุยกับลูกค้าของเรามากมายในประเด็นเหล่านี้ ซึ่งความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่ แต่อยู่ที่การแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเพื่อให้เกิดคุณค่าสูงสุดสำหรับธุรกิจ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมปัจจัยที่สำคัญสุดในการเลือกพันธมิตรจึงไม่ได้อยู่ที่เรื่องเทคโนโลยีเสมอไป แต่กลับเป็นเรื่องของความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอุตสาหกรรมและความรู้เรื่องกระบวนการทำงาน แล้วแมชชีนเลิร์นนิ่งหรือ ML คืออะไร เราเชื่ออย่างแท้จริงว่า AI โดยเฉพาะแมชชีนเลิร์นนิ่ง มีศักยภาพมหาศาลในการช่วยจัดการกับความท้าทายได้ กุญแจสำคัญคือการนำไปใช้เพื่อเปิดรับข้อมูลและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจากผู้ปฏิบัติการ ไม่ใช่แค่การติดตั้งกล่องดำ (black box) เพื่อเป็นกลไกในการทำงาน วัตถุประสงค์คือเพื่อซ่อนความซับซ้อนทางวิทยาศาสตร์ข้อมูล และการเขียนโปรแกรม รวมไปถึงการนำเสนอผลลัพธ์ และเหตุการณ์ในรูปแบบของกระบวนการ เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถโต้ตอบการทำงานกับโมเดลต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยต่อยอดเรื่องความแม่นยำและความสามารถในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ผลที่ได้คือ โมเดลแมชชีนเลิร์นนิ่งกำลังรวบรวมความเชี่ยวชาญของผู้ปฏิบัติงาน ในรูปของกระบวนการทำงานและเปลี่ยนให้เป็นระบบอัตโนมัติ โดยยังคงเก็บความรู้ของผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์มากที่สุดไว้ และช่วยให้ผู้ที่มีประสบการณ์น้อยสามารถเรียนรู้จากสิ่งเหล่านี้ได้ โมเดลการทำงานของแมชชีนเลิร์นนิ่ง จะนำเทคนิคอื่นๆ มาใส่ไว้เป็นลำดับชั้น เช่น การวางเวิร์กโฟลว์ไว้เหนือระบบตรวจจับ และมีการจัดแบ่งประเภทการทำงาน ทำให้เราสามารถนำกลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพแบบอัตโนมัติมาใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ จึงช่วยให้เกิดความคล่องตัวซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนอยู่ตลอด สินค้าของเราในตลาดมีราคาสูงหรือไม่? ถ้าใช่ ก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องปริมาณงานในขณะที่บริหารจัดการหรือลดการปล่อยมลพิษควบคู่ไปด้วย สินค้าของเราราคาต่ำหรือไม่? ถ้าใช่ ต้องให้ความสำคัญกับการจัดการต้นทุนและอายุการใช้งานของสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิผล ในโลกปัจจุบัน

Read More
INSIGHT NEWS

กองทรัสต์ระดับโลกอย่าง Digital Realty ติดตามความคืบหน้าด้านความยั่งยืนกันอย่างไร

โดย บ๊อบ โรเจอร์ส รองประธานฝ่ายของทีมโซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค(Schneider Electric) อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ กลายเป็นภาคที่ต้องตอบสนองต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้ว อุตสาหกรรมนี้ใช้พลังงานมากมายในการขับเคลื่อนสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งระบบระบายความร้อน และเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ของลูกค้า ซึ่งในหลายกรณี ต้องใช้น้ำจำนวนมากในการทำให้ระบบเย็นลง อย่างไรก็ตามหนึ่งในลูกค้าของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือ Digital Realty ได้นำร่องสู่ความยั่งยืนมากขึ้น และมีการนำข้อมูลมาใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แท้จริง Digital Realty คือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (real estate investment trust) REIT ที่เป็นทั้งเจ้าของ และมีการควบกิจการ รวมถึงพัฒนา และดำเนินการแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลระดับโลก นอกจากนี้ ยังเป็นผู้นำอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ที่ให้ประสิทธิภาพความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งยืนยันด้วยการเป็นบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกที่ได้รับรางวัล ENERGY STAR Partner of the Year และเป็นรางวัลที่ได้รับติดกันสองปีซ้อน อีกทั้งทรัพยากรที่เกี่ยวข้องของ Digital Realty ทั้งสามสิบเอ็ดแห่ง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 70 ของกำลังการผลิตของ Digital Reality ที่ครอบคลุมในสหรัฐอเมริกา ยังได้รับการรับรองจาก ENERGY STAR เช่นกัน การกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืน เนื่องจาก Digital Realty เป็นผู้ให้บริการระดับโลกด้านโซลูชันของโคโลเคชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างระบบคลาวด์รายใหญ่ที่สุด ความมุ่งมั่นในการกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนสำหรับแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลระดับโลกชั้นนำ (PlatformDIGITAL®) จึงไม่ใช่งานเล็กๆ ในปี 2563 Digital Realty มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซในขอบเขต 1 และ 2 (ทางตรงและทางอ้อม) ลงถึง 68 เปอร์เซ็นต์ในศูนย์ข้อมูลกว่า 290

Read More
INSIGHT NEWSTECHNOLOGY

ทำไมหลายสนามบินจึงหันมาใช้ไมโครกริดเพื่อสร้างความยั่งยืน

ทำไมหลายสนามบินจึงหันมาใช้ไมโครกริดเพื่อสร้างความยั่งยืน โดย วัลเลอรี เลย์อัน ประธานฝ่ายการขนส่งดูแลทั่วโลก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ทำอย่างไรสนามบินจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางด้านคาร์บอน (carbon neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ได้ภายในปี 2050 โซลูชันที่ดีที่สุดคือการรวมไมโครกริดไว้ในแผนพลังงานสีเขียว ไมโครกริด Microgrids ได้รับการยอมรับว่าเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับความพยายามเพื่อไปสู่การเป็นสนามบินคาร์บอนต่ำ เนื่องจากให้ความสามารถหลากหลายแง่มุม เพิ่มความยั่งยืนและความยืดหยุ่น อีกทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แม้ว่าในระยะหลังๆ สนามบินหลายแห่งเริ่มมีการปรับใช้ไมโครกริด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการตอบสนองความท้าทายด้านความยั่งยืนและความน่าเชื่อถือของพลังงานในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ โรงพยาบาล การคมนาคมขนส่ง และอาคารพาณิชย์ ตัวอย่างเช่น ท่าเรือขนาดใหญ่ของแคลิฟอร์เนียหลายแห่งได้มีการปรับใช้ไมโครกริดเพื่อความปลอดภัยด้านพลังงาน และให้ความยืดหยุ่นได้ตามต้องการ เพื่อตอบโจทย์เรื่องกฎระเบียบด้านสภาพภูมิอากาศที่เข้มงวดของแคลิฟอร์เนีย ไมโครกริดของ Port of Long Beach เป็นตัวอย่างที่ช่วยให้มั่นใจได้ถึงการจัดหาพลังงานได้อย่างเสถียรโดยใช้ฟีเจอร์นวัตกรรม อย่างเช่น แบตเตอรี่เคลื่อนที่ ที่สามารถขยายการเข้าถึงไมโครกริดได้ทั่วอากาศยานระหว่างที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ไมโครกริดมีเครือข่ายไฟฟ้าในตัวเอง ช่วยให้สนามบินต่างๆ สามารถบริหารจัดการไซต์พลังงานได้ด้วยตัวเอง รวมไปถึงการควบคุมการใช้งานได้ไม่ว่าจะใช้เมื่อไร หรือใช้อย่างไรก็ตาม โดยสามารถผสานรวมการใช้พลังงานหมุนเวียนร่วมกัน เช่น พลังงานลมและแสงอาทิตย์ และสามารถบริหารจัดการและใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสมเต็มประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติอย่างการกักเก็บพลังงานไว้ที่ไซต์ เช่นแบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิง ที่สามารถกักเก็บพลังงานที่ผลิตในไซต์ได้ทำให้ไม่ต้องปล่อยทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์  การขับเคลื่อนไปสู่การผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคือสิ่งสำคัญ เพราะสนามบินมีผู้ใช้พลังงานจำนวนมหาศาล – การใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนของสนามบินขนาดใหญ่ ในแต่ละวันเทียบเท่ากับเมืองที่มีประชากรมากถึง 100,000 คน ไมโครกริดสามารถรวมและบริหารจัดการแหล่งผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (DER) ได้หลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานที่ได้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียน ไมโครกริดจะให้ความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ผ่านฟีเจอร์การจัดการขั้นสูง เช่น การปลดโหลดได้อย่างชาญฉลาด และ/หรือความสามารถในการเรียกใช้หรือปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแต่ละตัว ไมโครกริดเป็นเสาหลักสำคัญของความยั่งยืนแห่งอนาคตของสนามบิน เพราะพลังงานที่ยืดหยุ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้ความปลอดภัยด้านพลังงานที่ขาดไม่ได้ สิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญ เช่น สนามบิน ไม่เพียงต้องการพลังงานสีเขียวเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นพลังงานที่เชื่อถือได้ด้วย เพราะเป็นประเด็นเรื่องของความปลอดภัยอีกทั้งยังเกี่ยวข้องอย่างมากกับเรื่องการเงิน มีเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อเร็วๆ นี้ หลายเหตุการณ์ ที่แสดงให้เห็นว่าการที่ไฟฟ้าดับทำให้เกิดการหยุดชะงักและเสียค่าใช้จ่ายได้มากเพียงใด

Read More