TECHMOBILEREVIEW

รีวิว OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G อัปเกรดประสบการณ์กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP พร้อมด้วย OPPO Bubble ตัวช่วยเซลฟี่กล้องหลัง

OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยเรียบร้อยแล้วครับ โดยครั้งนี้ทาง OPPO ประเทศไทย ได้นำ OPPO Reno16 Series 5G เข้ามาจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น คือ OPPO Reno16 Pro 5G, OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G โดยสองรุ่นหลังจะเป็นรุ่นที่เราจะมารีวิวแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันในครั้งนี้

OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G มากับการอัปเกรดใหม่จากตอน OPPO Reno15 5G หลายจุดพอสมควร ถึงแม้จะเป็นการอัปเกรดแบบเบา ๆ แต่เกือบทั้งหมดบอกได้เลยครับว่า เป็นการอัปเกรดจากฟีคแบ็คของลูกค้าที่ทาง OPPO เขาได้รับฟังและนำความต้องการของลูกค้าไปปรับปรุงสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าของ OPPO Reno Series ให้มากขึ้นในทุกครั้งที่มีรุ่นใหม่

ไม่ว่าจะเป็นด้านดีไซน์ ที่หลายคนชื่นชอบเอกลักษณ์ที่มากับลวดลายบนฝาหลังสุด Exclusive แบบฉบับ “Reno” ซึ่งถ้าใครยังพอจำกันได้เอาแค่ย้อนไปตอนสมัย OPPO Reno14 Series จะเป็นลวดลายฝาหลังแบบ “หางปลากัด” และขยับมา OPPO Reno15 Series 5G เป็นลวดลายฝาหลัง “แสงออโรร่าพลิ้วไหว” และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมอีกครั้งที่มากับดีไซน์ดวงดาว 3 มิติ

ด้านกล้องถ่ายรูปที่เป็นอีกจุดเด่นของ OPPO Reno Series ครั้งนี้ทาง OPPO ติดตั้งกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP มาให้ในรุ่น OPPO Reno16 5G ซึ่งเป็นสมาร์ตโฟนหนึ่งเดียวใน Segment ณ ตอนนี้ ที่ให้ความละเอียดสูง ดังนั้นใครจะมาบู้บี้น้องเขาไม่ได้แล้วนะ ยืนเด่นอยู่คนเดียวในตลาดเลย ยังไม่พอ! OPPO ยังยกกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x ที่เคยเป็นจุดขายตอน OPPO Reno15 5G มาใส่ใน OPPO Reno16 F 5G ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นของซีรีส์อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ AI คอลลาจภาพและวิดีโอ ที่รวมหลายโมเมนต์ไว้ในเฟรมเดียว พร้อมตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ได้ตามสไตล์ที่ชอบ และโหมดกล้องใหม่ “Pop Cam” โหมดถ่ายภาพด้วยฟิลเตอร์สีหลากสไตล์ที่น้องเจน Z จะต้องชอบแน่นอนครับ และน่าจะทำเอาลืมแอปฯ กล้องยอดนิยมของน้อง ๆ อย่าง Dazz Cam ได้เลยทีเดียว

แต่ทั้งหมดที่ร่ายมายาวนั้น เป็นเพียงอินโทรเรียกน้ำย่อยเท่านั้น! คุณสมบัติ ความเก่ง และความสามารถของ OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G ยังมีให้รู้จักกันอีกเพียบ เพราะฉะนั้นเลื่อนลงไปอ่านบทความรีวิวเต็มของเรากันต่อได้เลยครับ ไม่อยากให้พลาดไปสักหัวข้อ และผมเชื่อนะว่า เมื่ออ่านจบแล้วน้องใหม่ทั้งสองรุ่นของ OPPO Reno16 Series 5G น่าจะเข้าไปอยู่ในใจของใครหลายคนแน่นอน โดยเฉพาะน้อง ๆ Gen Z ที่น่าจะถูกใจฟีเจอร์ที่ทำมาสำหรับน้อง ๆ โดยเฉพาะ!

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. Specification / รายละเอียดสเปก
2. Camera / กล้องถ่ายรูป
3. OPPO Bubble
4. Performance / ประสิทธิภาพ
5. Operating System / ระบบปฏิบัติการ
6. Battery / แบตเตอรี่
7. Design / งานออกแบบ

8. Wrap-up / บทสรุป
9. Price & Availability / ราคาและการวางจำหน่าย


Specification

รายละเอียดสเปกของ OPPO Reno16 5G

  • จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.32 นิ้ว ความละเอียด 2640 × 1216 พิกเซล (1.5K)
    — Refresh Rate : 120Hz
    — Touch Sampling Rate : 240Hz
    — ขอบเขตสี : 100% DCI-P3
    — ความลึกสี : 1.07 พันล้านสี (10-bit)
    — ความหนาแน่นของพิกเซล : 460 PPI
    — ความสว่าง : ความสว่างปกติ: 600nits (Typical) | HBM: 1800nits (Typical)
    — DC Dimming มากกว่า 70nits / PWM Dimming น้อยกว่า 70nits
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 7 Gen 4
    — Octa-core Processor ความเร็ว 2.8GHz
    — 4nm. 
  • GPU Adreno™ 722 @1150MHz
  • RAM 8GB / 12GB (LPDDR5x)
  • ROM 256GB (UFS 3.1) 
  • ColorOS 16 Base on Android 16
  • กล้องถ่ายรูป Triple Camera : 
    กล้องหลัก เซนเซอร์ SONY LYT600 ขนาด 1/1.95″ ความละเอียด 50MP (f/1.8)
    — Focal Length : 26mm.
    — 5P lens
    — AF supported
    — OIS
    — VDO 4K / 60fps record
    กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide) เซนเซอร์ GC50F6 ขนาด 1/2.88″ ความละเอียด 50MP (f/2.0)
    — Focal Length : 16mm.
    — 6P lens
    — AF supported
    กล้อง Telephoto เซนเซอร์ Samsung JN5 ขนาด 1/2.75″ ความละเอียด 50MP (f/2.8)
    — Focal Length : 80mm.
    — 4P lens
    — AF supported
    — OIS
  • กล้องหน้า เซนเซอร์ GC50F6 ขนาด 1/2.88″ ความละเอียด 50MP (f/2.0)
    — Focal Length : 18mm.
    — 5P lens
    — AF supported
  • รองรับเครือข่าย
    — GSM : 850 / 900 / 1800 / 1900MHz
    — WCDMA : Band 1 / 2 / 4 / 5 / 8
    — LTE FDD : Band 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 7 / 8 / 18 / 19 / 20 / 26 / 28 / 66 / 71
    — LTE TDD : Band 38 / 40 / 41 / 42 / 43 / 48
    — 5G NR : n1 / n2 / n3 / n5 / n7 / n8 / n20 / n26 / n28 / n38 / n40 / n41 / n48 / n66 / n71 / n77 / n78 / n80 / n83
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย : 
    — Wi-Fi 6 (802.11 a/b/g/n/ac/ax) | 2 × 2 MIMO 
    — Wi-Fi Display 
    — WLAN Tethering 
    Bluetooth 5.4
  • ระบบสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ Optical Under-Screen Fingerprint Sensor
  • มาตรฐานการทนน้ำและฝุ่น IP66 / IP68 / IP69 / IP69K
  • ระบบดาวเทียม : GPS, Beidou, GLONASS, Galileo, QZSS
  • แบตเตอรี่ Silicon Carbon ความจุ 6700mAh
    — 80W SUPERVOOC Charge 
  • สีตัวเครื่อง : Pop White, Twilight Violet และ Dream Purple

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง OPPO Reno16 5G
  • ที่ชาร์จ
  • สาย USB
  • อุปกรณ์ถอดซิม
  • เคสป้องกัน
  • คู่มือเริ่มต้น
  • คู่มือความปลอดภัย

————

รายละเอียดสเปกของ OPPO Reno16 F 5G

  • จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด 2372 × 1080พิกเซล (FHD+)
    — Refresh Rate : 120Hz
    — Touch Sampling Rate : 240Hz
    — ขอบเขตสี : 100% DCI-P3
    — ความลึกสี : 1.07 พันล้านสี (10-bit)
    — ความหนาแน่นของพิกเซล : 397 PPI
    — ความสว่าง : ความสว่างปกติ: 600nits (Typical) | HBM: 1400nits (Typical
  • ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7300
    — Octa-core Processor ความเร็ว 2.5GHz
    — 4nm. 
  • GPU Mali G615
  • RAM 8GB (LPDDR5x)
  • ROM 128GB / 256GB (UFS 3.1) 
  • ColorOS 16 Base on Android 16
  • กล้องถ่ายรูป Triple Camera
    กล้องหลัก เซนเซอร์ SC532HS ขนาด 1/1.20″ ความละเอียด 50MP (f/1.8)
    — Focal Length : 26mm.
    — 5P lens
    — AF supported
    — OIS
    — VDO 4K / 60fps record
    กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide) เซนเซอร์ GC08A8 ขนาด 1/4″ ความละเอียด 8MP (f/2.2)
    — Focal Length : 16mm.
    — 6P lens
    — AF supported
    กล้อง Telephoto เซนเซอร์ Samsung S5KKN1 ขนาด 1/3.13″ ความละเอียด 50MP (f/2.8)
    — Focal Length : 92mm.
    — 4P lens
    — AF supported
    — OIS
  • กล้องหน้า เซนเซอร์ GC50F6 ขนาด 1/2.88″ ความละเอียด 50MP (f/2.0)
    — Focal Length : 18mm.
    — 5P lens
    — AF supported
  • รองรับเครือข่าย
    — GSM : 850 / 900 / 1800 / 1900MHz
    — WCDMA : Band 1 / 2 / 4 / 5 / 8
    — LTE FDD : Band 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 7 / 8 / 18 / 19 / 20 / 26 / 28 / 66 / 71
    — LTE TDD : Band 38 / 40 / 41 / 42 / 43 / 48
    — 5G NR : n1 / n2 / n3 / n5 / n7 / n8 / n20 / n26 / n28 / n38 / n40 / n41 / n48 / n66 / n71 / n77 / n78 / n80 / n83
  • รองรับ Wi-Fi
    — Wi-Fi 6 (802.11ax) supported
    — Wi-Fi 5 (802.11ac) supported
    — 802.11a/b/g/n supported
    — Wi-Fi Display supported
    — WLAN Tethering supported
    — Wi-Fi 5GHz 160MHz supported
    — 2 × 2 MIMO supported
  • การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.4 และ NFC
  • มาตรฐานการทนน้ำและฝุ่น IP66 / IP68 / IP69 / IP69K
  • แบตเตอรี่ ความจุ 7000mAh
    — 80W SUPERVOOC Flash Charge 
  • สีตัวเครื่อง Pop White, Twilight Violet และ Dream Purple

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง OPPO Reno16 F 5G
  • ที่ชาร์จ
  • สาย USB
  • อุปกรณ์ถอดซิม
  • เคสป้องกัน
  • คู่มือเริ่มต้น
  • คู่มือความปลอดภัย

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Camera

กล้องถ่ายรูปอัปเกรดใหม่ ถ่ายสนุก รู้ใจ Gen Z มาพร้อมมุมมองกว้างพิเศษ 50MP และวิดีโอ 4K ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติ

OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G มากับจุดเด่นด้านการถ่ายภาพที่เหมือนกัน ตรงการมีกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP ถ่ายภาพมุมกว้างที่ระยะ 0.6x ได้ ซึ่งเป็นระยะถ่ายที่กว้างที่สุดในสมาร์ตโฟนช่วงราคาเดียวกัน ช่วยให้เราสามารถจับภาพทุกมุมกว้างได้ครบชัด แต่จะมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อยตรงกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP ของ OPPO Reno16 F 5G จะเป็นกล้องหน้าเท่านั้น ส่วนของ OPPO Reno16 5G จะสามารถถ่ายภาพมุมกว้าง 50MP ระยะถ่าย 0.6x ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นจะมีกล้องที่ถ่ายภาพพอร์ตเทรตซูมได้ที่ระยะ 3.5x ซึ่งเป็นระยะ Golden Portrait ของหลายคน ช่วยให้ภาพถ่ายพอร์ตเทรตของเรามีสไตล์ ถ่ายคนสวย สีผิวเป็นธรรมชาติ และมีฟีเจอร์ใหม่! สำหรับสร้างสรรค์โมเมนต์ให้เป็นสไตล์ของตัวเองด้วยฟีเจอร์ AI คอลลาจภาพและวิดีโอ ที่สามารถรวมหลายโมเมนต์ไว้ในเฟรมเดียว พร้อมตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ได้ตามสไตล์ที่ชอบ และอีกหนึ่งโหมดถ่ายภาพใหม่! POP Cam ที่ชวนสัมผัสฟีลกล้องฟิล์มที่กำลังเป็นที่นิยม และรองรับการถ่ายวิดีโอคมชัดระดับ 4K ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

OPPO Reno16 5G มากับกล้องถ่ายรูป Triple Camera ความละเอียดสูง 50MP โดยมีกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide) ความละเอียด 50MP เป็นจุดเด่นในครั้งนี้เลยครับ เพราะเป็นรุ่นเดียวในช่วงราคานี้ ณ ตอนนี้ ที่ติดตั้งกล้องมุมกว้างพิเศษความละเอียดสูงถึง 50MP มาให้ ในขณะที่กล้องหน้าก็มากับกล้องเซลฟี่ความละเอียดสูง 50MP ด้วยเช่นกัน จึงเป็นสมาร์ตโฟนที่ครบเครื่องในเรื่องการถ่ายภาพ Daily Use มาก ๆ อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

โดยกล้องทั้งหมดของ OPPO Reno16 5G ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก เซนเซอร์ SC532HS ขนาด 1/1.20″ ความละเอียด 50MP (f/1.8)
    — Focal Length : 26mm.
    — 5P lens
    — AF supported
    — OIS
    — VDO 4K / 60fps record
    กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide) เซนเซอร์ GC08A8 ขนาด 1/4″ ความละเอียด 8MP (f/2.2)
    — Focal Length : 16mm.
    — 6P lens
    — AF supported
    กล้อง Telephoto เซนเซอร์ Samsung S5KKN1 ขนาด 1/3.13″ ความละเอียด 50MP (f/2.8)
    — Focal Length : 92mm.
    — 4P lens
    — AF supported
    — OIS
  • กล้องหน้า เซนเซอร์ GC50F6 ขนาด 1/2.88″ ความละเอียด 50MP (f/2.0)
    — Focal Length : 18mm.
    — 5P lens
    — AF supported

/ กล้องที่ให้ภาพมุมกว้างพิเศษ 50MP ครบทั้งกล้องหลังและกล้องหน้า

อย่างที่เกริ่นไปว่า OPPO Reno16 5G เป็นสมาร์ตโฟนหนึ่งเดียวในช่วงราคาที่ติดตั้งกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ หรือ Ultra wide ความละเอียด 50MP มา จึงเป็นสมาร์ตโฟนที่สามารถถ่ายภาพทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ 4K ด้วยมุมกว้างที่ระยะ 0.6x ได้ ซึ่งเป็นระยะและมุมมองที่กว้างที่สุดในอุตสาหกรรม โดยให้มุมมองภาพที่กว้างถึง 100 องศา สามารถถ่ายแบบกลุ่มหรือถ่ายเดี่ยวก็ให้มุมที่กว้างกว่าสมาร์ตโฟนทุกรุ่นในช่วงราคาเดียวกัน และยังให้ความละเอียดและรายละเอียดที่คมชัดด้วยเซนเซอร์ 50MP ด้วย 

ภาพถ่ายกล้องหลัง เทียบระยะ 1x – 0.6x

ตัวอย่างภาพถ่าย Ultra Wide 50MP (ระยะ 0.6x)

ตัวอย่างวิดีโอ 4K Ultra Wide 50MP (ระยะ 0.6x)
www.youtube.com/shorts/nu63joce4s8

/ กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x ความละเอียด 50MP ถ่ายคนสวย สีผิวเป็นธรรมชาติ

จุดเด่นที่ผมชื่นชมรวมถึงแฟน ๆ ของเราเองก็มีฟีคแบ็คชมกล้องของ OPPO Reno Series เล่าให้ฟังมาโดยตลอด คือ “การถ่ายภาพพอร์ตเทรต” ครับ สมาร์ตโฟน OPPO Reno Series มีความเก่งที่ถูกส่งต่อกันมาในทุกรุ่นทุกเจเนอเรชั่นกับการถ่ายพอร์ตเทรตที่ให้สีผิวหรือสกินโทนที่สวยและสมจริง สีผิวถูกถ่ายทอดออกมาให้เป็นธรรมชาติไม่เว่อร์เกินจริง

และถ้าใครจำได้ในบทความรีวิวรุ่น OPPO Reno15 5G ผมได้ชมว่า การที่ทาง OPPO ได้ติดตั้งกล้องเทเลโฟโต้เข้ามาให้ ทำให้เราสามารถถ่ายพอร์ตเทรตที่ระยะ 3.5x ได้ ซึ่งเป็นระยะถ่ายคนที่มิติฉากหลังจะถูกดึงเข้ามาใกล้แบบ ทำภาพมีความสมบูรณ์ สวย โดดเด่น และเป็นความกลมกล่อมที่ลงตัวมาก ๆ ของกล้อง OPPO Reno Series ที่เดิมก็ถ่ายพอร์ตเทรตได้สวยอยู่แล้ว พอได้ระยะที่เหมาะสมเข้ามา ก็เป็นอะไรที่ลงตัวมาก ๆ

ซึ่งความกลมกล่อมและความลงตัวทั้งหมดที่ว่ามานั้น ได้ถูกส่งต่อมาใน OPPO Reno16 5G ทั้งหมดด้วย และยังคงมากับกล้องเทเลโฟโต้ความละเอียด 50MP ดังนั้นประสบการณ์การถ่ายพอร์ตเทรตที่คุณจะได้รับจาก OPPO Reno16 5G ผมขอยืนยันเลยว่า คุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน

ภาพถ่ายเปรียบเทียบระยะ 1x – 2x – 3.5x

ตัวอย่างภาพถ่ายพอร์ตเทรตระยะ 3.5x

ตัวอย่างภาพถ่ายเพิ่มเติมจาก OPPO Reno16 5G

/ 4K VDO ให้ครบทั้งความคมชัด มุมกว้าง พร้อมฟีเจอร์ช่วย “วิดีโอ 4K ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติ”

นอกจากความเก่งเรื่องการถ่ายภาพนิ่งแล้ว ครั้งนี้ OPPO Reno16 5G มากับฟีเจอร์ใหม่ในการถ่ายวิดีโอด้วย กับฟีเจอร์ “วิดีโอ 4K ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติ” เป็นฟีเจอร์ช่วยให้ทุกการถ่ายวิดีโอของเราได้ภาพที่ตรงเสมอ แม้มือของเราจะเอียงตอนถ่ายครับ การใช้งานจะคล้ายกับกล้องกิมบอลเลยก็ว่าได้

โดยตัวฟีเจอร์จะยึดแนวเส้นขอบฟ้า เส้นสายตา หรือเส้นระดับน้ำให้ตรงเสมอตลอดการถ่ายวิดีโอของเรา ถึงแม้ขณะถ่ายมือเราจะเอียงก็ตาม แต่มีข้อจำกัดตรงในเฟรมภาพวิดีโอของเราจำเป็นต้องมีเส้นตรง เช่น เส้นขอบฟ้า, เส้นตรงของตึก เป็นต้น เพื่อให้ตัวซอฟต์แวร์ใช้เป็นจุดอ้างอิงขณะถ่ายด้วยครับ

/ การเปิดใช้งานฟีเจอร์ “วิดีโอ 4K ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติ”

ตัวอย่างวิดีโอ 4K ที่ใช้ฟีเจอร์ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติ
www.youtube.com/shorts/gz-qcea1HQg

————

มาที่รุ่นน้อง OPPO Reno16 F 5G กันบ้างครับ ถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็กสุดในครอบครัว OPPO Reno16 Series 5G ในครั้งนี้ แต่ทาง OPPO ก็มีอัปเกรดประสบการณ์การถ่ายภาพใหม่มาให้เยอะเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x ความละเอียด 50MP เข้ามาให้เหมือนรุ่นพี่ และให้กล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP มาเหมือนเช่นเคย จึงเป็นกล้องที่ถ่ายพอร์ตเทรตได้สวยเหมือนกับ OPPO Reno16 5G เลยก็ว่าได้ครับ เพราะได้ระยะถ่ายและความละเอียดที่เท่ากัน ด้านวิดีโอก็รองรับความละเอียด 4K และมีฟีเจอร์ใหม่ “วิดีโอ 4K ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติ” เหมือนกัน

กล้องของ OPPO Reno16 F 5G มากับกล้องหลัง 3 ตัว และกล้องหน้า 50MP โดยมีรายละเอียด คือ 

  • กล้องหลัก เซนเซอร์ SC532HS ขนาด 1/1.20″ ความละเอียด 50MP (f/1.8)
    — Focal Length : 26mm.
    — 5P lens
    — OIS
    — VDO 4K / 60fps record
    กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide) เซนเซอร์ GC08A8 ขนาด 1/4″ ความละเอียด 8MP (f/2.2)
    — Focal Length : 16mm.
    — 6P lens
    — AF supported
    กล้อง Telephoto เซนเซอร์ Samsung S5KKN1 ขนาด 1/3.13″ ความละเอียด 50MP (f/2.8)
    — Focal Length : 92mm.
    — 4P lens
    — OIS
  • กล้องหน้า เซนเซอร์ GC50F6 ขนาด 1/2.88″ ความละเอียด 50MP (f/2.0)
    — Focal Length : 18mm.
    — 5P lens
    — AF supported

/ กล้องหน้ามุมกว้างพิเศษ 50MP เซลฟี่ได้กว้างกว่าใคร!

กล้องหน้าของ OPPO Reno16 F 5G มากับกล้องหน้าความละเอียด 50MP เป็นกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ ให้มุมมองภาพเซลฟี่ที่กว้างถึง 100 องศา หรือสามารถถ่ายระยะ 0.6x ได้ โดยรองรับการถ่ายมุมกว้างได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ใครที่ชอบถ่ายภาพสไตล์น้องเจน Z ที่มักจะใช้เลนส์มุมกว้างในการถ่ายเยอะน่าจะถูกใจกันแน่นอน

ภาพถ่ายเปรียบเทียบระยะ 1x – 0.6x

ตัวอย่างภาพถ่าย Ultra Wide Selfie 50MP (ระยะ 0.6x)

/ กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x มีสไตล์ 50MP ถ่ายคนสวย สีผิวเป็นธรรมชาติ

เป็นครั้งแรกของ “F” ในสมาร์ตโฟน OPPO Reno Series กับการได้กล้องพอร์ตเทรตซูมระยะ 3.5x ความละเอียด 50MP มาประจำการบนตัวเครื่องด้วย โดยก่อนหน้านี้ทุกรุ่น “F” ที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีรุ่นไหนที่ได้กล้องซูม 3.5x มาก่อน ดังนั้นประสบการณ์การถ่ายภาพพอร์ตเทรตเอาเรื่องและไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง OPPO Reno16 5G เลยล่ะครับ ซึ่งระยะถ่าย 3.5x เป็นระยะถ่ายพอร์ตเทรตที่อาจเรียกว่าเป็น Golden Portrait ของบางคนเลยทีเดียว และพอมาผสมผสานเข้ากับความเก่งด้านสกินโทนของ OPPO Reno Series ที่ให้สีผิวเป็นสวยเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์ของกล้อง OPPO Reno16 F 5G กับการถ่ายพอร์ตนั้น “ไม่แพ้ใคร” ในเรื่องนี้แน่นอน

ภาพถ่ายเปรียบเทียบระยะ 1x – 2x – 3.5x

ตัวอย่างภาพถ่ายพอร์ตเทรตซูม (ระยะ 3.5x)

————

/ POP CAM โหมดถ่ายภาพใหม่ รู้ใจและเข้าใจวัยรุ่น!

ความเก่งและความสนุกใหม่ในการถ่ายภาพที่ทาง OPPO เพิ่มเข้ามาให้ในครั้งนี้ และบอกได้เลยว่าเอาใจคนรุ่นใหม่มาก ๆ นั่นก็คือ Pop Cam เป็นโหมดถ่ายภาพหลายสไตล์ที่ให้เราสามารถถ่ายภาพด้วยฟิลเตอร์ฟิล์ม 9 รูปแบบ พร้อมทั้งความสามารถในการปรับแต่งค่าการถ่ายเพิ่มเติมให้ตรงใจคนถ่ายมากที่สุด เป็นโหมดถ่ายภาพที่ผมเชื่อมาก ๆ เลยว่า น้อง ๆ จะต้องชอบและหลงไหลแน่นอนครับ เพราะเก่งไม่แพ้ Dazz Cam แอปฯ กล้องที่กำลังเป็นที่นิยมของเหล่า Gen Z ในตอนนี้เลย โดยโหมดถ่ายภาพ “Pop Cam” มีให้ใช้งานทั้ง OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G ทั้งสองรุ่น

วิธีการเข้าใช้ Pop Cam

  • เข้าแอปกล้อง
  • เลือกโหมด “POP” ด้านซ้ายสุดของ UI
  • แนะนําให้เปิด Auto Flash เพราะบางสไตล์จะมีการยิงแฟลชอัตโนมัติเพื่อโทนภาพที่เหมาะสม

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด POP CAM

————

/ AI คอลลาจภาพและวิดีโอ ฟีเจอร์แต่งรูปสุดเทรนดี้

ฟีเจอร์ช่วยปรับและแก้ไขภาพหลังถ่าย ครั้งนี้มีอัปเกรดเข้ามาใหม่กับ AI คอลลาจภาพและวิดีโอ ฟีเจอร์ที่ต่อยอดมาจากฟีเจอร์ Popout ในรุ่นก่อน ซึ่งครั้งนี้สามารถสร้างงานคอลลาจได้ทั้งภาพและวิดีโอ โดยรองรับการตัดต่อหลายรูปแบบ เลือก Background เป็นภาพนิ่ง, วิดีโอ (ไม่เกิน 6 วินาที) หรือ Motion Photo และสามารถตกแต่งสติ๊กเกอร์เอนิเมชัน แล้ว Export ออกมาเป็นคลิปไดนามิก

ช่วยให้เรารวมหลายโมเมนต์ไว้ในเฟรมเดียวสนุกและปรับได้ตรงใจมากขึ้น ตกแต่งภาพคอลลาจของเราได้หลากหลายขึ้นและจบงานได้ในเครื่อง พร้อมทั้งนำเสนอผลงานของเราหลังแต่งเสร็จออกมาได้ทั้งในรูปภาพนิ่งและวิดีโอด้วย เชื่อเลยว่าเมื่อนำไปแชร์บน IG หรือโซเชียลแล้วมีเพื่อนถามแน่ ๆ ว่าทำได้อย่างไร สำหรับฟีเจอร์ “AI คอลลาจภาพและวิดีโอ” รุ่น OPPO Reno16 5G จะรองรับทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ส่วน OPPO Reno16 F 5G จะรองรับเฉพาะภาพนิ่งเท่านั้น

ขั้นตอนสร้าง AI คอลลาจภาพและวิดีโอครั้งแรก

  • ไปที่แอป Photos แล้วแตะแท็บ Create — AI Remix Collage จะอยู่ด้านบนสุด แล้วเลือก Background
  • เลือก Motion Photo, วิดีโอ หรือภาพนิ่ง เพื่อใช้เป็น Canvas แล้วเลือกสร้างคลังสติ๊กเกอร์
  • ใช้ AI Cutout ตัด Subject จาก Motion Photo, วิดีโอ หรือภาพนิ่งอื่น ๆ แล้วบันทึกลงคลังสติ๊กเกอร์เพื่อนํากลับมาใช้ซํ้าได้
  • เลือกสติ๊กเกอร์จากคลัง แล้วลากหรือ Pinch เพื่อปรับขนาดตามต้องการ
  • เพิ่ม Outline, เปลี่ยนลําดับ Layer หรือใส่ข้อความได้ตามชอบ โดยสามารถบันทึกและแต่งต่อได้เรื่อย ๆ
  • Export ออกมาเป็น Motion Photo แล้วเปิดกลับมาเพิ่มสติ๊กเกอร์ต่อได้ทุกเมื่อ

ตัวอย่างการใช้งานฟีเจอร์ AI คอลลาจภาพและวิดีโอ
www.youtube.com/shorts/mL7HFoD8nyY

ตัวอย่างภาพที่ปรับแต่งด้วยฟีเจอร์ AI คอลลาจภาพและวิดีโอ

————

/ AI Editor กลุ่มฟีเจอร์ AI สำหรับปรับหรือแก้ไขภาพถ่าย

เป็นกลุ่มฟีเจอร์ปรับหรือแก้ไขภาพถ่ายหลังการถ่ายให้ด้วย AI ของ OPPO โดยจะอยู่ในเมนู AI Editor ครับ เราสามารถเรียกใช้งานได้ด้วยการเลือก Edit ใต้ภาพถ่าย (รูปดินสอ) จากนั้นเลือกเมนู AI Editor เมื่อเข้ามาก็จะพบชุดเครื่องมือ AI ของ OPPO ให้เลือกใช้งาน ขอหยิบฟีเจอร์ที่ส่วนตัวผมชอบเป็นพิเศษมาแนะนำ “AI Portrait Glow” ฟีเจอร์เด็ดของสมาร์ตโฟน OPPO เขาล่ะครับ

AI Portrait Glow เป็นการใช้ความเก่งของ AI เข้ามาวิเคราะห์และปรับปรุงแสงบนใบหน้าของแบบในภาพถ่ายพอร์ตเทรตโดยเฉพาะให้มีความเหมาะสมและสวยที่สุดในช็อตนั้น ๆ ซึ่งถ้าหากเรายังไม่ถูกใจกับการปรับของ AI ก็สามารถเลือกแก้ไขหรือปรับเพิ่มหรือลดแสงได้ด้วยตนเองได้เช่นกันครับ 

ตัวอย่างภาพถ่ายที่ปรับแต่งด้วย AI Portrait Glow

ฟีเจอร์ AI Editor เพิ่มเติม

  • AI Eraser 2.0 : ใช้ AI ลบวัตถุหรือบุคคลในภาพ
  • AI Recompose : ปรับมุมมองของภาพให้เหมาะสมและสวยตามองค์ประกอบในภาพด้วย AI
  • AI Best Face : เปลี่ยนใบหน้าของบุคคลในภาพให้เหมาะสมด้วย AI โดยจะใช้ฐานข้อมูลใบหน้าจากคลังภาพ (Gellery) บนตัวเครื่อง ทำให้แม่นยำและสมจริง
  • AI 4K UHD : อัปสเกลภาพให้มีความละเอียดสูงระดับ 4K ด้วย AI 
  • AI Unblur : แก้ไขภาพถ่ายที่เบลอด้วย AI
  • AI Reflection : ลบเงาสะท้อนจากกระจกในภาพถ่ายด้วย AI

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


OPPO Bubble

ไอเทมเสริมใหม่ ตัวช่วยเซลฟี่กล้องหลังสุดชิค

OPPO Bubble ไอเทมเสริมใหม่ ที่จะเข้ามาช่วยยกระดับการถ่ายและวิดีโอบนสมาร์ตโฟน OPPO Reno16 Series 5G ให้สนุกมากขึ้น และผมเชื่อว่าจะเป็นไอเทมเสริมที่หลายคนจะต้องหลงรักและชอบแน่นอนครับ โดย OPPO Bubble จะมากับจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.73 นิ้ว ทรงกลม ความละเอียด 466 x 466 พิกเซล มีแบตเตอรี่ขนาด 560mAh พร้อมกันน้ำและฝุ่น IP54 และมีน้ำหนักเบาเพียง 27.5 กรัมเท่านั้น มีคุณสมบัติในการ Mirror หน้าจอของสมาร์ตโฟนมาแสดงผลที่ตัวเอง จึงทำให้เราสามารถใช้เป็นตัวช่วยในการถ่ายภาพได้หลากหลายวิธีมาก ๆ

/ ตัวช่วยเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง

  • ชัตเตอร์ — กดถ่ายภาพได้โดยตรง หรือใช้ปุ่มบนหน้าจอสมาร์ตโฟนได้เช่นกัน
  • ตั้งเวลา — รองรับ 0.3 และ 10 วินาที
  • Mirror — เปิดใช้งานโดยค่าเริ่มต้น รองรับทั้งการถ่าย Selfie ด้วยกล้องหลัง และการให้คนอื่นช่วยถ่ายให้

/ ตัวช่วยถ่ายโดยใช้ดู Preview

  • ซูม — รองรับ 0.6x, 1x, 2x และ 3.5x (ขึ้นอยู่กับรุ่นอุปกรณ์)
  • โหมดถ่ายภาพ — สลับได้ระหว่าง Photo และ Video โดยรองรับโหมด Photo, Video, Portrait, Night, POP และ Pro (โหมดอื่นต้องสลับจากในโทรศัพท์)
  • การจัดเฟรม — ค่าเริ่มต้นจะซูมและจัดกึ่งกลางเฟรมอัตโนมัติ แตะสองครั้งเพื่อสลับกลับเป็นเฟรมปกติ
  • ควบคุมระยะไกล — รองรับการควบคุมการถ่ายภาพผ่าน OPPO Bubble ด้วย Bluetooth ในระยะสูงสุด 10 เมตร

/ ไอเทมเสริมสุดเทรนดี้

นอกจากจะเป็นผู้ช่วยในการถ่ายรูปให้อิสระหลากหลาย และตรงโจทย์ใช้งานแล้ว OPPO Bubble ยังปรับมาเป็นไอเทมในด้านการแต่งตัวหรือพกพาให้ดูโดดเด่นได้ด้วยครับ ซึ่งตรงนี้แหละที่ผมชอบมาก ๆ และคิดว่าหลายคนก็น่าจะชอบเหมือนกัน ด้วยเทรนด์การแต่งตัวในปัจจุบันที่น้อง ๆ หรือหลายคนมักจะนิยมนำพวงกุญแจมาห้อยที่กางเกง, กระโปรง หรือแม้แต่กระเป๋าเพื่อเสริมมุมมองแฟชั่นตามชอบ

OPPO Bubble ก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบจากผู้ช่วยถ่ายภาพกลายมาเป็นพวงกุญแจสุดชิคที่ไม่มีใครเหมือน! จากคุณสมบัติการแสดงผลผ่านหน้าจอของ OPPO Bubble ที่เราสามารถเลือกปรับเปลี่ยนรูปภาพหรือวิดีโอผ่านตัวแอปในตัวโทรศัพท์ เพื่อสลับคอนเทนต์ตามอารมณ์หรือสถานะในขณะนั้นของเราได้ทันที เช่น อยากเปลี่ยนรูปศิลปินที่ชอบ, อยากเปลี่ยนรูปแฟน หรืออยากเปลี่ยนรูปหรือวิดีโอที่แสดงถึงอารมณ์ของเราในขณะนั้น

รูปแบบการแสดงผลที่รองรับ

  • ภาพนิ่ง (Static Photo), Live Photo และวิดีโอ (ความยาวไม่เกิน 5 วินาที) : เล่นแบบครั้งเดียว หรือวนซํ้า (Loop) ได้
  • แต่งได้เอง (DIY Editing) : แก้ไขข้อความได้ ทั้งเนื้อหา ขนาดตัวอักษร นํ้าหนัก Font Style และสี
  • Carousel : รองรับการแสดงผลแบบสลับหมุนเวียน รวมถึงการผสมหลายรูปแบบในชุดเดียว ใส่ได้สูงสุด 20 รายการ
  • Interactive Pets : ผู้ใช้เลือก Pet Theme เป็น Wallpaper ได้หลากหลายตามชอบ

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Design

ดีไซน์ดวงดาว 3 มิติสุดล้ำ ครั้งแรกของอุตสาหกรรม

OPPO Reno16 F 5G  รอบนี้ผมได้ตัวเครื่องสีขาว Pop White มารีวิวให้เพื่อน ๆ กันครับ ซึ่งสีขาว Pop White เป็นสีไฮไลต์ประจำ OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G ในครั้งนี้เลย โดยตัวเครื่องสีขาว Pop White จะเป็นสีที่มากับดีไซน์ฝาหลังพิเศษ ซึ่งเป็น Signature ของ OPPO Reno Series ที่ในแต่ละเจนจะมีการออกแบบฝาหลังด้วยลวดลายพิเศษ และในครั้งนี้ก็มากับลวดลายดวงดาว 3 มิติ ที่เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภาพ 3 มิติเสมือนจริงบนสมาร์ตโฟน

ซึ่งกว่าจะทำลวดลายดวงดาว 3 มิตินี้ได้ ทาง OPPO ต้องออกแบบโครงสร้างพิเศษถึง 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นลวดลายกราฟิก (Graphic Pattern Layer), ชั้นฐาน (Substrate Layer) และชั้น Microlens (Microlens Layer)

โดยภายในฝาหลัง มี “โปรเจกเตอร์” จิ๋วนับล้านตัวทํางานพร้อมกัน เมื่อแสงกระทบชั้น Microlens ด้านล่าง จากนั้นจึงจะสะท้อนและหักเหแสงจากหลายมุมผ่านชั้นลวดลายด้านบน และเมื่อแสงเหล่านั้นมาถึงดวงตาจะรวมกันเป็นภาพดาวเคราะห์ 3 มิติที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และลอยตัวอยู่เหนือพื้นผิวในระยะต่อเนื่องในระยะ 5mm ถึง 15mm สร้างประสบการณ์ภาพหลายระดับความลึกที่ไม่มีใครในอุตสาหกรรมทําได้มาก่อนครับ

————

OPPO Reno16 5G มากับขนาดตัวเครื่องที่ส่วนตัวผมรู้สึกว่าเป็นขนาดที่กำลังพอดีมือเลยล่ะครับ ด้วยขนาดหน้าจอขนาด 6.32 นิ้ว มีความบาง 8.22 มิลลิเมตร และน้ำหนักรวม 182 กรัม (*สีขาว Pop White จะมีขนาด 8.36 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 193 กรัม) ซึ่งเป็นภาพรวมตัวเครื่องที่ถือจับใช้งานได้ถนัด สบายและกระชับมือมาก ๆ ครับ

โดยรอบนี้ผมได้สีตัวเครื่องเป็นสีม่วงเข้ม Twilight Violet สีตัวเครื่องที่ให้ความรู้สึกเข้ม สุขุม ชวนค้นหา เป็นสีที่เหมาะกับคนที่ต้องการโทนสีคลาสสิคและเรียบง่าย แต่ไม่ชอบสีดำหรือเบื่อสีดำแล้ว โดยฝาหลังของสีม่วง Twilight Violet จะไม่ได้มีลวดลายอะไรพิเศษเหมือนกับสีขาว Pop White แต่จะไปใส่กิมมิคไว้ที่ฐานโมดูลกล้องแทน

โดยที่ฐานบัมเปอร์หรือฐานกล้องจะมีการใช้สีม่วงโทนอ่อนตัดกับพื้นฝาหลังที่เป็นสีม่วงเข้ม และมีละอองเพชรแทรกอยู่ในพื้นผิว เมื่อโดนแสงก็จะระยิบระยับเหมือนดาวบนฟ้ายามค่ำคืน ในขณะที่ด้านข้างซ้ายตัวเครื่องก็มีปุ่มกด AI Snap Key มาให้เช่นกัน เป็นปุ่มช็อตคัทสำหรับเรียกใช้ AI Mind Space และสามารถตั้งค่าให้เป็นปุ่มเรียกใช้เมนูอื่น ๆ ตามที่เราต้องการได้

/ อัปเกรดความทนทานและแข็งแกร่ง

ตัวเครื่องของทั้ง OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G มากับมาตรฐานการป้องกันและทนทานต่อน้ำและฝุ่น IP66 / IP68 / IP69 และที่เพิ่มเข้ามาใหม่คือ IP69K ที่ทนต่อแรงดันน้ำหรือแรงฉีดที่รุนแรงได้สูงขึ้น และทนต่ออุณหภูมิน้ำที่สูงถึง 80 องศา ดังนั้นสมาร์ตโฟน OPPO Reno16 Series 5G ทั้งสองรุ่น จึงทนทานต่อการใช้งานจากคุณสมบัติความทนทานต่อน้ำตามมาตรฐาน IP ระดับสูง ป้องกันและทนทานทั้งรูปแบบจมน้ำและโดนแรงดันฉีดอัดใส่เลยครับ 

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Performance

ประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วและลื่นไหล

/ OPPO Reno16 5G : CPU Snapdragon 7 Gen 4, LPDDR5x, UFS 3.1

OPPO Reno16 5G มากับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4 ซึ่งเป็นชิประดับกลางของ Qualcomm ตัวชิปผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิต TSMC ระดับ 4 นาโนเมตร ใช้สถาปัตยกรรมซีพียู Qualcomm Kryo ที่ให้ประสิทธิภาพดีขึ้นจากรุ่นก่อน 27%

และใช้จีพียู Qualcomm Adreno 722 เป็นชิปประมวลผลกราฟิกให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น 30% และประหยัดพลังงานมากขึ้น 42% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ประมวลผลร่วมกับ RAM LPDDR5x และ ROM UFS 3.1  ซึ่งเป็นหน่วยความจำมาตรฐานระดับสูงให้ความเร็วในการอ่าน-เขียนที่ไว ดังนั้นผลลัพธ์ในการตอบสนองต่อการทำงาน รวมถึงการเล่นเกมทำได้เร็วและลื่นไหลแน่นอน

ผลคะแนนทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชัน Benchamark

————

/ OPPO Reno16 F 5G : CPU MediaTek Dimensity 7300, LPDDR5x, UFS 3.1

OPPO Reno16 F 5G เลือกใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300 เป็นชิประดับกลางของ MediaTek มอบประสิทธิภาพที่สมน้ำสมเนื้อสำหรับการใช้งาน โดยตัวชิปเซ็ตสถาปัตยกรรม 4nm. ใช้สถาปัตยกรรมซีพียูแบบ Octa-core (ประกอบด้วย Cortex-A78 และ Cortex-A55) โดดเด่นในเรื่องการจัดการพลังงาน

ทำงานร่วมกับ RAM LPDDR5x และ ROM UFS 3.1 ช่วยให้การตอบสนองแอปพลิเคชันทั่วไปและการสลับหน้าจอทำได้ไหลลื่น ควบคู่ไปกับชิปกราฟิก Mali-G615 MC2 ที่รองรับการเล่นเกมยอดนิยมในไทยอย่าง RoV, Free Fire หรือ Roblox ได้อย่างเสถียร และยังมากับโมเด็ม 5G ที่ผสานรวมมาในชิปยังรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายความถี่สูงในไทยได้อย่างแม่นยำและกินไฟต่ำ ช่วยลดปัญหาเครื่องสะสมความร้อนเมื่อต้องเปิดเสาสัญญาณใช้งานกลางแจ้งในสภาพอากาศร้อนของบ้านเราครับ

ผลคะแนนทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชัน Benchamark

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Operating System

ColorOS 16 ประสบการใช้งานลื่นไหล AI ฉลาด และดูแลต่อเนื่อง

OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G มากับระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 ซอฟต์แวร์ OS ที่ดีที่สุดของออปโป้ ในเวลานี้ โดยใช้พื้นฐานของ Android 16 มอบประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหล ซึ่งเป็นจุดเด่นของ ColorOS 16 เลยล่ะครับ ด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรและการเรียกใช้ทรัพยากรของ ColorOS 16 ที่เป็น OS Baseed on Android ที่รับการออกแบบและพัฒนามาดีมาก ๆ อีกตัว ผู้ใช้งานจึงได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและเสถียรต่อเนื่องยาวนาน พร้อมกับทาง OPPO ที่ดูแลและรับประกันการอัปเดตซอฟต์แวร์ต่อเนื่องถึง 6 ปี (OS 5 ปี และ Security Patch 6 ปี)

ในครั้งนี้ OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G ยังมากับอีกหนึ่งไฮไลท์ นั่นก็คือ AI Snap Key ปุ่มช็อตคัทสำหรับเรียกใช้ AI Mind Space และยังสามารถตั้งค่าให้เป็นปุ่มเรียกใช้เมนูอื่น ๆ ตามที่เราต้องการได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกของ Reno Series กับปุ่ม Snap Key (จากเดิมที่มีแค่ใน Find Series) ที่มีการติดตั้งมาให้ โดยจะมีใน OPPO Reno16 Series 5G ทุกรุ่นเลยครับ

ColorOS 16 ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงใหม่ยกชุด ไล่ตั้งแต่อินเทอร์เฟซ (UI) ที่รอบนี้ใช้ Luminous Rendering Engine มาเป็นเอนจิ้นในการเรนเดอร์อนิเมชันต่าง ๆ ซึ่งเป็นการใช้สถาปัตยกรรมใหม่แบบ Unified Seamless Architecture ทำให้การเรนเดอร์อนิเมชันต่าง ๆ เป็นอิสระ ลื่นไหล และตอบสนองได้ทันที ส่งผลให้การแตะสลับหรือเปิดปิดหน้าต่างแอปฯ ทำได้เนียนตาและเนียนนิ้วมากขึ้นจากรุ่นก่อน

และยังปรับปรุงเอนจิ้น Trinity Engine ใหม่ ซึ่ง Trinity Engine จะทำหน้าที่ผสานการทำงานของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อสร้างกระบวนการประมวลผลเฉพาะสำหรับอนิเมชัน พร้อมกับจัดสรรประสิทธิภาพอย่างแม่นยำ ทำให้ได้ผลลัพธ์ด้านประสบการณ์ภาพที่ลื่นไหล ตอบสนองรวดเร็ว ไปพร้อมกับการประหยัดพลังงานที่ดี แม้ตัวเครื่องจะอยู่ในสถานการณ์ที่มีการประมวลผลหนักก็ตาม

และแน่นอนว่ายังคงมากับความสามารถในการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม “O+ Connect” ที่เป็นเหมือนประตูในการรับส่งไฟล์ภาพและวิดีโอข้ามไปมาระหว่าง OPPO Reno16 5G หรือ OPPO Reno16 F 5G และ iPhone ได้ รวมถึงสมาร์ตโฟน Android แบรนด์อื่น ๆ ด้วย

/ AI Mind Space

หนึ่งในคุณสมบัติ AI ตัวใหม่ ที่ทาง OPPO ได้พัฒนาขึ้นมาร่วมกับ Google ในการใช้ AI Integrate ของ Gemini มาทำงานร่วมกับ ColorOS 16 โดยความสามารถของ AI Mind Space คือ การเป็นพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่เจ้าของเครื่องสนใจผ่านการจับภาพหน้าจอ

โดยภาพหน้าจอที่มีข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้น จะถูกนำมารวมไว้ในพื้นที่ AI Mind Space เพื่อให้เราสามารถใช้งานทันทีหรือเรียกใช้ AI ย้อนหลัง ในการค้นหาข้อมูล หาไอเดีย หรือดึงข้อมูลจากภาพดังกล่าวออกมาใช้งาน ด้วยการถามเพื่อให้ AI วิเคราะห์สิ่งเราที่สนใจหรือสงสัย ซึ่งเหมาะสำหรับใครที่เวลาเจออะไรแล้วชอบแคปภาพเก็บไว้ดูย้อนหลังมาก ๆ ครับ

/ AI  Bill Manager

AI Bill Manager เป็น AI ตัวใหม่ บน ColorOS 16 หน้าที่ของเขาคือ การบริหารจัดการบิลหรือการชำระเงินต่าง ๆ ให้กับด้วยความฉลาดของ AI ครับ โดยหลังจากทํารายการชําระเงินดิจิทัล เพียงเปิดใช้งาน AI Snap Key หรือ ใช้ท่าทางปัดนิ้ว ระบบจะจดจําและบันทึกการทําธุรกรรมทันทีสําหรับใบเสร็จแบบกระดาษ หรือจะใช้งานผ่านแอปกล้องถ่ายรูปก็ได้ ระบบจะช่วยดึงข้อมูลและสรุปข้อมูลเชิงลึกเป็นสกุลเงินท้องถิ่น โดยธุรกรรมทั้งหมดจะถูกรวบรวมไว้ เพื่อให้ผู้ใช้งานติดตามค่าใช้จ่ายรายเดือนได้อย่างง่ายดาย และมีหน้าอินเทอร์เฟซแดชบอร์ดที่สะอาดตาและเป็นระเบียบ

/ AI  Mind Pilot

AI Mind Pilot ผสานการทำงานของโมเดล AI ชั้นนำอย่าง Google Gemini, Perplexity และ ChatGPT ไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยระบบจะประมวลผลร่วมกับข้อมูลเฉพาะตัวที่คุณบันทึกไว้ใน AI Mind Space เพื่อส่งมอบคำตอบที่แม่นยำและสอดคล้องกับบริบทของคุณมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเลือกใช้งานโมเดลที่ต้องการได้อย่างอิสระ หรือเลือกป้อนคำถามเดียวไปยังหลายโมเดลพร้อมกัน เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ในหน้าจอเดียวได้อย่างง่ายดาย ฟีเจอร์นี้ตอบโจทย์อย่างมากเมื่อคุณต้องค้นคว้าข้อมูลเชิงเทคนิคที่ซับซ้อน เพราะช่วยให้สามารถเปรียบเทียบคำตอบจากแต่ละ AI แบบเคียงข้าง (Side-by-Side) ได้ทันที

/ AI Scan & AI Extract 

AI Scan สามารถตรวจจับและบันทึกหน้าเอกสารได้ในเวลาไม่ถึง 3 วินาที มาพร้อมระบบอัตโนมัติที่ช่วยลบเงา ลดแสงสะท้อน และปรับหน้ากระดาษที่โค้งงอให้ตรงเรียบเนียน โดยคุณสามารถเลือกส่งออกเป็นไฟล์ PDF, Word หรือรูปภาพได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Extract อัจฉริยะ ที่ช่วยดึงข้อมูลประเภทข้อความ ตาราง หรือแม้กระทั่งสูตรต่างๆ ออกมาให้อยู่ในรูปแบบที่พร้อมนำไปแก้ไขต่อได้ทันที

วิธีใช้งาน : ไปที่ เอกสาร > แก้ไข > สแกนเอกสาร และหากต้องการดึงข้อความออกจาก เอกสารที่สแกน ให้แตะที่ AI Extract

/ AI Menu Translate

เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ AI ใหม่ สำหรับ AI Menu Translation บน ColorOS 16 ล่าสุด ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การอ่านเมนูอาหารในต่างประเทศ หรือการเผชิญกับภาษาที่ไม่คุ้นเคยหรือชื่ออาหารเฉพาะถิ่นให้ง่ายยิ่งขึ้น โดยระบบจะแปลและแสดงคำอธิบายเมนูอย่างละเอียด ทั้งส่วนผสมหลัก วิธีการปรุง ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร พร้อมภาพประกอบที่ดูน่ารับประทาน เมื่อพร้อมสั่งอาหาร คุณสามารถโชว์หน้าจอที่แปลแล้ว หรือให้ AI ช่วยพูดสั่งอาหารกับพนักงานเป็นภาษาท้องถิ่นได้โดยตรง นอกจากนี้ ระบบยังช่วยแปลงราคาให้เป็นสกุลเงินโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คำนวณค่าใช้จ่ายได้ง่ายและไม่ต้องตกใจเมื่อบิลมาถึงได้ด้วย

วิธีการใช้งาน : เพียงเปิดแอปแปลภาษาแล้วแตะที่ปุ่ม “กล้อง”

/ เพิ่มประสิทธิภาพการทํางานด้วยด้วย AI Super ToolBox

เป็นกลุ่มแพลตฟอร์ม AI ของ OPPO ที่มีเป้าหมายคือ ช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการทำงานด้านเนื้อหาบนตัวเครื่อง ซึ่งประกอบด้วย

  • AI Writer ช่วยปรับหรือครีเอตข้อความด้วย AI
  • AI Translate ใช้ AI เครื่องมือแปลภาษา ที่ครอบคลุมการทํางานหลากหลายรูปแบบ 
  • AI VoiceScribe ใช้ AI แสดงคําบรรยายสดและสรุปใจความสําคัญ อย่างการ วิดีโอคอล การประชุม ออนไลน์ รวมถึงการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ บนสมาร์ตโฟน

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Battery

แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น ใช้งานได้ยาวนานขึ้น!

/ OPPO Reno16 5G : แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6700mAh และชาร์จไว 80W SUPERVOOC

OPPO Reno16 5G เห็นขนาดตัวเครื่องที่กระชับและบางแบบนี้ แต่พลังงานของน้องเขาไม่ธรรมดานะครับ เพราะมากับแบตเตอรี่ Silicon Carbon ขนาดความจุ 6700mAh สามารถใช้งานได้ตลอดวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่กันยาว ๆ ตั้งแต่เช้าถึงค่ำได้สบาย ๆ

และยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จไวของ OPPO อย่าง 80W SUPERVOOC  ทั้งแบบมีสายที่แถมอแดปเตอร์มาให้ในกล่องพร้อมใช้ รวมถึงการชาร์จผ่านหัวชาร์จ UFCS ก็รองรับที่ 80W เช่นกัน และยังรองรับการชาร์จไวผ่านอุปกรณ์มาตรฐาน PD (Power Delivery) จากผู้ผลิต Third Party ที่ความเร็วสูงสุด 55W ด้วย

/ OPPO Reno16  F 5G : แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดในซีรีส์ 7000mAh และชาร์จไว 80W SUPERVOOC

OPPO Reno16 F 5G ถึงแม้จะเป็นรุ่นน้องเล็กของ OPPO Reno16 Series 5G ในครั้งนี้ แต่ในด้านพลังงานกลับเป็นรุ่นที่มากับขนาดความจุแบตเตอรี่มากที่สุดถึง 7000mAh ใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดวันแน่นอน และยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 80W SUPERVOOC ได้เหมือนกับรุ่นพี่ด้วย 

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Wrap-up

บทสรุปสำหรับ OPPO Reno16 5G, OPPO Reno16 F 5G และ OPPO Bubble

/ OPPO Reno16 5G “กลมกล่อม สมราคา ถูกใจ Gen Z”

เป็นสมาร์ตโฟน Mid-range ที่ถึงแม้ในภาพรวมเมื่อเทียบกับ OPPO Reno15 5G แล้ว ดูจะเป็นการอัปเกรดที่ไม่ได้เยอะจนเหมือนก้าวกระโดด บางคนอาจติเรื่องสเปกที่หวือหวา แต่ทุกจุดที่เพิ่มเข้ามานั้นผมว่า ตอบโจทย์ ใช้งานได้จริง และได้ใช้แน่นอนครับ ทั้งฟีเจอร์ปรับให้ตรงในโหมดถ่ายวิดีโอ หรือกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP ที่ไม่มีรุ่นไหนในช่วงราคาเดียวกัน ณ ตอนนี้ใส่มาให้ เมื่อรวมกับความเก่งเดิมในเรื่องการถ่ายภาพพอร์ตเทรต ยิ่งทำให้กล้องของ OPPO Reno16 5G มีความเพอร์เฟคในการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือเดลี่ยูสมาก ๆ

ในขณะที่ฟีเจอร์ใหม่อย่าง AI คอลลาจภาพและวิดีโอ และโหมดถ่ายภาพ Pop Cam เป็นสองความเก่งด้านการถ่ายภาพที่ทันสมัย รู้ใจ และผมมั่นใจเลยว่า ถ้าน้อง ๆ วัยรุ่นที่อ่านบทความรีวิวนี้อยู่ หากได้ลองสัมผัสและใช้งาน จะหลงรักและชื่นชอบในฟีเจอร์ใหม่สองตัวนี้แน่นอนครับ

เรียกได้ว่าเป็นการรวมความสนใจและความนิยมในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทั้งการถ่ายภาพและการแต่งภาพหลังถ่ายไว้จบในเครื่องเดียว ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อฟิลเตอร์จากแอปฯ นอกเพิ่ม และไม่ต้องหาโปรแกรมสร้างสรรค์ภาพ Collage ให้มากมาย ดังนั้น OPPO Reno16 5G จึงเป็นสมาร์ตโฟน All Around สำหรับคนที่ต้องการมือถืองบ Mid-range ที่มีกล้องที่ไว้ใจและใช้งานในการทำคอนเทนต์บนโซเชียลได้จริง และเป็นสมาร์ตโฟนที่ “รู้ใจ Gen Z” มากที่สุดในเวลานี้ครับ

/ OPPO Reno16 F 5G “งบน้อย แต่เก่งครอบคลุม”

เป็นสมาร์ตโฟนที่ถ้าหากเทียบกับรุ่นก่อน OPPO Reno15 F 5G จะเห็นเลยว่า น้องเขาเก่งขึ้นเยอะเลยนะครับ ทั้งการได้กล้องเทเลโฟโต้มาถ่ายภาพพอร์ตเทรตระยะ 3.5X ได้ ที่เป็นไม้ตายเด็ดที่ผมมองว่า แค่นี้ก็จบครบแล้วล่ะ แต่ยังได้แบตเตอรี่ที่ขยับเป็น 7000mAh และมีปุ่ม AI Snap key พร้อมฟีเจอร์ AI ใหม่ ที่ทาง OPPO ใส่มาให้ใช้งานทั้งหมดไม่ต่างจากรุ่นท็อปเลย OPPO Reno16 F 5G จึงเป็นสมาร์ตโฟนที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ใช้งานของ OPPO Reno Series ในราคาค่าตัวที่เข้าถึงได้ ตอบรับการใช้งานในประจำวันได้ครอบคลุมและดีเยี่ยม และต้องการมือถือแบตเยอะ 

/ OPPO Bubble “ไอเทมเสริมที่ทุกคนควรมี!”

เจ้าบับเบิ้ลไอเทมเสริมใหม่ของ OPPO Reno16 Series 5G ในครั้งนี้ ที่ส่วนตัวผมอยากแนะนำให้ทุกคนที่กำลังจะซื้อ OPPO Reno16 Series ว่าควรมีครับ! เพราะจะช่วยให้การใช้งานสมาร์ตโฟน OPPO Reno16 Series 5G ของคุณสนุก หลากหลาย และคล่องตัวขึ้นมาก ๆ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยกล้องหลังจะทำได้ง่ายและตรงใจมากขึ้น หรือสายแฟชั่นที่ชอบห้อยน้อง ๆ ติดตัวเสมอก็จะได้ไอเท็มที่ไม่เหมือนใครไปห้อยและเลือกเปลี่ยนภาพตามโมเมนต์ได้ด้วย ส่วยสายคอนเทนต์ที่ชอบถ่ายภาพหรือวิดีโอ เจ้า OPPO Bubble จะช่วยให้คุณทำงานได้ด้วยตัวคนเดียวสะดวกขึ้น ดังนั้นเป็นไอเท็มที่ถ้ามีโอกาสได้ครอบครอง “ควรมี” จริง ๆ ครับสำหรับ OPPO Bubble

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ


Price & Availability

ราคา การวางจำหน่าย และโปรโมชัน

OPPO Reno16 5G วางจำหน่ายใน 3 สีสุดเทรนดี้ ได้แก่ สีขาว Pop White, สีม่วงเข้ม Twilight Violet และสีม่วง Dream Purple พร้อมตัวเลือกความจุ 2 รุ่น

  • OPPO Reno16 5G รุ่น RAM 12GB + ROM 256GB ราคา 22,999 บาท
  • OPPO Reno16 5G รุ่น RAM 8GB + ROM 256GB ราคา 19,999 บาท

OPPO Reno16 F 5G วางจำหน่ายใน 3 ตัวเลือกสี ได้แก่ สีขาว Pop White, สีม่วงเข้ม Twilight Violet และสีม่วง Dream Purple พร้อมตัวเลือกความจุ 2 รุ่นย่อย

  • OPPO Reno16 F 5G รุ่น RAM 8GB + ROM 128GB ราคา 15,999 บาท
  • OPPO Reno16 F 5G รุ่น RAM 8GB + ROM 256GB ราคา 16,999 บาท

และ OPPO Reno16 Pro 5G วางจำหน่ายใน 2 สี ได้แก่ สีขาว Pop White และสีดำ Starlight Black พร้อมตัวเลือกความจุเพียงรุ่นเดียว คือ OPPO Reno16 Pro 5G รุ่น RAM 12GB + ROM 256GB ราคา 29,999 บาท

พิเศษ! Reno16 Pro 5G | SHEEP สำหรับลูกค้าที่สั่งจอง OPPO Reno16 Pro 5G ในช่วง Blind Booking และ Pre-order จะได้รับของพรีเมียมคาแรกเตอร์ MOMOREI (โมโมเรอิ) ดังนี้

  • Reno16 Pro 5G | SHEEP MOMOREI Phone Case Set
  • Reno16 Pro 5G | SHEEP MOMOREI Phone Grip

*SHEEP เป็นของแถมเฉพาะลูกค้าที่สั่งจอง OPPO Reno16 Pro 5G เท่านั้น
*สินค้ามีจํานวนจํากัด

สำหรับ OPPO Bubble ไอเทมใหม่ ตัวช่วยเซลฟี่กล้องหลังสุดเทรนดี้ จะวางจำหน่ายแยกในราคา 2,999 บาท

พิเศษ! กับ Bundle Promotion ราคาเพียง 1,999 บาท เมื่อจองและรับเครื่องคู่กับสมาร์ตโฟน OPPO Reno16 Series 5G พร้อมรับฟรี OPPO Bubble Custom-fit Protective Case มูลค่า 699 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 2 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น


หมายเหตุ
*ของสมนาคุณมีจํานวนจํากัด เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ>
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก เปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

————

สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ OPPO Reno16 Series 5G สามารถสั่งจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 2 กรกฎาคม 2569 โดยหากรับเครื่องภายในเวลาที่กำหนดจะได้รับสิทธิพิเศษ ดังนี้

  • 180 Days Replacement Service เปลี่ยนเครื่องใหม่ฟรี 1 ครั้ง ภายใน 180 วัน ภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน (มูลค่า 1,199 บาท)
  • สำหรับลูกค้าที่จอง OPPO Reno16 Pro 5G จะได้รับสิทธิพิเศษ ได้แก่
    — E-VIP Card ประกันจอแตก 1 ครั้ง ภายใน 2 ปี (มูลค่า 16,000 บาท)
    — Refresh Service ฟรีติดฟิล์มกันรอยที่ศูนย์บริการ OPPO ภายใน 2 ปี (มูลค่า 1,199 บาท)
  • สำหรับลูกค้าที่จอง OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16F 5G จะได้รับสิทธิพิเศษ ได้แก่
    — E-VIP Card ประกันจอแตก 1 ครั้ง ภายใน 2 ปี (มูลค่าสูงสุด 13,000 บาท)
    — Refresh Service ฟรีติดฟิล์มกันรอยที่ศูนย์บริการ OPPO ภายใน 2 ปี (มูลค่า 1,199 บาท)

สามารถสัมผัสประสบการณ์ OPPO Reno16 Series 5G สมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อต ได้แล้ววันนี้ ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา, ช่องทางออนไลน์ Shopee : shopee.co.th/20tOGqlL5v, Lazada : lazada.co.th/s.ZSIPwx, Tiktok Shop : tiktok.com/ZS96SSwywDw3Q-HXe7Q และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

#Reno16SeriesTH
#เก็บทุกโมเมนต์โดดเด่นเป็นตัวเอง
#เพื่อนซี้เทรนดี้ทุกช็อต
#OPPOBubble
#oppothailand

ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ บทความรีวิวล่าสุด

รีวิว ROG Zephyrus G16 (GU606AR) อีกระดับของรหัส Zephyrus กับความแรงระดับท็อปด้วยชิป Intel® ในดีไซน์มินิมอล
รีวิว iQOO Z11 และ iQOO Z11x สองพี่น้องสมาร์ตโฟนเกมมิ่งตัวคุ้ม แบตอึดพร้อมลุยทุกแมตซ์!
รีวิว SANDISK Snoopy Limited Edition Portable SSD และ Phone Drive ดีไซน์น่ารัก โอนไฟล์ไว
รีวิว HONOR 600 Lite 5G สมาร์ตโฟนรุ่นเล็กที่ไม่เล็ก! กล้อง 108MP และ AI โหดเกินราคา
รีวิว realme C100x สมาร์ตโฟนสุดอึด! แบตเตอรี่ Titan 8000mAh พลังอึดทนทานระดับแชมป์

—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

 

FIRST

MOBILE | CAR | TECH | MARKETING : อยู่ในวงการมือถือมานานเกิน 10 ปี แต่ก็ยังเป็นนักเขียนที่เป็น Introvert ชอบบอกเล่าสิ่งต่าง ๆ ผ่านบทความมากกว่าออกหน้ากล้อง เลยไม่ค่อยมีคอนเทนต์วิดีโอกับเขา

Leave a Reply