TECHGADGETSHEADPHONEREVIEW

รีวิว Nothing Ear (3a) หูฟังที่โดนตั้งแต่แรกเห็น พร้อมฟีเจอร์ที่ “เก็บทุกคำจำทุกเม็ด”

Nothing Ear (3a) หูฟัง True Wireless ไลน์ซีรีส์ “a” รุ่นใหม่ของ Nothing ประเทศไทย ยังคงมากับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Nothing ผสมผสานเข้ากับความคุ้มค่าและคุณภาพเสียงที่คมชัดในทุกรายละเอียด พร้อมกับคุณสมบัติและความสามารถที่ทาง Nothing มักจะใส่มาให้แตกต่างและมากกว่าคู่แข่งในตลาดเสมอครับ

ซึ่งตั้งแต่ทาง Nothing ประเทศไทย ได้มีทีมงานคนไทยเข้ามาดำเนินงานอย่างเป็นทางการ ผมเองก็ได้มีโอกาสทดสอบและลองใช้งานหูฟังจากแบรนด์ “Nothing” อย่างจริงจังมา 2-3 รุ่นแล้วล่ะครับ ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นการเปิดประสบการณ์อะไรใหม่ ๆ ในด้านเสียงและหูฟังของผมไม่น้อยเลยทีเดียว

และต้องบอกเลยว่าเป็นแบรนด์ที่ออกแบบหูฟังได้โดดเด่นและแตกต่างมาก ๆ มีเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของแบรนด์สูง และทุกครั้งที่ได้ทดสอบหูฟัง Nothing มันก็จะรู้สึก “Nothing” ตามชื่อแบรนด์จริง ๆ ครับ คือมันเหมือนเราไม่มีอะไรมาแต่แรกเริ่ม ต้องมาเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งกับสินค้าของเขาก็ว่าได้ อะไรที่เคยเป็นกฎเกณฑ์ว่าหูฟังราคาประมาณนี้ ก็ต้องมีฟีเจอร์หรือคุณภาพเสียงแบบนี้ ก็มักจะนำมาใช้กับ Nothing ไม่ได้ เพราะถ้าไม่ขาดก็ใส่มาให้เกินไปเยอะเลยครับ

Nothing Ear (3a) เป็นหูฟัง True Wireless สไตล์ In-ear มากับการยกระดับการฟังด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่สามารถบันทึกเสียงในตัวเป็นครั้งแรกของโลกบนหูฟัง True Wireless ให้ทุกบทสนทนา ทุกไอเดีย และทุกช่วงเวลาสำคัญ ถูกเก็บไว้ได้ทันที ติดตั้งไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มม. ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกันมาให้ด้วย ทำให้เป็นหูฟังที่มีพลังเบสที่หนักแน่น รายละเอียดเสียงคมชัด และมิติเสียงที่สมจริงยิ่งขึ้น

เสริมประสบการณ์การฟังด้วย Wideband Active Noise Cancellation สูงสุด 45 dB ที่ปรับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมได้อย่างชาญฉลาด พร้อมอีกสองฟีเจอร์ไฮไลต์ในครั้งนี้กับ Audio Snapshot และ Call Recording ที่ช่วยให้การฟังไม่ใช่เพียงการรับเสียง แต่เปลี่ยนทุกช่วงเวลาสำคัญให้กลายเป็นสิ่งที่บันทึกและเรียกกลับมาใช้งานได้ทุกเมื่อ และปิดท้ายด้วย Status Light ไฟแสดงสถานะที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เรียกได้ว่าเป็นหูฟัง True Wireless ที่แตกต่างและ “เก็บทุกคำจำทุกเม็ด” จริง ๆ เป็นหูฟังจากแบรนด์ Nothing อีกรุ่น ที่ผมอยากแนะนำและชวนให้ทุกคนเลื่อนลงไปอ่านต่อให้จบ เพื่อรู้จักกับหูฟังสุดแซ่บรุ่นใหม่ Nothing Ear (3a) รุ่นนี้กันครับ แล้วจะหลงรักแบบไม่รู้ตัว!

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. Specification
2. Design
3. Highlight Features
4. Sound
5. Noise Cancellation
6. Wrap-up
7. Price & Availability


// Specification //

รายละเอียดสเปกของ Nothing Ear (3a)

  • ดีไซน์โปร่งใส พร้อมตัวเลือกสีดำ สีขาว สีเหลือง และสีชมพู
  • วัสดุพลาสติก
  • ไฟแสดงสถานะแบบ 1×3 Matrix
  • ไดรเวอร์เดี่ยว (12 มม.)
  • ได้รับการรับรองมาตรฐาน Hi-Res Audio
  • ระบบเพิ่มประสิทธิภาพเสียงเบส Static Spatial Audio
  • Advanced EQ
  • Adaptive ANC พร้อมไมโครโฟน 4 ตัว
  • ระบบ Wideband Active Noise Cancellation สูงสุด 45 dB
  • จุกหูฟัง 4 ขนาด
  • ENC พร้อมไมโครโฟน 6 ตัว Audio Snapshot
  • บันทึกการโทร (Call Recording)
  • ความจุแบตเตอรี่หูฟัง 55 mAh
  • ความจุแบตเตอรี่เคสชาร์จ 500 mAh
    — ระยะเวลาการเล่นเพลง สูงสุด 10 ชั่วโมง (เมื่อปิด ANC)
    — ระยะเวลาการเล่นเพลงรวมเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ (เมื่อปิด ANC) สูงสุด 42 ชั่วโมง
    — ชาร์จ 5 นาที ใช้งานได้นาน 1 ชั่วโมง
  • Bluetooth 6.0
  • Low Latency Mode
  • Dual Device Connection
  • Fast Pairing
  • มาตรฐาน IP54 สำหรับหูฟังและเคสชาร์จ

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


// Design //

ดีไซน์สะท้อนตัวตน และใส่ใจในทุกสัมผัส

Nothing Ear (3a) ไม่ได้มีดีแค่เรื่องของคุณภาพเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ยังมากับงานออกแบบที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อสะท้อนสไตล์ของผู้ใช้งานผ่านดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดยในรุ่นนี้ได้มีการปรับปรุงตัวเคสให้โค้งมนและให้สัมผัสที่สบายยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มรัศมีความโค้งของมุมขึ้นเกือบ 50% ทำให้เส้นสายที่เคยคมชัดในรุ่นก่อนถูกเปลี่ยนเป็นรูปทรงที่ละมุนตา การออกแบบนี้สะท้อนภาษาการออกแบบของซีรีส์ที่มีการปรับเปลี่ยนมาเน้นความเรียบง่าย ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและจับถนัดมือเมื่อพกพา ให้ความรู้สึกราวกับเป็นสิ่งที่คุ้นเคยและอยู่คู่ตัวเรามาตลอด

นอกจากรูปทรงที่จับถือได้กระชับแล้ว เรื่องของสีสันก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ช่วยสื่อสารและแสดงตัวตนของผู้ใช้งาน โดย Nothing Ear (3a) เลือกใช้เฉดสีที่มีความอิ่มตัวสูง และเป็นการต่อยอดจากหูฟัง Nothing Headphone (a) ที่เน้นสีสันดูสดใสและมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะสีเอกลักษณ์อย่างสีเหลืองและสีชมพูที่ถูกดึงความสดใสออกมาอย่างเต็มที่

ในด้านของความกระชับและสวมใส่สบาย Nothing Ear (3a) มาพร้อมกับจุกหูฟังที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความหนาเพิ่มขึ้น และขยายขอบด้านนอกให้โค้งรับกับสรีระช่องหู ซึ่งช่วยลดการรั่วไหลของเสียงและเพิ่มพื้นที่สัมผัส ทำให้สวมใส่ได้แน่นและมั่นคงกว่าเดิม ที่สำคัญคือในรุ่นนี้ได้มีการเพิ่มจุกหูฟังขนาด XS เข้ามาเป็นครั้งแรก ทำให้ตอนนี้มีให้เลือกใช้งานครบถึง 4 ขนาด ได้แก่ XS, S, M และ L เพื่อตอบโจทย์รูปทรงช่องหูของผู้ใช้ทุกคนให้ได้รับทั้งความสบาย ความกระชับ และประสิทธิภาพในการซีลกันเสียงรบกวนที่ลงตัวที่สุด

อีกหนึ่งรายละเอียดที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นคือไฟแสดงสถานะ 1×3 LED Matrix ดีไซน์ใหม่บนตัวเคส ที่เปลี่ยนทุกการโต้ตอบกับหูฟังให้เป็นเรื่องง่ายและเข้าใจได้อย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบการทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก ซึ่งไฟแสดงผลนี้จะคอยบอกสถานะสำคัญต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ตั้งแต่สถานะการชาร์จไฟ ระดับปริมาณแบตเตอรี่ สถานะการจับคู่อุปกรณ์ การรีเซ็ตอุปกรณ์กลับเป็นค่าเริ่มต้น การอัปเดตเฟิร์มแวร์ ไปจนถึงการแจ้งเตือนเมื่อมีข้อผิดพลาดต่างๆ ทำให้ทุกการใช้งานเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และสร้างความมั่นใจได้ในทุกสถานการณ์

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


// Highlight Features //

คุณสมบัติที่โดดเด่นและไม่เหมือนใครของ Nothing Ear (3a)

/ Audio Snapshot

ครั้งแรกของ Nothing กับระบบบันทึกเสียงและจัดเก็บข้อมูลในตัว ซึ่งหูฟัง Nothing Ear (3a) คือหูฟังรุ่นแรกของ Nothing ที่มาพร้อมระบบ Audio Capture และหน่วยความจำภายในตัว ช่วยให้คุณบันทึกเสียงได้ทันทีผ่านหูฟัง โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาใช้งาน จากไอเดียที่แวบเข้ามา บทสนทนาสำคัญ ไปจนถึงเนื้อหาที่ไม่อยากพลาด Ear (3a) เปลี่ยนทุกช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ให้กลายเป็นความทรงจำที่ย้อนกลับมาฟัง และใช้งานต่อได้ทุกเมื่อ

เปรียบเสมือนการกดแคปหน้าจอแต่เปลี่ยนรูปภาพเป็นการ “แคปเจอร์เสียง” แทนครับ ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อให้เราสามารถบันทึกเสียงจากสิ่งที่กำลังรับฟังอยู่ ณ ขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพลง พอดแคสต์ วิดีโอ หรือเลคเชอร์ออนไลน์ โดยทำงานผ่านหน่วยความจำขนาด 32MB ที่ฝังมาให้ในตัวหูฟัง วิธีใช้งานก็ถูกออกแบบมาให้เป็นธรรมชาติและรวดเร็ว เพียงแค่คุณออกแรงบีบที่ก้านหูฟังทั้งสองข้างพร้อมกัน ระบบก็จะทำการบันทึกเสียงให้ทันทีโดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาล้วงกระเป๋าหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

Audio Snapshot สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีมากๆ คือระบบความจำแบบ “บันทึกเสียงย้อนหลัง” (Pre-recording Buffer) ลองจินตนาการภาพว่าเรากำลังฟังพอดแคสต์ระหว่างเดินมาราธอน หรือกำลังตั้งใจฟังบรรยายสำคัญ แล้วจู่ ๆ ก็มีประโยคเด็ดหรือสถิติสำคัญโผล่ขึ้นมา ซึ่งปกติแล้วกว่าเราจะนึกขึ้นได้และหยิบมือถือมากดอัดเสียงก็คงไม่ทันแล้ว แต่สำหรับ Nothing Ear (3a) ระบบจะสามารถดึงเสียงย้อนหลังไปได้สูงสุดถึง 30 วินาทีก่อนที่คุณจะออกคำสั่งบีบหูฟัง

โดยรองรับความยาวคลิปเสียงรวมสูงสุดที่ 1 นาที นั่นหมายความว่าทันทีที่เราได้ยินไอเดียเจ๋ง ๆ ที่เพิ่งผ่านหูไปเมื่อครู่ เราก็แค่บีบหูฟังเพื่อเซฟมันไว้ ข้อมูลสำคัญเหล่านั้นก็จะถูกบันทึกไว้ได้อย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่น หลังจากที่แคปเจอร์เสียงเสร็จ ไฟล์ทั้งหมดจะถูกซิงค์ไปเก็บไว้ในแอปพลิเคชัน Nothing X โดยอัตโนมัติ

ภายในแอปนี้ เราสามารถนำคลิปมาฟังซ้ำ ตัดต่อ หรือใช้ฟีเจอร์แปลงเสียงให้กลายเป็นตัวอักษร (Transcription) ได้ด้วย ประโยชน์ตรงนี้จึงตอบโจทย์ทั้งวัยเรียนและวัยทำงานที่ต้องการเก็บประเด็นสำคัญจากออนไลน์มีตติ้งไปทบทวน ไปจนถึงสายโซเชียลที่สามารถแคปเจอร์ท่อนฮุกโดน ๆ จากเพลงหรือคำคมจากพอดแคสต์มาแปลงเป็น Quote Card เพื่อแชร์ต่อให้เพื่อน ๆ ได้ทันที

/ Call Recording

เป็นฟีเจอร์ที่ใช้หลักการเดียวกับ Audio Snapshot เลยครับ โดย Nothing Ear (3a) มากับความสามารถในการบันทึกเสียง (Call Recording) แบบ Stand Alone หรือบันทึกเสียงสนทนามาเก็บไว้ในตัวได้โดยไม่ต้องมีสมาร์ตโฟนครับ โดยที่ตัวหูฟังแต่ละข้างจะมีหน่วยความจำขนาด 16MB ติดตั้งไว้ในตัวหูฟัง (ต่อข้าง) รวมสองข้างเราก็จะมีพื้นที่ความจำรวมให้ใช้งาน 32MB ซึ่งเหมาะสำหรับการบันทึกไฟล์เสียงสั้น ๆ โดยไฟล์เสียงสนทนาที่เราบันทึกไว้บนหูฟัง เมื่อกลับมาเชื่อมต่อกับแอปฯ Nothing X ระบบก็จะ Sync ไฟล์ทั้งหมดมาแสดงบนแอปฯ ให้เราเลือกดำเนินการต่อได้ทันที จะนำไปแปลงเป็น Text หรือจะนำไปแก้ไขก็ได้

ซึ่งข้อดีของฟีเจอร์นี้ก็คือ เราสามารถบันทึกเสียงสนทนาได้ทันทีโดยที่เราไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาสั่งการให้เสียเวลาและโอกาส เพราะบางครั้งขณะสนทนาสายบางทีจังหวะ ไอเดีย หรือคำพูดสำคัญก็วิ่งเข้ามาไวและไปไว กว่าจะหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาก็อาจพลาดไปแล้ว นับเป็นหนึ่งในความเก่งและเป็นหนึ่งเดียวของหูฟัง True Wireless ในช่วงราคาเดียวกัน ณ เวลานี้เลยทีเดียว 

ส่วนใครที่กังวลว่า ไฟล์เสียงที่เราบันทึกไว้จะถูกนำไปใช้ทำอะไรรึเปล่า? ทาง Nothing ยืนยันครับว่า ไฟล์เสียงที่เราบันทึกไว้ทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ภายในสมาร์ตโฟน หลังซิงก์ผ่านแอป Nothing X โดยค่าเริ่มต้น ไฟล์เสียง และ Transcript จะไม่ถูกอัปโหลดขึ้นระบบ Cloud หรือถูกนำไปใช้เพื่อการประมวลผล ข้อมูลจะถูกส่งเพื่อประมวลผล เฉพาะเมื่อผู้ใช้เปิดใช้งานฟีเจอร์ Transcription หรือ Summary Nothing จะไม่นำข้อมูลการบันทึกไปใช้ในการฝึกหรือพัฒนา AI Model

โดยทาง Nothing ให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ได้แก่ ISO 27001, ISO 27701 และ EN 18031

ดังนั้น ผู้ใช้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีสิทธิ์ในการบันทึกเสียงตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละประเทศหรือแต่ละพื้นที่ ผู้ใช้อาจต้องแจ้งให้คู่สนทนาทราบ หรือได้รับความยินยอมก่อนเริ่มบันทึก

/ เสียงสนทนา เคลียร์ใส ชัดเจน

เป็นหูฟังอีกตัวที่สามารถสนทนากับคู่สนทนาได้ชัดเจน เคลีย และฟังรู้เรื่องครับ โดยเฉพาะตอนเปิด ANC อยู่แล้วคุยสายไปด้วย จากที่ถามคู่สนทนาที่ร่วมทดสอบจะพูดเหมือนกันว่า เสียงชัด ไม่อู้หรือจมน้ำ โดยหูฟัง Nothing Ear (3a) ใช้ระบบ Improved Voice Naturalness เข้ามาช่วยปรับปรุงเสียงสนทนา ช่วยมอบคุณภาพเสียงสนทนาที่เป็นธรรมชาติ และสมจริงยิ่งขึ้น

ช่วยให้การสื่อสารคมชัด แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน ทำงานร่วมกับ Mic AI Noise Reduction จำนวน 3 ตัว ที่ติดตั้งอยู่บนหูฟัง Ear (3a) ซึ่งจะมีไมโครโฟน 3 ตัวต่อข้าง ทำงานร่วมกับอัลกอริทึม AI Noise Reduction ที่วิเคราะห์เสียงจากไมโครโฟนทั้งสามแบบเรียลไทม์ เพื่อแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ช่วยให้คู่สนทนาได้ยินเสียงเราชัดเจนยิ่งขึ้น

/ LIVE Translation with Google

หูฟัง Nothing Ear (3a) รองรับการทำงานร่วมกับ “Google Translate” ในโหมด Live Translate ด้วยนะครับ เป็นอีกหนึ่งความสามารถที่ผมชอบพอสมควร เพราะเสมือนเรามีหูฟังแปลภาษาติดตัวตลอดเวลา เมื่อต้องติดต่อหรือพูดคุยกับชาวต่างชาติ เราก็สามารถเปิดใช้งานและเนียนรับฟังการแปลแบบเรียลไทม์ผ่านตัวหูฟังได้เลย 

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


// Sound //

ไดรเวอร์ขนาด 12 มม. พร้อมระบบเสียงตามตำแหน่งแบบ Static Spatial Audio

Nothing Ear (3a) มากับไดรเวอร์ขนาด 12 มม. ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์หรือช่วงราคาเดียวกันครับ ทำให้ตัวหูฟังสามารถถ่ายทอดเสียงเบสที่ทรงพลัง รายละเอียดคมชัด และเวทีเสียงที่กว้างขึ้น พร้อมกับการเสริมทัพด้วยเทคโนโลยีเสียงอย่าง Hi-Res Audio Wireless และ Static Spatial Audio

/ Static Spatial Audio

เป็นคุณสมบัติการจำลองเวทีเสียงแบบ 3 มิติ (3D Soundscape) เพื่อให้เราได้รับประสบการณ์หรือความรู้สึกด้านเสียงที่สมจริง ช่วยจัดวางทุกเสียงดนตรีและเอฟเฟกต์ให้อยู่ ในตำแหน่งที่กว้างและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เปลี่ยนการฟังแบบสเตอริโอทั่วไป จะให้เสียงแบนราบมิติเดียวให้มีมิติเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงด้วยเอฟเฟกต์เสียงรอบทิศทางที่โอบล้อมและสมจริง ซึ่งผมแนะนำให้เปิดฟีเจอร์นี้ตอนที่เราจะรับชมภาพยนตร์ คอนเสิร์ต หรือเล่นเกมจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับฟังได้ดีมาก ๆ ครับ

/ Hi-Res Audio Wireless & Low Lag Mode

การที่หูฟัง Nothing Ear (3a) รองรับฟีเจอร์ Hi-Res Audio Wireless ผ่านเทคโนโลยี LDAC Codec ที่มีอัตราการรับส่งข้อมูลสูงสุด 990 kbps ของ SBC (~328 kbps) และ AAC (~320 kbps) จะช่วยให้สามารถรับ-ส่งข้อมูลเสียงได้มากกว่าบลูทูธทั่วไปถึงสามเท่าครับ ซึ่งเป็นการดึงศักยภาพของไดรเวอร์ไดนามิกขนาดใหญ่ 12 มม. ออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่รองรับไฟล์เพลงความละเอียดสูง จะทำให้สามารถสัมผัสกับคุณภาพเสียงที่ใสเคลียร์ เก็บครบทุกรายละเอียดของเครื่องดนตรี พร้อมทั้งให้มิติของเสียงร้องและเสียงเบสที่ทรงพลังสมจริงได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสายเคเบิล

ส่วนฟีเจอร์ Low Lag Mode ที่มีให้ด้วยนั้น จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาความหน่วงของเสียงได้อย่างตรงจุด ทำให้ภาพและเสียงซิงค์กันอย่างสมบูรณ์แบบเมื่อรับชมภาพยนตร์หรือวิดีโอต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์การเล่นเกมที่ต้องอาศัยการฟังเสียงแบบเรียลไทม์ ด้วยการลดค่าความหน่วงลงให้เหลือน้อยที่สุด และที่สะดวกไปกว่านั้นคือ หากเราทำการเชื่อมต่อใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนของ Nothing ตัวระบบจะสลับเข้าสู่โหมดนี้ให้โดยอัตโนมัติทันทีที่เราเริ่มเข้าเกมด้วยครับ

/ ปรับแต่งเสียง EQ ในแบบของคุณ

อีกหนึ่งความสามารถที่ส่วนตัวผมรู้สึกว่า เป็นคาแร็คเตอร์และจุดเด่นของแบรนด์ Nothing ทั้งสมาร์ตโฟนและหูฟังเลยก็ว่าได้ครับ กับการเปิดให้แชร์ความเก่งของแต่ละคนได้ โดยบนสมาร์ตโฟน Nothing จะเป็นการแชร์พรีเซ็ตโทนสีการถ่ายภาพให้สามารถแลกเปลี่ยนและนำไปใช้ถ่ายภาพกันได้ บนหูฟังเองก็ทำได้เช่นกัน โดยจะเป็นการแชร์ EQ หรือการปรับแต่งเสียงตามสไตล์ของเรา ให้กับเพื่อน ๆ หรือคนในคอมมูนิตี้ได้นำ EQ ของเราไปลองฟังและใช้งานครับ

โดยหูฟัง Nothing Ear (3a) จะสามารถตั้งค่าหรือปรับแต่ง EQ ได้ด้วยแอป Nothing X ซึ่งภายในแอปฯ จะมาพร้อมเครื่องมือ Advanced EQ ที่ให้เราเลือกปรับแต่งคาแรกเตอร์เสียงได้อย่างอิสระ สร้างประสบการณ์การฟังในแบบที่ตรงกับความชอบของตัวเองมากที่สุด ซึ่ง 8-Band Advanced EQ จะสามารถปรับแต่งเสียงได้ละเอียดด้วย EQ แบบ 8 แบนด์ ครอบคลุมทุกย่านความถี่ตั้งแต่ 20 Hz – 20 kHz พร้อมรองรับการปรับ Gain ±6 dB และ Q Factor เพื่อการจูนเสียงที่แม่นยำยิ่งขึ้นในทุกย่านความถี่ หรือถ้าใครขี้เกียจหรือยังมือใหม่ก็สามารถเลือกดาวน์โหลดโปรไฟล์ EQ ที่ปรับแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญสำหรับแนวเพลงต่าง ๆ ที่ทางระบบมาแนะนำไว้ไปใช้ได้ทันที โดยที่เราสามารถเลือกใช้งานหรือสลับโปรไฟล์ EQ ผ่านแอป Nothing X ได้ตลอดเวลา

สร้างและแชร์ EQ ของตัวเอง ให้เพื่อนสัมผัสแนวเสียงที่คุณออกแบบ พร้อมอัปโหลดโปรไฟล์ EQ ไปยัง Nothing Playground เพื่อแบ่งปันและค้นหาแนวเสียงใหม่ ๆ จาก Community

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


// Noise Cancellation //

ระบบตัดเสียงรบกวน ANC ที่แม่นยำและเงียบขึ้นจากรุ่นก่อน | Wideband ANC

การตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) ของหูฟัง Nothing Ear (3a) ได้รับการปรับปรุงให้สามารถตัดเสียงได้เงียบ แม่นยำ และกว้างมากขึ้นจากรุ่นก่อน โดยการตัดเสียงรบกวนของตัวหูฟัง Nothing Ear (3a) จะเริ่มตั้งแต่ไมโครโฟนที่ติดตั้งอยู่ที่ตัวหูฟังรับสัญญาณเสียงเข้ามา จากนั้นนำมาวิเคราะห์และเทียบเสียงกับเสียงที่แก้วหูของเราได้ยินจริง ผ่านกระบวนการปรับปรุงโครงสร้างอะคูสติก เพื่อควบคุมการไหลของอากาศและการซับเสียงได้ดีขึ้น และ Algorithm Simulation จำลองการทำงานของเสียงภายในช่องหู จากนั้นจึงสร้างคลื่น Anti-noise ที่แม่นยำกว่าเดิม ออกมา ให้ ANC ที่ลึกและสะอาดยิ่งขึ้น

โดยที่จะมีเทคโนโลยี Wideband ANC เป็นตัวจับสัญญาณคลื่นเสียงรบกวน โดยจะทำงานในช่วงคลื่นความถี่เสียง 400 – 2,000Hz ซึ่งเป็นย่านเสียงรบกวนที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ด้วยเทคโนโลยีและเทคนิคการตัดเสียงรบกวนทั้งหมดนี้ จึงทำให้ตัวหูฟัง Nothing Ear (3a) สามารถตัดเสียงรบกวนได้มากถึง 45dB พื้นที่การลดเสียงรบกวนเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 17.1% ซึ่งมีโหมดปรับการใช้งาน ANC ให้เลือกด้วยกัน 3 โหมด คือ Noice Cancellation รองรับ Adaptive (มีรูปแบบให้เลือกอีก 4 ระดับ) , Transparency และ Off

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


// Wrap-up //

บทสรุปของ Nothing Ear (3a)

Nothing Ear (3a) เป็นหูฟัง True Wireless ที่ให้ประสบการณ์เสียงที่คุ้มราคามากที่สุดอีกรุ่นในปีนี้เลยก็ว่าได้ครับ ตัวหูฟังให้เสียงที่หยืดหยุ่น ให้รายละเอียดเสียงที่คมชัดผ่าน LDAC Codec ที่พอจับคู่กับไดรเวอร์ขนาด 12 มม. ช่วยกันดึงรายละเอียดของดนตรีและเสียงร้องออกมาได้คมชัดและมีมิติดีเลยทีเดียว ในขณะที่การตัดเสียงรบกวนเป็นอีกจุดที่ผมประหลาดใจเหมือนกันครับ เพราะเมื่อลองใส่ฟังเพลงเปิดเสียงระดับ 50-60% เดินริมถนนใหญ่ กลับได้ยินเสียงรบกวนเข้ามาน้อยมากจนแทบไม่ได้ยิน ไม่ว่าจะเสียงเครื่องยนตร์ เสียงแตร หรือเสียงผู้คนรอบข้าง ได้ยินในระดับเสียงกระซิบเบา ๆ เท่านั้น 

และสุดท้ายที่ผมประทับใจไม่ใช่แค่ใน Nothing Ear (3a) เท่านั้น แต่ในทุก ๆ สินค้าของ Nothing เรื่องของ “Design” เป็นอะไรที่มีเอกลักษณ์และมีความโดดเด่นแตกต่างไม่เหมือนใครจริง ๆ  ทำให้เราโดนตกอยากเล่นอยากสัมผัสและอยากรู้จักตั้งแต่แรกสัมผัสเลยก็ว่าได้ โดยงานออกแบบของ Nothing Ear (3a) ออกแบบด้วยจุดเด่นของ Transparency ที่ใช้ความโปร่งใสเห็นรายละเอียดฮาร์ดแวร์ภายในหูฟังผสมผสานเข้ากับลายที่เอกลักษณ์ของ Nothing ทำให้เป็นหูฟังที่ใส่แล้วคนต้องมองเลยก็ว่าได้

ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการหูฟังที่ให้เสียงคุณภาพดีสมราคา พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านการบันทึกเสียง พร้อมกับต้องการความแตกต่าง เบื่อในงานดีไซน์หูฟังที่เหมือน ๆ กันในตลาดตอนนี้ ถ้าทั้งหมดนี้คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคุณ แนะนำครับ “Nothing Ear (3a)” จะเป็นคำตอบด้านเสียงให้คุณได้แน่นอน

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


// Price & Availability //

ราคา การวางจำหน่าย และโปรโมชัน

Nothing Ear (3a) มีให้เลือกทั้งหมด 4 ตัวเลือกสี ได้แก่ สีดำ, สีขาว, สีเหลือง และสีชมพู โดยเตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ รอติดตามกันได้เลยครับ

และสำหรับท่านที่สนใจสินค้าจากแบรนด์ Nothing สามารถสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และแพลตฟอร์มออนไลน์ Shopee, Lazada และ Tiktok Shop

__
🛒 พิกัดช้อปสินค้าจาก Nothing

Shopee : shopee.co.th/7pro4zJ9wO
Lazada : lazada.co.th/s.ZifSRC
Tiktok Shop : tiktok.com/ZS9rkSh2sA4VD-xMQ1Y

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ บทความรีวิวล่าสุด

รีวิว ROG Strix G18 (2026) เกมมิ่งโน้ตบุ๊กไฮเอนด์ 18 นิ้ว ซีพียูแรงที่สุดของ Intel และจอ 300Hz พร้อมลุยทุกเกม
รีวิว ASUS ProArt PZ14 (HT7407NA) โน้ตบุ๊ก Windows ไฮบริด ที่เป็นได้ทั้งโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตพกพาในตัว
รีวิว OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G อัปเกรดประสบการณ์กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP พร้อมด้วย OPPO Bubble ตัวช่วยเซลฟี่กล้องหลัง
ASUS ExpertBook Ultra ที่สุดของโน้ตบุ๊กธุรกิจแห่งปี “บาง เบา ตอบโจทย์ทุกงานและธุรกิจยุค AI”
รีวิว ROG Zephyrus G16 (GU606AR) อีกระดับของรหัส Zephyrus กับความแรงระดับท็อปด้วยชิป Intel® ในดีไซน์มินิมอล

—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

 

FIRST

MOBILE | CAR | TECH | MARKETING : อยู่ในวงการมือถือมานานเกิน 10 ปี แต่ก็ยังเป็นนักเขียนที่เป็น Introvert ชอบบอกเล่าสิ่งต่าง ๆ ผ่านบทความมากกว่าออกหน้ากล้อง เลยไม่ค่อยมีคอนเทนต์วิดีโอกับเขา

Leave a Reply